5
เปลี่ยนเสื้อให้เอกซ์
“เอกซ์ นายจะไปไหน มันดึกแล้วนะ”
ปัง!!
เอกซ์ปิดประตูอย่างแรงเพื่อเป็การบอกให้ผมรู้ว่าผมไม่ควรเข้ามายุ่งกับเื่นี้ ผมทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งโง่ๆ ฟังเสียงฝีเท้าของเอกซ์ที่ห่างออกไปทุกขณะ ผมรู้ว่าเอกซ์กำลังจะไปไหน เพราะเท่าที่ผมฟังจากสิ่งที่เอกซ์คุยโทรศัพท์เมื่อกี้ เอกซ์คงกำลังจะออกไปช่วยเพื่อนที่ถูกไล่ล่าอยู่แน่ๆ!!
ตอนนี้ในใจผมปั่นป่วนไปหมด หัวใจพยายามบอกให้ผมไปห้ามเอกซ์ไว้ แต่สมองกลับสั่งห้ามร่างกายไม่ให้ลุกออกจากเขตแดนนี้เด็ดขาด ผมหันรีหันขวาง ไม่รู้จะเอายังไงกับตัวเองดี ราวกับว่าในร่างผมมีคนสองคนถกเถียงกันไม่รู้จักจบสิ้น
“โธ่โว้ยยยย!!”
ผมทึ้งหัวตัวเองแล้วตัดสินใจลุกออกจากเตียงเพื่อตามไปห้ามเอกซ์ แต่ก็ช้าเกินไป เสียงรถมอเตอร์ไซค์ของเอกซ์ดังขึ้น เขาเตรียมจะออกไปจากบ้านแล้ว ผมรู้ว่าวิ่งลงไปชั้นล่างตอนนี้ไม่ทันแน่ๆ เลยหันหลังกลับวิ่งไปยังประตูหน้าต่างยื่นหน้าออกไปแล้วรีบะโห้ามเอกซ์สุดเสียง
“เอกซ์!!”
เอกซ์เงยหน้าขึ้นมามองผมในความมืด แสงไฟจางๆ จากตัวบ้านและไฟหน้ารถมอเตอร์ไซค์ฉายให้ผมเห็นใบหน้าของเอกซ์จากแสงไฟรางๆ ที่กำลังแสดงสีหน้าดุดันสุดๆ
“ไม่ต้องมาห้ามกู!!”
เขาะโกลับมาโดยที่ผมยังไม่ทันพูดอะไรด้วยซ้ำ เอกซ์หันหน้ากลับไป สับเกียร์รถแล้วบิดคันเร่งขี่รถออกไปอย่างรวดเร็ว!!
ม่อน ม่อน หมอนนนน~~~
“เอกซ์!!!!”
ผมร้องะโไล่ตามหลัง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพียงไม่ช้าแสงไฟสีแดงท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของเอกซ์ก็หายลับไป ผมหดหัวกลับเข้ามาในตัวบ้านแล้วลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเศร้าสร้อย ผมทำอะไรไม่ได้เลย เอกซ์ไม่ฟังแถมยังไม่ให้ผมเข้าไปยุ่งเื่ของมันอีก
ทำไมวะ
แค่มันไม่รับความเป็ห่วงของผม ผมต้องน้อยใจขนาดนี้เลยเหรอวะ
นี่ผมกำลังเป็อะไรกันแน่
ชีวิตของมัน ทำไมผมต้องแคร์ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนไม่ได้เจอหน้ามัน ผมก็ไม่เห็นเป็ไร นี่แค่เห็นหน้ามันวันเดียว ผมกลับมีอาการขนาดนี้ แล้ววันต่อๆ ไปล่ะ ถ้าผมรู้สึกมากขึ้น แล้วเอกซ์ก็หาเื่ใส่ตัวเองอีกเรื่อยๆ ผมไม่เครียดตายเลยเหรอวะ
ผมหันกลับไปเก็บหมอนของตัวเองบนเตียงเอกซ์แล้วเดินกลับไปอยู่ในเขตแดนจากนั้นก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างรู้สึกเหนื่อยอ่อน
ตามใจมันแล้วกัน ในเมื่อผมหยิบยื่นความเป็ห่วงให้แล้วมันไม่คิดจะรับไว้ หลังจากนี้ก็แล้วแต่มันละกัน จะไปโดนใครตีโดนใครต่อยก็เื่ของมันเถอะ ผมจะอยู่ในเขตแดนของผมแล้วขอไม่รับรู้เื่ของมันตามที่สมองสั่งไปเลยแล้วกัน
ผมไม่ได้ประชดนะ พูดจริง!!
