King Class Away ทำยังไงไม่ให้ติดห้องคิง

    EP13: เพื่อนเก่าจากห้องคิง

    เช้าวันเสาร์ผมมีเ๱ื่๵๹ต้องรีบทำ ผมหยิบโทรศัพท์กดโทรหาโต้ง หวังว่ามันจะรับสายนะ โต้งเป็๲เพื่อนร่วมห้องคิงสมัยม.ต้นที่เก่งเ๱ื่๵๹คอมพิวเตอร์ แต่ถ้าวันไหนเขาเล่นเกมจะปิดมือถือและออฟไลน์ทุกสื่อตัดขาดจากโลกเลย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็จะไปหามันที่บ้านอยู่ดี
    “หวัดดีพัต โทรมาแต่เช้ามีอะไรเหรอ?”
    “นายสบายดีไหม?”
    “ก็สบายดี แล้วมึงล่ะพัต?”
    “สบายดี วันนี้ไปเดินห้างกันไหม ครั้งที่แล้วก็ไม่ได้เดินกับนาย”
    “วันนี้กูมีเรียนทั้งวันว่ะ พรุ่งนี้จะว่าง”

    11 โมงวันอาทิตย์ผมไปรอโต้งที่ MBK หน้าร้านอนิเมะชั้น 7 ร้านโปรดของพวกเราสองคน มาทีไรก็ต้องแวะร้านเกมแล้วมาดูการ์ตูนกับฟิกเกอร์ที่นี่แล้วค่อยไปหาอะไรกินหรือดูหนัง วันนี้พวกเราได้การ์ตูนมาคนละเล่มแล้วเลือกร้านบุฟเฟต์เพราะนั่งอ่านไปกินไปได้นาน ๆ
    “การ์ตูนสมัยนี้แพงสาดเลยนะพัตมึงว่าไหม เล่มนึงเกือบร้อยบาทละ”
    “อืม เ๱ื่๵๹ที่เราตามอยู่ก็โดนยกเลิกลิขสิทธิ์ เซ็งมาก” ผมเอาเนื้อไปแกว่งในหม้อแล้วคีบเข้าปาก
    “พัต มึงมีอะไรรึเปล่าวะ? เห็นมึงทำท่าเหมือนจะพูดอะไร” โต้งหรี่ตามองผม
    “จริง ๆ คือ…” ผมโน้มตัวไปกระซิบ “เราอยากให้โต้งช่วยแฮ็กไลน์เพื่อนเราคนนึงน่ะ”
    “พรบ.คอมนะ มึงรู้ใช่มั้ย? ถึงกูจะยังเด็กม.ปลายก็เหอะ” มันตอบกลับทันที
    “นายก็ทำแบบเนียน ๆ ก็ได้นี่ เรารู้ว่านายทำได้ ช่วยเราหน่อยนะ”
    “มึงเห็นกูมีสแตนด์ Paisley Park? หรือเป็๲ CSI, อีธาน ฮอว์ก, อัศวินคอมพิวเตอร์อัลโก้หรือแมคไกเวอร์หรือไง?”
    “นะ ๆๆ”
    “บอกกูก่อนว่ามึงจะแฮ็กไลน์เขาทำไม?”
    "นะ ๆๆๆๆๆ"
    "อธิบายก่อนสิโว้ย!"
    “เ๱ื่๵๹มันยาวมาก นายมีเวลาฟังไหมอ่ะ?”
    “มีถมเถ บุฟเฟต์ชั่วโมงครึ่ง ถ้ามึงยังเล่าไม่จบก็ไปต่อร้านไอติม”

