หลิงผูเถาเห็นคนรักแกล้งอีกฝ่ายมากพอแล้ว อีกอย่างเธอยังอยากไล่หานซ่งเฉวียนให้ไปนั่งไกลๆ “นายไม่ต้องมาเดือดร้อนแทนฉันหรอกหานซ่งเฉวียน ข้อแรกฉันไม่ได้แพ้อาหารทะเล”
“แต่เมื่อก่อนเธอกินอาหารทะเลไม่ได้ เพราะกินทีไรหน้าเธอก็จะขึ้นเป็รอยแดง ฉันเห็นมาหลายครั้งแล้ว”
“ที่หน้าฉันเป็รอยแดงไม่ใช่เพราะแพ้อาหารทะเล แต่เป็เพราะคู่หมั้นของนายเอาข้ออ้างนั้นมาตบฉันต่างหาก แต่ก็ช่างมันเถอะ เื่มันผ่านมานานมากแล้ว ฉันไม่อยากพูดถึงมันอีก คราวนี้นายมาฟังเหตุผลข้อที่สองของฉันดีกว่าว่าที่ฉันดูแลและเอาใจใส่เย่จื่อหานไม่ใช่เพราะเหตุผลทางธุรกิจ แต่เพราะจื่อหานคือคนรักของฉัน”
“ฉันไม่เชื่อ!” หานซ่งเฉวียนปฏิเสธอย่างไม่ยอมรับ “ถึงแม้เธอจะบอกฉันว่าเธอไม่เคยทำร้ายตัวเองเพราะฉัน แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังเชื่อว่าที่เธอเคยชอบฉันมันคือเื่จริง เขาไม่มีอะไรสู้ฉันได้”
“ฉันคิดว่านายคงอยากเอาชนะจื่อหานจนเป็บ้าไปแล้ว นายคิดว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องชอบนายคนเดียวหรือไง นายอย่ามั่นใจในตัวเองนักเลย เท่าที่ฉันเห็น มีแค่หวงเหมยลี่เท่านั้นล่ะที่รักนายและเชื่อคำพูดของนายอย่างไม่ลืมหูลืมตา อีกอย่างนายบอกว่าจื่อหานสู้นายไม่ได้อย่างนั้นเหรอ นายหันกลับไปมองตัวเองก่อนไหมว่านายมีอะไรมาสู้กับจื่อหานของฉันได้บ้าง ไม่ว่าจะฐานะ ความสามารถ แล้วยังหน้าตา นายสู้คนรักของฉันได้ที่ไหนกัน”
หานซ่งเฉวียนยังไม่อยากยอมรับอยู่ดี อีกอย่างความรู้สึกของเขาเวลานี้เขาก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่อยากยอมแพ้กับเื่ของเธอ หากเป็เมื่อก่อนเขาคงปล่อยแล้วหันไปคบกับผู้หญิงคนอื่นแล้ว “เถาเถา เธอจะโกรธฉันไปถึงเมื่อไหร่ ฉันง้อเธอตั้งขนาดนี้แล้วทำไมเธอยังไม่หายโกรธฉันสักที เธอบอกมาว่าต้องให้ฉันทำยังไง”
“นายไม่ต้องมาทำอะไรให้ฉันทั้งนั้น และนายฟังที่ฉันพูดให้ดี ั้แ่วันนี้นายอย่ามายุ่งกับฉันและคนรักของฉันอีก ถ้าไม่เชื่อนายก็รอดูว่ากิจการของครอบครัวนายจะเป็ยังไง”
“เธอจะใช้เส้นนายของตระกูลหลิงมาทำร้ายครอบครัวฉันเหรอ เถาเถา...เป็เพราะมันใช่ไหมเธอถึงเปลี่ยนไป เมื่อก่อนเธอไม่ใช่คนที่จะทำร้ายใครแบบนี้” หานซ่งเฉวียนชี้หน้าเย่จื่อหาน
“ครั้งหน้าถ้านายยังกล้าชี้หน้าฉัน ฉันจะหักนิ้วนาย” เย่จื่อหานพูดเสียงเข้ม
“เธอดูสิเถาเถา ผู้ชายที่ดีแต่ใช้กำลังแบบนี้เหรอที่เธอชอบ หรือจริงๆ แล้วเขาบังคับให้เธอคบกับเขา ใช่! มันต้องเป็เหตุผลนี้แน่ เถาเถา...เธอเลิกติดต่อกับเขาเถอะ ฉันเป็ห่วงเธอนะ”