หลายชั่วโมงต่อมา
“เฮ้ออ!!”
ผมถอนหายใจเป็รอบที่สามร้อยเก้าสิบเก้าเพราะนอนไม่หลับ!! เที่ยงคืนแล้วนะเฟ้ย!! จะเป็ห่วงเอกซ์แค่ไหนก็ให้มันมีขอบเขตบ้างเหอะ มัวแต่ห่วงว่าเอกซ์จะโดนรุมตีอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อไหร่จะได้นอนสักที สนิทก็ไม่สนิท แต่กลับต้องมาห่วงมันราวกับว่ามีด้ายแดงผูกติดกันไว้ตลอดเวลาซะงั้นอ่ะ!!
โอ๊ยยยย พรุ่งนี้ไปโรงเรียนโว้ยยย จะนอนก็ไม่ได้นอน อะไรกันนักกันหนา!!
ม่อนนน ม่อนนน...เอี๊ยดดด!!
ผมลุกพรวดพราดขึ้นจากเตียงแล้ววิ่งไปยังหน้าต่างทันที เอกซ์กลับมาแล้ว!! แต่ผมมองไม่เห็นว่ามันกลับมาในสภาพดีหรือเละเพราะมืดมาก ไฟข้างล่างก็ไม่ได้เปิด ยายแก้วกับยายผมก็นอนแล้ว จะให้ผมวิ่งลงไปเปิดไฟต้อนรับก็กลัวจะทำให้พวกท่านตื่น ปล่อยให้ท่านคิดว่าเอกซ์ออกไปเที่ยวตามประสาวัยรุ่นแล้วให้ท่านหลับพักผ่อนอย่างนั้นจะดีกว่า
ดูนั่น เอกซ์เดินกะเผลกๆ เข้าบ้านมาแล้ว ผมจะทำยังไงดี ทำเป็หลับดีไหมหรือจะเปิดไฟนั่งรอมันอยู่บนเตียงดี โอ๊ยไม่รู้แล้วโว้ย!!
เอี๊ยด...เอี๊ยด...
เสียงไม้ลั่นเป็จังหวะ ทำให้ผมรู้ว่าเอกซ์กำลังเดินขึ้นบันไดมาอย่างช้าๆ ยิ่งเสียงเริ่มใกล้เข้ามาผมยิ่งตื่นเต้น ผมตัดสินใจะโขึ้นไปอยู่บนเตียงของตัวเองแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมโปงไว้
แอ๊ด~~
เอกซ์เปิดประตูเข้ามาแล้ว!!
แป๊ก!!
มันเปิดไฟแล้ว!!
“วาย...”
แถมเรียกชื่อผมด้วย!!
“...” ผมไม่ตอบกลับหรอก ไม่งั้นมันก็รู้ดิว่าผมแกล้งทำเป็หลับอยู่!!
“วาย กูรู้มึงยังไม่หลับ ลุกมาหยิบเสื้อผ้าให้กูหน่อย”
มันรู้ได้ยังไงว่าผมยังไม่หลับ! ตัวผมสั่นงั้นเหรอ ปัดโธ่!! โกหกใครไม่เนียนจริงๆ เลยผมเนี่ย!!
“เออๆ ลุกก็ได้” ผมตัดสินใจลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง แต่ภาพตรงหน้าทำให้ผมต้องรีบลงจากเตียงด้วยความใ!!
แขนเอกซ์เป็แผลถลอกยาวมาก!! เนื้อแดงๆ กับเศษหินเศษทรายสีดำทำให้ผมยิ่งอ้าปากกว้างจนช้างจะเข้าไปอยู่ได้ ใบหน้ารูปไข่คมๆ ของมันมีรอยช้ำตรงโหนกแก้มหนึ่งที่ ตุ้มหูวงกลมสีเงินเกลี้ยงเกลาข้างซ้ายของมันก็หายไปวงนึง แถมเสื้อผ้าก็ยับเยินไปหมด สภาพแผลของมันตอนนี้แทบดูไม่ได้ ดูๆ แล้วเหมือนจะไม่ได้มีแค่แผลชกต่อยอย่างเดียว มันเอารถไปล้มมาด้วย!!
