เมื่อเบลปรากฏตัวท่ามกลางฝูงชนก็ตกเป็เป้าสายตาทันที นอกจากความงามของเธอแล้วสิ่งที่ดึงดูดสายตาก็เป็ตัวตนของเธอที่เป็จิตรกรปริศนา ในตอนแรกที่คริสเห็นเบลก็ตะลึงในความสวยของเธอ แต่เมื่อตั้งสติได้เขาก็รีบพูด
“เซล่า? คุณพูดบ้าอะไร เซล่าตายไปแล้ว คุณมันก็แค่พวกแอบอ้าง”
“งั้นก็พิสูจน์สิ”
“ก็นี่ไง หมอแจ้งมาว่าเซล่าตายแล้ว”
“เซล่า? ในนี้แจ้งว่าผู้ตายชื่อ เบลล่า นะคะ คุณเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า”
เขารีบดึงมือถือกลับมาดูอีกครั้งก็พบว่าเป็ชื่อเบลจริงๆ เขาลืมเื่นี้ไปซะสนิท คริสมีทีท่ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
“แล้วก็ช่วยอย่าไปพูดว่า เซล่าคือแฟนของคุณด้วยนะคะ ไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด”
“มึง..ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ”
เห็นทีท่าไม่ดีคริสก็รีบหนีออกไป ความวุ่นวายกลับมาสู่ความสงบอีกครั้งงานกระมูลก็เริ่มต่อจากที่ค้างไว้ สุดท้ายก็เป็หลินตงที่ชนะไป เขาเสนอราคาไปที่ 2,000 ล้านทันที เห็นยอดประมูลทุกคนก็ยอมแพ้ไปโดยปริยาย หลังงานสิ้นสุดลงครั้งนี้เบลก็เป็ฝ่ายเดินไปหาหลินตงเอง
“ขอบคุณ คุณหลินมากนะคะที่ประมูลภาพของฉัน”
“ยินดีเป็อย่างยิ่งครับ”
ยืนพูดคุยกันสักพักทั้งสามคนก็ชวนไปนั่งคุยกันต่อที่ร้านกาแฟ เหมือนว่าทั้งสามจะดูสนิทกันมากขึ้นพูดคุยกันอย่างถูกคอ ได้รู้เื่บ้านเด็กกำพร้าหลินตงยังออกปากว่าจะช่วยสนับสนุนอีกแรง ราวหนึ่งชั่วโมงหลินตงกับภรรยาก็กลับไป แยกกันเบลก็รีบตรงกลับไปยังบ้านเด็กกำพร้าทันที
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาหลังจากที่จัดการเื่เด็กๆที่บ้านเสร็จเบลก็ออกตามหาพ่อของตนเสมอมา แต่ตอนนี้ยังคงไร้วี่แวว เบลยังคงไม่หมดหวังเดินหาตามหาต่อไปวันนี้ก็เช่นกัน เธอได้ทำทุกทางที่จะสามารถทำได้เพื่อตามหา ไม่ว่าจะเป็การตามทางโซเซียลหรือกระทั่งจ้างคนช่วยตามหา เหมือนว่าฟ้ายังคงเมตตาเมื่อเบลสืบทราบจากที่อยู่ตามความทรงจำ คนเฒ่าคนแก่แถวๆนั้นก็ได้บอกว่า ครอบครัวของพ่อเบลได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่รู้ย้ายไปที่ไหน
ส่วนเื่ของคริสตอนแรกเบลก็กังวลว่าคริสจะตามมาวุ่นวาย ทว่าหนึ่งอาทิตย์ต่อมาเบลก็ได้เห็นข่าวฆาตกรรมโหด ซึ่งเหยื่อในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือคริส เบลรู้สึกใและโล่งใจในเวลาเดียวกัน เธอลืมเื่ของคริสภายในเวลาไม่นาน หันความสนใจไปในการตามหาพ่อเพียงอย่างเดียว หลังการตามหาทางสื่อโซเซียลไม่นานนักก็ได้ความ มีคนติดต่อเข้ามาทางข้อความแจ้งเบาะแส วันนี้เบลจึงเดินทางมาที่ห้างใหญ่ใจกลางเมืองเนื่องจากผู้ให้เบาะแสกล่าวว่าเื่มันค่อนข้างละเอียดจึงขอนัดพบจะสะดวกกว่า
“ซาร่า”
