บรรยากาศยามเช้าตรู่ภายในห้องแกรนด์เพนต์เฮาส์สวีทของโรงแรมเดอะ แกรนด์ นฤบดินทร์ (The Grand Narubadin) โรงแรมระดับห้าดาวสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์และความปีติยินดีอันแสนอบอุ่น แสงอาทิตย์แรกของวันสาดแสงสีทองอ่อนโยนผ่านกระจกบานสูงตระหง่านั้แ่พื้นจรดเพดาน ทอดตัวลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวลวดลายเทาธรรมชาติที่ถูกขัดจนเงาวับ สะท้อนเงาของเฟอร์นิเจอร์หลุยส์สไตล์คลาสสิกฝรั่งเศส ทุกมุมของห้องสวีทกว้างขวางตระการตาแห่งนี้ถูกประดับประดาไปด้วยช่อดอกยิปโซสีขาวพิสุทธิ์และกิ่งยูคาลิปตัสที่ส่งกลิ่นหอมสะอาดสดชื่น คลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีแจ๊สจังหวะนุ่มนวลช้าๆ ที่เปิดคลอเบาๆ เพื่อบรรเทาความตึงเครียดและความประหม่าให้แก่เ้าของห้องในเช้าวันสำคัญที่สุดในชีวิต
ภายในห้องแต่งตัวส่วนตัวของเ้าสาว ร่างเพรียวระหงของ ‘มิเกล’ ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากระจกเงาบานใหญ่กรอบทองเหลืองสลักเสลาลวดลายวิจิตรบรรจง ดวงตากลมโตคู่สวยจดจ้องมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกด้วยหัวใจที่เต้นรัวเร็วเป็จังหวะกระชั้นชิดราวกับมีเสียงกลองรบตีรัวอยู่ในอก ความตื่นเต้น ความประหม่า และความปริ่มล้นไปด้วยความสุขระคนกันจนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจตามปกติ
ในวันนี้ เธอไม่ได้อยู่ในฐานะเด็กเอ็นวีไอพีที่คอยหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของสถานบันเทิงหรู หรือผู้หญิงที่ต้องยอมก้มหัวให้แก่โชคชะตาและอุปสรรคอันโหดร้ายเพื่อหาเงินมารักษาแม่ที่ล้มป่วยอีกต่อไป... ทว่าเธอคือนางเอกและเป็เ้าสาวของงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่และสมเกียรติที่สุดแห่งปี
ยามที่จ้องมองภาพสะท้อนในกระจก มิเกลเผลอนึกย้อนไปถึงวันแรกที่เธอต้องก้าวเท้าเข้าสู่ "The Crown Penthouse" เพนต์เฮาส์หรูของคชาด้วยใจที่เต้นระทึก ในวันนั้นเธอเป็เพียงหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่หวาดหวั่นและเต็มไปด้วยความกังวลว่าชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเื่ความเ็าและไร้หัวใจจะมองเธอเป็เพียงของเล่นชั่วคราวหรือบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนย่อยยับ เธอจำกลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็เอกลักษณ์และสายตาคมกริบดุจเสือร้ายของเขาที่สะกดให้เธอชาวาบไปทั้งตัวได้ดี ทว่าในวันนี้ ยามที่เธอมองตัวเองในชุดวิวาห์แสนหวาน แววตาของเธอกลับอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น เธอตระหนักดีแล้วว่าหน้ากากน้ำแข็งอันแสนเ็าของคชานั้น แท้จริงแล้วเป็เพียงเกราะป้องกันหัวใจที่เคยได้รับาแจากการทรยศหักหลังในอดีต และเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์พิเศษให้ก้าวข้ามเกราะกำบังนั้นเพื่อเข้าไปััและหัวใจอันแสนอ่อนโยนของเขา
ชุดเ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่มิเกลสวมใส่เป็ผลงานการออกแบบและตัดเย็บอย่างประณีตจากห้องเสื้อระดับโอต์กูตูร์ (Haute Couture) ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งคชาเป็ผู้เลือกสรรและสั่งตัดพิเศษล่วงหน้าเป็เวลานานหลายเดือน ตัวชุดทำจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสเนื้อละเอียดประณีต ถักทอเป็ลวดลายแมกไม้และดอกไม้ป่าขนาดเล็กอย่างวิจิตรบรรจง ่บนเป็ทรงคอตั้งสูงครึ่งหนึ่งทว่าเปิดเผย่ไหล่ลาดมนและเนินอกอวบอิ่มขาวผุดผาดอย่างพอดิบพอดีผ่านผ้าซีทรูเนื้อบางเบา ตัวเสื้อเข้ารูปเน้น่เอวคอดกิ่วและสะโพกผายกลมกลึงอันเป็เอกลักษณ์ทางสรีระที่สะกดสายตาทุกคู่ กระโปรงผ้าไหมซาตินสีขาวงาช้างทิ้งตัวยาวลงสู่พื้นและทอดชายกระโปรงลูกไม้กว้างขวางลากยาวไปด้านหลังกว่าสามเมตร ทุกการเคลื่อนไหวของเธอจึงดูราวกับหงส์ที่สง่างามและพลิ้วไหวอยู่บนปุยเมฆขาว มือเรียวบางสวมถุงมือลูกไม้สีขาวประณีตบรรจงเพื่อเพิ่มความสง่างามตามแบบฉบับหญิงสาวชั้นสูง
เรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาลคาราเมลของเธอถูกดัดเป็ลอนคลื่นใหญ่ดูหนานุ่ม มีน้ำหนัก และถักทอรวบขึ้นครึ่งศีรษะอย่างหลวมๆ ประดับด้วยกิ๊บเพชรแท้รูปกิ่งมะกอกอันเป็สัญลักษณ์แห่งความสันติสุขและความเจริญรุ่งเรือง ปล่อยปอยผมล้อมกรอบใบหน้าคลอเคลียข้างแก้มเนียนละเอียดและลำคอระหง ผิวพรรณของเธอได้รับการบำรุงและดูแลอย่างดีเลิศจนส่องประกายเปล่งปลั่ง ดุจดั่งหิมะที่สะท้อนแสงตะวันยามเช้า กลิ่นกายหอมกรุ่นอันเป็เอกลักษณ์ประจำตัวของเธอ... กลิ่นวานิลลาหวานละมุนระคนกับกลิ่นกุหลาบป่าที่แสนเย้ายวน โชยอวลออกมาจางๆ ทุกครั้งที่เธอขยับกาย สรรสร้างเสน่ห์อันบริสุทธิ์ทว่าเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน
"คุณพระช่วย... ยัยเกล แกสวยมากจริงๆ สวยจนฉันที่เป็ผู้หญิงด้วยกันยังใจสั่นเลยเนี่ย!"
