บทที่ 30 ตัดหน้า (รีไรต์)
ชายร่างใหญ่ผู้เป็หัวหน้าเอ่ยด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม
“ฮึ่ม! ถ้าเจอก็สนุกกันยกกลุ่ม ถ้าไม่เจอ ฉันจะจับพวกแกสองคนกินเป็อาหารซะให้หมด!”
สิ้นคำพวกมันก็โซเซ พากันเดินเข้าไปในบริเวณหมู่บ้านปราศจากไฟฟ้า ความมืดปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้าน พวกมันมุ่งหน้าไปยังตึกหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
“ไปพักค้างคืนที่นั่นก่อน พรุ่งนี้ค่อยค้นหากันต่อ”
เช้าวันรุ่งขึ้น ลั่วฉิงเทียนตื่นแต่เช้าทำธุระส่วนตัวและเตรียมตัวออกจากบ้าน เสือขาวยิ่งตื่นเต้นเมื่อเห็นลั่วฉิงเทียนจะออกไป มันรีบวิ่งไปรอที่หน้าประตู
หนึ่งคนหนึ่งเสือออกจากบ้านไปอีกครั้ง
ผู้คนในตึกสองไม่รู้สึกประหลาดใจกับเสียงฝีเท้าที่เดินไปมาข้างนอกอีกต่อไปไม่มีใครรู้ว่าถ้าเปิดประตูออกไป จะเผชิญหน้ากับเสือร้ายหรือไม่
เพราะผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างพากันขวัญผวาหลบซ่อนตัวอยู่ในห้อง
ลั่วฉิงเทียนหยิบเทอร์โมมิเตอร์ออกมาวัดอุณหภูมิข้างนอกติดลบ 40 องศาเซลเซียส หนาวกว่าเมื่อวานเสียอีก
เมื่ออุ้งเท้าของต้าไป๋แตะลงบนพื้นหิมะอีกครั้ง มันก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธอเดินตามหลังอย่างช้า ๆ ไม่นานนักต้าไป๋ก็วิ่งกลับมาหา
มันก้มตัวลงเป็เชิงบอกให้ฉิงเทียนขึ้นไปนั่งบนหลัง
ชั่วอึดใจ เสือกับคนก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางของูเาหลังหมู่บ้านอีกครั้ง เ้าเสือขาวดูตื่นเต้นเป็พิเศษขณะที่มันวิ่งอยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลน
ไม่รู้ว่าพวกเราวิ่งมาไกลแค่ไหนแล้ว แต่ในที่สุดต้าไป๋ก็พาเธอมาถึงยอดเขา ต้นไม้แห้งเหี่ยวจำนวนมากยืนต้นตายอยู่บนนั้น แต่ในบางจุดภายใต้หิมะสีขาวโพลนก็ยังคงเห็นต้นไม้สีเขียวสองสามต้น
ธรรมชาติมักจะปฏิบัติต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ นอกจากมนุษย์อย่างดีเสมอ แม้ในอุณหภูมิที่หนาวเหน็บเช่นนี้ ก็ยังคงมีต้นไม้ที่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้
ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง เสียงปืนก็ดังมาแต่ไกล หรือจะพูดให้ถูกก็คือเสียงปะทะกันของะุปืน
ลั่วฉิงเทียนสั่งให้ต้าไป๋ค่อย ๆ เดินตามเสียงนั้นไปอย่างระมัดระวัง เมื่อปีนขึ้นไปบนยอดเขาก็เห็นคนสองกลุ่มกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มทหารที่เห็นเมื่อวาน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งลั่วฉิงเทียนไม่รู้จักพวกเขา
กลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กับทหารในตอนนี้ กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำบนูเา ถ้ำแห่งนี้เป็ชัยภูมิที่ดี ป้องกันง่ายโจมตียาก มีชายคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่บนสุดของถ้ำ ในมือของเขาถือปืนไรเฟิลเล็งไปยังฝั่งตรงข้าม
เมื่อเห็นปืนไรเฟิลกระบอกนั้น ลั่วฉิงเทียนก็รู้สึกตกตะลึง
ปืนกระบอกนั้น... แบบเดียวกับกระบอกที่เคยเล็งมาที่เธอเลย!