เสียงเรียกดังขึ้นจากทางด้านหลังของหญิงสาว เบลหันกลับไปเห็นคนที่เรียกก็จำได้ทันที หญิงสาววัยกลางคนผู้นี้เบลไม่มีทางลืมเป็อันขาด เธอคือแม่บังเกิดเกล้าของเธอเอง แม่ที่ทิ้งตนและพ่อไปเมื่ออดีต แม่ที่รักเพียงแต่ตัวเอง แม่ที่รังเกียจเธอ เบลไม่ได้กล่าวตอบอะไรเตรียมหันหลังเดินจากไปโดยเร็ว
“ซาร่า นี่แม่เอง แม่ที่คลอดหนูออกมา”
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่มีแม่ คุณคงจำคนผิดแล้วล่ะ”
“ทำไมลูกพูดกับแม่แบบนี้ แม่เสียใจมากนะ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่ก็เฝ้าออกตามหาลูกอยู่เสมอ แม่ต้องนอนร้องไห้ทุกคืน”
เบลรู้ดีว่าแม่ของตน้าอะไร เธอไม่อยากจะเสียเวลากับคนแบบนี้อีกจึงหันหลังเดินจากไป แต่เหมือนว่าแม่จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆเธอวิ่งไปกอดขาของเบลพร้อมกับบีบน้ำตาออกมา ะโเสียงดังโวยวาย เสียงดังทำให้คนแถวนั้นเริ่มให้ความสนใจ ไม่นานนักก็มีคนมามุงดูจำนวนมาก
“แม่ขอโทษ แม่ขอโทษ ฮือ ฮือ”
เบลหมดคำจะพูดกับแม่ของตน เธอไม่นึกเลยว่าหญิงคนนี้จะหน้าด้านหน้าทนถึงเพียงนี้ ตอนที่เธอยังเด็กก็เกือบจะตายด้วยน้ำมือของแม่บังเกิดเกล้า สิ่งที่แม่กระทำมันยากเกินที่จะให้อภัย แต่เธอก็ไม่อยากจะก่อบาปก่อกรรมต่อกันอีก เป็ไปได้ก็อยากจะต่างคนต่างอยู่ เบลจึงก้มลงไปกอดแม่ขึ้นมาพร้อมกับกระซิบบางคำให้แม่ฟัง สองแม่ลูกก็เดินแหวกฝูงชนหายไป
“ลูกยกโทษให้แม่แล้วใช่ไหม ขอบคุณ ขอบคุณลูกมาก”
“ถ้าคุณยังเห็นว่าฉันเป็ลูก ขอให้เราสองคนต่างคนต่างอยู่ดีกว่า”
“ทำไมลูกพูดแบบนั้นล่ะ ลูกไม่รักแม่เลยเหรอ”
“รัก? คุณทิ้งฉันกับพ่อไปั้แ่เด็ก ขโมยเงินของพ่อ และที่สำคัญยังกล้าทิ้งเด็กทารกไว้ที่กองขยะอีก ถ้าคุณเป็เด็กคนนั้นคุณยังจะยังรักแม่คนที่ทำแบบนี้ไหม”
“เฮือก”
หญิงวัยกลางคนใเมื่อได้ยินสิ่งที่เบลพูด เธอไม่คิดว่าซาร่าจะรู้เื่ที่เกิดขึ้น แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
“แต่กูคลอดมึงออกมา ถ้าไม่มีกูมึงก็ไม่มีวันนี้หรอก อกตัญญู”
“เท่าไร”
ได้ยินคำถามหญิงวัยกลางคนก็ยิ้มออกมา เธอกำลังคิดว่าจะบอกจำนวนเงินไปเท่าไรดี เธอรู้เื่ที่ซาร่าคือเซล่าจิตรกรชื่อดังและยังรู้เื่การประมูลอีกด้วย คิดได้ดังนั้นหญิงโลภก็รีบพูดขึ้น
“พันล้าน แม่ขอพันล้านแล้วแม่จะไม่มายุ่งกับลูกอีกเลย”
“เลขบัญชี”
หญิงโลภรีบบอกเลขบัญชีของตนโดยเร็ว ในใจก็ยิ้มเยาะดีใจเธอไม่ได้สนใจเื่ความสัมพันธ์แม่ลูกอยู่แล้ว สนใจเพียงแต่เื่เงินเท่านั้น เบลกดมือถืออยู่ครู่หนึ่งเสียงแจ้งเตือนจากธนาคารก็ดังขึ้นจากมือถือของอีกฝ่าย “ติ๊ด” เมื่อเห็นยอดเงินที่เข้ามารอยยิ้มที่เคยมีก็หายไป
“อะไรกัน เงินเข้าแค่หมื่นเดียวนะ กดจำนวนผิดหรือเปล่า”
“หมดธุระแล้ว ขอตัว”
