โครมม มม!!
เสียงเปิดประตูห้องที่ดังสนั่น ทำให้ร่างบางที่กำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าอยู่ในห้องถึงกับสะดุ้งโหยง
เมื่อเห็นว่าคนที่ผลักประตูเข้ามาเป็หยางฮูหยิน ซิงอีจึงรีบลุกขึ้นคำนับนางทันที
“ซิงอีคารวะฮูหยิน”
“ไม่ต้องมากความ”
“ฮูหยินมาหาซิงอีถึงที่นี่ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ซิงอีรับใช้?”
“หึ! ฉลาดดีนี่”
หยางฮูหยินยิ้มอย่างพอใจที่ซิงอีว่าง่าย เพราะเธอจะได้ไม่ต้องออกแรงมาก
“ซิงอี...หลังจากที่แม่ของเ้านั้นจากไป ข้าก็รับภาระดูแลเ้าอย่างหนัก ทั้งให้ที่อยู่ ที่กิน และให้ความรู้แก่เ้า... วันนี้ ข้ามีเื่เดือดเนื้อร้อนใจอยากจะให้เ้าช่วย หวังว่าเ้าคงจะไม่ปฏิเสธข้านะ”
“ฮูหยินมีอะไรให้ซิงอีรับใช้ได้โปรดพูดมาเถิด”
ซิงอีนั้นรู้ตัวอยู่แล้วว่าที่หยางฮูหยินมาหานางในครั้งนี้คงไม่พ้นที่จะนำพาความเดือดร้อนมาให้นาง เพราะที่ผ่านมาเธอก็อยู่ในจวนนี้ด้วยความยากลำบาก แม้นว่าเธอจะเป็บุตรีคนหนึ่งของใต้เท้าหยาง แต่ทว่าความเป็อยู่ภายในจวนของเธอนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับบ่าวไพร่ภายในจวนมากนัก
ทางด้านของหยางฮูหยิน เมื่อเห็นจังหวะดังนั้น เธอจึงรีบพูดความประสงค์ของเธอในทันที
“ซิงอี...เ้าก็รู้นี่ ว่าพรุ่งนี้จะเป็พิธีมงคลระหว่างบ้านของเรากับบ้านสกุลจาง ดังนั้น ข้าจึงเห็นควรว่าคนที่จะต้องแต่งงานเข้าบ้านสกุลจางควรจะเป็เ้า ไม่ใช่ซิงเยี่ยน”
“เหตุไฉนจึงเป็ข้า? แท้จริงแล้ว พี่ใหญ่ของบ้านควรจะออกเรือนก่อนมิใช่หรือ?”
“ซิงอี...ซิงเยี่ยนนางรู้สึกไม่ค่อยแข็งแรง ดังนั้นจึงยังไม่ประสงค์ที่จะออกเรือน การออกเรือนในครั้งนี้ เป็สัญญาระหว่างบิดาของเ้ากับบ้านสกุลจาง ดังนั้น เห็นทีข้าคงจะปฏิเสธไม่ได้ ให้เ้าคิดเสียว่า นี่เป็การตอบแทนที่ข้าคอยอบรมเลี้ยงดูเ้าแทนแม่ของเ้าก็แล้วกัน”
“อืม...ข้าเข้าใจแล้ว ซิงอีรับคำฮูหยิน”
“หึ ดี ว่าง่าย ๆ แบบนี้ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว เดี๋ยวข้าจะให้คนไปเครื่องแต่งตัวมาให้เ้า”
เมื่อหยางฮูหยินพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องไปอย่างพึงพอใจ
น้ำหยดใสค่อย ๆ ร่วงหล่นออกมาจากดวงตาคู่งามของหญิงสาวจนมันอาบเต็มบนแก้มทั้งสองข้าง
หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นในความน้อยเนื้อต่ำใจก่อนที่จะทรุดตัวนั่งใกล้กับเตียงนอน เธอมีศักดิ์เป็ถึงบุตรสาวคนเล็กของใต้เท้าหยาง แต่กับได้รับการเลี้ยงดูไม่เท่าเทียมกับบุตรสาวที่เกิดกับจางฮูหยิน ทุกวันนี้จะอยู่หรือตายเธอก็ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ต่างกันนัก เพราะในเวลาที่ใต้เท้าหยางออกไปช่วยงานราชการ เธอมักจะถูกรังแกกลั่นแกล้งจากซิงเยี่ยนและหยางฮูหยินอยู่เป็ประจำ ไม่ว่าจะแกล้งผลักตกน้ำ ขังไว้ในห้องเก็บฟืน หรือแม้แต่กระทั่งให้กินของเหลือต่อจากพวกนาง
แท้จริงแล้วซิงอีนางก็ไม่อยากที่จะแต่งงาน แต่ว่าการที่นางอาศัยอยู่ในจวนของบิดานั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็ สู้ไปตายเอาดาบหน้าเสียดีกว่า...
