บทที่ 17 เลือกชมรมอะไรดี
สมกับเป็นักเลงเ้าถิ่นฝีมือการขับรถลงเขาของอู๋ปินถือว่าไม่ธรรมดา รู้ไลน์รู้จังหวะของแต่ละ่เส้นถนนเป็อย่างดี พอทั้งคู่มาถึงจุดเกิดเหตุ ก็เป็่ที่ไห่ชิงหยุนกำลังง้างหมัดต่อยไปที่หน้าของเป่ยซานพอดี
ผวะ!
“เอ็งตั้งใจนี่หว่า !”
ไห่ชิงหยุนคิดจะง้างหมัดซ้ำอีกครั้งแต่หวังเฟิงก็เข้ามาห้ามไว้ก่อน “แค่นี้ก็พอแล้ว นายเองก็รีบไปทำแผลเถอะไปให้หมอเช็คหน่อย” จากนั้นเขาก็หันไปหาอู๋ปินบอกทิ้งท้ายว่า “คุณอู๋รถผมที่อยู่บนเขาฝากขับไปทิ้งไว้ที่ใต้ตึกหอพักของมหาวิทยาลัยหน่อยนะครับ” พูดจบก็โยนกุญแจรถทิ้งไว้ให้
อู๋ปินตอบรับคำขออย่างว่าง่ายมันเห็นหวังเฟิงขับรถของไห่ชิงหยุนจากไป ก็ได้แต่ส่ายศรีษะ แล้วพอได้เห็นท่าทางหมดสภาพของเป่ยซานอาการปวดขมับก็กำเริบขึ้นมาทันที
“ขยันหาแต่เื่จริง ๆ” อู๋ปินสบถแล้วจึงหันไปสั่งลูกน้องต่อว่า“รีบพาคุณชายเป่ยซานไปโรงพยาบาล”
ในห้องส่วนตัวของโรงพยาบาลหวังเฟิงยืนพิงกำแพง สายตาทอดมองออกไปไกลผ่านหน้าต่าง ในหัวก็ครุ่นคิดว่า ‘คืนนี้ไม่ได้ฝึกซะแล้ว’
“คืนนี้คนไข้ต้องอยู่เฝ้าดูอาการที่โรงพยาบาลหนึ่งคืนนะคะ”พยาบาลจัดท่าทางไห่ชิงหยุนให้นอนราบไปกับเตียง เช็คสายสัญญาญบนเครื่องมือต่าง ๆเรียบร้อยแล้วก็เดินไป
“ไม่้าคนดูแล?”
ไห่ชิงหยุนมองเพดานสีขาวด้วยแววตาว่างเปล่า“ไม่ดีกว่า เื่แบบนี้หากเสี่ยวเหวินของฉันรู้เข้า จะเป็ห่วงเปล่า ๆ”
“แบบนี้ก็ดีเดี๋ยวไว้พรุ่งนี้ฉันจะมารับ คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่”
“รบกวนเหล่าต้าแล้ว”ไห่ชิงหยุนพูดอย่างลำบากใจ วันนี้ลากอีกฝ่ายมา แถมยังพามาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก
หวังเฟิงโบกมือพลางยิ้ม“รีบนอนเถอะ”
ตอนนี้เป็เวลาเกือบตีสามรถของตัวเองก็จอดทิ้งไว้ที่บนเขาเย้ยจันท์ หวังเฟิงจึงต้องใช้บริการเรียกรถแทนรอไม่นานรถที่เรียกไว้ในแอปฯ ก็มาถึง
“ไปซื่อจี้จุ่นตี้”
“ซื่อจี้จุ่นตี้นะคะ”
ทีแรกหวังเฟิงไม่ได้สนใจอะไรนักแต่พอได้ยินเสียงคนขับเป็ต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ที่กระจกคนขับด้านหน้าสะท้อนใบหน้าของหญิงสาววัยรุ่น สวมหมวกสีดำหนึ่ง ดวงตาที่สะท้อนผ่านกระจกกระจ่างใสเป็ประกายแวววาว