“เดี่ยว!!ฉันยังได้เงินไม่ครบ แกยังไปไม่ได้”
“ก็ครบแล้วไง หนึ่งหมื่นสำหรับค่าคลอด”
พูดจบเบลก็เดินหนีจากอดีตแม่ทันที หญิงแก่ก้าวเท้าจะวิ่งตามไปแต่ก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดักเอาไว้ก่อน เบลหันมามองครู่หนึ่งก่อนที่จะหันกลับไปเดินต่อโดยไม่สนใจ
เบลไม่ได้ไปที่ไหนต่อเดินทางกลับที่พักเลย ในใจของเธอมันก็มีความรู้สึกแปลกๆที่เกิดจากการกระทำก่อนหน้านี้ แต่ความรู้สึกนั้นก็อยู่ไม่นาน เบลทิ้งเื่ของแม่เอาไว้ทีหลังหันกลับมาโฟกัสกับเื่พ่อ เวลาเวียนผ่านไปวันแล้ววันเล่าเธอก็ยังออกตามหาบิดาอยู่ทุกวัน แต่ก็ยังพบแต่ความผิดหวัง
“ไอศกรีมจ้า ไอศกรีม หอม หวาน เย็นชื่นใจ”
“ข้าวหมูทอด ยำไก่แซ่บทางนี้ครับ”
“ปลาหมึกย่าง น้ำจิ้มรสเด็ด”
ตลาดแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยผู้คนเดิน เบลกำลังเดินเลือกซื้อสิ่งของที่ตน้าอยู่ สิ่งของเครื่องใช้รวมไปถึงอาหารต่างๆไม่ว่าจะเป็ของสดหรือของแห้งเต็มอยู่สองข้างทาง นอกจากร้านค้าน้อยใหญ่ตลาดแห่งนี้ยังมีเหล่าคนไร้บ้านอยู่จำนวนมาก พวกเขานั่งพนมมือไหว้คนที่กำลังเดินผ่านไปมา ด้านหน้ายังมีกระป๋องนมข้นเก่าวางอยู่ เบลหยิบเงินสดออกจากกระเป๋าส่งแบงก์สีแดงลงไปในกระป๋อง เธอให้เงินกับคนไร้บ้านทุกคนที่เจอ เดินตามทางมาจนใกล้จะถึงปลายทางจนมาเจอกับคนไร้บ้านสองคนสุดท้าย
“พี่ไมค์ พี่ไอรีน!”
ได้ยินเสียงเรียกทั้งสองก็หันหน้าไปตามเสียง เห็นว่าเป็หญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง ทั้งสองก็แสดงสีหน้างุนงงออกมา เบลเห็นอาการทั้งสองก็ตั้งสติได้ เธอลืมไปเลยว่าสภาพร่างกายในอดีตของตนนั้นเป็เช่นไร จู่ๆใครก็ไม่รู้มาทักเรียกก็ไม่แปลกที่จะใ
“เอ่อ พี่ไมค์ พี่ไอรีน หนูเบลเอง”
“เบล?”
“เบล เบล?”
“ใช่ค่ะ เบลล่าที่อัปลักษณ์คนนั้นแหละคะ”
ทั้งสองใออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคล่าสุด พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ภาพจำที่เคยมีต่อเบลคือเด็กสาวผู้น่าสงสาร มีร่างกายพิกลพิการ แสดงแต่ความรู้สึกหดหู่ออกมา แต่กลับกันคนตรงหน้าราวกับเทพธิดา ทั้งสองยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เบลจึงเล่าเื่ในสมัยอดีตให้ทั้งคู่ฟัง เป็เื่ที่ทั้งสามเคยทำร่วมกัน ทั้งสองจึงเชื่อคำพูดของเบล จากนั้นเบลก็พาทั้งสองไปยังร้านอาหาร
“ทำไมพี่ทั้งสองคนถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ค่ะ เกิดอะไรขึ้น”
“เอ่อ”