    ผมหยิบแผ่นเมนูขึ้นมา “คือตอนสอบเข้าที่นี่เราจงใจทำให้ได้คะแนนน้อย ๆ ไม่ให้ติดห้องคิงห้องควีน”
    พรวด!! เศษเนื้อพุ่งออกมาจากปากโต้ง ตรูคิดถูกที่หยิบแผ่นเมนูขึ้นมาป้องกันไว้ล่วงหน้าแล้ว
    “จริงดิมึง? ก็ไหนวันนั้นกูถามมึงเ๱ื่๵๹สอบเข้า มึงก็อือ ๆ กูก็นึกว่ามึงติดห้องคิงไปแล้ว!”
    “ที่เราไม่บอกทางโทรศัพท์วันนั้นก็เพราะรู้ว่านายจะแหกปากลั่นแบบนี้นี่แหละ กลัวหูตึงข้างเดียว”
    “นี่มึงบ้าบิ่นขนาดนี้เลยเหรอไอ้พัต! แล้วพ่อแม่มึงรู้มั้ย?”
    “ก็ไม่รู้น่ะสิ! ขืนพ่อรู้เราหัวขาดแน่ เขาตั้งความหวังไว้มากเลยว่าเราจะติดห้องคิง เราบอกว่าข้อสอบมันยาก แต่ยังไงเราก็ได้สายวิทย์คณิตอย่างที่พ่ออยากได้ เค้าก็เลยไม่บ่นอะไร”
    “เชรี่ย! ช็อกสาดดด! ตอนเรียนด้วยกันมึงเงียบ ๆ ติ๋ม ๆ นะ อะไรทำให้มึงกล้าขนาดนี้” ...บอมไง รอยยิ้มของเขาทำให้ผมกล้า...
    “แต่กูเข้าใจนะที่มึงพยายามให้ตัวเองไม่ติดห้องคิงถึงขั้นนี้ แล้วไลน์เพื่อนมึงเกี่ยวอะไรด้วยวะ?”
    “คือเรารู้จักเขาตอบวันสอบเข้า ก็แลกไลน์กัน แล้วพอสอบเสร็จเขาก็แชทมาถามว่าข้อนั้นข้อนี้ตอบอะไร เราก็เฉลยคำตอบให้เขาไปน่ะโต้ง”
    “อ๋อ! เข้าใจล่ะ แชทอันนั้นกลายเป็๲หลักฐานเลยว่าจริง ๆ มึงทำข้อสอบได้แต่จงใจตอบผิดเพื่อให้หลุดห้องคิง”
    “ใช่ แล้วตอนนี้เราเลยต้องลบมันให้ได้ ถ้าพ่อแม่เราเจอ เราตายแน่”
    "พ่อแม่มึงจะมีโอกาสอ่านแชทเพื่อนมึงเหรอ กูว่าแค่ลบแชทในไลน์มึงก็พอมั้ง"
    "เราลบในไลน์เราแล้ว แต่เมื่อวานพ่อเราเจอเขาพอดีตอนมารับที่หน้าโรงเรียน คุยกันไปคุยกันมาแล้วเขาก็เกือบเปิดให้ดู"
    “เชรี่ยละ แล้วทำไมมึงไม่อธิบายให้เพื่อนมึงฟังล่ะพัต เขาก็จะได้ลบแชท แค่นี้ก็จบเ๱ื่๵๹ละ”
    “คือเรา...เรากลัวเขาจะหมั่นไส้เรา นายก็รู้ ใคร ๆ ก็อยากอยู่ห้องนี้ ใครจะเข้าใจอะไรเหมือนนายกับเราว่าอยู่ห้องคิงเนี่ยเจออะไรบ้าง”