“เอกซ์ ไปโรงบาลกันเถอะ!!”
ผมตั้งท่าจะลากมันไปโรงพยาบาลจนลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองกลัวการถูกเนื้อต้องตัวมันมากแค่ไหน แต่อีกฝ่ายจำได้เลยห้ามปรามการกระทำของผมไว้ ก่อนจะพูดเสียงแหบพร่าเล่นเอาผมน้ำตาแทบไหลเพราะสงสารมันจับใจ
“มะ ไม่ต้อง ไปเอาเสื้อผ้ามาให้กูเปลี่ยนก็พอ”
“จะทำอย่างนั้นได้ไง นายดูสภาพตัวเองก่อน แผลเยอะขนาดนี้…ไม่ได้ๆ เราจะไปเรียกยายเดี๋ยวนี้แหละ” ผมจะเดินไปเปิดประตู แต่เท้ายังไม่ทันจะได้ก้าวก็ถูกอีกฝ่ายห้ามไว้เสียก่อน
“วาย!! ห้ามไปบอกยาย...เด็ดขาด!!”
น้ำเสียงแหบพร่าที่ดุดันราวกับราชสีห์ใกล้ตายนั้นทำให้ผมต้องหันหน้าไปมองมันพลางขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมล่ะ แผลมันเยอะขนาดนี้ ยังไงก็ต้องพาไปโรงพยาบาลสิ จะปล่อยแบบนี้ได้ยังไง ถ้าเกิดแผลติดเชื้ออะไรขึ้นมาจะทำยังไง!!
“ไม่ได้เอกซ์ นายจะสั่งห้ามอะไรเราก็สั่งไป แต่ถ้านายเป็หนักขนาดนี้ เราอดห่วงนายไม่ได้ เราต้องไปบอกยายแล้วพานายไปหาหมอ”
ผมพูดคำขาดด้วยใบหน้าที่จริงจังสุดๆ แต่อีกฝ่ายก็หาได้เปลี่ยนสีหน้าไม่ เอกซ์ยังคงแสดงความดุดันและพยายามจะห้ามผม แต่เพราะแสบแผลเลยหยุดชะงักร้องโอดโอยไปพักหนึ่ง
“นายจะเอายังไง กลัวยายรู้ แต่ไม่กลัวตัวเองตายเลยว่างั้น?”
“ถ้ามึงออกจากเขตแดน กูมีสิทธิ์จะแตะเนื้อต้องตัวหรือทำอะไรกับมึงก็ได้ แล้วถ้ากูจำเป็ต้องปิดปากของมึงที่กำลังจะหาเื่ให้กูเพิ่มด้วยการไปบอกยายล่ะก็ กูก็จะทำ!!”
เอกซ์กดเสียงต่ำในลำคอแล้วจ้องตาผมด้วยสายตาข่มขู่ราวกับฆาตกรเืเย็น!!
เอื้อก!!
ผมกลืนน้ำลายลงคอแล้วถอยหลังหนีไปนั่งขอบเตียง เท่าที่ดู มันไม่ได้แค่ขู่ แต่มันจะทำจริงๆ ซะด้วย ฮือๆ นี่ขนาดผมหวังดี มันยังทำกับผมแบบนี้ แล้วจะไม่ให้ผมกลัวมันได้ไง!
“ระ เราไม่ไปบอกยายแล้วก็ได้ แต่ยังไงนายก็ต้องไปหาหมอ”
“ถ้ามึงห่วงกูมาก มึงก็ไปเอาเสื้อผ้าใหม่มาให้กูก็พอ”
“แล้วแผลนายล่ะ!!”
ผมขึ้นเสียงใส่เอกซ์อย่างหมดความอดทน ถ้ามันจะดื้อ ก็ดื้อให้มีขอบเขตซะบ้าง ทำแผลก็ไม่ทำ จะทำตัวเก่งไปถึงไหน อยากติดเชื้อตายมากหรือไง ไอ้บ้า!
