บทที่ 17
ขุ่นเคือง
ในตอนนี้ พันหม่าลี่คาดไม่ถึงว่าจะตกเป็ฝ่ายที่ทำลายภาพลักษณ์ของตัวเองลง ทั้งยังต้องเจอกับปัญหาใหญ่ตามมา... ด้วยเหตุนี้เฉินเมิ่งอวี่จะปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือไปได้ยังไง?
เริ่นเฉียงพยายามจะเบี่ยงเบนข้อกล่าวหาเพื่อช่วย พันหม่าลี่ แต่เมื่อเห็นกลุ่มนักศึกษาต่างมองมาที่พวกเธออย่างไม่พอใจ เธอจึงไม่กล้าพูดอะไรต่อ
พันหม่าลี่กำลังคิดหาคำแก้ตัวในใจว่า ‘หรือฉันต้องบอกว่ามันแอบวางแผนกับนังคางคกนั่น’ แต่อีกความคิดหนึ่งผุดแทรกขึ้นมาว่า ‘แต่เราเป็คนพูดเองนี่ว่าจะไลฟ์สด’ ด้วยความที่เป็คนพูดขึ้นมาเอง ทำให้เธอโกรธถังซือซือมาก คิดไปว่าถ้าไม่มี ถังซือซือ เื่นี้คงไม่เกิดขึ้น
“ลุกขึ้นมายอมรับคำพูดตัวเองสิ!”
พันหม่าลี่ไม่สนใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
ถังซือซือยืนอยู่ข้างหลังกลุ่มนักศึกษาโดยไม่พูดอะไร เธอสามารถคาดเดาได้ว่าพันหม่าลี่จะทำอะไรต่อ
“พี่คะ... ชะ... ช่วยมาที่นี่เร็ว ฉันโดนรังแก... ฮือๆๆ...”
พันหม่าลี่ที่เอาแต่พูดคำสกปรกอย่างบ้าคลั่งเมื่อสักครู่ ตอนนี้กลับกลายเป็กระต่ายขาวตัวน้อยอ่อนแอในทันที เธอนั่งร้องไห้กับคนที่อยู่ปลายสาย แล้วพูดจาเหมือนกับว่าตัวเองโดนกลั่นแกล้ง
สีหน้าท่าทีของเธอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่งจริง ๆ
เฉินเมิ่งอวี่ยืนดูการเสแสร้งด้วยท่าทีเ็า
เมื่อทุกคนเห็นการเสแสร้งของพันหม่าลี่ พวกเขาจึงรู้ทันทีว่าการแสดงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ผ่านไปไม่กี่นาที มีเด็กหนุ่มหน้าตาคล้ายชาวต่างชาติ สวมชุดสไตล์อังกฤษวิ่งฝ่ากลุ่มนักศึกษาเข้ามา
เมื่อเฉินเมิ่งอวี่เห็นผู้ชายคนนี้ เธอยืนนิ่งเงียบลงทันที
“พี่โฉวฮ่าว”
หลังจากทุกคนเห็นโฉวฮ่าวเข้ามา จึงคาดเดาได้ว่า พันหม่าลี่คิดจะอะไร
เมื่อพันหม่าลี่เห็นโฉวฮ่าว ท่าทีของเธอเปลี่ยนเป็เด็กผู้หญิงไร้เดียงสาในทันที ก่อนเธอจะรีบเข้าไปโอบกอดเขา แล้วร้องไห้พร้อมกับใช้น้ำเสียงที่ฟังดูน่าสงสาร
“พี่โฉวฮ่าว! พวกมันรังแกฉัน พวกมัน้าให้ฉัน... ้าให้ฉัน... กินเครื่องใน…”
ก่อนพันหม่าลี่จะพูดจบ นักศึกษาทุกคนต่างขนลุกขนพองและขยะแขยงกับคำพูดของเธอ ก่อนจะพรั่งพรูคำดูถูกออกมาทีละคน
“บ้าเอ๊ย เธอมันนังงูพิษ! เลี้ยงไม่เชื่องจริง ๆ! ไร้ยางอายได้ขนาดนี้เลยเหรอ?! ถ้าอยากดูแลกันมากนักก็ไปหาที่ส่วนตัวสิโฉวฮ่าว!”
“ทำตัวเองให้ดูแย่ไม่พอ ยังจะเอาแฟนมารับผิดด้วยเหรอ? เธอคิดว่าเราไม่รู้รึไงว่าผู้ชายคนนี้เคยเป็แฟนของ เฉินเมิ่งอวี่มาก่อน? พวกเรารู้ว่าพวกเธอไม่ถูกกัน ที่เรียกโฉวฮ่าวมาเนี่ย้าให้พวกเราดูถูกเธอเพิ่มเหรอ?”
“โอ้ พระเ้า พันหม่าลี่หนังหน้าหนากว่าที่ฉันคิดไว้เป็บ้าเลย สมควรแล้วแหละที่ต้องกินเครื่องในสดน่ะ”
“ใช่ ถ้าเธอไม่หนังหน้าหนาพอ จะกล้าแย่งกล้าอ้อนวอนแฟนคนอื่นได้ยังไง?”
ตอนนี้มีนักศึกษาหลายคนรีบเปิดโทรศัพท์มือถือแล้วกดเล่นวิดีโอที่บันทึกไว้ในห้องเรียนคลาส 201 ในวันนั้น ทุกคนในเหตุการณ์ต่างนิ่งเงียบฟังเสียงจากวิดีโอด้วยกัน
“นี่ เฉินเมิ่งอวี่และเพื่อนร่วมคลาสหลายคนอยู่ที่นี่แล้ว พวกเราอยากรู้การเดิมพันอย่างจริงจังนี้ว่า ถ้านังคางคกถังซือซือสามารถสอบชิงทุนได้ พันหม่าลี่จะต้องไลฟ์สดกินเครื่องใน...”
“และห้ามหนีเด็ดขาด!”
หลังจากนั้นนักศึกษาทุกคนเริ่มพูดซ้ำประโยคสุดท้ายพร้อมกันว่า “ไลฟ์สดกินเครื่องในเลย” จนเสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
ในวิดีโอ พันหม่าลี่ดูเป็คนเย่อหยิ่ง ไม่มีมารยาท พูดจาอย่างไม่ละอาย แบบนี้เธอดูเหมือนโดนรังแกหรือถูกบีบบังคับตรงไหน?!
ตอนนี้หลายสายตากำลังจับจ้องมาที่พันหม่าลี่ แต่เธอยังคงเลือกที่จะปฏิเสธ แล้วทำหนังหน้าให้หนาเข้าไว้เหมือนเดิม!
เมื่อพันหม่าลี่ได้ยินคำดูถูกมากขึ้น สีหน้าเธอเริ่มซีดเผือดอีกครั้ง ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่เธอพูดจะบานปลายไปถึงขั้นที่เธอตกเป็เป้าการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม
ตอนแรกเธอทำตัวเหมือนเจ๋งกว่าใคร แต่ตอนนี้กลับต้องเ็ปเมื่อโดนกระแสสังคมตีกลับ!
ในขณะที่โฉวฮ่าวโอบกอดพันหม่าลี่ สีหน้าของเขาเริ่มบูดบึ้งจนน่าเกลียด