ลั่วฉิงเทียนเปิดใช้งานทักษะที่สามของเธอในทันที
ลำแสงสาดส่องไปทั่วถ้ำ เผยให้เห็นอาวุธปืนรุ่นใหม่กว่าร้อยกระบอก แต่ละกระบอกอยู่ในมือของชายฉกรรจ์กว่าสามสิบคน
ลั่วฉิงเทียนย่อตัวลงต่ำ เลือกตำแหน่งที่มองเห็นเป้าหมายได้ชัดเจนที่สุด มือเรียวคว้าคันธนูคู่ใจออกมา
ทักษะ 'สามดอกศร' เพิ่งเลื่อนขั้นไปเมื่อไม่กี่วันก่อน เธอยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบพลังเลยสักครั้ง...
คิดได้ดังนั้น นิ้วเรียวจึงปล่อยลูกศรทั้งสามออกไปพร้อมกัน
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นเป็สัญญาณเตือนสายธนูพุ่งตรงไปยังปากถ้ำ แรงปะทะส่งให้ร่างของกลุ่มชายฉกรรจ์ลอยขึ้นกลางอากาศ ราวกับลูกชิ้นถูกไม้เสียบ
ลั่วฉิงเทียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพียงแค่การจู่โจมเดียว เธอก็กำจัดศัตรูไปได้ถึงเจ็ดคน ถ้าซอมบี้ตายง่ายแบบนี้ก็ดีสิ!
ภายในถ้ำ ชายฉกรรจ์ที่เหลือพากันแตกตื่น ต่างมองหาที่มาของลูกศรอย่างตื่นกลัว
“ใครน่ะ!” เสียงะโดังลั่น
พอพูดจบ ลูกธนูสามดอกก็พุ่งเข้ามาอีก คราวนี้พวกพ้องที่อยู่รอบตัวคนะโต่างถูกลูกธนูปักเข้าที่ร่าง พวกเขาล้มตายต่อหน้าต่อตาเขาทันที
“อ๊ากกก! ใครกัน ถ้าเก่งจริงก็ออกมาสิ!”
ลั่วฉิงเทียนหัวเราะเยาะ เธอไม่โง่หรอกที่จะออกไป ในขณะที่คนนั้นกำลังโกรธ เธอก็ยิงธนูออกไปอีกสามดอก
หลังจากยิงธนูไปกว่ายี่สิบดอก ในถ้ำก็เงียบสนิทอย่างรวดเร็ว ลั่วฉิงเทียนใช้ทักษะที่สามตรวจสอบสถานการณ์ในถ้ำ
พบว่าคนในนั้นล้มลงกับพื้นหมดแล้ว ลั่วฉิงเทียนเก็บต้าไป๋เข้าไปในมิติพิเศษ กิ่งไม้ปรากฏในมือ เธอใช้ทักษะที่สี่ ‘การเจริญเติบโต’
กิ่งไม้กลายเป็เถาวัลย์ในพริบตา ลั่วฉิงเทียนเหมือนลิงที่คล่องแคล่ว มือหนึ่งจับเถาวัลย์แกว่งตัวเข้าไปในถ้ำโดยตรง
ในขณะเดียวกัน ตี้เจียงฝั่งตรงข้ามก็สังเกตเห็นบางอย่าง เขาหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องไปยังฝั่งตรงข้าม พอดีเห็นลั่วฉิงเทียนเข้าไปในถ้ำในชั่วขณะนั้น
แต่ลั่วฉิงเทียนเคลื่อนไหวเร็วมาก จึงเห็นแค่เงาด้านหลังที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว
“มีอะไรไม่ชอบมาพากล!”
ตี้เจียงขมวดคิ้วครุ่นคิด รองผู้บัญชาการหลี่ที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยถาม “ท่านนายพล เกิดอะไรขึ้นครับ? เอ๊ะ ฝ่ายตรงข้ามหยุดทำไม?”
ทันใดนั้นตี้เจียงก็รู้ตัวเขาตวาด “เร็ว ตามฉันมา!” พูดจบก็ะโพรวดเดียวไปยังโขดหินฝั่งตรงข้าม รองผู้บัญชาการหลี่ไม่กล้ารอช้า รีบร้องเรียกให้คนตามตี้เจียงไปติด ๆ
ส่วนลั่วฉิงเทียน หลังจากเข้าไปในถ้ำก็พบว่าคนข้างในถูกเธอยิงตายหมดแล้ว จึงเริ่มเก็บลูกธนูทีละดอก
ขณะที่กำลังเก็บลูกธนูอยู่หน้าร่างของชายคนหนึ่ง ทันใดนั้นชายคนนั้นก็ะโขึ้นมาหมายจะเตะเข้าที่ใบหน้าของลั่วฉิงเทียน
ลั่วฉิงเทียนใ รีบถอยหลัง ชายวัยกลางคนผู้นั้นลุกขึ้นยืน “แกฆ่าพี่น้องของฉันตาย ฉันก็จะลากแกไปตายด้วย!”