“กูจะทำแผลเอง”
“พูดอย่างกับว่านายมีมือเท่าทศกัณฐ์งั้นแหละ อย่ามาโชว์โง่ แผลขนาดนี้นายทำคนเดียวไม่ได้หรอก!!” ผมตะคอกใส่มันอย่างเหลืออด แต่เอกซ์ก็หาได้สนใจในคำพูดของผมไม่ มันชี้มือไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วตอกย้ำซ้ำๆ ว่ามัน้าแค่นี้จริงๆ
เหอะ งั้นนายก็ไปเอาเองแล้วกัน ถ้ายืนกรานจะทำแผลเองขนาดนั้น แค่เดินไปหยิบเสื้อผ้ามาเปลี่ยนใหม่ก็คงไม่ลำบากนักหรอก!!
“เร็ว!!” มันเร่งเร้าผม แต่ผมไม่สนใจล้มตัวลงนอน เอาผ้าห่มคลุมโปงทันที ตามใจมันเลย อยากทำอะไรก็ทำไป ผมไม่สนใจแล้ว ความหวังดีที่ผมให้ ถ้ามันไม่คิดจะรับไว้ ดื้อด้านอยากตายมากนักก็สุดแล้วแต่ชีวิตมันละกัน เซ็งโว้ย!! “วาย...” มันเรียกชื่อผมเสียงต่ำแล้วถอนหายใจ สักพักมันก็เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เตียงของผมก่อนจะก็ดึงผ้าห่มของผมออกด้วยแรงมหาศาล
“เอกซ์!!” ผมใสะดุ้งขึ้นนั่งเพราะคิดว่าเอกซ์ล้ำเขตแดนเข้ามาแน่ๆ แต่พอผมดูดีๆ ผมก็พบว่ามันยื่นมือเข้ามาในจุดที่เป็ช่องโหว่ของเส้นเขตแดนด้วยใบหน้าซีเรียสสุดๆ!!
“ไปเอาเสื้อผ้าให้กูก่อน”
“แล้วทำไมนายไม่ไปเอาเอง ขนาดทำแผลนายยังจะทำเอง แค่ไปเอาเสื้อผ้าทำไมต้องใช้เราด้วยวะ”
“...”
“เงียบทำไม ตีหน้าโง่อีก!!” ผมดึงผ้าห่มกลับ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อย เรายื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาจนกลายเป็การชักเย่อเล็กๆ แล้วทำให้เอกซ์ที่มีแรงเหลือไม่มากเซเข้ามาตามแรงดึงของผมทีละน้อยๆ จนในที่สุดมันก็หลุดเข้ามาในเขตแดนของผม!!
“กูขอโทษ” เหมือนเอกซ์จะรู้ตัว มันเดินถอยหลังออกไปแล้วก็ยอมปล่อยผ้าห่มคืนให้ผม ผมดึงผ้าห่มกลับมาอย่างช้าๆ แล้วจ้องมองสภาพของมันด้วยความรู้สึกสงสารขึ้นมา
ผมโกรธผิดเวลาจริงๆ ตอนนี้มันขอให้ช่วยอะไรผมก็ควรจะช่วยสิ ถ้ามันดื้อไม่ยอมไปหาหมอก็ช่างเถอะ เพราะคนอย่างเอกซ์ถ้าไม่ถึงกับใกล้ตายก็คงไม่ยอมไปโรงพยาบาลแน่ๆ เฮ้อ เอาวะ ยังไงก็ช่วยๆ มันไปก่อนละกัน ทนเห็นสภาพแบบนี้ไม่ไหวแล้วว่ะ
“ก็ได้ๆ” ผมตอบมันพลางลงจากเตียงไป แต่พอผมจะก้าวขาออกจากเขตแดน สมองก็สั่งห้ามไว้ ผมเลยต้องหันหน้าไปมองอีกฝ่ายเพื่อถามว่ามันจะไม่ทำอะไรผมจริงๆ ใช่ไหม ซึ่งเอกซ์เข้าใจเลยพยักหน้าให้ ผมตัดสินใจก้าวขาออกจากเขตแดนแล้วเดินไปยังตู้เสื้อผ้าของมันทันที “นายจะเอาตัวไหน” ในตู้เสื้อผ้าของมันมีชุดช็อปเทคนิคอยู่สามสี่ตัวแล้วก็พวกชุดใส่เที่ยวที่ออกแนวนักเลงหน่อยๆ กางเกงยีนขาดๆ งี้ เสื้อดำรูปหัวกะโหลกงี้ หมวกเน่าๆ ที่มีหนามแหลมๆ งี้ เห็นละขนลุก!!