เสียงใสระคนตื่นเต้นและยินดีของ ‘ลินดา’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้เห็นทุกข์สุขของมิเกลมาโดยตลอดดังขึ้น ลินดาในชุดเพื่อนเ้าสาวสีชมพูกลีบบัวเนื้อผ้าชีฟองพลิ้วไหวรีบวิ่งเข้ามาช่วยประคองและจัดระเบียบชายกระโปรงลูกไม้ด้านหลังให้แผ่ออกอย่างงดงามตระการตา ดวงตาของเพื่อนสาวเบิกกว้างฉายประกายชื่นชมแกมตื้นตันใจอย่างปิดไม่มิด
"จริงๆ นะเกล พอแต่งหน้าทำผมเสร็จสวมชุดนี้เข้าไป แกเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดคลาสสิกในพิพิธภัณฑ์เลยล่ะ ช่างแต่งหน้าชื่อดังที่คุมงานวันนี้ยังออกปากชมไม่หยุดปากเลยนะว่า แกมีโครงหน้าและผิวพรรณที่สวยสมบูรณ์แบบมาก แทบไม่ต้องแต่งเติมอะไรเยอะก็เปล่งประกายสุดๆ แล้ว" ลินดาเอ่ยพลางยิ้มแป้น มือเรียวช่วยปัดฝุ่นผงละอองเล็กๆ ออกจากลาดไหล่เนียนของเพื่อนรักด้วยความใส่ใจ
ลินดาช่วยประคองปอยผมที่ม้วนเป็ลอนสวยของเพื่อนรักอย่างแ่เบาด้วยความทนุถนอม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงชื่นชมแกมตื้นตันใจ
"แกเชื่อไหมเกล... ยามที่ผู้คนในสังคมพากันพูดถึงงานวิวาห์ของ คชา นฤบดินทร์ ทุกคนต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าเขาก็คงจะแต่งงานกับลูกสาวท่านทูต หรือไม่ก็ทายาทตระกูลการเงินชื่อดังเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ในที่สุด... เขากลับเลือกแก เลือกผู้หญิงที่แม้จะไม่มีต้นทุนทางสังคมสูงส่ง แต่มีหัวใจที่บริสุทธิ์และรักเขาด้วยใจจริง ฉันคิดว่านี่คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณคชาเลยนะ เขาไม่สนใจกรอบสังคมที่น่าอึดอัด แต่เขาสนใจเพียงแค่แกคนเดียวเท่านั้น"
มิเกลคลี่ยิ้มหวานระคนประหม่า มือเรียวบางภายใต้ถุงมือลูกไม้สีขาวเอื้อมไปกุมมือของลินดาไว้เบาๆ "ขอบใจมากนะลินดา... ถ้าไม่มีแกคอยอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือฉันในวันที่ฉันล้มหมอนนอนเสื่อไม่มีใคร และคอยเป็กำลังใจในวันที่ฉันต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินรักษาแม่ ฉันคงไม่มีโอกาสได้มายืนอยู่ตรงนี้ในวันนี้จริงๆ แกคือของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตฉันเลยนะลินดา"
"โธ่ ยัยเกล... พูดอะไรซึ้งๆ แบบนั้นล่ะ เราเป็เพื่อนรักกันนะ วันไหนที่แกตกระกำลำบากฉันก็ต้องอยู่ช่วยสิ และวันไหนที่แกได้ดีมีสุขแบบนี้ ฉันยิ่งต้องมาแสดงความยินดีและอยู่ข้างแก" ลินดาเอ่ยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตามีหยาดน้ำตาแห่งความยินดีเอ่อคลอขึ้นมาบางๆ ทว่าเธอก็รีบกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตาออกไปเพราะกลัวเครื่องสำอางจะเลอะ "ดูแกตอนนี้สิ... ได้ก้าวขึ้นมาเป็สะใภ้ใหญ่แห่งนฤบดินทร์กรุ๊ปอย่างเป็ทางการแล้วนะ! คุณนายใหญ่แห่งตระกูลอภิมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ เชิดหน้าชูตาได้อย่างภาคภูมิใจที่สุดแล้ว ยัยลินดาคนนี้ภูมิใจในตัวแกที่สุดเลยรู้ไหม"
ลินดาแสร้งทำน้ำเสียงกระซิบกระซาบแฝงความทะเล้นเย้าแหย่ตามประสา "แล้วก็นะ... แอบกระซิบหน่อยเหอะ แว่วๆ มาว่าคุณคชาเปย์งานแต่งงานครั้งนี้ไม่อั้นเลยนะ ทั้งปิดโรงแรมจัดงาน ทั้งสั่งนำเข้าดอกกุหลาบขาวจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาตกแต่งงานเป็หมื่นๆ ดอก แถมเครื่องเพชรที่แกสวมอยู่นั่นน่ะ... สร้อยคอ ต่างหู แล้วก็แหวนเพชรเม็ดโตเท่าตาทารกนั่นน่ะ ฉันได้ยินพวกทีมงานคุยกันว่ามูลค่ารวมกันทะลุเก้าหลักไปแล้วนะยะ! นี่มันวิวาห์ระดับประเทศชัดๆ สมฐานะ ‘คนโปรด’ ของท่านประธานใหญ่เขาจริงๆ ผู้หญิงทั้งประเทศอิจฉาแกจนตาร้อนผ่าวหมดแล้ว!"
