เช้าวันเสาร์ผมมีเื่ต้องรีบทำ ผมหยิบโทรศัพท์กดโทรหาโต้ง หวังว่ามันจะรับสายนะ โต้งเป็เพื่อนร่วมห้องคิงสมัยม.ต้นที่เก่งเื่คอมพิวเตอร์ แต่ถ้าวันไหนเขาเล่นเกมจะปิดมือถือและออฟไลน์ทุกสื่อตัดขาดจากโลกเลย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็จะไปหามันที่บ้านอยู่ดี
“หวัดดีพัต โทรมาแต่เช้ามีอะไรเหรอ?”
“นายสบายดีไหม?”
“ก็สบายดี แล้วมึงล่ะพัต?”
“สบายดี วันนี้ไปเดินห้างกันไหม ครั้งที่แล้วก็ไม่ได้เดินกับนาย”
“วันนี้กูมีเรียนทั้งวันว่ะ พรุ่งนี้จะว่าง”
11 โมงวันอาทิตย์ผมไปรอโต้งที่ MBK หน้าร้านอนิเมะชั้น 7 ร้านโปรดของพวกเราสองคน มาทีไรก็ต้องแวะร้านเกมแล้วมาดูการ์ตูนกับฟิกเกอร์ที่นี่แล้วค่อยไปหาอะไรกินหรือดูหนัง วันนี้พวกเราได้การ์ตูนมาคนละเล่มแล้วเลือกร้านบุฟเฟต์เพราะนั่งอ่านไปกินไปได้นาน ๆ
“การ์ตูนสมัยนี้แพงสาดเลยนะพัตมึงว่าไหม เล่มนึงเกือบร้อยบาทละ”
“อืม เื่ที่เราตามอยู่ก็โดนยกเลิกลิขสิทธิ์ เซ็งมาก” ผมเอาเนื้อไปแกว่งในหม้อแล้วคีบเข้าปาก
“พัต มึงมีอะไรรึเปล่าวะ? เห็นมึงทำท่าเหมือนจะพูดอะไร” โต้งหรี่ตามองผม
“จริง ๆ คือ…” ผมโน้มตัวไปกระซิบ “เราอยากให้โต้งช่วยแฮ็กไลน์เพื่อนเราคนนึงน่ะ”
“พรบ.คอมนะ มึงรู้ใช่มั้ย? ถึงกูจะยังเด็กม.ปลายก็เหอะ” มันตอบกลับทันที
“นายก็ทำแบบเนียน ๆ ก็ได้นี่ เรารู้ว่านายทำได้ ช่วยเราหน่อยนะ”
“มึงเห็นกูมีสแตนด์ Paisley Park? หรือเป็ CSI, อีธาน ฮอว์ก, อัศวินคอมพิวเตอร์อัลโก้หรือแมคไกเวอร์หรือไง?”
“นะ ๆๆ”
“บอกกูก่อนว่ามึงจะแฮ็กไลน์เขาทำไม?”
"นะ ๆๆๆๆๆ"
"อธิบายก่อนสิโว้ย!"
“เื่มันยาวมาก นายมีเวลาฟังไหมอ่ะ?”
“มีถมเถ บุฟเฟต์ชั่วโมงครึ่ง ถ้ามึงยังเล่าไม่จบก็ไปต่อร้านไอติม”
ผมหยิบแผ่นเมนูขึ้นมา “คือตอนสอบเข้าที่นี่เราจงใจทำให้ได้คะแนนน้อย ๆ ไม่ให้ติดห้องคิงห้องควีน”
พรวด!! เศษเนื้อพุ่งออกมาจากปากโต้ง ตรูคิดถูกที่หยิบแผ่นเมนูขึ้นมาป้องกันไว้ล่วงหน้าแล้ว
“จริงดิมึง? ก็ไหนวันนั้นกูถามมึงเื่สอบเข้า มึงก็อือ ๆ กูก็นึกว่ามึงติดห้องคิงไปแล้ว!”
“ที่เราไม่บอกทางโทรศัพท์วันนั้นก็เพราะรู้ว่านายจะแหกปากลั่นแบบนี้นี่แหละ กลัวหูตึงข้างเดียว”
“นี่มึงบ้าบิ่นขนาดนี้เลยเหรอไอ้พัต! แล้วพ่อแม่มึงรู้มั้ย?”