“กางเกงบ็อกเซอร์ก็พอ” มันบอก
ผมหยิบกางเกงบ็อกเซอร์ที่ถูกยัดๆ เก็บไว้อย่างไม่เป็ระเบียบเอาออกมาหนึ่งตัวแล้วเดินกลับขึ้นไปอยู่บนเตียงของตัวเองก่อนจะยื่นกางเกงให้มันผ่านช่องว่างเขตแดน แต่มันไม่ยอมรับไป ผมเลยต้องเงยหน้าไปมองมันอย่างไม่เข้าใจ
“อย่าบอกไม่ชอบตัวนี้นะ เราไม่ลุกไปเปลี่ยนให้แน่”
“ไม่ใช่” เอกซ์ส่ายหน้าแล้วใช้มือข้างที่มีแผลไม่เยอะเท่าไหร่ชี้ไปที่เสื้อผ้ายับเยินของมัน “ช่วยถอดให้กูหน่อย”
“อย่าบอกนะว่าที่นายใช้เราไปเอากางเกงมานี่” ผมชูกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้นเสมอแก้มก้นให้อีกฝ่ายดู “ก็เพื่อ้าให้เราเปลี่ยนเสื้อผ้าให้?”
“เออ” มันตอบพร้อมกับหันหน้าหนีจนกระดูกคอลั่นดังกร๊อบ เหอะทำมาเป็หลบหน้าหลบตา เห็นนะว่าหูนายแดง
“ไอ้บ้า ถ้านายเปลี่ยนเสื้อผ้าเองไม่ได้ก็น่าจะบอกเราั้แ่แรกดิวะ จะมาทำเป็พูดน้อยๆ ให้เราเข้าใจผิดทำไม”
“กูเจ็บปาก” มันพูดสั้นๆ พลางอ้าปากให้ผมดูแผลร้อนในสี่ห้าแผล เล็กบ้างใหญ่บ้าง บางแผลก็ลึก บางแผลก็ตื้น อย่างกับหลุมอุกกาบาตดวงจันทร์ แถมบางแผลก็มีเืไหลอีก!!
“พอเราเข้าใจละ” ผมยกฝ่ามือขึ้นหยุดแล้วก้มหน้าลง ให้ตายเหอะ พรุ่งนี้ผมคงกินข้าวไม่อร่อยแน่ๆ เห็นของสะอิดสะเอียนแบบนี้เข้าไป อึ๋ยยย!!
“ถอดเสื้อให้กูหน่อย” เอกซ์เดินมาหยุดอยู่หน้าช่องว่างเขตแดนพลางชูมือทั้งสองข้างขึ้นสูงจนเสื้อยืดของมันเลิกขึ้นตาม เผยกล้ามท้องล่างด้านข้างที่เป็รูปตัววีแน่นๆ ให้เห็นนิดหน่อยช่วยเรียกน้ำย่อยสาวๆ ได้เป็อย่างดี ย้ำนะครับว่าสาวๆ ไม่ใช่ผม!!
“อะ เออ” จู่ๆ ผมก็พูดตะกุกตะกัก มือไม้สั่นอย่างกับนางเอกสวยใสตัวน้อยๆ ที่เพิ่งจะเคยได้เห็นเรือนร่างผู้ชายเป็ครั้งแรกเสียอย่างนั้น ผมพยายามไล่ความรู้สึกบ้าๆ นี้ออกไปแล้วจับชายเสื้อเอกซ์ถลกขึ้นอย่างช้าๆ
เรือนร่างของคนตรงหน้าค่อยๆ ถูกเปิดเผย เริ่มจาก่เอวขึ้นมายังซิกซ์แพ็กเป็ลอนๆ แล้วเลื่อนขึ้นมายังแผงอกที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งให้ผมเห็นทีละน้อย ความร้อนที่แผ่ซ่านกับกลิ่นตัวของมันทำให้มือไม้ผมเริ่มสั่นไปทีละน้อย ผมเกือบเคลิ้มไปกับกลิ่นตัวที่ผ่อนคลายของมัน แต่ทว่าพอผมเริ่มเห็นแผลถลอกสดๆ ความเป็ห่วงก็เข้ามาแทนที่จึงทำให้ผมคุมสติไว้ได้
ผมเบามือมากขึ้นและค่อยๆ ถอดเสื้อมันออกอย่างช้าๆ ยิ่งจังหวะที่เสื้อเลื่อนมายังต้นแขน ผมก็ยิ่งต้องระวัง ผมพยายามใช้สายตาจดจ้องไปที่วงแขนเสื้อที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านาแจึงไม่ทันได้สังเกตใบหน้าที่กำลังจับจ้องมองผมเลยสักนิด ลมหายใจร้อนๆ ของมันที่พ่นรดมายังแก้มของผมทำให้ผมเกือบหลุดสมาธิไป แต่เพราะผมกลัวจะทำมันเจ็บก็เลยต้องพยายามไม่สนใจแล้วทำหน้าที่ของผมต่อไป จนในที่สุดผมก็เอาเสื้อออกจากแขนของเอกซ์ได้ข้างหนึ่ง!!