    โต้งนิ่งเงียบไป “อือ...กูเข้าใจมริงละพัต...ก็ได้ กูขอเฟสของเพื่อนมึงคนนั้นหน่อย”
    “นายจะเอาเฟสทำไมวะ เราอยากให้แฮกไลน์”
    “พัต มึงรู้มั้ยไลน์มีระบบป้องกัน การแฮกทางดิจิตัลแม่งยากและเสี่ยงโดนจับ”
    “แล้ว?”
    “แต่การแฮ็กมือถือทำได้ง่ายกว่า”
    “คือยังไงวะ?”
    “อธิบายง่าย ๆ กูจะใช้แอคเค้าต์เฟสปลอมส่งข้อความ phishing หลาย ๆ แบบให้เพื่อนมึง ถ้าเขาพลาดกดลิ้งค์นั้น กูก็จะสามารถเปิดหน้าจอมือถือเขาได้ ที่เหลือมึงต้องจัดการเอง”
    “phishing คืออะไรวะโต้ง?”
    “จริง ๆ มันก็คือการตกปลา fishing นั่นแหละเพราะกระบวนการคือเอาเหยื่อล่อวางแล้วเป้าหมายเข้ามาติดเองเหมือนการตกปลา ปลากัดเหยื่อแล้วโดนตะขอเกี่ยวปาก แต่เขียนเป็๲ phishing เพื่อระบุว่าเป็๲การหลอกลวงทางคอมพิวเตอร์”
    “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” ...โต้งเริ่มวิชาคอมพิวเตอร์ 101...

    “แต่วิธีนี้จะได้ผลถ้าเขากดข้อความนั้นด้วยมือถือเท่านั้น ถ้าเขากดอ่านด้วยคอมก็ฟาล์วเพราะระบบป้องกันของคอมพิวเตอร์ดีกว่ามือถือ เขาเล่นเฟสด้วยคอมพิวเตอร์ด้วยไหม?”
    “ไม่นะ ที่เราเห็นบ้านเขาไม่มีคอมเลย”
    “เพิ่งเปิดเทอมสัปดาห์เดียว มึงไปบ้านเขาแล้ว?” โต้งกระตุกคิ้ว
    “วันนั้นเราไปซีคอนแล้วติดฝน เลยไปค้างบ้านเขาที่อยู่ใกล้ ๆ น่ะ”
    โต้งหรี่ตามองผมเหมือนรู้ว่าผมเล่าไม่หมด อย่าดิมึง ผมก้มหน้ากินเนื้อในจาน
    “โอเค ขอเฟสเขาหน่อย” ผมเปิดหน้าเฟสของบอมให้เขาดู
    “เพื่อนเราชื่อบอม”
    “คนนี้เอง”
    “โต้งรู้จักเหรอ?”
    “กูรู้จักเมื่อคืนนั่นแหละ” มันเลื่อนจอไปรูปที่บอมเพิ่งโพส เพราะบอมแท็กชื่อผมสินะเพื่อนทุกคนของผมเลยเห็นรูปนี้ด้วย
    “มึงดูมีความสุขดีนะ นานแล้วไม่ได้เห็นมึงยิ้มแบบนี้ สามปีที่เรียนห้องเดียวกันหน้ามึงบูดเป็๲ตูดตลอดเวลา”
    “ก็ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ห้องคิงแล้ว”
    “ที่นี่ก็เป็๲เหรอวะ?”
    “เรารู้จักคนนึงอยู่ห้องควีน ทำการบ้านไม่ทัน โดนครูสั่งวิ่งรอบสนามบอลจนเป็๲ลมเลย”
    “เชรี่ยยยยย” โต้งเขี่ยเนื้อวนไปมาในหม้อพลางดูหน้าเฟสของบอม
    “โอเคกูจะช่วยมึง เดี๋ยวเย็นนี้กูเริ่ม phishing ให้เลย”
    “ขอบใจนะโต้ง”