มิเกลแก้มสากแดงระเรื่อด้วยความเขินอายยามถูกเพื่อนสาวล้อเลียนเื่ความคลั่งรักของคชา ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและทรงอิทธิพลที่ยอมสลัดคราบก้อนน้ำแข็งไร้หัวใจมาเป็ชายหนุ่มผู้แสนอบอุ่นและทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เธอโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ
"ลินดาก็... พูดเกินไปแล้ว" มิเกลเอ่ยอ้อมแอ้มพลางยกมือขึ้นแตะสร้อยคอเพชรน้ำงามระยิบระยับที่โอบล้อมลำคอระหง ความเย็นเฉียบของอัญมณีไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บ ทว่ากลับทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นและความมั่นคงจากความรักของชายผู้เป็เ้าของหัวใจเธอ
ในขณะที่สองสาวกำลังเอ่ยเย้าแหย่กันอย่างสนุกสนานเพื่อคลายความตึงเครียด เสียงเคาะประตูห้องแต่งตัวก็ดังขึ้นแ่เบาเป็จังหวะสุภาพ ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะค่อยๆ เปิดออกกว้าง เผยให้เห็นร่างของสตรีวัยกลางคนคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้านในอย่างช้าๆ
"เกล... ลูกรักของแม่"
น้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความรักและความอาทรลึกซึ้งดังขึ้น มิเกลหันไปมองตามเสียงนั้นทันที ดวงตากลมโตสั่นไหวและชุ่มชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาในทันใด เมื่อเห็นสตรีตรงหน้า
‘นภา’ ผู้เป็มารดาของเธอ... ยืนอยู่ตรงประตูในชุดผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวปักเลื่อมทองอ่อนๆ ที่เสริมให้ดูสง่างามสมวัย ใบหน้าของนภาที่เคยซูบซีด อิดโรย และอมทุกข์จากการเผชิญโรคร้ายและหนี้สินกดทับมานานหลายปี ในยามนี้กลับแปรเปลี่ยนไปเป็คนละคน ผิวพรรณของเธอมีเืฝาด ดูอิ่มเอิบ สดใส และสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่ที่เคยหม่นแสงบัดนี้ฉายประกายแจ่มใสและเปี่ยมไปด้วยความสุขล้นพ้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการดูแลรักษาอย่างดีที่สุดภายใต้ทีมแพทย์เฉพาะทางระดับประเทศและสภาพแวดล้อมที่ดีเยี่ยมที่คชาจัดสรรให้ด้วยความรักและความใส่ใจอย่างสูงสุด
"คุณแม่..."