ทุก ๆ วันนี้ที่นางมีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ระทม เพราะหลังจากที่มารดาของนางตาย ใต้เท้าหยางก็ไม่เคยมาดูดำดูดีนางอีกเลย ทั้งยังมอบอำนาจให้จางฮูหยินเป็ผู้อบรมดูแลนางในทุก ๆ เื่
“ฮือ ฮือ ฮือ”
“ท่านแม่...ถ้าหากว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ ซิงอีคงไม่ต้องโดนคนอื่นเขารังแกถึงเพียงนี้”
เมื่อร้องไห้จนเป็เวลานานพอสมควรแล้ว ซิงอีจึงปาดน้ำตาเพื่อลุกขึ้นสู้ต่อ ไม่ว่าจะเกิดเหตุอันใดขึ้นก็ตาม อย่างน้อยการที่นางยังมีชีวิตอยู่ก็นับว่าดีมากแล้ว เพราะนางเชื่อว่าการตายของแม่นางนั้นต้องเป็เื่ที่มีเงื่อนงำ ไม่ใช่การตายธรรมดา ๆ อย่างที่ทุก ๆ คนใจจวนคิดแน่
“ท่านแม่ ข้าขอสัญญาว่า วันหนึ่งข้าลากคนที่ทำผิดมาลงโทษให้จงได้”
เมื่อครั้งที่ซิงอียังเยาว์วัยนั้น นางจำได้ว่าบิดาของนางรักแม่นางมาก แม้ว่าแม่ของนางจะเป็เพียงอนุภรรยาก็ตาม เพราะแท้จริงแล้วใต้เท้าหยางและมารดาของนางเป็คนรักกันก่อนที่ใต้เท้าหยางเข้าพิธีวิวาห์กับหยางฮูหยินเสียอีก
ทั้งสองรักใคร่กันดีแต่ติดด้วยเื่ของฐานะที่แม่ของเธอเป็เด็กกำพร้า แต่บิดาของเธอเกิดในตระกูลที่มียศมีเกียรติ ดังนั้น บิดาของเธอจึงต้องวิวาห์กับหยางฮูหยินตามคำสั่งของผู้ใหญ่
แต่หลังจากที่ทั้งคู่วิวาห์กันได้ไม่ถึงหนึ่งปี เขาก็ไปรับแม่ของซิงอีเข้ามาอยู่ในจวนในฐานะอนุภรรยา และใส่ใจดูแลเธอมากกว่าผู้ที่เป็ฮูหยินของบ้านเสียอีก
นี่จึงเป็ชนวนเหตุที่ทำให้หวังฮูหยินเกลียดมารดาของซิงอี จนพาลมาเกลียดนางไปอีกคน แต่ด้วยความที่หยางฮูหยินเป็คนฉลาด ดังนั้นเวลาที่อยู่ต่อหน้าใต้เท้าหยาง นางและลูกจะแสร้งทำเป็รักซิงอี และคอยใส่ร้ายว่าซิงอีมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวให้แก่ใต้เท้าหยางฟังอยู่เสมอ