    “ถามหน่อย ถ้าปลดล็อกมือถือของบอมได้มึงอยากให้เป็๲กี่โมง เพราะมือถือจะเปิดหน้าจอแค่แป๊บเดียวตามที่เ๽้าของเครื่องตั้งเวลา ถ้าไม่มีใครกดอะไรมันก็จะล็อกหน้าจออีก มึงมีเวลาแค่แว่บเดียวต้องเข้าใช้เครื่องให้ทัน กูต้องเขียนโค้ดล่วงหน้าไว้ในโปรแกรมให้ทำงานวันรุ่งขึ้นตามเวลาที่กำหนด โปรแกรมจะได้มีขนาดเล็ก เขาจะไม่ทันสังเกตตอน phishing ว่ามันดาวน์โหลดอะไรผิดปกติ”
    “16:44 ละกัน เรากับบอมอยู่ชมรมบาส ทุกเย็นหลังเลิกเรียน 16:30 เขาจะเอามือถือใส่กระเป๋าแล้วไปเปลี่ยนชุด ๰่๥๹เวลานั้นจะชุลมุน ไม่มีใครทันสังเกตแน่”
    “เดี๋ยวนะ มึงอยู่ชมรมบาส?”
    “อืม”
    “มึงที่ตอนม.1 วิชาพละเล่นแชร์บอลไม่เป็๲จนต้องถือตะกร้าอย่างเดียว”
    “อืม”
    “ม.2 ไม่เคยชู้ตบาส 3 แต้มลงสักลูก”
    “อ...อืม”
    “ม.3 มึงก็ไม่เคยเสิร์ฟลูกวอลเลย์ข้ามเน็ต” โต้งยิ่งหรี่ตาจ้องผมหนักกว่าเดิม
    “เอออออออ เราก็เลยอยากเล่นกีฬาไง ห่าน! เล่นแต่สแครบเบิ้ลมาหลายปีจนจะต้มกินแล้ว” ผมเร่งไฟหม้อต้มให้เดือด ๆ เนื้อจะได้สุกไว ๆ ให้โต้งเลิกจับพิรุธผม

    “ได้! มีข้อแม้อีกอย่างนึงด้วย”
    “อะไรเหรอ?”
    “ทันทีที่บอมโดน phishing กูจะโทรบอกมึง แล้วเย็นนั้นมึงต้องมาหากูที่บ้าน กูจะบอกขั้นตอนสุดท้ายให้”
    “ทำไมไม่บอกทางโทรศัพท์วะ?”
    “จะเอาไม่เอา?”
    “ก็ได้ ขอบใจนะโต้ง”
    “เออ เพื่อนที่กูสนิทที่สุดก็มีแต่มึงนี่แหละ เสียดายนะที่มึงย้ายไปที่อื่น”
    ...ถ้าไม่มีเ๱ื่๵๹นั้นผมก็คงยังเรียนที่เดิม...

    “แล้วตอนบ่ายมีเรียนพิเศษไหม?”
    “อืม เรามีเรียนเลขกับเคมีแถวบ้านน่ะ”
    “เสียดายไม่ได้ดูหนังด้วยกันเลย กูอยากดูดิจิม่อน ถ้าชวนคนอื่นแม่งคงล้อกูฉิบหาย”
    สังคมเด็กเรียนที่ผมกับโต้งอยู่ด้วยกันมาสามปี มีแค่เราสองคนที่ชอบอะไรเหมือนกันทั้งเกมและการ์ตูน
    “พัตมึงไม่เรียนออนไลน์แบบกูวะ? อยากเรียนตอนไหนก็กดดู”
    “เราไม่มีสมาธิดีขนาดนายน่ะโต้ง เคยลองละ เรียนผ่านหน้าจอเราหลับทุกที”
    “อือ ไว้คราวหน้าดูหนังกัน เดี๋ยวเย็นนี้กูจัดการเ๱ื่๵๹ของมึงให้”


    พอแยกกับโต้งผมก็ขึ้นรถไฟฟ้ามาลงใกล้ที่เรียนพิเศษ ผมขึ้นบันไดเลื่อนไปห้องเรียนก็เจอเอสกับตี้นั่งรออยู่ร้านน้ำหน้าห้องเรียน เอสโบกมือเรียกผม
    “ทางนี้พัต เดี๋ยวรอคลาสโน้นเลิกก่อนค่อยเข้าไป”
    “หวัดดีเอส หวัดดีตี้”
    “หวัดดี” ตี้ยกมือทักทายห้วน ๆ ตามเคย
    “เอส เมื่อเช้าเราไปร้านอนิเมะที่ MBK ได้การ์ตูนเล่มใหม่มาน่ะ นายอ่านเ๹ื่๪๫นี้มั้ย?”
    “เอ้อ! เ๹ื่๪๫นี้เราก็อ่านอยู่ ออกเล่มใหม่แล้วเหรอเนี่ย ดีจัง”
    “เราอ่านจบแล้วล่ะ เอสเอาไปอ่านต่อไหม?”
    “เออดี ๆ เรายืมคืนนึงนะเดี๋ยวพรุ่งนี้เอาไปคืนที่โรงเรียน ว่าแต่จะเสี่ยงโดนครูยึดรึเปล่าเนี่ย?”
    “ถ้าไม่หยิบขึ้นมาในคาบครูคงไม่ว่าหรอก”

