เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 120 โจมตีจิตใจของศัตรู

            เหล่าสตรีในโรงงานเย็บเสื้อนวมและรองเท้านวมเสร็จแล้วส่วนใหญ่ยามนี้ก็เลิกงานหมดแล้ว ปกติถ้าใครมีลูกก็ดูแลลูกหากไม่มีลูกก็รวมตัวกันหาอะไรเล็กๆ น้อยๆ ทำ บางคนก็ไปช่วยทำอาหารบางคนก็ไปช่วยทำความสะอาด น่าเสียดายคนเยอะแต่มีงานให้ทำน้อย เพียงไม่กี่วันมานี้กำแพงอิฐของจวนสกุลอวิ๋นก็ถูกเช็ดจนสะอาด ไม่ต้องพูดถึงหิมะที่ตกลงมาเป็นครั้งคราวเพราะไม่สามารถพบได้ในจวนแห่งนี้

            ดังนั้นหลังจากติงเหว่ยกลับมานางแค่บอกว่าจะหาคนเข้าไปในค่ายเพื่อช่วยดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บดูแลเรื่องอาหารและที่พักในทุกๆ วัน และยังให้ค่าแรงสิบเหวิน รอจนตอนที่สงครามสิ้นสุดลงผู้ดูแลบ้านจะให้โฉนดที่ดิน หลังจากกลับไปบ้านเกิดแล้ว สตรีเหล่านั้นก็สามารถทำทะเบียนบ้านและแบ่งที่ดินกับที่นาได้

            ในคราแรกสตรีหล่านั้นก็ยังมีความลังเลใจถึงอย่างไรการดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการถึงเนื้อถึงตัวซึ่งทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แต่เมื่อได้ยินว่าหลังจากสงครามสิ้นสุดลงทางการจะให้สตรีจัดตั้งครัวเรือนอย่างอิสระ แต่ละคนก็แย่งกันลงชื่อ

            แต่ไหนแต่ไรมาสตรีล้วนต้องคล้อยตามบุรุษแม้ว่าสตรีจะให้กำเนิดลูก ทำงานหนักดูแลบ้านมาหลายปี ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกบุรุษที่ลุ่มหลงในรักครั้งใหม่ไล่ออกจากบ้านแต่ตอนนี้ได้ยินว่าสามารถขึ้นทะเบียนสำมะโนครัวและดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเองทั้งยังสามารถแบ่งที่ดินที่นาได้เหมือนกับบุรุษ หลังจากที่แผ่นดินสงบสุขแล้วค่อยหาชายหนุ่มดีๆมาแต่งงานอยู่กินกัน มันจะไม่สบายใจกว่าหรือ

            และแม้ว่าทางการจะไม่สามารถขึ้นทะเบียนสำมะโนครัวได้ตามที่สัญญาแต่อย่างน้อยพวกนางก็สามารถเก็บเงินค่าแรงไว้ใช้ตอนแก่ตัว

            ดังนั้นตอนที่ติงเหว่ยกลับไปนางมีรถหนึ่งคันม้าหนึ่งตัว ตอนกลับมาพาทหารหญิงจำนวนมากกลับมาด้วยไม่นานเหล่าทหารที่ดูเงอะงะซุ่มซ่ามก็เปลี่ยนไป เก็บกวาดทำความสะอาดกระโจมซักเสื้อผ้า ทำอาหาร ยังคงเป็นสตรีที่ทำงานพวกนี้ได้ถนัดกว่า

            ไม่ถึงครึ่งวันพื้นกระโจมก็ถูกโรยไปด้วยผงปูนขาว เชือกฟางระหว่างกระโจมก็ถูกดึงขึ้นเต็มไปด้วยผ้าพันแผลสีขาวที่ถูกแขวนไว้ เตาขนาดใหญ่ตรงมุมห้องมีกลิ่นหอมลอยออกมาทำให้ทหารลาดตระเวนที่ผ่านไปมาล้วนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย

            ผ่านไปเพียงไม่กี่วันเสื้อผ้าของทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้รับการซักจนสะอาด เหล่าสตรีก็คุ้นเคยกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บเหล่านี้แล้วและในค่ายมักจะมีการเรียกพี่ชายน้องชาย ทางนั้นก็เรียกพี่สาว ล้วนสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก

            เมื่อพบกับทหารบาดเจ็บที่อายุน้อยเหล่าสตรีก็อดไม่ได้ที่จะดูแลเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น หลี่เอ้อร์ตั้นที่ไม่มีแขนหนึ่งข้างเดิมทีเขาก็เป็นคนขี้อายและยังมีนิสัยชอบเก็บตัวไม่ค่อยแสดงออก ทำให้พวกหญิงสาวมักดูแลเขาเหมือนกับเด็กคนหนึ่ง

            มีวันหนึ่งในช่วงบ่ายติงเหว่ยพาเหล่าสตรีไปเปลี่ยนยาและพันผ้าพันแผลใหม่ให้เหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บพี่สะใภ้ที่กล้าหาญคนหนึ่งไปดูแลเอ้อร์ตั้นพอดีจึงถามเขาว่าบ้านเกิดเขาอยู่ที่ไหนคิดไม่ถึงเลยว่าทั้งสองคนเป็นคนบ้านเดียวกันพี่สะใภ้คนนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะร้องเพลงพื้นบ้านของบ้านเกิดออกมาเดิมทีเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสนุก แต่พอนึกถึงการต้องแยกจากครอบครัวนึกถึงบ้านเกิดที่อยู่ไกล พี่สะใภ้ที่ร้องเพลงอยู่ก็มีน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่คาดคิดทำให้ทุกคนในกระโจมล้วนรอบตาเป็นสีแดง

            ติงเหว่ยก็รู้สึกเสียใจแต่ทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งเข้ามาในหัวของนางนึกถึงวิธีการที่เพิ่มขวัญและกำลังใจของทหารที่แข็งแกร่งในชาติก่อน

            ดังนั้นนางจึงเรียกคนมาให้ไปหาผ้าและด้ายมาจำนวนหนึ่งและลองสนับสนุนให้เหล่าสตรีได้แสดงความสามารถซีเฮ่ามีลักษณะประเพณีพื้นบ้านที่กล้าหาญ ถึงแม้จะเป็นวันที่ยากลำบากประชาชนที่แม้จะกำลังยุ่งอยู่ที่คันนาในชนบทหรือกำลังขึ้นเขาเพื่อไปเก็บผักป่าก็ล้วนชอบฮัมเพลงเบาๆ

            เป็นอย่างที่คิดไว้เหล่าหญิงสาวที่พอจะเห็นนิมิตหมายที่จะได้ชัยชนะความสนใจก็มีมากขึ้น มากกว่าครึ่งก็ร้องเพลงพื้นบ้านของบ้านเกิด และยังมีคนเต้นรำด้วยทำให้ผู้ชมต่างพากันปรบมือ

            การเปลี่ยนยาวันนี้ก็ผ่านไปอย่างราบรื่นเป็นพิเศษตอนกลางคืนติงเหว่ยอุ้มลูกไปกินข้าวที่กระโจมใหญ่นางก็พูดกับกงจื้อหมิงกงจื้อหมิงก็พยักหน้าอนุญาตโดยปริยายดังนั้นกองทัพทหารหญิงกองแรกของซีเฮ่าในประวัติศาสตร์ก็เกิดขึ้นเช่นนี้