ผมหันมาที่แขนอีกข้างของเอกซ์ที่มีแผลน้อยกว่า ตรวจๆ ดูแล้วก็รู้ว่ารอบนี้เอาออกสบาย ผมเลยจัดการถอดเสื้อมันออกอย่างคนปกติเขาถอดกัน แต่แล้วเนื้อผ้าก็ไปเสียดสีโดนแผลโดยบังเอิญทำให้อีกฝ่ายร้องครางในลำคอด้วยความแสบจี๊ดๆ
“โอย...”
ผมรีบหันหน้าไปมองมัน แต่เพราะว่าใบหน้าเราสองคนใกล้กันเกินไปทำให้ในจังหวะที่ผมกำลังหันไปนั้น จมูกของมันก็ชนเข้ากับแก้มของผมพอดี ผมใมาก! รีบถอยหลังหนี เอกซ์ก็เพิ่งจะรู้ตัวจึงทำเป็ถอดเสื้อกลบเกลื่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อ แต่เพราะแขนอีกข้างของมันมีแผลเยอะ มันจึงงอแขนไม่ได้ ผมเห็นมันทุลักทุเลแบบนั้นก็ทนดูไม่ไหวเลยตัดสินใจรวบรวมความกล้าไปช่วยมันถอดเสื้อออกอีกครั้ง
“ไม่ไหวยังทำซ่านะนาย”
พอผมถอดเสื้อให้มันเสร็จ เอกซ์ก็ยิ้มออกมาหน่อยๆ ก่อนจะพูดในสิ่งที่ผมเกือบฟังไม่ออก เพราะมันพูดเบามาก
“ขอบใจ”
ผมยิ้มตอบก่อนจะเริ่มปลดกางเกงขายาวของมันออก แต่ในรอบนี้กลับไม่ชิลเหมือนรอบถอดเสื้ออีกต่อไป เพราะว่าผมต้องนั่งพื้นเพื่อจะได้ถอดกางเกงของมันง่ายๆ เลยทำให้หน้าผมจ่ออยู่กับเป้าของมัน! ผมไม่ได้ตื่นเต้นกับเื่นั้นหรอกนะครับ ผู้ชายอ่ะของแค่นี้เฉยๆ อยู่แล้ว!! แต่ที่ไม่ชิลเนี่ย คือแผลตรงข้างสะโพกนี่ล่ะครับ!! มีทั้งช้ำม่วงอมแดง ทั้งแผลสด แถมดูเหมือนเืจะแข็งตัวจนแผลมันติดกับขอบกางเกงไปนิดๆ แล้วด้วย!!
ผมเงยหน้ามองเอกซ์เพื่อถามความคิดเห็นว่ามันจะทนได้ไหม เพราะถ้าดึงขอบกางเกงออกช้าๆ รับรองว่าเนื้อผ้าได้เสียดสีกับแผลแล้วเจ็บนานแน่ๆ ต้องดึงออกในวินาทีสั้นๆ เพื่อให้เจ็บน้อยที่สุด ซึ่งมันก็รู้ครับ มันพยักหน้าทนไหว ใจเข้มแข็งพอ ผมก็เลยจัดให้!!
ฟุบ!!
“อึก!!”