มิเกลเอ่ยเรียกเสียงแ่เบา ร่างระหงรีบก้าวเดินเข้าไปหาผู้เป็มารดาช้าๆ เพื่อไม่ให้ชายกระโปรงยาวสะดุด นภารีบก้าวเข้ามากางแขนออกโอบกอดลูกสาวตัวน้อยของเธอไว้แนบอกด้วยความรักทั้งหมดที่มีในหัวใจ ััอันอบอุ่นและอ่อนโยนชโลมจิตใจของมิเกลให้ปริ่มล้น น้ำตาแห่งความสุขและความตื้นตันใจที่กักเก็บไว้พรั่งพรูไหลอาบแก้มเนียนของทั้งสองคนทันที
ท่ามกลางอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนั้น ภายในห้องแต่งตัวกลับตกอยู่ในความเงียบงันอันลึกซึ้ง นภากอดลูกสาวพลางหวนระลึกถึงอดีตที่แสนทรมาน ยามที่เธอต้องนอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ที่มืดสลัวและมีสายยางระโยงระยางเต็มไปหมด วันเวลาเ่าั้เป็ความทุกข์ทรมานทางจิตใจของคนเป็แม่ที่ต้องเห็นลูกสาววิ่งรอกทำงานหามรุ่งหามค่ำ นภารู้ดีแก่ใจว่าเงินจำนวนมหาศาลที่นำมารักษาเธอนั้นไม่ได้มาง่ายๆ เธอเคยแอบร้องไห้คนเดียวด้วยความเ็ปและโทษตัวเองว่าเป็ต้นเหตุให้ลูกสาวคนสวยต้องสูญเสีย่ชีวิตวัยรุ่นอันสดใสไป ทว่าในวันนี้ เมื่อเห็นลูกสาวในชุดแต่งงานที่สวยงามปานเทพธิดา และมีผู้ชายที่เพียบพร้อมในทุกด้านอย่างคชาคอยปกป้อง ความรู้สึกผิดเ่าั้ได้ถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น
นภาผละออกเล็กน้อย มืออุ่นลูบแก้มลูกสาวเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "เกลรู้ไหมลูก... วันที่คุณคชาไปพบแม่ที่โรงพยาบาลเป็การส่วนตัวครั้งแรก ตอนที่ย้ายแม่มารักษาตัวที่กรุงเทพฯ เขาไม่ได้มาในฐานะเ้านายผู้ทรงอิทธิพลเลยนะ ชายหนุ่มผู้สูงส่งคนนั้นคุกเข่าลงข้างเตียงคนไข้ของแม่ จับมือแม่ไว้แล้วบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า 'คุณแม่ครับ ขอให้คุณแม่วางใจและรักษาตัวให้ดีที่สุดเถอะครับ ต่อจากนี้ไป ผมจะเป็คนดูแลมิเกลและครอบครัวของคุณแม่เอง ผมจะไม่มีวันทำให้เธอต้องร้องไห้หรือเ็ปอีกเด็ดขาด' คำพูดและแววตาของคุณคชาในวันนั้นทำให้แม่รู้เลยว่า เขาไม่ได้มองลูกเป็ทางผ่าน แต่เขาจริงใจและให้เกียรติลูกสาวของแม่มากที่สุด..."
"คุณแม่..." มิเกลซุกหน้าลงกับไหล่ของผู้เป็แม่ สะอื้นออกมาเบาๆ ด้วยความตื้นตันใจอย่างที่สุด ชายคนรักของเธอทำทุกอย่างในเงามืดอย่างเงียบๆ เพื่อให้เธอและครอบครัวมีความสุขโดยไม่เคยนำมาทวงบุญคุณหรือเรียกร้องสิ่งใดเลย ความคิดในใจของเธอพรั่งพรูออกมาเป็ระลอก... ในที่สุดเธอก็หลุดพ้นจากโลกสีเทาอันแสนสกปรกและโหดร้ายนั้นแล้ว เธอไม่ต้องหลบซ่อนตัวจากสายตาใคร ไม่ต้องยอมทนรับความอัปยศอดสูเพื่อแลกกับเงินอีกต่อไป และเหนือสิ่งอื่นใด มารดาอันเป็ที่รักยิ่งของเธอก็ปลอดภัย มีชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่แข็งแรง และกำลังจะได้เห็นความสำเร็จและความสุขของลูกสาวคนนี้อย่างแท้จริง
‘ขอบคุณฟ้า... ขอบคุณโชคชะตา และขอบคุณเขา... คุณคชา ผู้เป็แสงสว่างเดียวที่ฉุดดึงฉันขึ้นมาจากขุมนรกแห่งอดีต’ มิเกลคิดในใจด้วยความซาบซึ้งและเทิดทูนชายคนรักสุดหัวใจ
ลินดาที่ยืนมองอยู่ด้านหลังพยายามใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำตาของตัวเองอย่างเงียบๆ พลางเอ่ยแซวเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้เศร้าโศกจนเกินไป "คุณแม่คะ คุณเกลคะ เดี๋ยวร้องไห้มากไปเครื่องสำอางจะเลอะหมดสวยนะคะ วันนี้ต้องเป็วันที่สวยที่สุดสิคะ"
คำพูดของลินดาทำให้สองแม่ลูกหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งสองผละออกจากกัน นภาช่วยจัดทรงผมและเครื่องประดับของมิเกลอีกครั้งด้วยสายตาชื่นชมในความงดงามของลูกสาว
ในขณะนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องแต่งตัวพลันเปลี่ยนไปเมื่อเสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและทรงพลังดังขึ้นอีกครั้ง ประตูห้องสวีทค่อยๆ เปิดออกช้าๆ เผยร่างสูงใหญ่สง่างามของผู้มาใหม่ที่ทำให้หัวใจของทุกคนในห้อง โดยเฉพาะมิเกล เต้นระทึกขึ้นมาทันที
คชา นฤบดินทร์ ก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัวส่วนตัวของเ้าสาวก่อนเริ่มพิธี
