King X King เมื่อได้เกิดเป็น องค์รัชทายาทลำดับสุดท้าย [จบ]

    ตอนที่ 19 ลาฟเชียร์

    10 นาทีต่อมา
    เห้อ~ เหนื่อยชะมัด! หลังจากที่ผมทักทายราชาเสร็จผมก็โดนขุนนางรุมล้อมเข้ามาเยอะเลย ในตอนแรกก็นึกว่าจะไม่เป็นที่สนใจสะอีกเพราะเป็นถึงรัชทายาทลำดับที่ 5 แต่ผลมันกลับตรงกันข้ามเลยละ
    "-ท่านดรารอน์ ลูกสาวของข้าน่ารักมากนะครับ "
    " -ท่านดรารอน์ให้ลูกชายของข้าเป็นผู้ติดจามท่านด้วยเถอะ "
    " -ท่านดรารอน์โปรดไปบ้านของข้าสักครั้งเถอะ "
    พวกขุนนางพูดแบบนี้ใส่ผมมากันทั้งนั้น ส่วนสาเหตุที่มันเป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะว่า มันมีข่าวลือกระจายออกมาว่าจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างเดฟีเรียไปหาผมทุกวัน ทำให้ตอนนี้คะแนนของผมนำโด่งจากพวกหมายเลย 1-4 ไปกันหมดแล้ว บ้าที่สุด!ตามจริงเรื่องแบบนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เห้อ~
    ตุบ!
    " โอ้ย! "
    เสียงของเด็กผู้หญิงร้องออกมาหลังจากที่ตัวผมรู้สึกว่ามันมีอะไรมาชนด้านหลังของผม จากนั้นผมก็หันหน้าไปตามเสียงที่ร้องออกมาทันที แล้วก็เจอเด็กผู้หญิงผมยาวสีทองสวมชุดเดรสสีชมพู่ ดวงตาทั้งสองกลมโตนัยตาสีน้ำตาล กำลังนั่งอยู่เพราะชนผมเมื่อกี้
    " เป็นอะไรไหมครับ? "
    ผมถามออกไป แล้วก็ยืนมือขวาออกไปเพื่อให้เธอจับพยุงตัวขึ้นมา
    " ขอบคุณคะ "
    เด็กสาวตอบออกมา แล้วก็ยื่นมือของเะอมาจับมือของผมที่ยื่นออกไป
    " อะ- องค์ชาย!! "
    เธอร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจหลังจากลุกขึ้นมา แล้วมองมาที่หน้าของผม
    ครับๆ ผมเป็นองค์ชายเองครับ มันต้องตกใจขนาดนั้นเลยหรือยังไง นี่เธอคิดว่าฉันเป็นผีหรือยังไงกันถึงได้ตกใจขนาดนั้น? ผมคิดในใจหลังจากที่ได้ยินที่พูดออกมา แล้วก็พูดออกไป
    " ไม่เป็นอะไรนะครับ? "
    " ค่ะ! "
    เธอตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเกร็งๆ จากนั้นก็ก้มหัวลงเล็กน้อยให้กับผม แล้วก็พูดออกมาต่อ
    " ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ ที่ฉันเดินไม่ดูทางจนเผลอไปชนองค์ชายเข้า- อย่าฆ่าฉันเลยนะคะ "
    เห๋~สามัญสำนึกของคนในโลกนนี้มันอะไรกั แค่เดินชนก็กลัวโดนฆ่าเลยเหรอ?