“ก็ไม่รู้น่ะสิ! ขืนพ่อรู้เราหัวขาดแน่ เขาตั้งความหวังไว้มากเลยว่าเราจะติดห้องคิง เราบอกว่าข้อสอบมันยาก แต่ยังไงเราก็ได้สายวิทย์คณิตอย่างที่พ่ออยากได้ เค้าก็เลยไม่บ่นอะไร”
“เชรี่ย! ช็อกสาดดด! ตอนเรียนด้วยกันมึงเงียบ ๆ ติ๋ม ๆ นะ อะไรทำให้มึงกล้าขนาดนี้” ...บอมไง รอยยิ้มของเขาทำให้ผมกล้า...
“แต่กูเข้าใจนะที่มึงพยายามให้ตัวเองไม่ติดห้องคิงถึงขั้นนี้ แล้วไลน์เพื่อนมึงเกี่ยวอะไรด้วยวะ?”
“คือเรารู้จักเขาตอบวันสอบเข้า ก็แลกไลน์กัน แล้วพอสอบเสร็จเขาก็แชทมาถามว่าข้อนั้นข้อนี้ตอบอะไร เราก็เฉลยคำตอบให้เขาไปน่ะโต้ง”
“อ๋อ! เข้าใจล่ะ แชทอันนั้นกลายเป็หลักฐานเลยว่าจริง ๆ มึงทำข้อสอบได้แต่จงใจตอบผิดเพื่อให้หลุดห้องคิง”
“ใช่ แล้วตอนนี้เราเลยต้องลบมันให้ได้ ถ้าพ่อแม่เราเจอ เราตายแน่”
"พ่อแม่มึงจะมีโอกาสอ่านแชทเพื่อนมึงเหรอ กูว่าแค่ลบแชทในไลน์มึงก็พอมั้ง"
"เราลบในไลน์เราแล้ว แต่เมื่อวานพ่อเราเจอเขาพอดีตอนมารับที่หน้าโรงเรียน คุยกันไปคุยกันมาแล้วเขาก็เกือบเปิดให้ดู"
“เชรี่ยละ แล้วทำไมมึงไม่อธิบายให้เพื่อนมึงฟังล่ะพัต เขาก็จะได้ลบแชท แค่นี้ก็จบเื่ละ”
“คือเรา...เรากลัวเขาจะหมั่นไส้เรา นายก็รู้ ใคร ๆ ก็อยากอยู่ห้องนี้ ใครจะเข้าใจอะไรเหมือนนายกับเราว่าอยู่ห้องคิงเนี่ยเจออะไรบ้าง”
โต้งนิ่งเงียบไป “อือ...กูเข้าใจมริงละพัต...ก็ได้ กูขอเฟสของเพื่อนมึงคนนั้นหน่อย”
“นายจะเอาเฟสทำไมวะ เราอยากให้แฮกไลน์”
“พัต มึงรู้มั้ยไลน์มีระบบป้องกัน การแฮกทางดิจิตัลแม่งยากและเสี่ยงโดนจับ”
“แล้ว?”
“แต่การแฮ็กมือถือทำได้ง่ายกว่า”
“คือยังไงวะ?”
“อธิบายง่าย ๆ กูจะใช้แอคเค้าต์เฟสปลอมส่งข้อความ phishing หลาย ๆ แบบให้เพื่อนมึง ถ้าเขาพลาดกดลิ้งค์นั้น กูก็จะสามารถเปิดหน้าจอมือถือเขาได้ ที่เหลือมึงต้องจัดการเอง”
“phishing คืออะไรวะโต้ง?”
“จริง ๆ มันก็คือการตกปลา fishing นั่นแหละเพราะกระบวนการคือเอาเหยื่อล่อวางแล้วเป้าหมายเข้ามาติดเองเหมือนการตกปลา ปลากัดเหยื่อแล้วโดนตะขอเกี่ยวปาก แต่เขียนเป็ phishing เพื่อระบุว่าเป็การหลอกลวงทางคอมพิวเตอร์”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” ...โต้งเริ่มวิชาคอมพิวเตอร์ 101...
“แต่วิธีนี้จะได้ผลถ้าเขากดข้อความนั้นด้วยมือถือเท่านั้น ถ้าเขากดอ่านด้วยคอมก็ฟาล์วเพราะระบบป้องกันของคอมพิวเตอร์ดีกว่ามือถือ เขาเล่นเฟสด้วยคอมพิวเตอร์ด้วยไหม?”
“ไม่นะ ที่เราเห็นบ้านเขาไม่มีคอมเลย”
“เพิ่งเปิดเทอมสัปดาห์เดียว มึงไปบ้านเขาแล้ว?” โต้งกระตุกคิ้ว
“วันนั้นเราไปซีคอนแล้วติดฝน เลยไปค้างบ้านเขาที่อยู่ใกล้ ๆ น่ะ”
โต้งหรี่ตามองผมเหมือนรู้ว่าผมเล่าไม่หมด อย่าดิมึง ผมก้มหน้ากินเนื้อในจาน
“โอเค ขอเฟสเขาหน่อย” ผมเปิดหน้าเฟสของบอมให้เขาดู
“เพื่อนเราชื่อบอม”
“คนนี้เอง”
“โต้งรู้จักเหรอ?”
