ในขณะนั้นนางก็ได้หันหลังกลับไปมองหาชูหลานรอบๆงานเเต่ก็ไม่เห็นร่างของชูหลานเลย นางสบถคำออกมาอย่างเเผ่วเบา เพื่อไม่ให้หลิวอี้ได้ยินเสียงของนาง ตอนนี้หน้าของชูหลานก็ได้ลอยไปลอยมารอบๆตัวนางเช่นกัน และเหตุการนี้ก็ทำให้นางรู้สึกใจเต้นเเรงขึ้นมาอย่างแปลกๆ
"เ้าเป็อะไรไปหรือเสี่ยวลู่ พ่อเห็นเ้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่พักหนึ่งแล้ว เ้าหันกลับไปมองอะไรงั้นหรือ?"
"เปล่าเ้าค่ะ ลูกเเค่คิดว่างานเช่นนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนะเ้าคะ"
"ก็ดีแล้วแหละ งานน่าเบื่อเช่นนี้ ใครจะจัดบ่อยๆกันล่ะ ไปเรารีบกลับกันเถอะ เเม่เ้าคงจะคอยพวกเรานานแล้ว"
"เ้าค่ะ ท่านพ่อ" เสี่ยวลู่เดินตามหลังหลิวอี้กลับบ้าน เเต่ในใจลึกๆเธอก็ยังแอบหันกลับไปมองอยู่บ่อยครั้ง เพื่อหวังว่าจะได้เจอกับชูหลานอีก ทางด้านของชูหลานที่กำลังเดินกลับบ้าน เขาก็ยังไม่วายที่จะนึกถึงใบหน้าอันงดงามของนางอยู่
"นี่ท่านพี่ ท่านเป็อะไรไป ข้าเห็นท่านเงียบๆนานแล้ว"
"ใช่..เ้าเป็อะไรไปชูหลาน ข้าแอบเห็นเ้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตั้งเเต่กลับมาแล้ว เ้าไปเจออะไรมางั้นหรือ?"
"ใช่แล้ว..ข้าไปเจอแม่นางท่านหนึ่ง นางงดงามราวกับเทพธิดาเลยนะ ใบหน้าของนางเรียวได้รูป ผิวขาวดุจดังหิมะ งดงามจริงๆ"
"ยังมีหญิงนางใดงดงามไปกว่าเพ่ยเพ่ยอีกงั้นหรือชูหลาน ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย" เพ่ยเพ่ยบิดตัวไปมาและใช้มือทุบตีอาหลงด้วยความเขินอายที่เขาชมว่านางมีรูปโฉมที่งาม
"จริงด้วย!! นี่อาหลงเ้ารู้หรือไม่ ว่าแม่นางคนนั้นเป็ลูกสาวบ้านไหน ข้าอยากเจอหน้านางอีกครั้ง?"
"หญิงในเมืองมีเป็ร้อย ข้าจะไปรู้ได้ยังไงกันเล่าชูหลาน งั้นเอาอย่างนี้เ้าอาชื่อแซ่นางมา เดี๋ยวข้าจะไปลองถามพ่อกับแม่ข้าให้ เผื่อพวกท่านจะรู้จัก"
"..........ไม่มี!!"
"หือ? เ้าหมายความว่ายังไง นางเป็คนไม่มีชื่องั้นหรือ หรือว่านางชื่อว่า ไม่มี แหม!!แม่นางคนนี้ชื่อเเปลกดีจังแฮะ!!"