            เวลาเลือกคนในตอนแรกติงเหว่ยคำนึงถึงว่าหากดึงคนที่มีครอบครัวมาอยู่ในกองทัพคงจะไม่สะดวกดังนั้นสตรีที่เลือกมาล้วนไม่มีลูก หรือเป็นสตรีที่ยังไม่แต่งงานอย่างเด็ดขาดมีบางคนที่เป็นเพราะว่าคนในบ้านล้วนอดตายแล้วก็ยังมีบางคนถูกครอบครัวขายออกมาเพื่อแลกกับอาหาร เลือกไปได้ครึ่งทางก็รู้สึกว่าแต่ละคนต่างก็มีความทุกข์ยากลำบากของตน

            คราแรกเข้ามาทำงานโรงงานในจวนสกุลอวิ๋นก็ไม่ต้องกังวลว่ายามกลางดึกจะถูกคนมาหยามเกียรติแต่ละวันไม่เคยผ่านไปอย่างไม่สบายใจ

            เหมือนกับวันนี้ที่ติดตามติงเหว่ยเข้ามาในค่ายทหารทั้งวันยุ่งอยู่กับการเปลี่ยนยาพันแผลให้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ซักผ้า ทำอาหารใครพบเจอล้วนเรียกพี่สะใภ้หรือพี่สาวน้องสาวด้วยความนับถือ ความเคารพนับถือนี้ความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้นี้ ทำให้ทุกคนหลงเสน่ห์จริงๆ ความจริงสตรีไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบุรุษก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้และพวกนางก็สามารถได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติเช่นกัน

            ดังนั้นพอติงเหว่ยบอกว่าต้องการคนกลุ่มหนึ่งมาเป็นทหารหญิงปกติต้องฝึกทางทหารและต้องรับผิดชอบทหารที่ได้รับบาดเจ็บ หรือแม้แต่การร้องเต้นก็ยังต้องฝึกซ้อมเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กองทัพสู้อย่างกล้าหาญ เหล่าสตรีมึนงงอยู่ชั่วขณะและก็เปลี่ยนเป็นมีความสุขขึ้นมา

            ติงเหว่ยจัดการแบ่งหญิงสาวหนึ่งร้อยคนเป็นสิบหน่วยฝ่ายพลาธิการในคลังเก็บของก็จัดเตรียมเสื้อนวมและร้องเท้านวมหนึ่งร้อยชุดน่าเสียดายที่ถึงแม้จะเป็นเสื้อผ้าขนาดเล็กที่สุด เมื่อสวมบนร่างของหญิงสาวก็มีขนาดใหญ่ไปมากแต่ว่ามันก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆ สิ่งที่สตรีถนัดที่สุดคืองานเย็บปักถักร้อยผ่านไปไม่ถึงหนึ่งคืน วันที่หนึ่งวันที่สองก็ใส่ชุดกันครบถ้วนแม้กระทั่งบนบ่ายังปักรูปสัญลักษณ์ของแต่ละหน่วยตามคำแนะนำของติงเหว่ย

            มีนกติ๊ดดอกสาลี่ ดอกท้อ นกกางเขน แมวเสือดาว เสือ สุนัขจิ้งจอก และอื่นๆเต็มไปด้วยรูปแบบหลายประเภท แต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกหน่วยปรึกษากันเองในกลุ่ม จึงได้สิ่งที่ทุกคนชอบอย่างเป็นธรรมชาติ

            อวิ๋นอิ่งรับตำแหน่งหัวหน้าฝึกทหารทุกวันไม่ต้องรอให้เหล่าพลทหารลุกขึ้นมา นางก็ตามเหล่าทหารหญิงให้เริ่มฝึกทหารแล้วติงเหว่ยกับนางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากมาย รวมถึงค่อยๆ เพิ่มวิธีการทางทหารที่ดีๆในชาติก่อนไม่ว่าจะเป็นวิ่งถ่วงน้ำหนัก มัดถุงทรายไว้ที่ขาและอื่นๆ อีกมากมาย

            แม้ว่าพละกำลังของสตรีจะไม่เหมือนกับบุรุษแต่ตรงกันข้ามกลับมีความว่องไวยืดหยุ่นอย่างมาก

