ชายฉกรรจ์เข้ามาใกล้มากริมฝีปากเขาสัมผัสโดนใบหูนางเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรดลงมา นางตัวสั่นเทิ้ม
แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น ชายฉกรรจ์ยืนตัวตรง ทำสีหน้าเคร่งเครียดดังเดิม
หลินหวั่นชิวมองซ้ายมองขวาพบว่าความสนใจของทุกคนอยู่ที่หลินซย่าจื้อกันหมดก็โล่งใจ โชคดีที่ไม่มีผู้ใดเห็นมิเช่นนั้นชื่อเสียงในฐานะนางจิ้งจอกของนางคงได้รับการยืนยันเป็นแน่
กลางวันแสกๆ ล่อ (ลวง) ชายฉกรรจ์ต่อหน้าธารกำนัล…
แม้จะไม่ใช่ความผิดนาง แต่สังคมยุคนี้เคยชินกับการกล่าวโทษสตรีสาเหตุไม่ใช่อื่นใด แค่เจ้าเป็นสตรีก็ผิดแล้ว
นี่คือเรื่องน่าเศร้าของสตรียุคสังคมศักดินา
ยังดีที่นางได้เจอเจียงหงหย่วน บุรุษผู้นี้โอบอุ้มนางไว้ในมือบังลมบังฝนให้ ปกป้องไม่ให้นางถูกรังแก
“ธรรมดา แค่อยู่อันดับสามของโลก” หลินหวั่นชิวพูดเสียงเบา “พวกเราเก็บดอกเบี้ยนิดหน่อยอนาคตยังอีกยาวไกล”
“ได้ ‘อนาคต’ ยังอีกยาวไกล!” เจียงหงหย่วนเน้นเสียงที่คำว่า ‘อนาคต’
หลินหวั่นชิว “…”
เจ้าหนุ่ม ระวังจะโดนทุบเข้าสักวัน!
“ลูกเซี่ย…ภรรยาข้า…นี่มันเกิดกระไรขึ้น?” หลินฟาไฉสับสนไปหมด มองสตรีสองคนที่นอนบนพื้นแล้วน้ำตาไหลเรื่องราวกลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
“หลินหวั่นชิว เจ้าอธิบายมาต้าเจี่ยมาเยี่ยมเจ้าด้วยความหวังดี เหตุใดจึงตบตีกับผู้อื่นได้? นางถูกรังแกแต่เจ้าเอาแต่มองหรือ? มองนางกับแม่โดนทำร้าย?”
หลินฟาไฉมาช้ากว่าหัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้ยินเรื่องที่คนในหมู่บ้านคุยกัน ไม่รู้เช่นกันว่าเกิดกระไรขึ้นกันแน่
เขาโยนความโกรธทั้งหมดไปที่หลินหวั่นชิวทันที
“เจ้าตายแล้วหรือไร! เหตุใดไม่ตอบข้า? ฝีมือเจ้าใช่หรือไม่เจ้าลอบกัดต้าเจี่ยตัวเองใช่หรือไม่?”
(หลินหวั่นชิว “ฝีมือข้าเอง เจ้าจะทำกระไรได้เล่า?”)
ในใจคิดเช่นนี้ แต่น้ำตากลับไหลอย่างพูดไม่ออก “ท่านพ่อ…ข้าใช่ลูกสาวท่านหรือไม่? เหตุใดข้ารู้สึกเหมือนถูกเก็บมาเลี้ยงเลยเจ้าคะ?”
“พูดบ้ากระไรของเจ้าไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง ข้าถามว่าเกิดกระไรขึ้นกับต้าเจี่ยเจ้า? เหตุใดจิตใจเจ้าจึงอำมหิตเพียงนี้? หา…นี่คือต้าเจี่ยกับแม่แท้ๆ ของเจ้านะ! เจ้ามันลูกหมาป่าควรจับกดน้ำตายตั้งแต่เด็ก!”
หลินฟาไฉโมโห ชี้หน้าด่าหลินหวั่นชิว “มัวทำกระไรอยู่ยังไม่รีบไปตามหมอให้แม่กับต้าเจี่ยของเจ้าอีก!”
หลินหวั่นชิวไม่ตอบ นางปิดหน้าวิ่งเข้าบ้านเจียงหงหย่วนทำตาขวางใส่หลินฟาไฉแล้ววิ่งตามไป เขาถือโอกาสไล่คนที่เข้ามาในลานบ้านให้ออกไปและปิดประตูด้วย
หลินฟาไฉด่าว่าหลินหวั่นชิวอกตัญญู
กระทั่งเมื่อเขาด่าจนพอ สวีฝูจึงพูดด้วยสีหน้ามืดดำว่า “หลินฟาไฉเรื่องวันนี้เจ้าต้องมีคำอธิบายให้ข้า มิเช่นนั้นไม่จบแน่!”
หลินฟาไฉรีบตอบ “หัวหน้าหมู่บ้านท่านอย่าไปฟังคำโกหกของหลินหวั่นชิว นางหวังร้ายกับต้าเจี่ยตัวเอง!”
“เจ้าพูดผิดแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบลูกสาวคนเล็กของเจ้าเอาแต่บอกว่าหัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนดีมีแต่ลูกสาวคนโตของเจ้าที่เอาแต่บอกว่าหัวหน้าหมู่บ้าน…พวกข้าหลายคนได้ยินกันหมด”
“ใช่ป้าซุนได้ยินเองกับหูเลยตีกับลูกสาวคนโตเจ้า”
“ลูกสาวคนโตของเจ้าไม่มีความซื่อสัตย์เสียเลยพวกข้าอยากรู้เหมือนกันว่าบ้านเจ้าเก็บลูกสาวคนเล็กมาเลี้ยงหรือไม่? มีลูกสาวสี่คนแต่มีแค่คนเดียวที่ถูกพวกเจ้าเหยียบย่ำรังแกเช่นนี้!”