หวังเฟิงลอบมอบเพียงครู่เดียวก็ละสายตากลับมาถึงเขาจะไม่รู้ว่าที่บ้านของผู้หญิงคนนี้เกิดปัญหาอะไร ถึงต้องให้เธอมาทำงานดึก ๆดื่น ๆ แบบนี้ แต่ทุกคนย่อมมีปัญหาของตัวเอง เขาแค่สนใจปัญหาของตัวเองก็พอ
ถนนในเมืองเวลานี้มีรถบางตามากนั่งมาไม่ถึงสิบห้านาที รถก็มาจอดที่ใต้ตึกแล้ว หวังเฟิงจ่ายเงินให้คนขับเรียบร้อยพอลงจากรถยังได้นามบัตรของคนขับไว้อีกด้วย ในตอนที่ให้คนขับบอกไว้ว่า“ถ้าต้องใช้รถอีกเรียกฉันมาได้นะคะ”
นามบัตรใบนี้เขาไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ใช้อีกไหมแต่เขาก็เลือกที่จะเก็บไว้ เพราะไม่แน่ว่าอนาคตอาจเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีกก็ได้พอขึ้นมาบนห้อง หวังเฟิงก็จัดการอาบน้ำ แล้วล้มตัวลงนอนทันที
เช้าวันรุ่งขึ้นหวังเฟิงเรียกรถแท็กซี่ไปยังมหาวิทยาลัยก่อนพอมาถึงบริเวณลานจอดรถข้างตึกหอพักชายก็เห็นรถของตัวเองจอดอยู่อย่างที่คิดไว้
‘คนแซ่อู๋นี่ก็ทำงานดีเหมือนกัน’ หวังเฟิงคิดในใจ จากนั้นก็ไปหยิบกุญแจรถที่อู๋ปินฝากไว้กับผู้ดูแลหอแล้วค่อยขึ้นไปรับโม่เฟย กับโจวมู่หลาง เพื่อไปหาไห่ชิงหยุนที่โรงพยาบาลด้วยกัน
ระหว่างทางที่ไปโรงพยาบาลพอเพื่อนร่วมห้องรู้ว่าไห่ชิงหยุนเข้าโรงพยาบาลด้วยสาเหตุอะไรก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
“ไอ้เป่ยซานคนนี้มันช่างกล้าฉันจะไปคิดบัญชีกับมัน !”
“ไม่รู้ว่าเ้ารองตอนนี้จะเป็ยังไงบ้าง”โม่เฟยพึมพำขึ้นด้วยความเป็ห่วง
หวังเฟิงอมยิ้ม“ใจเย็น ๆ ไม่มีอะไรมาก เ้ารองไม่ได้เป็อะไรเยอะ แค่หัวกระแทกนิดหน่อย”
ถึงหวังเฟิงจะพูดแบบนั้นแต่อารมณ์ของโจวมู่หลางก็ยังไม่เย็นลง “แต่มันก็น่าโมโหอยู่ดี”จากนั้นเขาก็เหมือนนึกอะไรได้ รีบหันไปมองรอบตัวเอง “ว่าแต่เ้ารองเปลี่ยนรถั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย?”
“ไม่ใช่ของเ้ารองรถฉันเอง” หวังเฟิงที่เป็คนขับ ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
โจวมู่หลางอ้าปากค้าง“นี่... เหล่าต้า ฉันก็เพิ่งจะรู้ว่านายรวยขนาดนี้เลยนะเนี่ย”
โม่เฟยเองถึงจะไม่ได้รู้เื่รถเยอะนักแต่ก็พอเดาได้คร่าว ๆ ว่ารถแบบนี้ราคาคงสูงใช่เล่น ถ้าเป็ไปได้ในอนาคตเขาก็อยากจะมีรถแบบนี้ขับสักคันเหมือนกัน ถามหน่อยสิมีผู้ชายคนไหนบ้างจะไม่อยากมีรถหรู ๆ ขับแบบนี้ ?
