วัชรพลหันหน้าไปมองหนุ่มใหญ่มุมประตูตามที่เพื่อนพูดถึงเขาเองก็สังเกตเห็นว่า หนุ่มใหญ่คนนั้นสั่งอาหารและเครื่องดื่มนั่งนานแล้วก็ไม่ยอมลุกสักที หันมองไปทางชนะชนม์บ่อยๆ ลำพังแค่สาวๆที่พูดจากระเซ้าเย้าแหย่เขาไม่หยุดเขาก็หงุดหงิดหัวใจจะแย่แล้วนี่ยังมีหนุ่มใหญ่ที่ดูดีสนใจเขาอีกขณะที่เขากำลังมองจ้องอีกฝ่ายก็เห็นหนุ่มใหญ่กวักมือเรียกพี่เ้าของร้านให้ไปหาก่อนจะกระซิบกระซาบกัน เ้าของร้านเดินไปหาชนะชนม์และบอกให้ชายหนุ่มไปหาหนุ่มร่างใหญ่คนนั้น เขาเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าทั้งสองพูดจาหยอกล้อกันอย่างสนิทสนมเขาอยากจะเดินไปกระชากเสื้อคนร่างใหญ่นั่นและเตะให้ออกไปจากร้านทันทีแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะหากทำเช่นนั้น คนที่จะโดนเตะออกจากร้านคนแรกคงเป็เขาก่อนเขาไม่อยากทำอะไรให้ชนะชนม์โกรธ ตอนนี้จึงได้แต่นั่งขบกรามกำมือแน่นส่งสายอาฆาตไปยังหนุ่มร่างใหญ่แทน
“น้องอะไรนะ น้องชนะชนม์ใช่ไหม หน้าตาน่ารักหน้าหวานยังกับผู้หญิง ปากนิด จมูกหน่อย ผิวพรรณก็ดี ช่างพูด ช่างคุยแถมมีลักยิ้มเวลายิ้มน่ารักเป็บ้า เป็ใครจะไม่หลง อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลยผู้ชายอย่างฉันยังหลงและฉันว่าหนุ่มหล่อคนนั้นก็คงชอบเช่นกัน”เกรียงไกรยังไม่หยุดสัพยอกเพื่อน
“ไอ้สารวัตร แกจะแก่ตายหรือจะโดนกระทืบตาย”วัชรพลได้แต่ขบเคี่ยวเคี้ยวฟันและขู่เพื่อนกระแสความหึงหวงที่กำลังกระพือในหัวใจของเขานั้นทำให้ตอนนี้เขาแทบนั่งไม่อยู่แล้วแต่ก็รู้ตัวว่า ตัวเองทำอะไรไม่ได้ด้วยเพราะไม่รู้ใจอีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะคิดจีบหนุ่มน้อยร่างบางที่ช่วยชีวิตเขาไว้กลัวไปหมดและที่กลัวที่สุดคือกลัวชนะชนม์จะไม่ยอมให้เขาอยู่ใกล้ๆอีก
“ถ้าชอบก็จีบสิวะ”เกรียงไกรเห็นสีหน้าและแววตาของเพื่อนก็เริ่มรู้ว่าเพื่อนมีความกังวลหลายเื่
“กลัวจะเสียเขาไปหากเปิดเผยความในใจมากกว่านี้นะสิ”
“ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก ดีกว่าคาใจไปเรื่อยๆ น่า ลองบุกดูเพื่อนรักสารวัตรคนนี้ที่ผ่านมาไม่เคยกลัวอะไรเลยนี่หว่า อย่ากังวลไป ลองดู” เกรียงไกรพูดให้กำลังใจเพื่อนและแนะนำเพื่อนรักจากประสบการณ์อันน้อยนิดของตัวเองก็เขาเองก็ใช่ว่าจะจีบสาวสำเร็จซะเมื่อไหร่ ที่ผ่านมาก็อกหักตลอดแต่จากการสังเกตเพื่อนรักที่ไม่เคยให้ความสนใจกับอะไร รักความสะดวกสบายและติดความหรูหราเพราะชีวิตไม่เคยต้องลำบากอะไรเลยสักครั้งอยากได้อะไรก็ไม่ต้องดิ้นรนแม้แต่อยากได้สาวๆ สวยๆลุกคุณหนูไฮโซที่ไหนก็สำเร็จได้โดยง่ายโดยไม่ต้องลงแรงอะไร ด้วยโปรไฟล์ที่เลิศหรู เป็คุณหนูที่มีพร้อมทุกสิ่งทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติและคุณสมบัติที่ดีพร้อมอีกมากมาย มีแต่สาวๆ ้าเอาตัวเองมาประเคนเสียแต่ด้วยความที่ได้อะไรมาง่ายๆ เลยไม่ค่อยสนใจอะไรเป็พิเศษผิดกับครั้งนี้ที่ยอมไปอยู่ห้องพักที่แคบและไม่สะดวกสบายถึงเขาจะไม่เคยไปที่อยู่เพื่อนแต่ก็พอเดาได้อพาร์ทเม้นท์นักศึกษาจะหรูหราแค่ไหนเชียวหลังจากเพื่อนเขาติดต่อมาเขาเองก็บอกให้มาอยู่ในคอนโดของเขา เป็คอนโดห้องหรูสะดวกสบายมีพร้อมทุกอย่างและที่สำคัญความปลอดภัยเป็หนึ่ง เพื่อนเขายังปฏิเสธ ตอนแรกก็ไม่รู้สาเหตุ แต่พอเห็นแบบนี้ ก็เริ่มรู้แล้ว ถ้าเพื่อนทำอะไรแล้วมีความสุขเขาก็พร้อมสนับสนุนเพราะรู้ดีว่าเพื่อนเขาต้องทนทุกข์แค่ไหน อุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนของคุณลุงคุณป้า หรืออุบัติเหตุุของพี่กรเมื่อหนึ่งปีก่อนทำเอาเพื่อนเขาแทบบ้าที่ได้ยินข่าวร้ายไม่หยุดหย่อนและตอนนี้ก็มาเกิดเื่กับตัวเองอีก คงเกินที่เพื่อนรักเขาจะรับได้แล้วจริงๆเหตุการณ์ในวันก่อนเขามาหาเพื่อนของเขาช้า ทำให้เกิดเื่ไม่คาดฝัน โชคดีเพื่อนเขาเรียนหมัดมวยและเทควันโดทำให้ไม่น่าห่วงนักแต่อีกฝ่ายก็เล่นเขาหนักทั้งมีด ทั้งปืนแต่โชคดีที่มันยิงไม่โดนแต่ก็แย่ไปเหมือนกันที่โดนแทง หากเด็กหนุ่มไม่ไปเจอเข้า เขาคงเสียเพื่อนไปอีกคนแล้ว และถึงภายนอกเพื่อนเขาจะดูเข้มแข็งแค่ไหนแต่ในใจนั้น ก็คงจะมีหวาดกลัวและหวาดวิตกบ้าง เพราะพวกเราอยู่ในที่แจ้ง แต่ศัตรูอยู่ในที่ลับ แต่ตอนนี้พอเห็นว่าเพื่อนเขามีคนที่เขาสนใจ ที่ทำให้เขามีความสุขได้บ้าง เท่านี้เกรียงไกรเองก็คลายใจลงหน่อย ในภายภาคหน้าอาจทำให้วัชรพลมีความสุขได้อย่างเต็มที่ดังนั้นเขาจึงพร้อมสนับสนุนและเชียร์เพื่อนเต็มที่ถึงจะแปลกใจอยู่บ้างที่คนที่ไม่เคยชอบหรือสนใจใครกลับมาสนใจหนุ่มน้อยหน้าหวานคนนี้ก็คงจะพรหมลิขิตละมั้ง
“รับอะไรเพิ่มไหมครับ”ชนะชนม์เดินไปถามทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนกำลังจ้องมองเขาอยู่