            ติงเหว่ยไม่ได้คาดหวังให้พวกนางทุกคนสามารถมีฝีมือสูงส่งในยุทธจักรหรือเป็นวีรสตรีในสนามรบ เพียงพวกนางมีกำลังปกป้องตนเองในเวลาที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายหรือว่าอนาคตถูกสามีในเรือนรังแกก็มีกำลังที่จะต่อต้านได้

            ในตอนกลางวันฝึกซ้อมดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ทำอาหาร ซักผ้า ตอนกลางคืนฝึกซ้อมร้องเพลงเต้นรำเหล่ากองทัพทหารหญิงก็ยุ่งจนเกือบจะแยกเป็นสองร่างแต่รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนกลับสดใสขึ้นเรื่อยๆ

            ในหนังสือทางการแพทย์กล่าวว่าหยินหยางสมดุลสุภาษิตก็มีชายหญิงคู่กัน ทำงานก็ไม่เหน็ดเหนื่อย

            ไม่รู้เป็นเพราะว่าเห็นทหารหญิงเหมือนกับมีกำลังใจสูงส่งหรือไม่เหล่าทหารในค่ายถึงดูคึกคักตื่นเต้นราวกับฉีดเลือดไก่ไปด้วยทุกครั้งที่ออกรบก็ต้องสู้สุดกำลัง แม้ว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกหามไปที่กระโจมของทหารบาดเจ็บก็ยากที่จะเห็นการร้องด้วยความเจ็บปวดถ้าท่านผู้อาวุโสเหว่ยทำการรักษาก็จะขาดความสนุกสนานตื่นเต้นไปคงต้องพูดว่าผู้อาวุโสมีงานอดิเรกคือชอบได้ยินเสียงคนร้องอย่างโหยหวนซึ่งก็อาจถือว่าโหดร้ายไปสักหน่อย

            ตอนที่ทหารหญิงแสดงร้องเพลงเต้นรำครั้งแรกติงเหว่ยจัดเวทีที่นอกประตูค่าย คำนวณระยะห่างอย่างละเอียด กล่าวคือเป็นตำแหน่งที่นักธนูมือดีที่สุดของค่ายฝั่งตรงข้ามก็ยังยิงไม่ถึงแบบนี้ถึงจะวางใจให้เหล่าทหารหญิงออกจากค่าย

            สุดท้ายก็เป็นนางที่กังวลมากเกินไปเหมือนกับในชาติก่อนดนตรีและศิลปะไม่มีพรมแดนในเวลานี้ร้องเพลงและเต้นรำก็ไม่มีพรมแดนเช่นกัน

            เหล่าทหารจูโจวในค่ายฝั่งตรงข้ามไม่เพียงไม่ยิงธนูแม้เพียงครึ่งดอกออกมา กลับกันแล้วบริเวณรั้วไม้กลับเต็มไปด้วยศีรษะดำๆของคนเต็มไปหมด

            ท่วงทำนองเพลงฉางเถียวอันไพเราะอ่อนหวานของหมิ่นโจวนอกกำแพงเมืองจีนถูกขับกล่อมออกมาการแสดงโดยผ่านการเล่นเงาแบบเหล่าเชียง ระบำพื้นเมืองกลองและดอกไม้แต่ละการแสดงต่อๆ กันไป ทำให้ผู้ชมต่างก็ลุ่มหลงไปด้วยและดึงความคิดที่ลึกที่สุดในใจของทุกคนออกมา หากจะพูดขึ้นมาพี่สาวบ้านนี้ก็ชอบร้องเพลงพ่อบ้านนั้นก็ชอบดูการแสดงเล่นเงามากที่สุดทางนี้ก็บอกว่าว่าที่ลูกสะใภ้ของเขาระบำพื้นเมืองกลองและดอกไม้ได้ดีที่สุด

            “มัวแต่มองอะไรกันอยู่ ยังไม่รีบกลับเข้ามาอีก!”

