ปริศนาดาววิมุตติ เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด

    เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด 1.7. ผมคือเด็ก...ดาวน์...ดีเด่น...ครับบบ


            พอไม่มีบุ๋น อาเธอร์ก็ทำอะไรไม่ถูก ยิ้มแหยลุกขึ้นเดิน ตาหยีๆ มองหน้าคนโน้นที มองคนนี้ที ทำท่าเขินอาย แล้วค่อย ๆ ต้วมเตี้ยมเดินขาเอียงๆ ไปที่ห้องศิลปะ ที่ยังคงมีพู่กัน กระดาษ จานสี สีน้ำสารพัดสีวางกองอยู่ 

     


            อาเธอร์พูดช้า คิดช้า ดังนั้นจึงวางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่าเอามือขาวเทอะทะหยิบพู่กันและสีน้ำวาดภาพบนกระดาษสีขาวของตัวเองไปเรื่อย ๆ  พวกเด็กนักเรียนมุงดูด้วยความสนใจ ทั้งสนใจหน้าตาท่าทางของบุ๋นที่ดูต่างจากคนอื่น ทั้งสนใจการวาดภาพระบายสีของบุ๋น  

     


            ภาพสีน้ำของบุ๋นส่วนใหญ่เป็๞ภาพสีดอกไม้ ทุ่งหญ้าและสวนต้นไม้ แลดูสดใสมีชีวิตชีวา  โดยเฉพาะภาพใหญ่ซึ่งเป็๞ภาพสีน้ำโรงเรียนพัฒนจิตศึกษา ที่มองมาจากประตูใหญ่ เห็นห้องสมุดที่สูงยื่นสูงขึ้นมาเหมือนยอดปราสาทโผล่อยู่ด้านหลังต้นหางนกยูงดอกสีแสดทางด้านขวา 

    ภาพสีน้ำดูอ่อนโยนด้วยเมฆสีฟ้า ที่ดูลอยไปลอยมาบนภาพ ด้านซ้ายเห็นยอดอุโบสถของวัดไชยพินิจ ดูแล้วเหมือนภาพโบราณ 

     


            นอกจากเด็กที่ชื่อแจมมี่แล้ว มีนักเรียนอีกหลายคนสนใจลงชื่อสมัครสมาชิกเข้าชมรมศิลปะกับอาเธอร์ แต่อาเธอร์ก็ยังง่วนอยู่กับการวาดรูประบายสีอย่างเดิม

     


            “อาเธอร์” เสียงแฮ็มกะแป็งดังขึ้น มีหวันและอาจารย์วิชชาเดินตามมาด้วย

     


            “แฮ็มมม..กาแป็ง” 


            อาเธอร์วางพู่กันลงทันที รีบลุกขึ้นมาหาแฮ็มกะแป็งอย่างดีใจ เหมือนน้องชายคนเล็กเจอพี่ชายตอนเดินหลงทาง 


            

            อาเธอร์ติดแฮ็มกะแป็งมาก ๻ั้๹แ๻่เข้ามาร่วมเรียนหนังสือกับเด็กนักเรียนที่นี่ อาเธอร์ก็มีแฮ็มกะแป็งคอยดูแลมาโดยตลอด แฮ็มกะแป็งมีบุ๋นเป็๲เพื่อนสนิท๻ั้๹แ๻่เล็ก พอรับหน้าที่เป็๲บั๊ดดี้ของอาเธอร์ ก็เอาอาเธอร์มาเข้ากลุ่มด้วย อาจารย์วิมล ซึ่งเป็๲อาจารย์ฝ่ายปกครองได้ตั้งชื่อพวกเขาเป็๲ “แก็งค์สามเพื่อน”

     


            “แล้วบุ๋นล่ะ?” แฮ็มกะแป็งเห็นอาเธอร์อยู่กับพวกนักเรียนใหม่คนเดียว จึงถามขึ้น

     


            “ปา..ย กินข้า..วแล้ว  หิวววมา...ก ฮ่ะ ๆ” อาเธอร์รายงาน

     


            หวันได้ยินคำตอบของอาเธอร์ รู้สึกว่าน้องชายทำตัวไม่ค่อยเหมาะสม ทิ้งงานให้อาเธอร์รับคนเดียว รู้สึกอายแทน แต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะอาจารย์วิชชาอยู่ด้วย

     


            “อาเธอร์เก่งมากนะ มีน้อง ๆ เขาสนใจงานเยอะเลยนี่” อาจารย์วิชชามักเอ่ยคำชม ให้กำลังอาเธอร์อยู่เสมอ

     


            ในใจอาเธอร์ยังนึกถึงคำตอบที่ว่าบุ๋นทนหิวไม่ไหว รีบวิ่งไปกินข้าว รู้สึกตลกขบขันชอบใจ เวลาอาเธอร์รู้สึกตลก จะพูดคำว่า “ขำกลิ้ง”  แต่เพราะโต้ตอบช้า การแสดงออกจึงช้าไปด้วย 


            อาเธอร์ยิ้มอายพูดช้า ๆ 


            “ขขขำ กลิ้...ง”   


            

            พอพูดจบก็๻๠ใ๽ เพราะไม่เจตนาพูดคำนี้กับอาจารย์ แต่เจตนาพูดกับแฮ็มกะแป็งหลายนาทีก่อนหน้านี้

     

            “อ้าว ทำไมขำล่ะ? ครูชมเธอนะ” อาจารย์วิชชารู้ แต่แกล้งหยอกอาเธอร์

     


            “ปล่า...วอ่ะ  เปล่าฮะ” อาเธอร์๻๷ใ๯ เอามือปิดปาก กลัวอาจารย์เข้าใจผิด

     


            “ครูหยอกเล่นน่ะ รู้แล้ว” อาจารย์ตอบยิ้ม ๆ “ไป.. ไปกินข้าวกันได้แล้วพวกเธอ”


            ที่โรงอาหาร นักเรียนนั่งกินข้าวกลางวันอยู่อย่างบางตา วันนี้วันศุกร์ นักเรียนเรียนครึ่งวัน ส่วนใหญ่กลับไปกินข้าวที่บ้าน ในโรงอาหารจึงไม่มีคนแน่นเหมือนวันอื่น บุ๋นนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวยาวด้านในสุด นั่งกินอาหารอยู่คนเดียว  ไม่มีใครนั่งร่วมโต๊ะด้วย 

     


            เขานั่งที่โต๊ะตัวริมด้านนอก  มองเห็นทิวสนด้านหลังโรงเรียนพัดพลิ้วไปมา  รั้วโรงอาหารโรงเรียนด้านที่ติดกับวัด มีประตูเหล็กใส่กุญแจไว้เป็๞รั้วปิดกั้น ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าโรงเรียนทางหลังวัด  

     


            บุ๋นกินข้าวเพลินๆ พลางนึกว่าทำไมต้องมีประตูเหล็กเชื่อมต่อหลังวัดบานนี้ เบื้องหน้าของบุ๋น มีจานเปล่าอยู่สองจานวางทับกัน ตอนนี้บุ๋นกำลังกินลูกชิ้นปลาทอดราดน้ำจิ้มอย่างเอร็ดอร่อย เวลากินก็ห่อปากจู๋ดูดกินลูกชิ้นทอด