“ไม่ล่ะ นั่งก่อนสิ” เกรียงไกรเลื่อนเก้าอี้ให้ชนะชนม์ หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จเกรียงไกรก็ขอบคุณผมที่ช่วยเพื่อนของเขาไว้และเล่าเหตุการณ์วันก่อนให้ฟังว่าทั้งสองนัดกันแต่เขามาช้าเลยเกิดเื่
“พี่ฝากเพื่อนพี่ไว้ก่อนนะ ่นี้ยังไม่ปลอดภัย เรายังไม่รู้ว่าใครเป็คนอยู่เื้ั พี่ไม่ไว้ใครนอกจากเรา” เกรียงไกรฝากฝังเพื่อนไว้กับชนะชนม์
ชนะชนม์ได้แต่มองคนเป็ตำรวจแม้แต่ตำรวจก็ไม่น่าไว้ใจเหรอ ถึงเอาเพื่อนตัวเองไปอยู่ด้วยไม่ได้ แต่ก็อย่างว่าละชนะชนม์ทำได้แต่คิดเท่านั้นไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกไป และสักพักเกรียงไกรก็มาบอกลาและฝากฝังเพื่อนรักอีกครั้งเขาอยากจะบอกคนเป็ตำรวจเหลือเกินว่า ตัวเขาเองยังเอาตัวไม่รอดเลย
ณ กระท่อมร้างกลางป่า
“แค่คนๆ เดียวก็จัดการไม่ได้ ฉันจะเลี้ยงพวกแกไว้ทำไมมากมายเนี่ย ไหนแกลองตอบสิ ไอ้โย่ง”ชายแก่ตวาดลูกน้องของเขา ทุกคนล้วนก้มหน้า แต่ละคนก็มีรอยแผลถูกทำร้ายยกเว้นไอ้โย่งคนที่มีปืนและเป็หัวหน้าพวกมันทุกคน
“มันโชคดีครับนาย มีคนะโเรียกตำรวจมาช่วย พวกผมจึงต้องเผ่นก่อน” ไอ้โย่งรีบรายงานอย่างละล่ำละลัก เกรงว่าจะโดนเท้าเ้านายให้เจ็บตัว
“แล้วพวกแกไปเช็คตามโรงพยาบาลใกล้ๆรึยัง”
“ผมและลูกน้องไปดูทุกโรงพยาบาลที่ใกล้แถวนั้นเลยครับ โดยแยกกันไป แต่ก็ไม่พบแม้เงา ไม่มีเสียงรถพยาบาลมารับคนป่วยไม่มีรถตำรวจไปส่งมันที่โรงพยาบาลด้วยครับ แต่สภาพมันน่าจะไม่รอดครับถูกแทงขนาดนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าอยู่ๆ มันหายไปได้ยังไง”
“ถ้าเป็อย่างที่แกพูดจริง อาการมันก็หนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลสิหรือไม่ตำรวจที่มาช่วยมันก็ต้องพามันส่งโรงพยาบาล แล้วพวกแกไม่เจอได้ยังไงเลี้ยงพวกแกนี่ เลี้ยงหมาดีกว่า” เขาขึ้นเสียงใส่ลูกน้องตอนนี้อารมณ์เขาเดือดยิ่งกว่าน้ำเดือดในหม้อ อยากจะลากลูกน้องสักคนสองคนมาซ้อมให้สาสมกับที่ทำงานพลาด อีกนิดเดียว หากสำเร็จทุกอย่างก็จะเป็ของเขาแล้ว อีกนิดเดียวเท่านั้น
“มันต่อสู้เก่งมากครับท่าน พวกเราเกือบสู้มันไม่ได้” ลูกน้องคนสนิทของไอ้โย่งรายงานเพื่อหวังช่วยลูกพี่แต่ก็ต้องก้มหน้างุดเมื่อเจอกับสายตาอาฆาตของเ้านายใหญ่