พอผมดึงขอบกางเกงให้ลงมาจนถึงต้นขาของเอกซ์ได้ ผมก็เงยหน้าไปมองสีหน้าของอีกฝ่ายว่าเป็ยังไงบ้าง ซึ่งเอกซ์ก็กำลังเม้มปากกลั้นเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้าเลยล่ะครับ อึดดีจริงๆ โชคดีนะเนี่ยที่มันไม่ได้ใส่กางเกงในด้วย ไม่งั้นกว่าจะดึงเอวยืดๆ ของขอบกางเกงในออกได้ต้องเจ็บจนน้ำตาไหลแน่ๆ
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ!?
“อะ เอกซ์ นะ นายจัดการกางเกงขายาวส่วนที่เหลือเองได้แล้วใช่มั้ย!” ผมรีบหลับตาพูดจนลิ้นแทบจะพันกัน! โอย เกือบเป็ตากุ้งยิงแล้วไหมล่ะ!!
“อายทำไม” เอกซ์พูดด้วยน้ำเสียงขบขันจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงมันถอดกางเกงออกเองอย่างทุลักทุเลจนในที่สุดมันก็ถอดเสร็จ “ผู้ชายด้วยกันจะอายทำไม เอ๊ายังไม่ลืมตาอีก ไอ้อ่อน” ทีเวลาว่าผมเนี่ย พูดยาวได้นะไอ้บ้านี่!!
ผมลืมตาขึ้นตามที่มันบอก แต่ภาพตรงหน้าก็เล่นเอาลูกตาของผมแทบถลน เพราะเอกซ์เอากางเกงบ็อกเซอร์ที่ผมให้มาถือปิดบังเป้าไว้อย่างกับนายแบบนิตยสารผู้ชายที่โชว์เรือนร่างโดยมีผ้าน้อยชิ้นมาปกปิดส่วนลับเท่านั้น!!
“เอกซ์!! ทำอะไรของนายเนี่ยยย!!” ผมใมาก รีบเอามือปิดตาอย่างรวดเร็ว ตายแน่ๆ ตากูจะเป็กุ้งยิงเปล่าวะ ผมไม่อยากถูกเพื่อนล้อที่โรงเรียนนะเว้ย!!
“กูใส่กางเกงไม่ได้”
“แล้วยังไง นายใส่ไม่ได้เลยต้องเอากางเกงบ็อกเซอร์มาถือปิดเป้าไว้งี้เหรอ!”
“แล้วมึงจะอายทำไม”
“เพราะเราไม่ใช่คนเถื่อนๆ ที่สามารถแก้ผ้าไปเดินตลาดได้อย่างนายนี่!!”
“กูไปทำตอนไหน”
“ไม่รู้โว้ย” ผมบิดตัวหนีเพราะกลัวมันจะเห็นว่าหน้าผมแดงมากแค่ไหน ผมถอนคำพูดที่บอกว่าผู้ชายเขาเฉยๆ กับเื่แบบนี้ก็ได้ ผมยอมรับเลยว่าผมอายมาก ั้แ่ผมโตจนถึงวัยเจริญพันธุ์ ผมยังไม่กล้าเปิดของลับอล่างฉ่างให้ใครดูด้วยซ้ำ!
“วาย ทำแผลตรงเอวให้หน่อย” เอกซ์พูดเสียงอ้อนแล้วก็เอาเท้ามาเขี่ยหลังผมสามสี่ที โอ๊ยยย!! อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวกูนะ ไอ้คนทุเรศ!!
“นายก็ทำเองดิวะ ไหนบอกว่าจะทำแผลเองไง”
“แขนกูงอไม่ได้”
“นายคิดจะแกล้งเราใช่มั้ย นี่นายกำลังวางแผนให้เราเข้าใกล้นายอยู่ใช่หรือเปล่า!”
“ไม่ กูงอแขนไม่ได้จริงๆ มึงช่วยกูหน่อยเถอะนะ อะ โอยย มึงอย่าให้กูพูดเยอะดิ กูเจ็บปาก”
“เออๆ ช่วยก็ช่วยวะ!!”
ผมหันตัวไปหามัน แต่ก็ปิดตาอยู่อย่างนั้น บ้าเอ๊ย!! นี่ถ้าเรียกยายได้ ผมคงไม่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แท้ๆ เอกซ์นะเอกซ์ นายนี่มันตัวก่อกวนจิตใจจริงๆ!!