พอทั้งสามคนมาถึงที่โรงพยาบาลก็พบว่าไห่ชิงหยุนกำลังทำเื่ขอออกจากโรงพยาบาลแล้ว เห็นดังนั้นโม่เฟย กับโจวมู่หลางก็รีบกุลีกุจอไปช่วยเก็บของ ถึงของจะมีน้อยมากจนน่าสงสารก็เถอะ
“พวกเราไปหาอะไรอร่อยๆ กิน แล้วค่อยกลับห้องกันเถอะ”
อาหารที่ดีที่สุดสำหรับคนที่าเ็ศรีษะก็คือซุปหัวปลาโจวมู่หลางรู้จักร้านเด็ดที่เชียวชาญเมนูปลาอยู่ร้านหนึ่งเลยลากทุกคนไปกินที่ร้านนั้นด้วยกัน ใน่เช้าวันธรรมดาแบบนี้ร้านอาหารมีลูกค้าบางตาอยากนั่งโต๊ะไหนก็เลือกได้เลยตามใจ
“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง”โจวมู่หลางชูแก็วที่ใส่เป๊บซี่ไว้พูดอย่างใจกว้าง
“อาศัยใบบุญเถ้าแก่โจวแล้ว”โม่เฟยล้อเลียน
“ฮ่าๆ” โจวมู่หลางรู้สึกชอบใจ เดินไปกอดคอโม่เฟยไว้ “ติดตามเถ้าแก่โจวมั่งมีเงินทองมากล้อมสาวงาม !”
“สาวงามที่ว่ารวมถึงตงหยูแฟนนายด้วยหรือเปล่า” ไห่ชิงหยุนหยอกล้อ
โจวมู่หลางรีบกลืนน้ำลายลงคอคิดถึงท่าที่เผด็จการของแฟนตัวเองแล้วก็เสียวสันหลัง “เอ่อฉันว่าเรามารีบกินข้าวกันดีกว่า ่บ่ายฉันมีเข้าเรียนคาบวิชาเลือกเฉพาะด้วย”
“ฮ่าๆ” ทุกคนต่างหัวเราะให้กับความปากกล้า แต่ใจกลัวภรรยาของโจวมู่หลาง
กินอาหารกันไปได้สักพักโม่เฟยก็นึกขึ้นมาได้ว่าในกลุ่ม มีเพียงแค่ตัวเองกับหวังเฟิงที่ยังไม่ได้เลือกเข้าชมรมอิสระไหนเลย จึงถามขึ้นว่า “เหล่าต้าเลือกชมรมที่จะเข้าหรือยัง”
“ยังไม่ได้ตัดสินใจเลย่บ่ายว่าจะลองไปสำรวจดูก่อน”
พี่ใหญ่ประจำห้องจะเลือกชมรมอะไรเป็เื่ที่น่าสนใจมาก “แสดงว่ามีในใจแล้วใช่ไหม เหล่าต้า” ไห่ชิงหยุนถามขึ้น
“ก็ดูๆ ไว้บ้าง”
“อย่ามาทำท่าอมพะนำเลยน่าบอกมา ! นายเล็งชมรมไหนไว้ มีสาวสวยหรือเปล่า !” โจวมู่หลางถามด้วยตาเป็ประกาย
“พวกนายนี่นะ”หวังเฟิงอดที่ปวดขมับไม่ได้ “ชมรมที่ฉันเล็งไว้ก็มีประวัติศาสตร์โบราณ มวย แล้วก็ยิงธนู”
โม่เฟยโจวมู่หลาง ไห่ชิงหยุน พอได้ยินชื่อชมรมที่หวังเฟิงสนใจ ก็หันมามองหน้ากัน เลือกชมรมมวยหรือยิงธนูก็พอเข้าใจได้อยู่ แต่ประวัติศาสตร์โบราณนี่มันอะไรกัน ?