“เพราะมันสู้เก่ง พวกแกถึงไปกันเป็โหลไง แต่ทำไมยังสู้มันไม่ได้มันมีแค่คนเดียว พวกแกก็อาวุธครบมือ” เขาสบถผ่านไรฟัน ด้วยความโมโหสุดขีดตอนนี้มันรู้ตัวแล้ว จะทำอะไรคงยาก เขาต้องวางแผนใหม่อีกกว่าจะวางแผนให้เหมือนแกงค์อันธพาลไปหาเื่กันในผับและบังเอิญฆ่ากันตายเื่ราวจะได้ไม่สาวไปถึงตัวเขาได้ แต่พวกมันก็ทำพลาดทำให้เขาต้องคิดวางแผนใหม่เขาอุตส่าห์วางโครงเื่ไว้หมดแล้ว แต่พวกลูกน้องของเขาก็ทำพลาดจนได้ มันน่าโมโหนัก
“ไปตามหามันมาให้ได้ จะใช้วิธีอะไรก็แล้วแต่พวกเอ็ง หากกลับมามือเปล่าพวกแกโดนดีแน่ แล้วจัดคนไปเฝ้าตามที่คิดว่ามันจะไปบ้านเพื่อนมัน ไอ้สารวัตรเกรียงไกรด้วย มันต้องแอบติดต่อกันแน่นอนเฝ้าอย่าให้คลาดสายตา และรีบรายงาน เข้าใจไหม๊” เขาสั่งลูกน้องด้วยเสียงกราดเกรี้ยวจนลูกน้องทุกคนรีบออกไปปฏิบัติงานก่อนจะโดนลูกหลงอีกต้องจัดการมันให้สิ้นซากก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น ไม่งั้นสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดสูญเปล่าแน่ตอนนี้เขาอยากให้มันตายไปเร็ว ๆ เื่ราวก็จะได้จบในแบบที่เขาหวังเขาจะได้เป็ผู้ทรัพย์สินทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
“คุณท่านใจเย็นๆ นะครับผมเชื่อว่าเราต้องหามันเจอและมีโอกาสจัดการมันแน่นอน” พ่อบ้านคนสนิทกล่าวกับเขา ก่อนจะขับรถพาเขากลับบ้านหลังจากนัดเจอพวกมันที่กระท่อมป่ารกร้างซึ่งเป็ที่ห่างไกลสายตาผู้คน
ห้าทุ่มแล้วชนะชนม์กำลังเก็บร้านและเตรียมปิดร้านพร้อมกับคนอื่นๆ เขาหันไปมองคนเจ็บเห็นเขากำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ เหม่อมองไปข้างนอกนานๆ ครั้ง ถึงเขาจะนั่งในร้านทั้งวันแต่ก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มตลอดเพราะอย่างนี้เจ๊ตาเ้าของร้านจึงไม่สามารถบ่นอะไรได้ ชนะชนม์เอาขยะไปทิ้งตรงจุดเดิมที่เคยเจอเขา กลับมาก็เห็นพนักงานในร้านซุบซิบๆ กันอยู่จึงเข้าไปร่วมฟังด้วย
“คนหล่อนั่นใครเหรอ เขามานั่งเฝ้านายหรือชล ฉันเห็นเขาหันมามองชลบ่อยๆ” อ้อ ซุบซิบเื่ของผมสินะ ไม่น่าเข้ามาฟังเลย
“อ่อ อ้อ ใช่ เขาเป็ญาติผม ผมไม่อยากทิ้งไว้ที่ห้องคนเดียวเลยพามาด้วย”ผมบอกไปส่งๆ ให้เื่มันจบ แต่ดูท่าจะไม่จบ
“เราขอเบอร์เขาได้ป่ะ”
“เราด้วย”
“เอ๊ะ เธอ ฉันขอก่อน”