    " มะ- ไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ "
    " จริงนะคะ "
    " ใช่ครับ! "
    มผตอบออกไปแล้วก็มองไปทางเธอด้วยใบหน้าที่ยิ้มแบบเฝื่อนๆ จริงสิ! เด็กคนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นลูกของบารอน.... บารอนอะไรสักอย่างละมั้ง รู้สึกว่าจะมาแนะนำตัวกับเราเมื่อกี้ด้วย แย่จริงความจำเรามันมีปัญหารึยังไง ได้ฟังมาเมื่อกี้ก็ลืมชื่อไปแล้ว
    " เลดี้ชื่อว่าอะไรเหรอครับ "
    ผมพูดออกไปด้วยใบหน้าปั้นยิ้มมองไปที่เธอ
    " จะ- จะฆ่าล้างตระกูลเลยเหรอคะ มะ- เมื่อกี้ท่านบอกว่าจะไม่ทำอะไรไม่ใช่เหรอ "
    แล้วทำไมถึงได้เข้าใจไปแบบนั้นได้ละเนี่ย เห้อ~ ยัยนี่จะคิดลบไปถึงไหนกัน
    " ผมไม่ได้ืำแบบนั้นครับ แค่ถามเอาไว้เชยๆ ฮาๆๆๆ "
    " ออ~ ฉันชื่อ ลาฟเชียร์ เมอร์ เซกรีพ ค่ะ "
    " ครับ! "
    บอกมาแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบ อย่างนี้ต้องศึกษาตระกูลนี้สักหน่อยแล้ว ทำไม่ถึงได้สอนให้ลูกเป็นคนแบบนี้ ทั้งๆที่เธอเป็นเด็กที่น่ารักขนาดนี้ กับมีความคิดจะโดนฆ่าอย่างเดียวเลย เด็กผู้หญิงด้านหน้าของผมตอนนี้เรียกได้ว่าน่าารักมากเลย แถมยังอายุใกล้เคียงกับผมเองพูดได้เลยว่า สเปค! ไม่สิ ไม่สินี่เราคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย อีกฝ่ายเป็นแค่เด็กที่ดูยังไงอายุก็ไม่น่าจะเกิน 5 ขวบ นี้เรากลายเป็นพวกคลั่งเด็กไปแล้วเหรอ แต่เดียวก่อนนะ! ตัวเราก็ยังเป็นเด็กอยู่เลยนิ งั้นก็แปลว่าไม่ผิด-
    " ว้าย!!! "
    ลาฟเชียร์ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจอะไรบางอย่าง ระหว่างที่ผมกำลังสับสนใจความคิดของตัวเองอยู่ แล้วเธอก็พูดออกมาค่อยๆ ขณะที่กำลังมองจานอาหารที่หล่นลงไปกับพื้นด้านข้างของเธอด้วยแววตากำลังเศร้า
    " ไม่จริงนะ... "
    " มีอะไรครับ? "
    " อาหารหกหมดแล้วคะ กว่าฉันจะตักอาหารพวกนี้มาได้ต้องใช้เวลาตั้งเกือบ 1 ชั่วโมง "
    ลาฟเชียร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเสียดาย
    เอ่ะ! เรื่องจริงดิ ไส้กรอก 2 ชั้น เนื้อรมควัน 3 ชิ้น แล้วก็เส้นอะไรสักอย่างนิดหน่อยเนี่ยนะ ใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง ผมที่ได้ยินที่เธอพูดออกมามองไปที่อาหารที่หล่นพื้นด้วยความแปลกใจ แต่มันก็อาจจะจริง เพราะด้วยความสูงของเธอ การตักอาหารก็คงจะยาก แล้วพ่อของเธอก็คงห้ามไม่ให้เธอกินของพวกนนี้ด้วย เพราะผู้หญิงต้องรักษารูปร่างของตัวเอง
    ตอนนี้ลาฟเชียร์เริ่มมีน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย อืม~ เอายังไงดีนะเรา? จะช่วยเธอไปตักอาหารใหม่ดีไหมนะ...
    " องค์ชายอยู่นี่เอง หอ... หอบ... "
    เสียงของเวโรนิก้าพูดออกมาจากทางด้านหลังของผม ด้วยน้ำเสียงกำลังเหนื่อยหอบและตกใจอยู่ ในระหว่างที่ผมกำลังคิดเรื่องของลาฟเชียร์อยู่ จากนั้นผมก็หันหน้าไปทางเวโรนิก้าด้วยความสงสัยทันที เพราะตั้งแต่ที่ผมอยู่กับธอมา ไม่เคยเลยที่เธอจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจแบบนี้มีเรื่องอะไรกันนะ???