"ไม่ใช่..ข้ายังไม่ทันได้ถามชื่อนางเลยต่างหาก นางก็ไปเสียแล้ว เเต่นางมีสาวใช้นะ ข้าได้ยินสาวใช้คนนั้นเรียกนางว่าคุณหนูด้วย"
"แสดงว่าต้องเป็ลูกเศรษฐีแน่ๆ งั้นเดี๋ยวข้าจะลองไปถามท่านพ่อท่านแม่ของข้าให้แล้วกัน เเต่ว่าตอนนี้รีบเดินเถอะ ข้าชักจะหิวขึ้นมาซะแล้วสิ ป่านนี้ท่านอาิคังจะทำอาหารอะไรให้ข้ากินกันนะ" อาหลงวิ่งนำหน้าไปก่อนเพราะตอนนี้อาการหิวของเขามันเริ่มทำงานอีกแล้ว เพ่ยเพ่ยที่เดินอยู่ข้างๆแอบเห็นว่าชูหลานยิ้มคนเดียวตลอดทาง นางจึงพูดแซวชูหลานเล็กน้อย
"แหมๆๆท่านพี่..แม่นางท่านนั้นคงจะงดงามมากๆเลยนะเ้าคะ ถึงทำให้ท่านพี่ยิ้มไม่หุบขนาดนี้ หรือว่าท่านตกหลุมรักนางไปแล้ว"
"ข้าก็ไม่แน่ใจเพ่ยเพ่ย ข้ารู้เเต่ว่าทันทีที่ข้าได้เห็นหน้าของนางครั้งนั้น เ้าเชื่อไหมว่าตอนนี้ใบหน้าอันงดงามของนาง ยังคงติดอยู่ในหัวของข้าอยู่เลย"
"แสดงว่าท่านพี่หลงรักนางเข้าเเล้วไงเ้าคะ...งั้นเอางี้ไหม..เมื่อกี้ตอนข้าเดินเล่นอยู่ในงาน ข้าแอบเห็นป้ายเขาบอกว่าอีก 3 วันจะมีงานเช่นนี้จัดขึ้นอีก นางอาจจะมาอีกก็เป็ได้ ที่เหลือท่านพี่ก็ลองเก็บไปคิดดูนะเ้าคะ ข้าช่วยได้เท่านี้"
"เดี๋ยวนะ เ้าบอกว่าเ้าเห็นป้ายงั้นหรือ เ้าอ่านออกเขียนได้ตั้งเเต่เมื่อไหร่กันเพ่ยเพ่ย?"
"ข้าไม่ได้อ่านหรอก ข้าเห็นมันแปลก ข้าก็เลยถามอาหลงน่ะ"
"งั้นหรือ เช่นนั้นข้าก็รู้แล้วว่าข้าจะทำเช่นไร!!" ชูหลานและเพ่ยเพ่ยจับมือกันแล้วรีบวิ่งตามอาหลงไป เพราะถ้าขืนพวกเขาไปช้ากว่านี้มีหวังพวกเขาจะไม่มีอาหารอะไรเหลือให้กินแน่ๆ เมื่อเดินทางขึ้นมาถึงบ้านเพ่ยเพ่ยก็รีบล้างไม้ล้างมือแล้วเข้าไปช่วยิคังในครัว
"ข้ากลับมาแล้วท่านพ่อ มาเถอะให้ข้าช่วยท่านนะ!"
"อ้าว!!กลับมากันแล้วรึ เป็ไงบ้างไปเที่ยวในเมืองครั้งเเรก สนุกไหมเพ่ยเพ่ยมีหนุ่มๆมาจีบบ้างหรือป่าวล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"โถ่ ท่านพ่อ!! ใครจะกล้าเข้ามาจีบข้าล่ะ ก็อาหลงตัวติดกับข้าซะขนาดนั้น ข้าน่ะไม่มีหรอกเเต่ว่าท่านพี่น่ะสิเ้าคะ อิอิ"
"พี่ของเ้าทำไมงั้นหรือ?"
"ท่านพี่ไปแอบตกหลุมรักแม่นางท่านหนึ่งเ้าค่ะ ท่านพี่บอกข้าว่า เจอนางในงาน เเถมยังบอกอีกว่านางมีใบหน้าที่งดงามมากๆอีกด้วยนะเ้าคะ!!"
"นั่นสินะ พี่เ้าก็โตเป็หนุ่มเเล้ว มันก็ต้องมีความรักความชอบบ้างเป็เื่ธรรมดา ว่าเเต่เ้าล่ะเพ่ยเพ่ย พ่อเห็นอาหลงเขามาตามจีบเ้าตั้งเเต่เด็กแล้ว และตอนนี้เขาก็ไม่ใช่เ้าหมูตอนคนเดิมแล้วนะ เ้าจะว่ายังไงล่ะ?"