ชายคนนั้นพูดพลางชักมีดพุ่งเข้าหาลั่วฉิงเทียน ลั่วฉิงเทียนรีบคว้าดาบออกมา ทั้งสองต่อสู้กันอย่างรวดเร็ว
ลั่วฉิงเทียนรับมืออย่างระมัดระวัง เธอแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเมื่อพบว่าิัของชายตรงหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีเหลืองและแข็งขึ้นในขณะที่กำลังต่อสู้กันอยู่
ใช่แล้ว นี่มันพลังิญญาธาตุพลันคิดได้ดังนั้น กำแพงดินผืนใหญ่ก็ปรากฏขึ้นระหว่างคนทั้งสอง ขวางกั้นการโจมตีของดาบถังของลั่วฉิงเทียนเอาไว้ได้
ลั่วฉิงเทียนะโขึ้น ใช้มือข้างเดียวยันกำแพงดิน เธอะโข้ามกำแพงไปอยู่ด้านหลังชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแทงดาบเข้าไปที่หลังของชายคนนั้นอย่างไม่ลังเล
ทว่าในจังหวะที่ดาบแทงเข้าไปนั้น บริเวณหน้าอกของชายคนนั้นก็ปรากฏโล่ดินขึ้นมาเล็ก ๆ ส่งผลให้ดาบของลั่วฉิงเทียนชะงักไปชั่วขณะ
“แกฆ่าฉันไม่ได้หรอก!”
ทันทีที่พูดจบ เสือขาวตัวมหึมาก็ปรากฏขึ้นด้านหลังชายคนนั้น มันอ้าปากงับหัวของชายคนนั้นจนขาดกระเด็น
ร่างของชายคนนั้นล้มลงกับพื้นอย่างแรง ลั่วฉิงเทียนหอบหายใจเล็กน้อยพลางเก็บลูกธนูของเธอกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเก็บอาวุธปืนที่อยู่ในถ้ำเข้าไปในมิติเก็บของ
ในขณะที่ลั่วฉิงเทียนกำลังจะจากไปนั้น ทักษะตรวจจับก็แสดงผล บอกว่ามีคนกำลังวิ่งมาทางนี้ และบุคคลผู้นั้นก็คือ นายพลที่เธอพบเมื่อวาน
ถ้าออกไปตอนนี้ ต้องเจอเขาแน่ ๆ
ลั่วฉิงเทียนไม่รอช้า รีบคว้าต้าไป๋เข้าพื้นที่มิติทันที
ฝั่งตี้เจียงวิ่งพลางใช้พลังิญญาตรวจสอบ เขาสามารถััได้อย่างชัดเจนว่ามีคนอยู่ในถ้ำแห่งนั้น และบุคคลผู้นั้นเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นผ่านใจ ตี้เจียงเร่งฝีเท้าสองสามก้าวก็ถึงปากถ้ำ
เขาค่อย ๆ ะโลงไปในถ้ำ พบว่าทุกคนในถ้ำตายเรียบ แม้แต่อาวุธที่ขโมยมาจากคลังอาวุธก็หายไปจนหมดสิ้น
ใบหน้าตี้เจียงมืดครึ้ม เขากำหมัดทุบกำแพงถ้ำอย่างแรง
“บ้าเอ๊ย! ใครกันที่ทำแบบนี้!”
ในขณะนั้นเอง รองผู้บัญชาการหลี่ก็ปีนขึ้นมาถึง เขามองไปรอบ ๆ อย่างตกตะลึง
“ท่านนายพล คนพวกนี้ท่านเป็คนฆ่างั้นเหรอ?” ผู้บังคับบัญชาของเขานี่เก่งกาจขนาดนี้เชียวหรือ?
ตี้เจียงตวัดสายตาเ็าไปมองรองผู้บัญชาการหลี่
“นายคิดว่าไงล่ะ? รีบสั่งคนออกตามหาโดยเร็ว ไอ้บ้านั่นเอาอาวุธที่หายไปไปทั้งหมดไป คงยังไปได้ไม่ไกลนัก”