“นั่นน่ะสิ หลินฟาไฉบ้านเจ้าไม่ซื่อสัตย์ เอ่ยปากขอเงินผู้อื่นสองร้อยตำลึงทั้งยังสาดน้ำสกปรกใส่หัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเรื่องนี้…”
บรรดาชาวบ้านพูดกันคนละประโยค พลั้งปากเรื่องที่รู้ออกมาทั้งหมดหลินฟาไฉฟังแล้วหน้ามืด ล้มหมดสติต่อหน้าทุกคน
“แยกย้ายเถิด”
เรื่องราวเป็นเช่นนี้ไปแล้วสวีฝูจะเอาเรื่องต่อก็ไม่ได้ แต่เขาเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน มีวิธีกลั่นแกล้งอีกสารพัด
“หัวหน้าหมู่บ้าน จะเอาอย่างไรกับครอบครัวนี้ต้องตามหมอมาดูหรือไม่?”
“เจ้าโง่หรือไร จะตามหมอที่ใดลุงสองสวีก็อยู่ที่นี่ด้วยไม่ใช่หรือ?”
ตอนนี้สวีไคซานเกลียดครอบครัวเหล่าหลินมากเข้าไปเตะหลินฟาไฉ “แค่นี้ไม่ตายหรอก!” พูดแล้วไล่ตามสวีฝูไป
หลังจากสองพี่น้องสวีฝูจากไปเจียงหงหย่วนเปิดประตูนำเงินสองสามพวง “รบกวนทุกท่านพาคนเหล่านี้ออกไปทีอย่าทิ้งไว้หน้าประตูบ้านข้า นำเงินนี้ไปซื้อสุราดื่ม!”
“พี่น้องเจียงวางใจได้พวกข้าจะพาไปส่งเอง” มีเงินให้ชาวบ้านกระโดดออกมารับเงินและแบกครอบครัวเหล่าหลินสามคนออกไปทันที
เมื่อกลุ่มคนหน้าประตูจากไปป้าสองจ้าวไปหาหลินหวั่นชิว หลินหวั่นชิวให้เงินนางสองตำลึง “ลำบากท่านป้าแล้วเจ้าค่ะ!”
ป้าสองจ้าวรับเงินด้วยความยินดีนางแค่วิ่งไปตามซุนซื่อมาที่นี่และหาสตรีเฒ่าที่เสียงดังมาแอบฟังเพียงพริบตาก็ได้เงินมาสองตำลึง เป็นเรื่องที่ดีงามโดยแท้
“ไม่ลำบาก วันหน้ามีกระไรให้ช่วยอีกก็บอกข้าได้เรื่องอื่นป้าอาจไม่ถนัด แต่เรื่องนี้ถนัดนัก!”
หลินหวั่นชิวหัวเราะ “อื้ม วางใจเถิดเจ้าค่ะครั้งหน้าหากมีเรื่องอีกข้าจะหาท่าน ไม่หาผู้อื่นเป็นแน่ แต่ว่า เรื่องนี้ท่านป้าห้ามให้ผู้ใดรู้เด็ดขาดแม้แต่ป้าๆ ที่ท่านตามมาก่อนหน้านี้กับครอบครัวก็ห้ามบอก!”
ป้าสองจ้าวตบหน้าอกเบาๆ เป็นการรับประกัน “วางใจได้ ข้าจะกลืนเรื่องนี้ลงท้องไม่ว่าผู้ใดก็แง้มปากข้าไม่ได้!”
หลินหวั่นชิวพูดอีกว่า “ไว้เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วต้องดูแลป่าด้านหลังบ้านใหม่ถึงเวลาท่านช่วยหาคนมาให้ทีเถิด ข้ามีค่าแรงให้ หากพวกท่านป้าที่มาวันนี้อยากทำงานขอเพียงทำงานคล่องแคล่วก็มาได้ทั้งนั้น”
“ได้เลย! วางใจเถิด ป้าจะช่วยเจ้าจัดการให้เรียบร้อย!” ป้าสองจ้าวตาเป็นประกายหลินหวั่นชิวมอบหมายงานนี้ให้นาง เท่ากับว่านางจะได้เงิน
หวางทงเป่ารับผิดชอบสร้างบ้านให้บ้านเจียงได้เงินไปไม่น้อย อย่างน้อยก็หลายสิบตำลึง
ป้าสองจ้าวถือเงินอย่างอารมณ์ดีตามไปช่วยหลินหวั่นชิวจัดของกับพวกหวางกุ้ยเซียง
ปูเตียงในห้องต่างๆ ติดม่านเตียง แขวนม่านหน้าต่าง
มีคนช่วยเยอะ ภายใต้การสั่งการของหลินหวั่นชิวงานเหล่านี้จึงไม่ได้เหนื่อยมาก
แต่เมื่อจัดของเข้าที่จนเสร็จหลินหวั่นชิวกลับพบว่าเสื้อขนจิ้งจอกของตัวเองหายไป
หวางกุ้ยเซียงเห็นสีหน้านางผิดปกติก็ถาม “มีกระไรหรือเจ้าคะพี่สะใภ้?”
หลินหวั่นชิวไม่คิดจะปิดบังคนเหล่านี้นางพูดหน้าเครียด “ครั้งนี้หย่วนเกอขึ้นเขาไปล่าจิ้งจอกขาวมาได้หลายตัวถลกหนังทำเสื้อขนจิ้งจอกให้ข้า แต่ว่าตอนนี้มันหายไปเสียแล้ว…”