รุ่งเช้าแสงแดดอ่อนอุ่น ลอดผ้าม่านเก่า ๆ เข้ามาในห้อง นทีขยับตัวงัวเงียบนเตียง รู้สึกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ นุ่ม ๆ พาดทับอยู่บนตัว เขาขมวดคิ้ว และค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะชะงัก ท่อนแขนเรียวยาวขาวผ่อง พาดอยู่บนลำตัวเขาอย่างหลวม ๆ
"แขนของ...ใคร!?"
เขากะพริบตาถี่ๆ พยายามกวาดสายตามอง ก่อนก้มลงมองชัด ๆ แล้วก็แทบหยุดหายใจ ใช่!แขนคนจริง ๆ ไม่ใช่หมอนข้าง ไม่ใช่ภาพหลอนที่เขาจินตนาการไปเอง
ชายหนุ่มผิวขาวอมชมพู ตัวเล็กกะทัดรัด กำลังซุกหน้ากับท่อนแขนของเขาเหมือนเด็กน้อยที่ยังไม่อยากตื่น เส้นผมสีขาวยุ่งฟูคลุมหน้าผากบางส่วน ดวงหน้าหวานราวกับตุ๊กตานั่น เสียงหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าหลับสนิท
นทีผุดลุกขึ้นนั่ง หัวใจเต้นตึกตักไม่เป็จังหวะ การขยับตัวของเขาทำให้ชายหนุ่มแปลกหน้าเริ่มขยับตัว เส้นผมสีขาวเงินพริ้วไหวเบา ๆ เมื่อเ้าตัวขยับใบหน้าไปมา
ในที่สุด ดวงตาภายใต้แพขนตายาว สีเดียวกับเส้นผม ก็ค่อยๆขยับเปลือกตาเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสีอ่อนราวกับประกายจันทร์ก็ค่อย ๆ ลืมขึ้น
"สวย"
นทีหลุดอุทานเบาๆ ก่อนจะรีบสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปอย่างร้อนรน นี่มันใช่เวลาที่เขาจะมาคิดอะไรแบบนี้ซักหน่อย
"นะ..นายเป็ใคร?"
"เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง?"
เขาโพล่งถามออกไปเสียงสั่น ขโมยเหรอ!? ไม่นะ ต้องโทรแจ้งตำรวจ! นทีกระโจนลงจากเตียง คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดตัวเลข เพราะความลนลานทำให้เขา มือไม้สั่นกดผิดกดถูกไปหมด
อีกฝ่ายที่นั่งอยู่บนเตียง จ้องเขาด้วยสีหน้างุนงง ตากลมโตใสแป๋วเหมือนลูกแมวพร้อมเสียงหวานที่ดังขึ้น
"ข้าไม่ใช่ขโมย..."
"ข้าชื่อเย่วจิน เป็เทพแห่งดวงจันทร์"
"ห๊ะ!!?" "เทพ!!"
"เทพอะไร นี่นายอ่านนิยายมากเกินไปป่ะ"
นทีชะงักปลายนิ้วที่กำลังกดโทรศัพท์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายแบบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เขาถามออกไปเสียงหลง เ้านี่ท่าทางจะเพี้ยน เย่วจินส่ายหัวเบาๆ ใบหน้าหวานฉายแววจริงจัง เมื่อนทีทำท่าทางไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด
"ข้าไม่ได้ล้อเล่น "
"ท่านเป็คนพาข้ากลับมาที่นี่เองจำได้มั้ย"
เย่วจินพูดน้ำเสียงหนักแน่นพยายามอธิบายให้นทีนี้เข้าใจ ว่าเขาไม่ได้เป็ขโมย
"เมื่อคืนนี้ ท่านเจอกระต่ายขาวตัวหนึ่งที่าเ็ใช่ไหม?"
นทีชะงักไปนิด ความทรงจำเมื่อคืนแล่นวาบขึ้นมา กระต่ายตัวน้อยที่เขาเก็บได้หน้าคอนโด ขนสีขาวสะอาดตา าแที่ขาหลัง
"แล้วไง?"
นทีถามอึกอัก ยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เย่วจินพูดอยู่ดี เขาเหล่มองที่ขาเรียวขาวของคนที่อยู่บนเตียง ขาด้านหนึ่ง มีผ้าพันแผลที่ขาวพันอยู่จริงๆ "นี่มันเื่บ้าอะไรกันว่ะเนี้ย.." เขาะโขึ้นในใจ
"นั่นแหละ...นั่นคือข้าเอง"
"ข้า คือกระต่ายตัวนั้น"
เย่วจินเอ่ย พลางยื่นข้อเท้าเล็ก ๆ ไปให้นทีดูชัดๆ นทีถึงกับถอยหลังกรูด หลังชนกำแพง บ้าไปแล้วมันจะเป็ไปได้ยังไง กระต่ายกลายร่างเป็คน หรือว่าเขากำลังฝันอยู่ นทีจึงลองหยิกแขนตัวเอง
"โอ้ย!!"
