พอไม่มีบุ๋น อาเธอร์ก็ทำอะไรไม่ถูก ยิ้มแหยลุกขึ้นเดิน ตาหยีๆ มองหน้าคนโน้นที มองคนนี้ที ทำท่าเขินอาย แล้วค่อย ๆ ต้วมเตี้ยมเดินขาเอียงๆ ไปที่ห้องศิลปะ ที่ยังคงมีพู่กัน กระดาษ จานสี สีน้ำสารพัดสีวางกองอยู่
อาเธอร์พูดช้า คิดช้า ดังนั้นจึงวางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่าเอามือขาวเทอะทะหยิบพู่กันและสีน้ำวาดภาพบนกระดาษสีขาวของตัวเองไปเรื่อย ๆ พวกเด็กนักเรียนมุงดูด้วยความสนใจ ทั้งสนใจหน้าตาท่าทางของบุ๋นที่ดูต่างจากคนอื่น ทั้งสนใจการวาดภาพระบายสีของบุ๋น
ภาพสีน้ำของบุ๋นส่วนใหญ่เป็ภาพสีดอกไม้ ทุ่งหญ้าและสวนต้นไม้ แลดูสดใสมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะภาพใหญ่ซึ่งเป็ภาพสีน้ำโรงเรียนพัฒนจิตศึกษา ที่มองมาจากประตูใหญ่ เห็นห้องสมุดที่สูงยื่นสูงขึ้นมาเหมือนยอดปราสาทโผล่อยู่ด้านหลังต้นหางนกยูงดอกสีแสดทางด้านขวา
ภาพสีน้ำดูอ่อนโยนด้วยเมฆสีฟ้า ที่ดูลอยไปลอยมาบนภาพ ด้านซ้ายเห็นยอดอุโบสถของวัดไชยพินิจ ดูแล้วเหมือนภาพโบราณ
นอกจากเด็กที่ชื่อแจมมี่แล้ว มีนักเรียนอีกหลายคนสนใจลงชื่อสมัครสมาชิกเข้าชมรมศิลปะกับอาเธอร์ แต่อาเธอร์ก็ยังง่วนอยู่กับการวาดรูประบายสีอย่างเดิม
“อาเธอร์” เสียงแฮ็มกะแป็งดังขึ้น มีหวันและอาจารย์วิชชาเดินตามมาด้วย
“แฮ็มมม..กาแป็ง”
อาเธอร์วางพู่กันลงทันที รีบลุกขึ้นมาหาแฮ็มกะแป็งอย่างดีใจ เหมือนน้องชายคนเล็กเจอพี่ชายตอนเดินหลงทาง
อาเธอร์ติดแฮ็มกะแป็งมาก ั้แ่เข้ามาร่วมเรียนหนังสือกับเด็กนักเรียนที่นี่ อาเธอร์ก็มีแฮ็มกะแป็งคอยดูแลมาโดยตลอด แฮ็มกะแป็งมีบุ๋นเป็เพื่อนสนิทั้แ่เล็ก พอรับหน้าที่เป็บั๊ดดี้ของอาเธอร์ ก็เอาอาเธอร์มาเข้ากลุ่มด้วย อาจารย์วิมล ซึ่งเป็อาจารย์ฝ่ายปกครองได้ตั้งชื่อพวกเขาเป็ “แก็งค์สามเพื่อน”
“แล้วบุ๋นล่ะ?” แฮ็มกะแป็งเห็นอาเธอร์อยู่กับพวกนักเรียนใหม่คนเดียว จึงถามขึ้น
“ปา..ย กินข้า..วแล้ว หิวววมา...ก ฮ่ะ ๆ” อาเธอร์รายงาน
หวันได้ยินคำตอบของอาเธอร์ รู้สึกว่าน้องชายทำตัวไม่ค่อยเหมาะสม ทิ้งงานให้อาเธอร์รับคนเดียว รู้สึกอายแทน แต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะอาจารย์วิชชาอยู่ด้วย
“อาเธอร์เก่งมากนะ มีน้อง ๆ เขาสนใจงานเยอะเลยนี่” อาจารย์วิชชามักเอ่ยคำชม ให้กำลังอาเธอร์อยู่เสมอ
ในใจอาเธอร์ยังนึกถึงคำตอบที่ว่าบุ๋นทนหิวไม่ไหว รีบวิ่งไปกินข้าว รู้สึกตลกขบขันชอบใจ เวลาอาเธอร์รู้สึกตลก จะพูดคำว่า “ขำกลิ้ง” แต่เพราะโต้ตอบช้า การแสดงออกจึงช้าไปด้วย
อาเธอร์ยิ้มอายพูดช้า ๆ
“ขขขำ กลิ้...ง”
พอพูดจบก็ใ เพราะไม่เจตนาพูดคำนี้กับอาจารย์ แต่เจตนาพูดกับแฮ็มกะแป็งหลายนาทีก่อนหน้านี้
“อ้าว ทำไมขำล่ะ? ครูชมเธอนะ” อาจารย์วิชชารู้ แต่แกล้งหยอกอาเธอร์
“ปล่า...วอ่ะ เปล่าฮะ” อาเธอร์ใ เอามือปิดปาก กลัวอาจารย์เข้าใจผิด
“ครูหยอกเล่นน่ะ รู้แล้ว” อาจารย์ตอบยิ้ม ๆ “ไป.. ไปกินข้าวกันได้แล้วพวกเธอ”
ที่โรงอาหาร นักเรียนนั่งกินข้าวกลางวันอยู่อย่างบางตา วันนี้วันศุกร์ นักเรียนเรียนครึ่งวัน ส่วนใหญ่กลับไปกินข้าวที่บ้าน ในโรงอาหารจึงไม่มีคนแน่นเหมือนวันอื่น บุ๋นนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวยาวด้านในสุด นั่งกินอาหารอยู่คนเดียว ไม่มีใครนั่งร่วมโต๊ะด้วย
เขานั่งที่โต๊ะตัวริมด้านนอก มองเห็นทิวสนด้านหลังโรงเรียนพัดพลิ้วไปมา รั้วโรงอาหารโรงเรียนด้านที่ติดกับวัด มีประตูเหล็กใส่กุญแจไว้เป็รั้วปิดกั้น ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าโรงเรียนทางหลังวัด
บุ๋นกินข้าวเพลินๆ พลางนึกว่าทำไมต้องมีประตูเหล็กเชื่อมต่อหลังวัดบานนี้ เบื้องหน้าของบุ๋น มีจานเปล่าอยู่สองจานวางทับกัน ตอนนี้บุ๋นกำลังกินลูกชิ้นปลาทอดราดน้ำจิ้มอย่างเอร็ดอร่อย เวลากินก็ห่อปากจู๋ดูดกินลูกชิ้นทอด