            “หากมีใครกล้าออกมาจากค่ายทหารอีกครั้งจะถูกฆ่าอย่างไร้ความปราณี!”

            ตอนที่ทหารของจูโจวเริ่มพูดคุยปรึกษากันนายทหารชั้นสูงก็ตระหนักถึงความผิดปกติได้ในที่สุดและพวกเขาก็ยืนกรานที่จะตะโกนขับไล่ให้เหล่าทหารกลับไปในค่ายเหล่าทหารถูกเฆี่ยนด้วยแส้จนโมโหแต่ไม่กล้าพูดอะไรพวกเขาพยายามยื่นคอมองตรงไปยังค่ายทหารอี้จวินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเสียงร้องไชโยดังขึ้นเป็นพักๆ แม้แต่พวกเขาก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน

            ต้องจากบ้านมาอยู่ข้างนอกเหมือนกันนึกถึงการออกมาเป็นทหารเหมือนกัน แต่เพราะเหตุใดคนอื่นถึงได้กินอิ่มและใส่เสื้อผ้าอุ่นๆแล้วยังมีเพลงเต้นรำเรียกขวัญกำลังใจ พอถึงฝั่งของตนเอง เพียงแอบฟังเพลงคิดถึงท่านพ่อท่านแม่ที่บ้าน ต่างก็ต้องโดนเฆี่ยนด้วยแส้ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!

            ความไม่พอใจก็เหมือนกับเมล็ดพันธุ์เล็กๆเมล็ดหนึ่งที่ถูกปลูกลงอย่างเงียบๆ เข้าไปกลางใจของกองทัพทหารจูโจวจากนั้นก็เริ่มเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

            จนกระทั่งวันที่สองของสงครามได้เริ่มขึ้นอีกครั้งสองกองทัพเผชิญหน้ากัน กองทัพอี้จวินเหมือนกับเสือที่ลงมาจากภูเขาส่วนกองทัพจูโจวเหมือนกับลูกแกะที่รอการสังหารหลังจากการเผชิญหน้ากันเพียงไม่กี่ครั้งกองทัพจูโจวก็กลายเป็นกองทัพที่ถูกตีแตกพ่าย ทหารระดับสูงถอนกำลังออกไปกองทัพอี้จวินไล่ล่าพวกเขาอย่างดุเดือด สุดท้ายจับเชลยศึกได้สามร้อยกว่าคน

            ผลปรากฏว่าผ่านไปไม่ถึงสองวันเหล่าทหารหญิงก็ร้องเพลงอีกครั้งหลังจากเต้นรำเสร็จก็มีการแสดงเพิ่มอีกหนึ่งรายการทหารจูโจวที่ถูกจับเป็นเชลยยกหมวกที่ทำจากหญ้าส่งต่อกันไปมา เริ่มตะโกนเสียงดังว่า“พี่น้องทุกท่าน รีบมาเถอะ กองทัพฝั่งนี้มีอาหารดีๆ กิน มีเสื้อผ้าที่อบอุ่นให้สวมใส่!ทหารระดับสูงที่นี่ไม่เฆี่ยนตีด้วยแส้ด้วย”

            “ใช่แล้ว ไม่เพียงแต่ไม่ทุบตีคนคนที่ได้รับบาดเจ็บยังมีพี่สาวพี่สะใภ้ช่วยใส่ยาให้แล้วยังมีโจ๊กเนื้อที่หอมกรุ่นให้ดื่มอีก!”

            “พี่น้องทุกท่าน กองทัพอี้จวินต่อต้านราชสำนักก็เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นครอบครัวของพวกเราล้วนเป็นประชาชนคนธรรมดา ล้วนต้องหาอาหารจากแผ่นดินท่านแม่ทัพกงจื้อทำเพื่อท่านพ่อท่านแม่พี่สาวน้องสาวครอบครัวของพวกเรา ให้พวกเขาได้กินอิ่มทำไมพวกเราถึงหยิบมีดหยิบปืนมาเพื่อฆ่าแม่ทัพที่ดีแบบนี้ล่ะ!”