ชายหนุ่มในยามนี้หล่อเหลาอย่างไร้ที่ติและทรงอำนาจจนยากจะละสายตา ร่างกายสูงใหญ่กำยำสมส่วนสวมใส่ชุดทักซิโด้สีดำสนิทสั่งตัดพิเศษจากห้องเสื้อชั้นสูงในอิตาลี ตัวเสื้อนอกทักซิโด้ผ้าวูลเนื้อละเอียดเรียบกริบรับกับ่ไหล่กว้างและแผ่นหลังแกร่งอย่างพอดี แผ่นอกแกร่งซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวนวลเนี้ยบกริบประดับด้วยกระดุมมุกสีดำและโบว์ไทสีดำสนิท กางเกงสแล็กสีดำเข้าชุดเน้น่ขาสองข้างที่ยาวและตรงสง่างาม เรือนผมสีดำสนิทจัดทรงเปิดหน้าผาก เผยใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับรูปสลักชั้นยอด ดวงตาคู่คมกริบสีดำสนิทดุจพญาเสือโคร่งที่เคยเ็าและดุดันต่อหน้าคนทั้งโลก บัดนี้ยามที่จับจ้องมองมายังร่างของมิเกลในชุดเ้าสาวลูกไม้สีขาว... ดวงตาคู้นั้นกลับสั่นไหวและอ่อนโยนลงทันทีจนแทบจะละลายกลายเป็ผืนน้ำอุ่น
คชาหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูชั่วครู่ ราวกับโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว สายตาคมกริบกวาดมองเ้าสาวของเขาั้แ่เส้นผมจรดปลายเท้า ความงดงาม บริสุทธิ์ และเปี่ยมเสน่ห์ของมิเกลทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ หัวใจแกร่งที่เคยด้านชาเต้นระรัวด้วยความรัก ความทะนุถนอม และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"แม่นภา ลินดา... ผมขออนุญาตคุยกับเกลส่วนตัวสักครู่ได้ไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังทว่าแฝงความนุ่มนวลและให้เกียรติเอ่ยขึ้น
นภาและลินดาสบตากันด้วยรอยยิ้มรู้กัน นภาหันมาตบมือมิเกลเบาๆ ก่อนจะเดินนำลินดาออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ทิ้งให้บ่าวสาวอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องสวีทกว้างขวาง
เมื่อประตูห้องแต่งตัวปิดลง คชาก็ก้าวเดินเข้ามาหามิเกลช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคงและทรงพลัง มิเกลยืนสบตาเขาผ่านกระจกและหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง ความประหม่าแล่นริ้วขึ้นมาจนมือเรียวบางสั่นน้อยๆ
ชายหนุ่มก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมออกไปจับมือของมิเกลขึ้นมากุมไว้ทั้งสองข้าง ััถึงความเย็นชื้นและความสั่นเทาของมือเล็ก คชาคลี่ยิ้มละมุนละไม รอยยิ้มที่น้อยคนนักบนโลกใบนี้จะมีโอกาสได้เห็น
คชาปล่อยมือข้างหนึ่งมากระชับแก้มเนียนละเอียดของเธออย่างอ่อนโยน นิ้วหัวแม่มือหนาไล้ผ่านหยาดน้ำตาบางเบาบนแก้มเนียนเพื่อปลอบประโลมอย่างแสนรัก แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาที่จะทะนุถนอมปกป้องเธอไว้ชั่วนิรันดร์
"อย่าร้องไห้เลยนะเกลคนดี..." คชากระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชิดใบหู "หยาดน้ำตาของเธอมีค่าเกินกว่าจะหลั่งออกมาด้วยความกังวลใจ วันนี้คือวันแต่งงานของเรา เป็วันเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเราอย่างเป็ทางการ และฉันอยากเห็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดของเธอ"
มิเกลพยักหน้าและส่งยิ้มหวานระเรื่อ คชาดึงร่างบางเข้าไปสวมกอดแน่น อกแกร่งของเขาให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยราวกับป้อมปราการหินที่ไม่มีวันพังทลาย กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นวู้ดดี้อ่อนๆ ที่แสนอบอุ่นของคชาผสมผสานไปกับกลิ่นวานิลลากุหลาบป่าของมิเกล โชยคลุ้งรวมกันเป็หนึ่งเดียว ดุจเครื่องยืนยันสายใยรักที่ผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้นยากจะแยกจาก
"เกล... เธอสวยมากจริงๆ สวยจนฉันสะกดลมหายใจตัวเองไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว" คชาเอ่ยย้ำหลังจากผละกอดออกเล็กน้อยจ้องมองสบดวงตาคู่สวย
"คุณคชา..." มิเกลช้อนดวงตากลมโตขึ้นสบตากับเขา "เกลตื่นเต้นค่ะ... ตื่นเต้นมากจนกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดไปในงานพิธี การที่ต้องเผชิญหน้ากับแเื่ระดับประเทศ และสื่อมวลชนเต็มงานไปหมด เกลกลัวว่า... กลัวว่าความเป็เด็กเอ็นในอดีตของเกลจะทำให้คุณและตระกูลนฤบดินทร์ต้องเสียชื่อเสียง..."