    ตี้จ้องมามองตาดุ ๆ เอสเลยหันไปหา “นี่ยังไม่เข้าคลาสเลย นายจะดุที่พวกเราคุยกันทำไมฟระ?”
    “เรายังไม่ทันพูดอะไรเลยเตี้ย” ตี้ทำหน้ากวนแล้วก้มหน้าอ่านตำราเลขต่อ
    “เออพัต เห็นว่าการ์ตูนเ๹ื่๪๫ 7 Deadly Sins ทำเกมด้วยนี่ นายเล่นยัง?”
    “มือถือเรารุ่นเก่าน่ะเล่นไม่ไหว เอสเล่นยัง? สนุกไหม?”
    “เราก็ยังไม่ได้เล่น ไม่รู้สิเกมมือถือส่วนใหญ่ก็ระบบเดิม ๆ แต่แค่อยากดูอนิเมชั่นน่ะ เห็นว่าเสียงญี่ปุ่น”
    “ไหนนายบอกไม่เล่นเกมมือถือไง แล้วนี่มาเรียนหรือมาคุยเ๹ื่๪๫เกมเ๹ื่๪๫การ์ตูนฟระ?” ตี้เอ็ด
    “นี่ก็จับผิดจ๊าง! ตกลงเป็๞พ่อหรือแฟนเราฟระ?”
    “เราเลือกได้แค่สองอย่างเหรอ? งั้นขอเป็๞อย่างหลังดีกว่า เป็๞พ่อนายต้องจ่ายค่าขนมเท่าไหร่วะ เช้าก็แดก เที่ยงก็แดก ตอนบ่ายพักก็แดก ตอนเย็นก็แดก แต่ก็ยังเตี้ยเท่าเดิม”
    “170 เซนไม่เตี้ยว้อย ความสูงปกติ นายมันโย่งเกินต่างหาก”
    “เอ่อ...พวกนายสองคนดูสนิทกันดีนะ” ผมพยายามห้ามศึก
    “ไม่สนิท!” ตี้กับเอสตอบพร้อมกัน
    หลังจบคลาสวิชาเลข พวกเราสามคนก็ไปหาอะไรทานที่ศูนย์อาหารเพื่อรอเข้าคลาสเคมีตอนเย็นต่อ หลังเรียนเสร็จเราสามคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

    หิวน้ำแฮะ ผมแวะร้านนมขนมปังปิ้งพลางเปิดเฟสในมือถือ รูปคู่ของผมกับบอมที่เขาโพสเมื่อวันศุกร์มีทั้งเพื่อนผมและเพื่อนบอมมาเม้นต์เยอะเลย และส่วนใหญ่เม้นต์ทางเดียวกันคือ “เปิดตัวเหรอวะ?” ...ถ้าเปิดตัวก็ดีสิ... หารู้ไม่นี่เกือบเป็๞รูปสุดท้ายในชีวิตผมละ หลังจากถ่ายปุ๊บบอมก็เกือบเปิดแชทไลน์เฉลยข้อสอบของผมให้พ่อผมดู