“ประวัติศาสตร์โบราณ ? ดูจะไม่เข้ากับเหล่าต้าเลยนะ ฉันได้ยินมาว่าถึงชื่อชมรมจะมีคำว่า‘ประวัติศาสตร์’ แต่ก็ไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์จริงๆ ดันไปศึกษาเื่จอมยุทธ์เสียมากกว่า เหล่าต้ารู้จักใช่ไหมจอมยุทธ์แบบในนิยายน่ะ คนชมรมนี้เชื่อกันอย่างสุดโต่งเลยว่าจอมยุทธ์มีอยู่จริง”
หวังเฟิงวางช้อนตักซุปลงเผยรอยยิ้มเล็กน้อย “เื่เล่าลือในอดีต ส่วนหนึ่งจะมีความจริงซ่อนอยู่”เขากวาดตามองทุกคนหนึ่งรอบ แล้วพูดต่อว่า“คนที่ศึกษาการต่อสู้อย่างลึกซึ้งจนถึงแก่น จะรู้ดีว่ามนุษย์มีพลังแฝงที่ยากจะจินตนาการอยู่”
ปึง! โจวมู่หลางตบโต๊ะหนึ่งที“เหมือนนักดาบญี่ปุ่นคนนั้นใช่ไหม อิซาโอะ มาชิ ที่สามารถใช้ดาบซามูไรฟันะุบีบีกันได้”
หวังเฟิงพยักหน้า“ฉันก็เคยอ่านเื่ของเขามาเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ อิซาโอะ มาชิ ยังมี สตีเฟ่นวิลต์ไชร์ ที่มีความทรงจำอย่างกับภาพถ่าย จดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้แม่นยำ หรือจะราจ โมฮาน เนีย คนอินเดียที่สามารถนำไฟฟ้าได้และยังมีอีกหลายคนบนโลกที่มีความสามารถพิเศษที่ฟังแล้วดูจะเหนือความเข้าใจของมนุษย์ทั่วไปมากเพราะแบบนี้ ทำให้ชมรมประวัติศาสตร์โบราณ ถึงน่าสนใจไงล่ะ”
โม่เฟยฟังจนตาลุกวาวส่วนไห่ชิงหยุน ฟังเื่คนที่มีพลังพิเศษจนรู้สึกตื่นเต้น“ไม่น่าเชื่อว่าคนแบบนี้จะมีอยู่จริง ๆ”
“น้องเล็กของเราฟังความเจ๋งของชมรมประวัติศาสตร์โบราณแล้ว เปลี่ยนใจอยากเข้าบ้างไหม ?” โจวมู่หลางถามด้วยความตื่นเต้นน่าเสียดายที่เขาเลือกชมรมไปแล้ว ไม่อย่างนั้นต้องเลือกชมรมนี้แน่ ๆ
โม่เฟยรีบโบกมือปฏิเสธทันที“ไม่ ไม่เอา ถึงมันจะน่าสนใจ แต่ฉันก็ยังจะเข้าชมรมเขียนโปรแกรมเหมือนเดิม”
“นี่ถ้าไม่ได้มีกฎห้ามเปลี่ยนชมรมภายในหนึ่งเดือน ฉันคงจะเข้าชมรมนี้ไปแล้ว” โจวมู่หลางยังอดเสียดายไม่ได้
“เพราะงั้นฉันเหล่าต้า และปีหนึ่งอีกหลายคนที่ยังไม่ได้เข้าชมรมไง” โม่เฟยตัดสินใจอยู่นานมากกว่าจะเลือกชมรมที่ถูกใจได้
“พวกเรารีบจ่ายเงินแล้วกลับไปมหาวิทยาลัยกันเถอะ”หวังเฟิง เห็นทุกคนกินอิ่มกันพอประมาณแล้วก็เรียกพนักงานมาคิดเงินวันนี้เขาต้องไปเดินดูชมรมที่คิดว่าจะเข้า เลยอยากจะรีบ ๆ ดูแล้วจะได้จบ ๆ ไปจะได้มีเวลาฝึกวิชามากขึ้นสักหน่อย ทนแทนส่วนของเมื่อวานที่ไม่ได้ฝึก