ถ้อยคำที่แฝงไปด้วยความหวั่นใจของเธอทำให้คชาขมวดคิ้วเล็กน้อย ชายหนุ่มกระชับมือเล็กของเธอแน่นขึ้น
"ฟังฉันนะ มิเกล" คชาเอ่ยเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นและทรงพลังอย่างที่สุดดุจดั่งคำสัญญาที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปร "ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์มาตัดสินเธอจากอดีตทั้งนั้น อดีตของเธอคือสิ่งที่ทำให้เธอเข้มแข็งและเป็เธอที่งดงามในวันนี้... และที่สำคัญที่สุด วันนี้ไม่มีเด็กเอ็นวีไอพีชื่อมิเกลอยู่ในงานนี้ มีเพียง ‘คุณเกล - มลัญชรา’ ว่าที่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน คชา นฤบดินทร์ เท่านั้น ใครก็ตามที่กล้าเอ่ยปากนินทาหรือแสดงกิริยาไม่ให้เกียรติเธอแม้แต่ปลายก้อย ฉันจะจัดการให้พวกมันไม่มีที่ยืนในประเทศนี้อีกต่อไป ยืนเคียงข้างฉันอย่างภาคภูมิใจเถอะนะคนดี เธอคู่ควรกับทุกเกียรติยศและหัวใจของฉันที่สุดแล้ว"
คำปลอบโยนที่เปี่ยมด้วยความมั่นคงและอิทธิพลที่พร้อมจะปกป้องเธอจนถึงที่สุดสะกดให้หัวใจของมิเกลอบอุ่นและคลายความกังวลลงจนหมดสิ้น หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งรื้นขึ้นมาในดวงตาคู่สวยอีกครั้ง แต่คชาก้มลงจูบซับหน้าผากมนของเธออย่างแ่เบาและยาวนาน ััอุ่นซ่านจากริมฝีปากของเขาถ่ายทอดพลังและความรักแท้ที่บริสุทธิ์ผ่านเข้าสู่จิตใจของเธอ
"ขอบคุณค่ะ... คุณคชา เกลรักคุณค่ะ" มิเกลกระซิบตอบพลางซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาชั่วครู่ สูดกลิ่นกายหอมสะอาดปลอดภัยของเขา
"ฉันก็รักเธอ มิเกล... พร้อมหรือยังครับ เ้าสาวของฉัน" คชาเอ่ยพลางยกแขนแกร่งขึ้นเพื่อให้เธอควงแขน
มิเกลยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุด ดวงหน้าหวานเปล่งประกายงดงามจนเกินจะพรรณนา เธอยื่นมือเรียวเข้าไปสอดประสานควงแขนแกร่งของเขาไว้แน่น "พร้อมแล้วค่ะ... สามีของเกล"
---
บรรยากาศภายในห้องแกรนด์บอลรูมขนาดมหึมาของโรงแรม เดอะ แกรนด์ นฤบดินทร์ ในค่ำคืนนี้ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตาราวกับดินแดนในเทพนิยายสีขาวบริสุทธิ์ บนเพดานสูงตระหง่านห้อยระย้าด้วยโคมไฟคริสตัลระย้า (Chandelier) ขนาดมหึมานับสิบโคมที่ส่งแสงประกายระยิบระยับล้อแสงไฟดุจดั่งหมู่ดาวนับล้านดวงบนท้องฟ้ายามราตรี ทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงและโถงทางเดินหลักถูกโอบล้อมไปด้วยกุหลาบสีขาวสายพันธุ์พิเศษส่งตรงจากเนเธอร์แลนด์นับหมื่นดอก แผ่ขยายเรียงรายเป็ซุ้มดอกไม้และกำแพงบุปผาที่บานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมหวลชวนฝันอบอวลไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับกลิ่นอายความหรูหราของเทียนหอมอโรมาเกรดพรีเมียม
แเื่ระดับวีไอพีและอภิมหาเศรษฐีชั้นนำของประเทศ นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล เซเลบริตี้ชื่อดัง และผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทั์ใหญ่ต่างแต่งกายในชุดราตรีและสูทหรูหราตระการตามาร่วมงานแต่งงานประวัติศาสตร์ครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง สื่อมวลชนจากช่องโทรทัศน์ชั้นนำและสำนักข่าวเศรษฐกิจและสังคมต่างยืนปักหลักอยู่บริเวณพื้นที่สื่อที่ถูกจัดเตรียมไว้ แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพนับร้อยรัวกระหน่ำไม่ขาดสายยามที่มีบุคคลสำคัญก้าวเข้าสู่งาน
เสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงจากวงออร์เคสตราขนาดใหญ่คลอเคล้าสร้างบรรยากาศอันหรูหราและโรแมนติก
เมื่อถึงเวลาอันเป็มงคล ประตูไม้สักแกะสลักสีทองบานใหญ่ของห้องแกรนด์บอลรูมเปิดออกอย่างช้าๆ
พิธีกรเสียงทุ้มสุภาพประกาศต้อนรับคู่บ่าวสาวอย่างเป็ทางการ ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของคชาในชุดทักซิโด้สีดำสนิทเดินเคียงคู่มากับมิเกลในชุดเ้าสาวลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่สวมผ้าคลุมหน้าเ้าสาว (Veil) เนื้อบางเบาพลิ้วไหว... ทั่วทั้งห้องบอลรูมขนาดใหญ่พลันเงียบกริบลงไปชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปรบมือแสดงความยินดีที่ดังกึกก้องยาวนานด้วยความตื้นตันใจ แสงแฟลชจากสื่อมวลชนรัวกระหน่ำสาดส่องจนบริเวณทางเดินสว่างไสวราวกับกลางวัน