“ ใครขอก่อนไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ใครได้ใจเขาก่อน” เอาแล้วไง ศึกแย่งผู้ จะเอาไงดีชนะชนม์รู้ดีว่าคนเจ็บเป็คนเ็าไม่ชอบยุ่งกับใครขืนให้เบอร์ไปเกรงว่าคงจะโดนเท้าใหญ่ๆ นั่นฟาดหน้าเอาแน่ แต่ถ้าไม่ให้เขาคงโดนสาวๆพวกนี้ใช้เล็บข่วนิญญาบนหน้าเช่นกันระหว่างสองจิตสองใจ ไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไรดี เสียง์ก็ดังขึ้นช่วยชีวิต
“เสร็จงานแล้วก็กลับบ้าน” วัชรพลนั่นเองชนะชนม์หันไปมองตามเสียง เขาคงรู้สถานการณ์ และเข้ามาแทรกได้ทัน
“ใครอยากได้อะไรก็ขอเ้าตัวเอาเองนะ” พูดเสร็จชนะชนม์ก็เผ่นแนบไปหลังร้านเปลี่ยนเสื้อ หยิบกระเป๋าเตรียมกลับอพาร์ทเม้นท์ ชนะชนม์มีมอเตอร์ไซค์คู่ใจคันเก่าอยู่หนึ่งคันไว้สำหรับขับไปเรียนหนังสือและไปทำงานวันนี้จึงให้วัชรพลซ้อนท้ายไปด้วยจนถึงอพาร์ทเม้นท์ที่คุ้ยเคยกลับมาถึงวัชรพลก็เดินไปนั่งบนเตียง ส่วนชนะชนม์ก็เตรียมตัวอาบน้ำนอน
“กายตอบพวกนั้นไปว่ายังไงหรอ หรือว่าแจกเบอร์โทรทุกคน” ชนะชนม์อดถามคำถามที่สงสัยไม่ได้ว่าคนร่างสูงได้ให้เบอร์โทรศัพท์หรือไลน์แก่สาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้มเ่าั้ไปหรือไม่และตอนนี้เค้าเปลี่ยนคำเรียกแทนอีกฝ่ายด้วยชื่อเล่นแล้วก็ในเมื่ออีกฝ่ายก็เรียกชื่อเล่นเขาเช่นกันการเรียกชื่อเล่นกันก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้เข้าใกล้เขาอีกนิด
“ไม่สะดวก บอกแบบนั้น” ตอบได้หักหาญน้ำใจคนขอมากพูดเสร็จก็เงยหน้าสบตาคนร่างบาง ทำไมชนะชนม์รู้สึกเขินขึ้นมา จึงรีบไปอาบน้ำตอนนี้ชนะชนม์รู้สึกใจเต้นผิดจังหวะ ผู้ชายด้วยกันเขินอะไรเนี่ย เขากำลังพยายามสงบจิตสงบใจเต็มที่ หลังจากสงบใจได้ก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นอีกฝ่ายยังเล่นโทรศัพท์อยู่
“กายดูอะไรทั้งวันเหรอ” ร่างบางยื่นหน้าไปดูโทรศัพท์เขาพอเงยหน้าขึ้นมา ก็ต้องใจสั่นอีกรอบเมื่อหน้าอีกฝ่ายอยู่ใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อน ประสานสบสายตากันและกัน ต่างฝ่ายต่างได้ยินเสียงหัวใจตึกตักตึกตัก ดังอยู่ในหู สายตาของวัชรพลที่มองชนะชนม์นั้นดูอบอุ่น วาบหวามชวนให้อีกฝ่ายหายใจติดขัด ใบหน้าของวัชรพลเริ่มเข้าใกล้ใบหน้าของชนะชนม์มากขึ้นมากขึ้น ใกล้เข้ามาทุกที จนเมื่อชนะชนม์เริ่มรู้สึกได้ว่าสายตาเรียวยาวคมกริบของวัชรพลมองมายังปากบางของตนและตอนนี้ปากของทั้งสองคนจะชนกันอยู่แล้ว ทำให้เขาได้สติ รีบถอยตัวเองออกมาพร้อมทำท่าเช็ดผมต่อแก้เขิน ‘เมื่อกี้มันอะไรกัน ทำไมรู้สึกเหมือนคนตรงหน้ากำลังจะก้มลงมาจูบปาก’เขาคิดอย่างไม่เข้าใจหรือว่าบรรยากาศพาไปและหากแม้นชนะชนม์จะหันหลังกลับไปมองหน้าสบตาคมอีกครั้งก็คงจะได้เห็นสายตาสุดแสนเสียดายที่ไม่ได้จูบเ้ากระต่ายน้อยของเขา