"เื่นั้น ข้ายังไม่อยากคิดอะไรเ้าค่ะ เรารีบเอาอาหารออกไปเถอะเ้าค่ะ ข้าหิวมากแล้ว" เพ่ยเพ่ยเบี่ยงประเด็นการพูดแล้วรีบยกอาหารออกไปทันที เเต่ิคังผู้เป็พ่อนางนั้น เขาดูออกว่าเพ่ยเพ่ยมีอาการเก้อเขินทุกครั้งที่เขาพูดถึงอาหลงนั่นเอง
"เอ้า!!วันนี้พ่อทำขาหมูพะโล้ กินกันให้เต็มที่เลยนะ ข้าวตักได้ไม่อัน ของชอบเ้าเลยนิอาหลง"
"ท่านอานี่รู้ใจข้าซะจริงๆ งั้นข้าไม่เกรงใจเลยนะท่านอา นี่ของเ้าเพ่ยเพ่ยข้าตักให้ แม่ข้าเคยบอกว่าถ้าเราชอบใครมากๆเราจะตักข้าวคำแรกให้คนนั้น กินซะสิ" ชูหลานและิคังหันไปมองหน้ากันแล้วหลุดยิ้มออกมา เพราะตอนนี้หน้าของเพ่ยเพ่ยมันเเดงระเรื่อจนเห็นได้ชัดว่าเธอกำลังเขินอาหลงอยู่ ทางด้านของอาหลงนั้นก็กินข้าวไปหนึ่งคำและหันมายิ้มให้เพ่ยเพ่ยหนึ่งที สลับกันไปมาแบบนี้จนเขากินอิ่ม
"ข้าต้องกลับแล้วท่านอา ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่ ข้าไปนะชูหลาน ข้ากลับก่อนนะจ้ะเพ่ยเพ่ยคนสวย!!"
"เ้ารีบกลับไปเลยไป น่ารำคาญจริงๆเลย!!" เพ่ยเพ่ยทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ เเต่ทว่าอาหลงกลับยิ้มอย่างพอใจ เพราะไม่ว่าเพ่ยเพ่ยจะทำหน้ายังไง เขาก็ยังรักเพ่ยเพ่ยคนเดียวอยู่ดี อาหลงหันหลังให้และเดินกลับบ้านไป ชูหลานและิคังที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะนั้น เขาลังเลที่จะพูดกับิคังอย่างเปิดเผยเื่บางอย่าง
"เ้ามีอะไรจะพูดกับพ่องั้นหรือชูหลาน พ่อเห็นเ้าอ้ำอึ้งอยู่นานแล้ว มีอะไรก็จงพูดมาเถิด"
"คือ ข้าอยากเรียนหนังสือน่ะท่านพ่อ ท่านช่วยสอนข้าหน่อยได้หรือไม่"
"ใช่ๆ..ข้าก็อยากเรียนเ้าค่ะท่านพ่อ สอนข้าด้วยคนนะเ้าคะ?"
"ทำไม จู่ๆพวกเ้าถึงอยากเรียนหนังสือล่ะ?"
"วันนี้ข้าลงไปเที่ยวมามันทำให้ข้าเห็นแล้วว่า ข้าลำบากหาห้องน้ำนานมากเพราะข้าอ่านไม่ออกน่ะท่านพ่อ และเมื่อตอนเดินกลับมา อาหลงบอกข้าว่า อีก 3 วันจะมีการจัดงานเช่นนี้อีก ข้าอยากจะลองลงเเข่งขันปะดาบในงานด้วย ข้าก็เเค่อยากเรียนไว้ใช้ในยามจำเป็ไงท่านพ่อ"
"ส่วนข้า ข้าอยากเรียนเพราะเวลาข้าเเต่งงานไป สามีข้าจะได้ไม่ต้องอับอายที่ข้าอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ไงเ้าคะ"
"สามีเ้า? นี่เ้าหมายถึงอาหลงงั้นรึ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"เปล่าซักหน่อย!! ท่านพ่อ..ท่านช่วยสอนข้ากับท่านพี่ด้วยเถิดนะเ้าคะ?"
"ได้!! พ่อจะสอนให้ จริงๆแล้วพวกเ้าก็โตพอที่จะออกเย่าออกเรือนได้แล้ว เอาเป็ว่าพ่อจะเริ่มสอนหนังสือให้พวกเ้าทั้งสองพรุ่งนี้ก็เเล้ว กันนะ เเต่วันนี้เพ่ยเพ่ยเอาชามไปล้าง ส่วนชูหลานไปช่วยพ่อเก็บฟืนหน่อย ดูท่าทางฝนกำลังจะตก" สองพี่น้องวิ่งเข้าไปกอดพ่อเหมือนกับตอนเด็กๆอีกครั้ง เพ่ยเพ่ยและชูหลานลอบตีมือกันเล็กน้อย อารมณ์ประมาณว่าแผนสำเร็จ!! ิคังรู้สึกหนักใจขึ้นมาเล็กน้อย เพราะยิ่งพวกเขาสองคนโตขึ้นมากเเค่ไหน อันตรายก็ยิ่งคลืบคลานเข้ามาใกล้มากขึ้นเท่านั้น เพ่ยเพ่ยกับชูหลาน้าเรียนหนังสือไปทำไมกัน ติดตามได้ใน Ep. หน้านะคะ