ผู้คนต่างจดจ้องมองคนทั้งคู่ด้วยความตกตะลึงระคนชื่นชม ยามที่คชาเดินจูงมือมิเกลอย่างมั่นคงก้าวไปตามเส้นทางเดินพรมสีครีมที่ทอดยาวผ่านทะเลดอกกุหลาบสีขาวมุ่งหน้าสู่เวทีหลัก มิเกลสง่างามปานนางพญา ผิวพรรณของเธอส่องสว่างสะท้อนแสงไฟระยับ ชุดเ้าสาวสีขาวลากยาวสง่างามพลิ้วไหวตามแรงเดิน ขณะที่คชาเดินหลังตรง อกผาย เปล่งรัศมีแห่งความสง่างามและทรงอำนาจ รวมถึงมาดผู้ดีระดับสูงสุดของทายาทนฤบดินทร์กรุ๊ปอย่างสง่างาม สายตาคมกริบจับจ้องเพียงหญิงสาวข้างกายอย่างไม่คิดจะละสายตาไปมองสิ่งอื่นใด
ในห้วงเวลานี้ ท่ามกลางกระแสสายตาผู้คนนับร้อยนับพันและแสงชัตเตอร์ที่สาดเข้ามาอย่างรวดเร็วระรัว มิเกลรับรู้ถึงความสั่นไหวในอกอย่างรุนแรง ทว่ามือหนาอุ่นร้อนของคชาที่กุมกระชับมือเธอไว้แน่น กลับแผ่ซ่านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นผ่านสู่ร่างกายของเธอ ทำให้ความวิตกกังวลมลายหายไปสิ้น เธอตระหนักดีแล้วว่า ตราบใดที่มีอ้อมกอดแกร่งของชายผู้นี้อยู่เคียงข้าง ไม่ว่าอคติหรือสายตาเหยียดหยามใดๆ ก็ไม่อาจทำร้ายเธอได้อีกต่อไป
ที่มุมหนึ่งของงานแถวหน้าสุด ‘ภัทร’ (ภัทรดนัย) เพื่อนสนิทสายเทาของคชายืนกอดอกถือแก้วแชมเปญหรู ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่แฝงไปด้วยเสน่ห์เพลย์บอยอันเป็เอกลักษณ์ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก แววตาของภัทรฉายประกายความยินดีและภาคภูมิใจในตัวเพื่อนรักอย่างแท้จริง เขารู้ดีว่าคชาต้องผ่านความมืดมนและอุปสรรคมามากขนาดไหนกว่าจะได้ครองคู่กับผู้หญิงที่รักหมดหัวใจคนนี้
ยามที่คู่บ่าวสาวเดินผ่านจุดที่เขายืนอยู่ ภัทรขยับแก้วแชมเปญขึ้นเล็กน้อยในเชิงทักทายและพยักหน้าให้คชาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยปากแสดงความยินดีเบาๆ ที่มีเพียงพวกเขาสามคนได้ยิน "ยินดีด้วยนะเพื่อนรัก... ในที่สุดแกก็พาเ้าหญิงของแกก้าวเข้าสู่แสงสว่างอย่างสมเกียรติเสียที ดูแลเธอให้ดีๆ ล่ะ"
คชาพยักหน้ารับคำทักทายของเพื่อนสนิทช้าๆ ด้วยสายตามั่นคง ก่อนจะจูงมือมิเกลขึ้นสู่เวทีใหญ่ที่ตกแต่งด้วยซุ้มดอกกุหลาบขาวทรงโค้งขนาดใหญ่ั์และป้ายชื่อของทั้งสองคนสลักลวดลายทองคำประดับเพชรระยิบระยับ
---
่เวลาที่ทุกคนรอคอยมาถึง... การกล่าวแลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญา (The Vows)
แสงไฟสปอตไลท์หลักในห้องบอลรูมค่อยๆ หรี่ลง เหลือเพียงแสงไฟสีนวลอุ่นที่สาดส่องลงมายังจุดที่คชาและมิเกลยืนเผชิญหน้ากันกลางเวที ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน คชาเอื้อมมือหนาไปจับมือเรียวบางของมิเกลไว้มั่นเพื่อส่งผ่านกระแสความรักและความเชื่อมั่นให้แก่เธอ ขณะที่มิเกลจ้องมองใบหน้าคมคายผ่านผ้าคลุมหน้าเ้าสาวบางเบาด้วยดวงตาเอ่อล้นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ
คชารับไมโครโฟนมาถือไว้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยพลังของเขาดังก้องกังวานผ่านลำโพงระบบเสียงรอบทิศทาง สะกดหัวใจของแเื่ทุกคนในงานั้แ่วินาทีแรกที่เขาเอ่ยปาก
"แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ..." คชาเริ่มต้นเอ่ย สายตาคมกริบไม่กะพริบยามมองตรงเข้าไปในดวงตากลมโตของมิเกล "ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผม... ผมเติบโตมาในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การแย่งชิง และความเ็า ผมเคยคิดว่าชีวิตของผมมีไว้เพียงเพื่อหน้าที่และผลประโยชน์ของตระกูล ผมปิดกั้นตัวเองอยู่ในห้องมืดๆ ที่ไร้ความรู้สึก ไร้ความอบอุ่น และมองโลกเป็เพียงสีเทาๆ ที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ... จนกระทั่งผู้หญิงคนนี้เดินเข้ามาในชีวิตของผม"