“รู้จักสาวๆ พวกนั้นเหรอ” จู่ๆเขาก็ถามขึ้นหลังจากชนะชนม์ไปนั่งที่โซฟาตัวเก่าเรียบร้อยแล้วและเขาเองก็เตรียมตัวไปเข้าห้องน้ำ
“ไม่รู้จักหรอก เขาถามอะไรมาก็ตอบ” ชนะชนม์บอกไปตามความจริง
"แล้วผู้ชายที่เรียกชลไปคุยด้วยล่ะใครเหรอ" ร่างสูงยังคงมีความอยากรู้ว่าชายคนนั้นสำคัญกับเขาหรือไม่เพราะยังสงสัยกับความสนิทสนมนั้น
"พี่กฤษฎาหรือเขาเป็ลูกค้าประจำ เป็เพื่อนกับพี่ดวงตาเ้าของร้านด้วย เลยเกรงใจเป็พิเศษน่ะอีกอย่างวันนี้พี่เขาซื้อขนมมาฝากน่ะ มีอะไรเหรอ"
“เปล่า เห็นคุยอย่างสนุกสนาน” ร่างสูงเฉไฉไปทางอื่นไม่อยากบอกว่าเค้ารู้สึกหึง เพราะตัวเองยังไม่ได้รับสิทธิ์นั้น
“มีคนชอบดีกว่ามีคนเกลียดแหละ อีกอย่างทำงานบริการยังไงลูกค้าก็คือพระเ้า”
“เห็นสาวสวยคนนึงคุยกันตั้งนาน”
“คนนั้นลูกค้าประจำ มาบ่อย จนค่อนข้างสนิทแล้วละ ถามทำไมเหรอกายสนใจเธอเหรอ เดี๋ยวผมติดต่อให้”
“เปล่า แค่เห็นว่าสนิทกันดี นึกว่าเป็แฟนกัน”ร่างสูงถามเพื่อลองใจอีกฝ่าย
“อย่างผมอะนะ จะมีแฟน”
“ทำไมล่ะ” เขาถาม
“ก็ผมมันคนธรรมดา ไม่มีทรัพย์สินเงินทองมีแต่มอเตอร์ไซค์คันเก่าสาวไหนจะมาแล”
“ชอบแบบไหนล่ะ”
“ผมเหรอ อืม คิดก่อน ยังไงก็ได้มั้งขอแค่รักกันจริงใจก็พอ” ร่างบางตอบตามความคิดคิดว่าเขาคงอยากหาเื่ชวนคุยเพื่อสร้างบรรยากาศมากกว่า คงไม่อยากรู้จริงๆ หรอก
“กายไปอาบน้ำสิ จะได้พักผ่อน” ร่างบางบอกเขาเห็นเขานั่งเล่นโทรศัพท์ไม่ยอมลุก ชนะชนม์เดินไปเปิดแอร์ เตรียมนอนหลับเต็มที่
“แอดไลน์ แอดเฟส หน่อย”
“ได้เดี๋ยวแอดให้ กายไปอาบน้ำ” ชนะชนม์เดินไปดึงโทรศัพท์ออกจากมือของเขามาแอดไลน์ แอดเฟสตัวเองให้เขาแล้วมานั่งที่โซฟาตัวเดิม
ร่างสูงอาบน้ำเสร็จแล้ว เดินออกจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวเขาทำแบบนี้ตลอด ไม่แต่งตัวมาจากห้องน้ำให้เรียบร้อย ดูกล้ามท้องเขาสิแน่นเหลือเกิน หุ่นดีชะมัด ร่างบางได้แต่จ้องมองตาแทบถลน เพราะไม่ชินสักทีเขาเห็นหลายครั้งแล้วตอนอยู่โรงพยาบาลก็แบบนี้ตลอด ไม่เคยแต่งตัวให้เรียบร้อยเดินออกมาเลย ไม่รู้คุณเขาชอบโชว์หรืออย่างไร