“กูรู้จักเมื่อคืนนั่นแหละ” มันเลื่อนจอไปรูปที่บอมเพิ่งโพส เพราะบอมแท็กชื่อผมสินะเพื่อนทุกคนของผมเลยเห็นรูปนี้ด้วย
“มึงดูมีความสุขดีนะ นานแล้วไม่ได้เห็นมึงยิ้มแบบนี้ สามปีที่เรียนห้องเดียวกันหน้ามึงบูดเป็ตูดตลอดเวลา”
“ก็ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ห้องคิงแล้ว”
“ที่นี่ก็เป็เหรอวะ?”
“เรารู้จักคนนึงอยู่ห้องควีน ทำการบ้านไม่ทัน โดนครูสั่งวิ่งรอบสนามบอลจนเป็ลมเลย”
“เชรี่ยยยยย” โต้งเขี่ยเนื้อวนไปมาในหม้อพลางดูหน้าเฟสของบอม
“โอเคกูจะช่วยมึง เดี๋ยวเย็นนี้กูเริ่ม phishing ให้เลย”
“ขอบใจนะโต้ง”
“ถามหน่อย ถ้าปลดล็อกมือถือของบอมได้มึงอยากให้เป็กี่โมง เพราะมือถือจะเปิดหน้าจอแค่แป๊บเดียวตามที่เ้าของเครื่องตั้งเวลา ถ้าไม่มีใครกดอะไรมันก็จะล็อกหน้าจออีก มึงมีเวลาแค่แว่บเดียวต้องเข้าใช้เครื่องให้ทัน กูต้องเขียนโค้ดล่วงหน้าไว้ในโปรแกรมให้ทำงานวันรุ่งขึ้นตามเวลาที่กำหนด โปรแกรมจะได้มีขนาดเล็ก เขาจะไม่ทันสังเกตตอน phishing ว่ามันดาวน์โหลดอะไรผิดปกติ”
“16:44 ละกัน เรากับบอมอยู่ชมรมบาส ทุกเย็นหลังเลิกเรียน 16:30 เขาจะเอามือถือใส่กระเป๋าแล้วไปเปลี่ยนชุด ่เวลานั้นจะชุลมุน ไม่มีใครทันสังเกตแน่”
“เดี๋ยวนะ มึงอยู่ชมรมบาส?”
“อืม”
“มึงที่ตอนม.1 วิชาพละเล่นแชร์บอลไม่เป็จนต้องถือตะกร้าอย่างเดียว”
“อืม”
“ม.2 ไม่เคยชู้ตบาส 3 แต้มลงสักลูก”
“อ...อืม”
“ม.3 มึงก็ไม่เคยเสิร์ฟลูกวอลเลย์ข้ามเน็ต” โต้งยิ่งหรี่ตาจ้องผมหนักกว่าเดิม
“เอออออออ เราก็เลยอยากเล่นกีฬาไง ห่าน! เล่นแต่สแครบเบิ้ลมาหลายปีจนจะต้มกินแล้ว” ผมเร่งไฟหม้อต้มให้เดือด ๆ เนื้อจะได้สุกไว ๆ ให้โต้งเลิกจับพิรุธผม
“ได้! มีข้อแม้อีกอย่างนึงด้วย”
“อะไรเหรอ?”
“ทันทีที่บอมโดน phishing กูจะโทรบอกมึง แล้วเย็นนั้นมึงต้องมาหากูที่บ้าน กูจะบอกขั้นตอนสุดท้ายให้”
“ทำไมไม่บอกทางโทรศัพท์วะ?”
“จะเอาไม่เอา?”
“ก็ได้ ขอบใจนะโต้ง”
“เออ เพื่อนที่กูสนิทที่สุดก็มีแต่มึงนี่แหละ เสียดายนะที่มึงย้ายไปที่อื่น”
...ถ้าไม่มีเื่นั้นผมก็คงยังเรียนที่เดิม...
“แล้วตอนบ่ายมีเรียนพิเศษไหม?”