คชาเว้นจังหวะสั้นๆ บีบกระชับมือเล็กของมิเกลแน่นขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดจนคนฟังรับรู้ได้ถึงความรักอันลึกซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจ "มิเกล... เธอเปรียบเสมือนแสงสว่างดวงน้อยที่แสนอ่อนโยนที่หลงเข้ามาในโลกที่มืดมนของฉัน วันแรกที่เราพบกัน ฉันอาจจะทำตัวไม่ดีกับเธอ แต่เธอก็ใช้ความดีงาม ความอ่อนโยน และความซื่อสัตย์ของเธอเยียวยาความมืดมิดในหัวใจของฉัน ละลายก้อนน้ำแข็งที่เคยเกาะกุมจิตใจของฉันจนหมดสิ้น เธอไม่ได้แค่ช่วยชีวิตและจิติญญาของฉัน... แต่เธอคือผู้ที่ทำให้ฉันเรียนรู้ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร"
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและภาระกดทับในอดีตทำให้เขาเคยเป็คนขี้ระแวงและระวังตัวอยู่เสมอ ทว่าความรักอันแสนบริสุทธิ์ของเธอกลับพังทลายกำแพงอคตินั้นลงจนหมด คชาประกาศก้องต่อหน้าพยานนับพันด้วยดวงตาเป็ประกายมั่นคง
"ต่อจากนี้ไป... หน้าที่ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคชา นฤบดินทร์ ไม่ใช่การดูแลธุรกิจหมื่นล้าน แต่คือการปกป้อง ดูแล และรักผู้หญิงคนนี้ด้วยชีวิตของผม ผมสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเธอในทุก่เวลา ไม่ว่าจะยามสุข ยามทุกข์ ยามรุ่งเรือง หรือยามที่เจอกับอุปสรรคใดๆ ผมจะเป็โล่กำบังและเป็บ้านที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดให้แก่เธอชั่วนิรันดร์... รักเธอนะครับ มิเกล"
เสียงปรบมือและเสียงแสดงความยินดีด้วยความตื้นตันใจจากแขกผู้มีเกียรติในงานดังขึ้นระงับไม่อยู่ หลายคนถึงกับหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจในคำมั่นสัญญาของเ้าบ่าวผู้แสนหยิ่งยโสที่ยอมอ่อนน้อมรักใคร่เ้าสาวอย่างสุดซึ้งต่อหน้าสาธารณชน
มิเกลยืนฟังคำสารภาพรักและคำสาบานของคชาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจและความสุขไหลพรากอาบแก้มเนียนอย่างเงียบๆ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะยกไมโครโฟนขึ้นมาถือไว้เพื่อกล่าวคำสาบานของตนเองบ้าง
"คุณคชาคะ..." น้ำเสียงหวานใสของมิเกลสั่นเครือเล็กน้อย ทว่ามั่นคงและเปี่ยมล้นไปด้วยพลังแห่งความรักอันมั่นคง "ในวันที่ชีวิตของเกลตกลงไปสู่จุดที่มืดมนที่สุด วันที่เกลคิดว่าโลกใบนี้ไม่มีทางออกและเต็มไปด้วยหนามแหลมคมที่คอยทิ่มแทง... เป็คุณคชาที่ก้าวเข้ามาโอบอุ้มเกลไว้ คุณปกป้องเกล ดูแลแม่ของเกล และมอบชีวิตใหม่ที่สะอาดสะอ้านและปลอดภัยให้แก่พวกเรา คุณไม่ได้เป็เพียงแค่แสงสว่างในชีวิตของเกล... แต่คุณคือโลกทั้งใบของเกล"
ท่ามกลางข้อกังขาและสายตาจากสังคมชั้นสูงที่อาจมีเข้ามาท้าทายในวันข้างหน้า มิเกลสูดหายใจลึก เปล่งเสียงสาบานด้วยแววตามุ่งมั่นและจริงใจอย่างที่สุด
"เกลขอสัญญา... ต่อหน้าสักขีพยานทุกท่านในค่ำคืนนี้ ว่าเกลจะรัก ซื่อสัตย์ และมีคุณคชาเพียงคนเดียวตลอดไป เกลจะเป็ภรรยาที่ดี จะคอยเป็กำลังใจ ยืนเคียงข้าง และโอบกอดคุณในยามที่คุณเหนื่อยล้า จะไม่ยอมปล่อยมือจากคุณไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม... ขอบคุณที่รักและให้เกียรติเกลขนาดนี้นะคะ เกลจะรักคุณด้วยทั้งหมดของหัวใจชั่วนิรันดร์ค่ะ"
สิ้นเสียงคำมั่นสัญญาอันอ่อนหวานทว่ามั่นคงดั่งหินผาของเ้าสาว เสียงปรบมือแสดงความยินดีจากแเื่ทั้งฮอลล์จัดเลี้ยงดังกึกก้องยาวนานและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งใดๆ คชาส่งยิ้มบางเบาอันหล่อเหลา เอื้อมมือแกร่งขึ้นเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวของมิเกลขึ้นช้าๆ เผยดวงหน้าหวานหยาดเยิ้มที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุข
ชายหนุ่มก้มลงประทับจุมพิตแสนหวานและลึกซึ้งลงบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเ้าสาวช้าๆ ััอันแสนอบอุ่นและอ่อนโยนที่ถ่ายทอดคำมั่นสัญญารักนิรันดร์ผ่านริมฝีปากของคนทั้งสองสะกดใจแขกทุกคนในงานให้ตราตรึง ทะเลดอกกุหลาบสีขาวนับหมื่นดอกดูราวกับส่งกลิ่นหอมอบอวลยินดีให้แก่ความรักของพวกเขา บัดนี้... สายใยวิวาห์ระดับประเทศได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางแสงสว่างไสวที่ขับไล่เงามืดในอดีตไปชั่วนิรันดร์