“ชอบไหม” ร่างสูงถามน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่อีกฝ่าย
“ชะ ชอบ ชอบอะไร” ร่างบางทำหน้าตาเลิ่กลั่กก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่น
“อ้าว เห็นเอาแต่มอง ตอนอยู่โรงพยาบาลก็เหมือนกัน เลยนึกว่าชอบ”ร่างสูงยังไม่วายแหย่ร่างบางเล่น สายตามีแววขบขันกับความเลิ่กลั่กของอีกฝ่าย
“บ้าเหรอ แค่คิดว่าทำไมไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยั้แ่ในห้องน้ำ ที่โรงพยาบาลก็ด้วย ถ้าพยาบาลมาเห็นไม่กลัวเขาเป็ลมร้องกรี๊ดกันเหรอ”ชนะชนม์ถามอย่างเหลืออดในความชอบโชว์ของคนตรงหน้า เขาไม่ชอบสีหน้าและแววตาที่กำลังล้อเลียนเขาอยู่ตอนนี้เลย
“ให้ชลดูคนเดียว คนอื่นไม่ให้ดูหรอก” คนชอบโชว์ไม่พูดเปล่าเดินมานั่งที่โซฟาเดียวกัน
“ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนไป๊”ชนะชนม์บอกคนชอบโชว์พร้อมใช้มือผลักอกเขาให้ออกไปเต็มที่เขาจึงเดินไปใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืดของชนะชนม์ หลายวันมานี้เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่เขาใส่ล้วนเป็ของชนะชนม์ทั้งหมดเพราะเขายังไม่ได้ไปหาซื้อมาเพิ่ม
“คืนนี้นอนบนเตียงด้วยกันนะ” เขาชวนน้ำเสียงอ่อนหวานหลังจากมานั่งข้างๆชนะชนม์อีกครั้ง
“ไม่เอา เตียงมันเล็กนอนไม่พอ กายนอนไปเถอะ ผมนอนโซฟาได้” คนตัวเล็กกว่าไม่ยอมง่ายๆ
“เตียงไม่ได้เล็กขนาดนั้น นอนพอผมนอนเหลือที่ตั้งเยอะ ไปนอนด้วยกันแหละ อย่าดื้อ” ร่างสูงสั่งน้ำเสียงเด็ดขาดชนะชนม์ได้แต่ค้อนขวับ ทำได้เพียงโวยวายอยู่ในใจ ‘เดี๋ยวนี้สั่งเก่ง’ ่หลังๆมานี้ ผู้อาศัยที่นั่งข้างๆ จะเป็คนสั่งเขาทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด
เมื่อร่างสูงไม่เห็นร่างบางมานอนบนเตียงตามที่สั่งเขาจึงหันกลับมาและสบตาเป็เชิงบอกให้ไปนอนที่เตียง แถมขู่ว่า จะไปนอนดีดี หรือจะให้เขาอุ้มไปนอน หลังจากร่างบางได้ยินคำขู่ที่แสนน่ากลัวนั่นทำให้ร่างบางรีบลุกไปนอนบนเตียงทันทีอย่างไม่ขาดขัดขืน
“ขอใช้คอมหน่อย” เขาเอ่ยขอ
“ตามสบาย” ชนะชนม์บอกรหัสเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วล้มตัวลงนอนก่อนบอก‘ราตรีสวัสดิ์’ผู้อาศัยที่แสนวุ่นวายของเขาและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร่างสูงมานอนบนเตียงตอนไหน