“อืม เรามีเรียนเลขกับเคมีแถวบ้านน่ะ”
“เสียดายไม่ได้ดูหนังด้วยกันเลย กูอยากดูดิจิม่อน ถ้าชวนคนอื่นแม่งคงล้อกูฉิบหาย”
สังคมเด็กเรียนที่ผมกับโต้งอยู่ด้วยกันมาสามปี มีแค่เราสองคนที่ชอบอะไรเหมือนกันทั้งเกมและการ์ตูน
“พัตมึงไม่เรียนออนไลน์แบบกูวะ? อยากเรียนตอนไหนก็กดดู”
“เราไม่มีสมาธิดีขนาดนายน่ะโต้ง เคยลองละ เรียนผ่านหน้าจอเราหลับทุกที”
“อือ ไว้คราวหน้าดูหนังกัน เดี๋ยวเย็นนี้กูจัดการเื่ของมึงให้”
พอแยกกับโต้งผมก็ขึ้นรถไฟฟ้ามาลงใกล้ที่เรียนพิเศษ ผมขึ้นบันไดเลื่อนไปห้องเรียนก็เจอเอสกับตี้นั่งรออยู่ร้านน้ำหน้าห้องเรียน เอสโบกมือเรียกผม
“ทางนี้พัต เดี๋ยวรอคลาสโน้นเลิกก่อนค่อยเข้าไป”
“หวัดดีเอส หวัดดีตี้”
“หวัดดี” ตี้ยกมือทักทายห้วน ๆ ตามเคย
“เอส เมื่อเช้าเราไปร้านอนิเมะที่ MBK ได้การ์ตูนเล่มใหม่มาน่ะ นายอ่านเื่นี้มั้ย?”
“เอ้อ! เื่นี้เราก็อ่านอยู่ ออกเล่มใหม่แล้วเหรอเนี่ย ดีจัง”
“เราอ่านจบแล้วล่ะ เอสเอาไปอ่านต่อไหม?”
“เออดี ๆ เรายืมคืนนึงนะเดี๋ยวพรุ่งนี้เอาไปคืนที่โรงเรียน ว่าแต่จะเสี่ยงโดนครูยึดรึเปล่าเนี่ย?”
“ถ้าไม่หยิบขึ้นมาในคาบครูคงไม่ว่าหรอก”
ตี้จ้องมามองตาดุ ๆ เอสเลยหันไปหา “นี่ยังไม่เข้าคลาสเลย นายจะดุที่พวกเราคุยกันทำไมฟระ?”
“เรายังไม่ทันพูดอะไรเลยเตี้ย” ตี้ทำหน้ากวนแล้วก้มหน้าอ่านตำราเลขต่อ
“เออพัต เห็นว่าการ์ตูนเื่ 7 Deadly Sins ทำเกมด้วยนี่ นายเล่นยัง?”
“มือถือเรารุ่นเก่าน่ะเล่นไม่ไหว เอสเล่นยัง? สนุกไหม?”
“เราก็ยังไม่ได้เล่น ไม่รู้สิเกมมือถือส่วนใหญ่ก็ระบบเดิม ๆ แต่แค่อยากดูอนิเมชั่นน่ะ เห็นว่าเสียงญี่ปุ่น”
“ไหนนายบอกไม่เล่นเกมมือถือไง แล้วนี่มาเรียนหรือมาคุยเื่เกมเื่การ์ตูนฟระ?” ตี้เอ็ด
“นี่ก็จับผิดจ๊าง! ตกลงเป็พ่อหรือแฟนเราฟระ?”