            “ไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ในอดีตก็เป็นแม่ทัพกงจื้อที่ขับไล่พวกเถียเหล่ยออกไป!”

            “พี่น้องทุกท่าน หลังจากที่พวกเรามาดูแล้ว ก่อนหน้านี้แต่ละวันพวกเราเหมือนหมูเหมือนหมาพี่น้องกองทัพอี้จวินทางนี้มีความสุขมาก ไม่เพียงได้กินอิ่มมีเสื้อผ้าอุ่นๆ สวมใส่ต่อให้แขนขาขาดไปจนหลังจากนี้ไม่สามารถทำงานหนักได้ ทุกคนก็ล้วนไม่กลัวท่านแม่ทัพได้เตรียมวางแผนงานที่ให้รับผิดชอบไว้แล้วหลังจากกลับบ้านเกิดไปก็สามารถทำงานหาเงินได้ทุกเดือนสามารถแต่งภรรยาและดูแลท่านพ่อท่านแม่ได้อีกด้วย!”

            “ท่านแม่ทัพบอกว่าแค่พวกเรายอมละทิ้งความมืดมิดและหันเข้าหาแสงสว่างหลังจากนี้ก็จะเป็นกองทัพอี้จวินหากตายในสนามรบก็มีเงินจำนวนมากมายมหาศาลสำหรับการฝังศพครอบครัวของพวกเราไม่ต้องเสียภาษีพืชผลแขนขาดขาขาดก็มีงานที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ทำหากจำเป็นต้องกลับบ้านก็ยังมีเงินมีที่ดินด้วย!”

            “พี่น้องทุกท่านรีบมาเถอะ นี่ถึงจะเป็นการใช้ชีวิตของมนุษย์!”

            ทหารจูโจวเหล่านี้ก็ถูกเลือกขึ้นมาจากเหล่าเชลยและถูกติงเหว่ยถ่ายทอดให้อย่างละเอียดมาหลายวัน ใส่คำพูดเข้าไปเต็มท้องอ้าปากก็เหมือนกับแม่น้ำที่มีน้ำไหลท่วมออกไปยังค่ายทหารฝ่ายตรงข้าม

            เหล่าทหารระดับสูงของกองทัพจูโจวสามารถไล่ให้ทหารกลับไปที่กระโจมได้แต่ไม่สามารถห้ามเสียงตะโกนที่ถูกส่งมาดังนั้นตอนกลางคืนก็เริ่มมีเหล่าทหารแอบข้ามรั้วมาเข้าร่วมกับค่ายกองทัพอี้จวิน

            เรื่องการหลบหนีแบบนี้ล้วนมีหนึ่งก็ต้องมีสองไม่ว่าทหารระดับสูงของจูโจวจะพยายามข่มขู่อย่างไร หรือแม้กระทั่งตัดศีรษะก็ไม่สามารถหยุดเหล่าทหารที่จิตใจแตกพ่ายไม่ว่าจะป้องกันอย่างไรก็มีคนแปรพักตร์ได้สำเร็จ

            ในเวลาแบบนี้ใครก็ไม่กล้านำทัพออกไปรบไม่ว่าอย่างไรเหล่าทหารระดับสูงก็สูญเสียความมั่นใจในการรบสนามนี้

            ดังนั้นเมื่อมีข่าวถูกส่งมาจากเมืองหลวงภายในกระโจมใหญ่ของกงจื้อหมิงถึงมีการพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

            กงจื้อหมิงโบกมือไล่เหล่านายทหารเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์ที่กำลังตกนอกกระโจม อยู่ๆ ในใจก็คิดถึงหญิงสาวคนนั้นดังนั้นจึงถามด้วยเสียงเบาๆ ว่า “แม่นางติงกำลังยุ่งอยู่กับอะไร?”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159