ความรู้สึกเจ็บที่แขน ทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน กล่องพลาสติกที่ว่างอยู่ข้างเตียง ตอนนี้ว่างเปล่า เ้าขนปุยหายไปแล้ว หรือแต่เด็กหนุ่ม ผมขาว หน้าหวานคนนี้
"นาย...!?"
"นายพูดจริงเหรอ แล้วทำไมนายถึงลงมา เอ่อ จากดวงจันทร์ล่ะ "
นทีเองไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่ แต่ความจริงตรงหน้า ทำให้เขาปฎิเสธไม่ได้
"ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจลงมาหรอกนะ..." เย่วจินพึมพำเบา ๆ
"แล้วมันเกิดอะไรขึ้น?"
นทีถามก่อนย้ายตัวเองมานั่งบนเก้าอี้หน้าเตียง ขณะที่เย่วจินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง สีหน้าจริงจัง แล้วเริ่มต้นอธิบายอย่างช้าๆ
"คืออย่างนี้"
"บนดวงจันทร์ มีเทพธิดานามว่าฉางเอ๋อ นางอาศัยอยู่บนโน้น"
"..."
"และมีกระต่ายขาวตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่สำคัญมาก นั่นคือการตำยาอายุวัฒนะ"
นทีเลิกคิ้ว ฟังไปพลางคิดในใจ ตำยา? บนดวงจันทร์? นี่มันนิยายแฟนตาซีชัด ๆ เยว่จินเล่าต่อ พลางยืดเล็กๆ ด้วยความภาคภูมิใจ
"ข้าก็คือกระต่ายตัวนั้น"
"ข้ากำลังตำยาอยู่นั่นแหละขยันขันแข็งสุด ไปเลยใช่มั้ยล่ะ "
"แล้วทำไม?"
"แต่ตอนเดินที่ข้า กำลังเดินไปเก็บสมุนไพรมาเพิ่ม ข้าก็...สะดุดหินก้อนหนึ่ง..."
"...."
"แล้วก็ล้มลงทำหม้อยาอายุวัฒนะแตก...ก็เลยถูกทำโทษ ส่งลงมาใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์"
เย่วจินสรุปสั้น ๆ พลางก้มหน้าลงอย่างละอาย ท่านเทพธิดาโกรธมาก สั่งให้เขาลงมาใช้ชีวิตในโลกมนุษย์รอจนกว่าเทพธิดาจะหายโกรธ
"..."
เมื่อได้ฟัง นทีถึงกับอึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับแรง ๆ อากการปวดหัวตุบๆ กลับเข้ามาทันที (เทพอะไรเนี่ย...เซ่อซ่า...ชิบหาย...)เขาพึมพำในใจ
"สรุปว่านายเป็เทพกระต่ายที่ตำยาอยู่ดี ๆ แล้วสะดุดหินจนทำหม้อยาแตก เลยโดนสาป ให้ส่งให้ลงมาอยู่บนโลกมนุษย์เหรอ?"
"ใช่เลย ท่านเข้าใจถูกต้อง"
เย่วจินพยักหน้าแรง ๆ ตาเป็ประกายแบบ เมื่อเห็นว่านที เริ่มเชื่อในสิ่งที่เขาพูดบ้างแล้ว นทียกมือขึ้นกุมหัว นี่มันเื่บ้าอะไรกัน นี่เขากำลังอยู่ในนิยายเื่ไหน
"โอเค ๆ ฉันเข้าใจละ..."
"แล้ว...นายจะทำยังไงต่อไปล่ะ?"
"กลับขึ้นไปได้ไหม?"
"ข้า.. ยังไม่รู้"
เย่วจินส่ายหัวอย่างหมดหวัง เขาเองก็ไม่แน่ใจ ว่าทำยังไงจะได้กลับขึ้นไป
"ถ้าไม่เป็การรบกวน ข้าขออยู่กับท่านก่อนได้ไหม ข้าสัญญาจะไม่ดื้อ ไม่ซนแล้วก็ เอ่ออ..ไม่ซุ่มซ่ามอีก"
นทีกลอกตามองบนในทันที แค่อยู่ตัวคนเดียวก็จะแย่แล้ว ยังจะต้องมาเลี้ยงเทพเพี้ยนอีกหรอวะเนี้ย เขาสถบในใจ
"สรุปคือ นายจะอยู่กับฉันไปก่อนใช่ไหม?"
เย่วจินพยักหน้าหงึก ๆ ตาเป็ประกายขึ้นมาทันที
"ข้าจะเป็เด็กดี! ไม่สร้างปัญหาให้ท่านแน่นอน!"