เห็นท่าทีอึดอัดของไอรีนไมค์จึงเสนอตัวเป็คนเล่าเื่เอง ระหว่างที่รออาหารไมค์ก็เริ่มเล่าเื่ั้แ่ต้น สรุปใจความได้ว่าหลังจากที่ทำงานที่ร้านของลุงอีวานได้สองปี ด้วยความที่ทั้งสองชื่นชอบการทำอาหารอยู่แล้ว ประกอบกับสองคนนั้นมีความรักให้กันมากกว่าเพื่อน เมื่อเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งทั้งสองจึงตกลงกันที่จะลาออกแล้วไปเปิดร้านของตน ลุงอีวานก็ไม่ได้ว่าอะไรกลับอวยพรให้กับทั้งสองด้วย ทั้งสองคนเปิดร้านอาหารข้างทางเล็กๆ แรกๆก็เหมือนจะไปได้ดี แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานก็เกิดวิกฤติโรคระบาดขึ้น ทำให้ทั้งสองปรับตัวไม่ทัน ร้านขายของไม่ได้ ไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าเช่า จึงต้องออกมาเป็คนไร้บ้านจนถึงทุกวันนี้
“ว่าแต่เบลเถอะ ไปทำอะไรมาถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ตอนแรกพี่คิดว่าเป็คุณหนูที่ไหนซะอีก”
“จริง เอื้อไอยออนแรกอี๋ไอ่เอื่อ”
“ไมค์!กินให้หมดก่อนค่อยพูด”
ไอรีนดุไมค์ไปหนึ่งทีฝั่งชายจึงรีบกลืนอาหารลงไป ทั้งสามพูดคุยกันอยู่นาน เบลก็รับรู้เื่ของพี่ๆมากขึ้น ส่วนทั้งสองคนก็รับรู้เื่ราวชีวิตของเบลมากขึ้นเช่นกัน ตะวันใกล้จะคล้อยลับหายไปเบลจึงกล่าวชวนทั้งสองกลับ ทว่าทั้งสองกลับแสดงท่าทีเหมือนไม่อยากกลับ
“พี่สองคนเป็อะไรหรือเปล่า”
“คือ เราไม่มีหน้ากลับไปที่นั่นหรอก วันนี้พี่ดีใจมากที่ได้เจอกับเบล พวกพี่ขอตั้งตัวให้ได้แล้วพร้อมกว่านี้ก่อน ไว้ถึงตอนนั้นพี่จะกลับไปหาแม่เอง”
“พร้อม แล้วเมื่อไรล่ะ พี่รู้ไหมว่าแม่คิดถึงพวกพี่แค่ไหน”
“พี่รู้ แต่ว่าตอนนี้พี่กลับไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยก็ต้องมีงานทำก่อน”
“งั้นหนูจ้างพี่สองคนเอง ตอนนี้พี่ก็มีงานแล้ว งั้นเรากลับบ้านกัน”
“อะไรเนี่ยเบล เราจะเอาเงินที่ไหนมาจ้าง แล้วที่บอกจ้างจะให้พวกพี่ทำอะไรล่ะ ความรู้พวกเราก็ไม่มี”
“หนูลืมบอกพวกพี่ไป พี่รู้จักเซล่าที่เป็ศิลปินไหม”
“เคยได้ยินเขาพูดๆกันอยู่นะ เห็นว่าเป็ศิลปินที่วาดรูปได้สวยมาก”
“เซล่าคือหนูเอง”
“ห๊ะ ห๊ะ!”
“พวกพี่ไม่ต้องห่วงเื่เงินหรอก หนูมีจ่ายแน่นอน ส่วนเื่งานพวกพี่ก็แค่ทำสิ่งที่ตัวเองถนัดก็พอค่ะ”
“สิ่งที่พวกเราถนัดเหรอ”
“ใช่ค่ะ พี่ก็รู้กันดีว่าที่บ้านเด็กกำพร้าแม่เป็คนเตรียมอาหารให้กับเด็กๆทุกวัน แต่ในตอนนี้แม่เองก็แก่ขึ้นมาก จะทำเหมือนเมื่อก่อนก็ลำบาก ถ้าได้พี่ทั้งสองคนไปช่วยคงจะดีไม่น้อยเลยค่ะ หนูคิดว่างั้นนะ อีกอย่างแม่ก็อยากเจอพวกพี่ๆด้วย”
“ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรต้องปฏิเสธ”
“ส่วนค่าจ้างก็..เดือนละสามหมื่นต่อคน สวัสดิการก็จะมีวันหยุด2วันต่อสัปดาห์บวกกับวันหยุดพักร้อน ประกันสังคม ประกันอุบัติเหตุ แล้วก็..”
ในขณะที่เบลกำลังอธิบายอยู่ ทั้งสองก็โผล่เข้ากอดร่างของเบลด้วยความดีใจ ทั้งสามกอดกันอยู่นานกว่าไอรีนกับไมค์จะหยุดร้อง และเมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ทั้งสามจึงรีบเดินทางกลับบ้านกันด้วยความสุข