    บอมยังไม่ตอบอะไรสักเม้นต์ เขาอาจไม่ได้คิดอะไรเลยทั้งที่มีแฟนคืออั้มอยู่แล้ว ผู้ชายก็คงเป็๞แบบนี้ล่ะมั้งไม่ต้องคิดมากอะไร อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องสนใครมองใครแซว ผมก็อยากเป็๞ได้แบบนี้บ้างจัง แต่ทำไมเวลาผม “ทำอะไรอย่างที่อยากทำ” มันดันกลายเป็๞เ๹ื่๪๫ยุ่งไปทุกที แล้วตอนนี้ผมก็ต้องตามทำลายหลักฐานแชทไลน์นั่นอยู่เนี่ย

    บอมกอดคอถ่ายรูปกับผมแบบเพื่อน แต่ผมกลับกำลังหาทางแฮ็กมือถือเขา ถ้าบอมรู้ เขาจะยังนับผมเป็๞เพื่อนไหมเนี่ย? หวังว่านี่จะเป็๞ครั้งสุดท้ายที่ผมต้องมาตามแก้ความผิดพลาดที่ตัวเองทำไว้…
    “น้องพัตยังไม่กลับบ้านเหรอครับ? เดี๋ยวถึงบ้านดึกนะครับ” ครูวิงติวเตอร์วิชาเลขยืนอยู่ข้างโต๊ะผม
    “เอ่อ...ผมหิวเลยหาอะไรทานน่ะครับ บ้านผมอยู่แถวนี้เองครับ”
    “หืม โรงเรียนอยู่แถวพัฒนาการแต่บ้านอยู่แถวนี้ แบบนี้ก็เดินทางไกลทุกวันเลยสิครับ”
    “พี่วิงรู้โรงเรียนผมด้วยเหรอครับ?”
    “มีเขียนในใบสมัครน่ะครับ ทั้งชื่อเล่นทั้งชื่อโรงเรียน แล้วเห็นทำหน้าเครียด เรียนไม่เข้าใจหรือเปล่า?”
    “เอ่อ...ใช่ครับ เรียนยาก แหะ ๆ” ...ความเครียดมันแสดงออกมาชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย...
    “สงสัยตรงไหนก็ถามพี่ได้นะครับ พี่เป็๞รุ่นพี่โรงเรียนเรานะไม่ต้องเกรงใจ”
    “ห้ะ! จริงเหรอพี่?”
    “ใช่ครับ จบมานานละ”
    “ขอบคุณครับพี่วิง ถ้าผมสงสัยตรงไหนจะถามนะพี่”

    เสียงโทรศัพท์ของพี่วิงดังขึ้น “ฮัลโหล ป้อมมาแล้วเหรอ? ได้ ๆ เดี๋ยวเราลงไปนะ”
    “งั้นพี่ไปก่อนนะครับน้องพัต”
    “ครับพี่ ขอบคุณครับ”


    เอสก้าวเข้ารถไฟฟ้า ยังพอมีที่นั่งว่างท้ายรถ แล้วคนตัวสูงก็นั่งลงข้างเขา
    “อ้าวเฮ้ยตี้! มาทางนี้ด้วยเหรอ?”
    “อือ เราอยู่หมู่บ้านเมืองทอง แล้วบ้านนายอยู่ไหนวะเอส?”
    “เราอยู่ศรีนครินทร์”
    “เออดี! ลงสถานีเดียวกัน ปลุกเราด้วยนะ”
    “ทำไมเราต้องปลุกนายด้วยวะ? แล้วตั้งใจจะนอนจริงเหรอเนี่ย?”
    “เออ เราขึ้นรถทีไรง่วงทุกที ถ้านั่งเลยก็แย่สิ” ตี้พูดแล้วพิงหัวลงที่ไหล่เอส
    “หลับสัปหงกแล้วปวดคอ ไหน ๆ มีเพื่อนมาด้วยเรานอนให้สบายดีกว่า”
    “โอ๊ย! ผมนายจิ้มคอเรา” เอสบ่นแต่ตี้ไม่สนใจ

    รถ airport link แล่นไปเรื่อย ๆ เอสเริ่มง่วงเช่นกัน ไม่นานสองหนุ่มม.4 ก็หลับพิงกันไปในรถที่เคลื่อนผ่านความมืดของกทม.