“เราเลือกได้แค่สองอย่างเหรอ? งั้นขอเป็อย่างหลังดีกว่า เป็พ่อนายต้องจ่ายค่าขนมเท่าไหร่วะ เช้าก็แดก เที่ยงก็แดก ตอนบ่ายพักก็แดก ตอนเย็นก็แดก แต่ก็ยังเตี้ยเท่าเดิม”
“170 เซนไม่เตี้ยว้อย ความสูงปกติ นายมันโย่งเกินต่างหาก”
“เอ่อ...พวกนายสองคนดูสนิทกันดีนะ” ผมพยายามห้ามศึก
“ไม่สนิท!” ตี้กับเอสตอบพร้อมกัน
หลังจบคลาสวิชาเลข พวกเราสามคนก็ไปหาอะไรทานที่ศูนย์อาหารเพื่อรอเข้าคลาสเคมีตอนเย็นต่อ หลังเรียนเสร็จเราสามคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
หิวน้ำแฮะ ผมแวะร้านนมขนมปังปิ้งพลางเปิดเฟสในมือถือ รูปคู่ของผมกับบอมที่เขาโพสเมื่อวันศุกร์มีทั้งเพื่อนผมและเพื่อนบอมมาเม้นต์เยอะเลย และส่วนใหญ่เม้นต์ทางเดียวกันคือ “เปิดตัวเหรอวะ?” ...ถ้าเปิดตัวก็ดีสิ... หารู้ไม่นี่เกือบเป็รูปสุดท้ายในชีวิตผมละ หลังจากถ่ายปุ๊บบอมก็เกือบเปิดแชทไลน์เฉลยข้อสอบของผมให้พ่อผมดู
บอมยังไม่ตอบอะไรสักเม้นต์ เขาอาจไม่ได้คิดอะไรเลยทั้งที่มีแฟนคืออั้มอยู่แล้ว ผู้ชายก็คงเป็แบบนี้ล่ะมั้งไม่ต้องคิดมากอะไร อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องสนใครมองใครแซว ผมก็อยากเป็ได้แบบนี้บ้างจัง แต่ทำไมเวลาผม “ทำอะไรอย่างที่อยากทำ” มันดันกลายเป็เื่ยุ่งไปทุกที แล้วตอนนี้ผมก็ต้องตามทำลายหลักฐานแชทไลน์นั่นอยู่เนี่ย
บอมกอดคอถ่ายรูปกับผมแบบเพื่อน แต่ผมกลับกำลังหาทางแฮ็กมือถือเขา ถ้าบอมรู้ เขาจะยังนับผมเป็เพื่อนไหมเนี่ย? หวังว่านี่จะเป็ครั้งสุดท้ายที่ผมต้องมาตามแก้ความผิดพลาดที่ตัวเองทำไว้…
“น้องพัตยังไม่กลับบ้านเหรอครับ? เดี๋ยวถึงบ้านดึกนะครับ” ครูวิงติวเตอร์วิชาเลขยืนอยู่ข้างโต๊ะผม
“เอ่อ...ผมหิวเลยหาอะไรทานน่ะครับ บ้านผมอยู่แถวนี้เองครับ”
“หืม โรงเรียนอยู่แถวพัฒนาการแต่บ้านอยู่แถวนี้ แบบนี้ก็เดินทางไกลทุกวันเลยสิครับ”
“พี่วิงรู้โรงเรียนผมด้วยเหรอครับ?”
“มีเขียนในใบสมัครน่ะครับ ทั้งชื่อเล่นทั้งชื่อโรงเรียน แล้วเห็นทำหน้าเครียด เรียนไม่เข้าใจหรือเปล่า?”
“เอ่อ...ใช่ครับ เรียนยาก แหะ ๆ” ...ความเครียดมันแสดงออกมาชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย...
“สงสัยตรงไหนก็ถามพี่ได้นะครับ พี่เป็รุ่นพี่โรงเรียนเรานะไม่ต้องเกรงใจ”
“ห้ะ! จริงเหรอพี่?”
“ใช่ครับ จบมานานละ”
“ขอบคุณครับพี่วิง ถ้าผมสงสัยตรงไหนจะถามนะพี่”
เสียงโทรศัพท์ของพี่วิงดังขึ้น “ฮัลโหล ป้อมมาแล้วเหรอ? ได้ ๆ เดี๋ยวเราลงไปนะ”
“งั้นพี่ไปก่อนนะครับน้องพัต”
“ครับพี่ ขอบคุณครับ”
เอสก้าวเข้ารถไฟฟ้า ยังพอมีที่นั่งว่างท้ายรถ แล้วคนตัวสูงก็นั่งลงข้างเขา
“อ้าวเฮ้ยตี้! มาทางนี้ด้วยเหรอ?”
“อือ เราอยู่หมู่บ้านเมืองทอง แล้วบ้านนายอยู่ไหนวะเอส?”
“เราอยู่ศรีนครินทร์”
“เออดี! ลงสถานีเดียวกัน ปลุกเราด้วยนะ”
“ทำไมเราต้องปลุกนายด้วยวะ? แล้วตั้งใจจะนอนจริงเหรอเนี่ย?”
“เออ เราขึ้นรถทีไรง่วงทุกที ถ้านั่งเลยก็แย่สิ” ตี้พูดแล้วพิงหัวลงที่ไหล่เอส
“หลับสัปหงกแล้วปวดคอ ไหน ๆ มีเพื่อนมาด้วยเรานอนให้สบายดีกว่า”
“โอ๊ย! ผมนายจิ้มคอเรา” เอสบ่นแต่ตี้ไม่สนใจ
รถ airport link แล่นไปเรื่อย ๆ เอสเริ่มง่วงเช่นกัน ไม่นานสองหนุ่มม.4 ก็หลับพิงกันไปในรถที่เคลื่อนผ่านความมืดของกทม.