นทีหรี่ตามอง (เชื่อได้เรอะ) สรุปนทีก็ต้องยอมให้เย่วจิน อาศัยอยู่ด้วย ถึงแม้จะไม่เต็มใจนัก แต่ด้วยแววตาใสซื่อคู่นั้น ทำให้เค้าไล่ไม่ลง
หลังจากเหตุการณ์ชุลมุนในห้องเมื่อเช้า นทีที่ตอนนี้หายใจนสมองเริ่มกลับมาทำงานได้บ้างแล้ว เขายืนถอนหายใจยาว ๆ ตรงหน้าประตู รอเย่วจินเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเสื้อคลุมตัวบางที่ติดตัวอีกฝ่ายมานั้นแทบจะปิดอะไรไม่มิดเอาซะเลย
พักใหญ่เยว่จินเดินกลับออกมาด้วยเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งของเขาที่ยาวแทบคลุมเข่า ชายหนุ่มผมขาวผิวขาวอมชมพู ตัดกับเสื้อยืดสีดำมันดูน่ารักจริงๆ นทีสะบัดหน้าไล่ความคิดแปลกๆออกไปจากหัว
"ท่านนที...ข้าหิว"
เสียงอ้อน ๆ นั้นทำให้นทีอยากจะเอาหน้ากระแทกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด(เทพไม่อิ่มทิพย์รึไงกัน) เขาบ่นพึมพำเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาดึงแขนเยว่จินให้เดินตามไป
นทีใส่เสื้อยืดเก่า ๆ กับกางเกงยีนส์ เดินลากสังขารกึ่งหลับกึ่งตื่นไปยังร้านข้าวต้มเ้าประจำข้างคอนโด ข้างตัวเขา เยว่จิน เดินตามต้อย ๆ ด้วยท่าทีตื่นตาตื่นใจกับโลกมนุษย์ทุกสิ่งอย่าง
เด็กหนุ่มผมขาวสวมเสื้อคลุมตัวโครงที่เป็ของนที ความยาวของชายเสื้อจึงเกือบคลุมเข่าได้พอดี ผมสีขาว กับหน้าหวานๆ ใครเดินผ่านไปมาก็ต้องหันมอง
นทีแอบถอนหายใจเงียบ ๆ ชักเริ่มรู้สึกแปลกๆ เขารีบจูงเยว่จินให้เดินเข้าไปในร้านข้าวต้มริมฟุตบาท กลิ่นโจ๊กและข้าวสวยร้อน ๆ ตลบอบอวลมาแต่ไกล
"โหยยยย นที! วันนี้พาแฟนมาด้วยเรอะ!"
เสียงป้าเดือน เ้าของร้านะโแซวมาแต่ไกลจนคนในร้านหันขวับมามอง เขาสนิทกับป้าเดือน เพราะเป็ลูกค้าขาประจำ ข้าวร้านป้าเดือน อร่อย ราคาเป็มิตร เหมาะกับเขาที่เป็พวก มีรายได้ต่ำนทีสะดุ้งเฮือก หน้าเห่อร้อนขึ้นทันทีที่โดนแซว
"ไม่ใช่ครับป้า! ไม่ใช่!" เขารีบปฏิเสธแทบไม่ทัน
เยว่จินหันมาขมวดคิ้วงุนงง หันมาสะกิิดถาม "ท่านนทีแฟนคืออะไรหรือ?" (โอย อย่าถามน่าาา!)
นทีกลืนน้ำลายดังเอื๊อก รู้สึกเหมือนเืจะไหลย้อนขึ้นสมอง ป้าเดือนหัวเราะร่า เดินถือเมนูมาให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"ไม่ต้องเขินหรอกน่า ตัวเล็กน่ารักเชียว นี่ถ้าเป็ลูกป้า ป้าจะยกให้เลย!"
"ป้าาาาาา!"
นทีครางในลำคอ อยากเอาหน้ามุดโต๊ะหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น เยว่จินยังคงจ้องป้าเดือนอย่างใสซื่อ ก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ เหมือนเข้าใจในสิ่งที่ป้าเดือนพูด
"ข้าเป็ของท่านนทีแล้ว"
พูดจบ ยังยิ้มหวานตาแป๋วอีกต่างหากเสียงฮือฮาเบา ๆ ดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆนทีแทบสำลักน้ำ ที่กำลังยกขึ้นดื่ม รีบยกมือขึ้นปิดปากเย่วจินทันที
"ไม่ใช่! ป้า! ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ! คือ...คือ...คือ.."
เสียงตะกุกตะกักของถูกเขากลืนหายไปกับเสียงหัวเราะครืน ๆ ของลูกค้าประจำในร้าน สุดท้าย นทีได้แต่ก้มหน้าก้มตาสั่งโจ๊กหมูสองชามแบบแทบไม่มองหน้าใครและระหว่างที่รออาหาร เยว่จินก็นั่งจ้องเมนูอย่างตั้งอกตั้งใจ พลางเอียงคอเหมือนลูกแมวน้อย
"ท่านนที...ขนมปังปิ้งคืออะไรหรือ?"
"มันเป็ของหวาน เอาไว้ก่อน...กินโจ๊กให้หมดก่อนค่อยว่ากัน"
นทีถอนหายใจยาวเหยียด พร้อมกับได้แต่ภาวนาในใจ...
"ขอให้พรุ่งนี้ตื่นมา แล้วพบว่าหมอนี่กลับไปเป็แค่กระต่ายทีเถอะ..."
แต่เมื่อหันไปเห็นรอยยิ้มใสซื่อของเ
ยว่จิน ที่ตื่นเต้นกับทุกอย่างตรงหน้า เขาก็ได้แต่ยิ้มบาง ๆ อย่างปลงตก