หลิงผูเถาแทบอยากจะบ้าตาย เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหานซ่งเฉวียนจะเป็คนเข้าใจอะไรยากขนาดนี้ เธอรีบจูงมือคนรักแล้วเดินหนีไปอย่างจนปัญญา “ไปกันเถอะจื่อหาน ถ้าขืนฉันยังฟังเขาพูดต่อ มีหวังฉันต้องบ้าตายก่อนแน่ๆ”
หานซ่งเฉวียนได้แต่มองหลิงผูเถาจูงมือเย่จื่อหานเดินออกไป
“ฉันบอกแล้วว่าไม้อ่อนที่พี่ว่ามันไม่ได้ผล” หานซูฉีบอกพี่ชาย
“แต่ถ้าฉันทำตามวิธีของเธอ เถาเถาจะต้องเกลียดฉันมากแน่ๆ”
“เกลียดแล้วยังไง พอเธอกับพี่ได้คบกันจริงๆ คนใจอ่อนอย่างหลิงผูเถาก็ต้องหันกลับมาชอบพี่อยู่วันยังค่ำ”
“ถ้างั้น...เธอจะลงมือเมื่อไหร่”
“สอบแข่งขันทางวิชาการคราวนี้เราต้องค้างคืนที่สถานที่จัดการแข่งขันไม่ใช่เหรอคะ ฉันกับหลิงผูเถาคงจะได้พักอยู่ห้องเดียวกัน ถึงตอนนั้นฉันจะหาโอกาสให้พี่กับเธอได้อยู่กันตามลำพัง ที่เหลือคงไม่ต้องให้ฉันบอกนะว่าพี่ต้องทำยังไง”
“แล้วถ้าประธานหลิงเกิดไม่พอใจขึ้นมาล่ะ มันจะไม่มีผลกับกิจการของเราใช่ไหม” แม้หานซ่งเฉวียนอยากให้หลิงผูเถาหันกลับมามองที่เขาคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน แต่แผนของน้องสาวก็ออกจะรุนแรงเกินไป นอกจากจะทำลายชื่อเสียงของหญิงสาวแล้ว มันอาจจะทำให้ประธานหลิงหันมาทำร้ายตระกูลหานของเขาก็ได้
“พี่คิดว่าคนร่ำรวยและเป็ที่สนใจอย่างประธานหลิงจะยอมให้ลูกสาวของเขาเสียชื่อเสียงไปเปล่าๆ เหรอคะ” หวงซูฉียิ้ม “พี่ใหญ่ ถ้าพี่มัวแต่คิดมากอยู่อย่างนี้ พี่ก็มองดูหลิงผูเถากับเย่จื่อหานคบกันไปอย่างมีความสุขเถอะค่ะ”
หานซ่งเฉวียนนึกถึงเวลาที่เขาเห็นหลิงผูเถายิ้มให้เย่จื่อหานอย่างอ่อนโยน แต่กับเขาเธอเอาแต่หน้าบึ้งใส่ “ถ้างั้นเธออย่าทำให้เถาเถาจับพิรุธได้ ที่เหลือฉันจะจัดการเอง”
หวงเหมยลี่ที่ตั้งใจจะมาพูดกับหานซ่งเฉวียนว่าเธอไม่อยากถอนหมั้น กลับมาได้ยินแผนการที่สองพี่น้องเตรียมไว้ และที่สำคัญเพื่อนรักของเธออย่างหานซูฉีกลับไม่ห้ามปรามพี่ชาย ซ้ำยังจะช่วยให้พี่ชายได้สมหวังกับหลิงผูเถาอีก แล้วเพื่อนสนิทอย่างเธอล่ะ หานซูฉีเอาเธอไปไว้ที่ไหน ‘หานซูฉี ที่เธอเคยบอกฉันว่าเธอยอมแพ้เื่ของเย่จื่อหานแล้วก็เป็แค่เื่โกหกสินะ เพราะความจริงแล้วเธอยังอยากคบกับเย่จื่อหาน จนเธอเลือกที่จะทรยศกับความเป็เพื่อนของเราแล้วหันไปช่วยพี่ซ่งเฉวียนให้สมหวังกับหลิงผูเถา ในเมื่อเธอทรยศฉันก่อน ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายกับเธอก็แล้วกัน ส่วนพี่ซ่งเฉวียน วันนี้พี่ไม่เห็นค่าฉัน ในอนาคตฉันจะทำให้พี่หันมาคุกเข่าต่อหน้าฉันให้ได้’
เพียะ!
