สำนักศึกษาหลวง
หลังจากแต่งงานหลี่เฉินก็อาศัยอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงไม่ได้กลับไปยังจวนตระกูลหลี่เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าจวนตระกูลหลี่ตอนนี้มีความวุ่นวายเกิดขึ้นมากเพียงใด จนกระทั่งเขาเริ่มสังเกตเห็นสายตาที่มองมาของลูกศิษย์ได้ เพราะเขาเป็อาจารย์ที่ค่อนข้างเข้มงวดผู้หนึ่งทำให้ในยามปกติบรรดาศิษย์จะไม่กล้าเงยหน้าสบตากับเขานัก
ผิดกับตอนนี้
หัวคิ้วของหลี่เฉินเริ่มขมวดเข้าหากันมุ่นอย่างสงสัย นี่มันเกิดเื่ใดขึ้นกันแน่?แต่เมื่อศิษย์คนที่ลอบมองมาเห็นอาจารย์กำลังจ้องมองกลับก็ถึงกับสะดุ้ง หลบสายตา แล้วพากันเดินหนีไปทันที เื่นี้จึงทำให้หลี่เฉินยิ่งแคลงใจมากขึ้นไปอีก
ต้องมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นแน่ ๆ
ลางสังหรณ์ของหลี่เฉินนั้นแม่นยำนัก เพราะทันทีที่เขานั่งลงในห้องพักที่หน้าประตูก็มีความเคลื่อนไหวขึ้นมาทันที เส้าซือหนุ่มทำเพียงหยิบตำราขึ้นมาอ่านอย่างไม่สนใจไยดีผู้มาใหม่แม้แต่สักนิด เพราะผู้ที่จะบุกรุกเข้ามาในห้องส่วนตัวของเขาได้ก็มีเพียงเซี่ยหนานสหายสนิทของเขาคนเดียวเท่านั้น
“อาเฉิน นี่เ้างานยุ่งจริง ๆ หรือจงใจทำตัวให้ยุ่งกันแน่ ั้แ่แต่งงานก็ไม่เคยกลับจวน รู้หรือไม่ว่าจวนตระกูลหลี่ของเ้านั้นเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแล้ว” เซี่ยหนานเดินเข้ามาแล้วเลือกที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“เกิดเื่ใดขึ้นกันแน่?”
“จะเื่อีกเล่า ก็ฮูหยินคนดีของเ้านำป้ายทองคำพระราชทานไปจำนำจนเื่ฉาวโฉ่ไปทั้งเมืองล่ะสิ” เพราะรู้ดีว่าสหายไม่ใคร่ชอบภรรยามากนัก เซี่ยหนานจึงออกอาการไม่สบอารมณ์ตามไปด้วย
คราวนี้หลี่เฉินเลื่อนสายตาขึ้นไปมองใบหน้าคมของสหายด้วยแววตาดุดัน หัวคิ้วของเขาขมวดพันกันยุ่งเหยิงไปหมด “การตัดสินใจแต่งงานกับนางเป็เื่ที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของข้าแล้ว”
ก่อนหน้านี้เพราะเขาเห็นนางเป็น้องสาวไร้ที่พึ่งคนหนึ่งที่เติบโตมาด้วยกัน ถึงนางจะทำตัวดื้อดึงไปบ้างก็นับว่ายังสามารถสั่งสอนได้ ถึงแม้ต้นเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจแต่งงานกับนางจะเป็เพราะแผนการโง่งมแต่เขาก็ยังยอมตกลงเพราะคิดเป็ห่วงว่าหากเขาไม่แต่งกับนางแล้ว ด้วยชื่อเสียงที่มัวหมองของนางรวมกับตระกูลเดิมที่ตกต่ำลงทุกวัน นางจะต้องลำบากอย่างแน่นอน
หากรู้ว่านางจะทำให้ตระกูลหลี่เดือดร้อน เขาย่อมไม่สนใจนางอย่างแน่นอน!
“ยังดีที่โรงรับจำนำไม่รับของสิ่งนั้นจากนาง มิเช่นนั้นต่อให้ฝ่าาโปรดปรานเ้ามากเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นโทษทัณฑ์ได้อย่างแน่นอน” เซี่ยหนานเอ่ยอธิบายเพิ่มเติมเมื่อเห็นว่าสีหน้าของสหายเ็ากว่าปกติ
“เสี่ยวหนิงเป็อย่างไรบ้าง”
จู่ ๆ หลี่เฉินก็เอ่ยถามถึงน้องสาวคนเดียวของเขาขึ้นมา เซี่ยหนานก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง จู่ ๆ บุรุษที่มีใจให้ต้องแต่งงานกับสตรีอื่น จะให้น้องสาวของเขาดีใจจนโห่ร้องหรือไร? “นางยังคนโศกเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็เข้าใจเื่ราวทุกอย่างเป็อย่างดี”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหัวใจของหลี่เฉินก็รู้สึกหนักขึ้นมาทันที เสี่ยวหนิงเป็สตรีที่ดีหากบุรุษใดได้แต่งนางเป็ภรรยานับว่าเป็ผู้ที่โชคดีที่สุด ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่มีใจให้นางแต่เขาเชื่อว่าความอ่อนโยนจากนางจะสามารถเปิดหัวใจของเขาได้ในไม่ช้า
น่าเสียดายที่เขารับรู้ความในใจของนางช้าไป
มารู้ว่านางมีใจให้ก็ตอนที่เขาตอบตกลงแต่งงานเพื่อสตรีที่เห็นเป็น้องสาวคนหนึ่งไปแล้ว ในเมื่อเื่นี้ไม่สามารถแก้ไขได้ก็มีแต่ต้องปล่อยไปตามชะตาเท่านั้น เขากับนางจึงเป็เพียง ‘มีโอกาสได้พานพบหากแต่ไร้วาสนา’ เท่านั้น
“นางไม่เป็ไรก็ดีแล้ว”
“เื่น้องสาวของข้าก็ช่างมันเถอะ สิ่งที่เ้าควรห่วงควรเป็เื่ที่จวนตระกูลหลี่มากกว่า กลับไปพูดคุยกับนางให้รู้เื่เสีย หาไม่แล้วจวนตระกูลหลี่ของเ้าจะพังพินาศเพราะนางแน่ ๆ”
“ข้ารู้แล้ว”
ถึงแม้ว่าหลี่เฉินจะไม่พูดอะไรออกไปมากกว่านี้ แต่มือของเขากลับกำเข้าหากันแน่นจนเห็นข้อนิ้วสีขาวอย่างชัดเจน พูดคุยให้เข้าใจเช่นนั้นหรือ?เขารู้นิสัยของสตรีผู้นี้ดี หากจะให้เขาพูดคุยกับนางให้เข้าใจ รอให้ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกยังมีโอกาสเป็ไปได้มากกว่า
ดูเหมือนว่าครั้งนี้นางจะสร้างเื่เพื่อเรียกร้องความสนใจให้เขากลับจวนตระกูลหลี่อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะรู้ผลลัพธ์ของการเจรจาเป็อย่างดีแต่หลี่เฉินก็ยังตัดสินใจที่จะกลับไปตามแผนการของนาง
ในเมื่ออยากเจอเขามากจนต้องสร้างเื่มากมาย เขาก็จะทำให้นางรู้ว่า การอยู่ห่างจากเขานั้นเป็เื่ดีที่สุดสำหรับนางแล้ว