“คุณเป็บ้าไปแล้วเหรอที่ไปรับปากให้ตระกูลหานถอนหมั้นกับลูกสาวเรา” หวงเจี่ยนตบหน้าภรรยาอย่างโมโห
ฉั่วลี่อิงไม่คิดว่าสามีจะทำร้ายเธอ “หวงเจี่ยน คุณตบฉันเหรอ”
“ตบนี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” หวงเจี่ยนทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง “คุณรู้ไหมว่าถ้าเราเกี่ยวดองกับตระกูลหานได้ กิจการของเราจะได้รับผลประโยชน์เท่าไหร่ คุณทำไมไม่มองผลได้ผลเสียให้ดีก่อน”
“แต่พวกเขากำลังดูถูกลูกสาวเรา ถ้าเราปล่อยให้ลี่ลี่แต่งกับพวกเขาไป แล้วลูกสาวเราล่ะคะ คุณคิดว่าลี่ลี่ยังจะมีความสุขกับการแต่งงานครั้งนี้ได้อยู่เหรอ”
“คุณก็คิดไกลเกินไป ตอนนี้ลูกสาวเราอายุเพิ่งเท่าไหร่กันเชียว เธอเพิ่งอายุสิบเจ็ดแถมยังเรียนอยู่แค่ชั้นมัธยมปลาย กว่าจะเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าหรือหกปี ถึงตอนนั้นอะไรๆ มันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่คุณกลับทำให้เสียเื่ไปก่อน แล้วทีนี้จะทำยังไง ผมกับหานเฟิงกำลังจะทำสัญญาซื้อขายรถบรรทุกกันสองร้อยคัน ถ้าพวกเขาถอนหมั้น คุณคิดว่าเหรอหานเฟิงยังจะหันมาทำสัญญากับเราอีก”
“คุณจะสนใจแต่เื่ธุรกิจไม่ได้ คุณต้องนึกถึงความรู้สึกของลูกสาวเราด้วยสิคะ หานซ่งเฉวียนก็อีกคน เมื่อก่อนเป็ตัวเขาเองที่ตอบรับว่าจะถอนหมั้นหลิงผูเถาแล้วมาหมั้นกับลี่ลี่ พอตอนนี้รู้ว่าหลิงผูเถาเป็ทายาทตระกูลหลิง เขากลับผิดคำพูดและยังหน้าด้านบอกว่าตัวเขากับหลิงผูเถารักกัน และเป็เราที่ไปทำให้เขากับหลิงผูเถาต้องแยกจากกัน ฉันทนไม่ได้หรอกค่ะที่จะให้ลูกสาวของเราแต่งงานกับผู้ชายที่มีความคิดแย่ๆ แบบนี้”
หวงเจี่ยนทำท่าคิด “ถ้าตอนนั้นเรายอมให้หลิงผูเถาอยู่ในสถานะลูกสาวบุญธรรม ตระกูลหลิงก็ต้องเห็นแก่หน้าเธอและให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่เราเลี้ยงดูเธอมา และเรากับตระกูลหวงก็จะยังรักษาสัญญาหมั้นหมายไว้ได้ด้วย ตกลงแล้วลี่ลี่หรือหลิงผูเถากันแน่ที่เป็ตัวนำโชคของเรา คุณจำคำทำนายตอนนั้นได้ไหม”
ฉั่วลี่อิงนึกไปถึงที่เธอเคยให้หมอดูทำนายดวงของหลิงผูเถากับหวงเหมยลี่ ตอนนั้นหมอดูบอกว่าหลิงผูเถาเกิดมาพร้อมกับดาวรุ่งโรจน์ ชีวิตของเธอจะลำบากใน่แรก แต่หลังจากนั้นเธอจะมีแต่โชคดีและความมั่งคั่ง และคนรอบตัวก็จะได้รับโชคดีนั้นไปด้วย
ฉั่วลี่อิงรู้ว่าสามีเชื่อเื่นี้มาก เธอจึงกลัวว่าสามีจะไม่ชอบลี่ลี่และจะไม่รับลูกสาวกลับมาดูแล เธอจึงสลับผลการทำนายแล้วเอาไปให้สามีอ่าน สามีจึงคิดว่าลูกสาวเป็ตัวนำโชคที่แท้จริง เขาจึงพยายามตามหาครอบครัวที่แท้จริงเพื่อจะไล่หลิงผูเถาให้พ้นจากบ้าน จนในที่สุดสามีกับเธอก็ตามหาครอบครัวที่แท้จริงของหลิงผูเถาพบ และส่งเธอออกไปได้ในที่สุด พอนึกถึงตรงนี้ ฉั่วลี่อิงก็เริ่มเสียใจกับการกระทำของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว
“คุณคะ แล้วถ้าเราทำให้เถาเถากลับมาอยู่กับเราเหมือนเดิมล่ะคะ” ฉั่วลี่อิงนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“คุณคิดว่าประธานหลิงจะยอมเหรอ วันนั้นเขาเตือนเราอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่ให้เราเข้าไปยุ่งกับหลิงผูเถาอีก”
“ฉันคิดว่ายังพอมีวิธีนะคะ” ฉั่วลี่อิงนั่งข้างสามีแล้วนวดขาให้เขาเพื่อผ่อนคลาย “ถึงเราจะรับเถาเถามาเป็ลูกบุญธรรมไม่ได้ แล้วถ้าเรารับเธอมาเป็สะใภ้ล่ะคะ คุณคิดว่ามันพอจะเป็ไปได้ไหม”
หวงเจี่ยนปรับท่านั่งแล้วถามภรรยาอย่างสนใจ “คุณหมายถึงคุณอยากให้ิเฉินกับเถาเถาคบกันเหรอ แล้วไอ้ลูกชายของเราจะยอมเหรอคุณ”
“เพื่อกิจการของครอบครัว แล้วทำไมผมจะไม่ยอมล่ะครับ” หวงิเฉินที่เพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยเข้ามาทันได้ยินที่พ่อกับแม่พูดกันพอดี “ผมกับหลิงผูเถาโตมาด้วยกัน คิดว่าไม่ใช่เื่ยากถ้าผมจะหมั้นและแต่งงานกับเธอในอนาคต ดีเสียอีก ถ้าจะได้ใช้ชีวิตกับคนกันเอง ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัว ว่าแต่ทำไมพ่อกับแม่ถึงอยากให้ผมกับเธอคบกันล่ะครับ”
“ก็หานซ่งเฉวียนน่ะสิ เขาอยากถอนหมั้นกับลี่ลี่แล้วหันไปหมั้นกับเถาเถาแทน ในเมื่อเขาหวังว่าจะได้เกี่ยวดองกับตระกูลหลิง แล้วทำไมเราจะทำแบบพวกเขาไม่ได้ล่ะ” ฉั่วลี่อิงเล่าเื่ทั้งหมดให้ลูกชายฟัง และยังด่าตระกูลหานไปอีกหลายชั่วอายุคนที่คนพวกนั้นทำให้ลูกสาวของเธอเสียใจ
“พ่อกับแม่คิดดีแล้วใช่ไหมครับ ถ้าผมยอมทำเื่นี้ ก็เท่ากับว่าเรากับตระกูลหานจะกลายเป็ศัตรูกัน”
“เื่นั้นลูกไม่ต้องสนใจหรอก ลูกตามจีบหนูเถาเถาแล้วให้เธอหันมาสนใจลูกให้ได้ก็พอ ที่เหลือพ่อจะจัดการเอง”
“แล้วน้องสาวจะยอมเหรอครับ พ่อก็รู้ว่าเธอรักหานซ่งเฉวียนมาก”
“ในเมื่อเธอเป็ลูกสาวตระกูลหวง เธอก็ต้องทำเพื่อตระกูลหวงของเราสิ เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อรักษากิจการของครอบครัว มีอะไรที่ต้องเสียใจ ก็เหมือนกับแกนี่ไง แกก็รับปากว่าจะจีบหนูเถาเถาให้ติด ทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลเราไม่ใช่เหรอ”
หวงเหมยลี่ถูกเื่ถอนหมั้นทำให้เธอใั้แ่เช้า พอไปได้ยินคำพูดของอดีตคู่หมั้นว่าเขาไม่เคยคิดอะไรกับเธอเพราะเขารักผู้หญิงคนอื่น ซ้ำเพื่อนสนิทที่เคยไว้ใจก็มาทรยศ เธอก็เสียใจจนแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว พอกลับมาบ้านยังมาได้ยินคำพูดที่ไร้หัวใจของคุณพ่อเข้าไปอีก หวงเหมยลี่ที่รับกับเื่ะเืใจไม่ไหวจึงหมดสติไป