Chapter [4] เงินหมื่น...“แฮ่ก แฮ่ก! ในที่สุด เห้อ...” สวนหน้าบ้านที่มีพื้นที่ว่างเพียงน้อยนิด หลังจากวิ่งมาจนถึงนภาก็ต้องทิ้งตัวลงไปบนพื้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง นี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากที่เขาเริ่มที่จะออกกำลังกาย มาถึงตอนนี้นับว่าผลที่ได้นั้นดีเยี่ยม เขาสามารถวิ่งเป็นระยะทาง 20 กิโลเมตรโดยไม่หยุดวิ่งได้แล้ว
“แบบนี้น่าจะทนแรงพวกเด็กเวรนั้นขึ้นมาได้อีกหน่อยล่ะนะ” ชายหนุ่มผงกศีรษะขึ้นลงไปพลาง การโดนกลั่นแกล้งโดยที่ไม่โต้ตอบคือสิ่งที่เขาสมควรยอมรับมันแม้ในใจจะไม่ชอบก็ตามที
ติ๊ง!
“หืม? อะไรน่ะ” พึ่งจะลุกขึ้นยืนได้ไม่นาน มือถือที่ได้ต่อมาจากพี่สาวก็พลันแจ้งเตือนขึ้นเสียงใส ไม่รอช้านภารีบเปิดมันขึ้นมาดูในทันที ก่อนที่จะขยี้ตาตัวเองซักสองสามครั้งเมื่อมองเห็นข้อความข้างใน
“เงินเข้าบัญชีทรูวอลเล็ท!?” ชายหนุ่มถึงกับต้องตั้งคำถาม มันเกิดอะไรขึ้นกัน?
‘หรือว่าเพราะเว็บพนันเว็บนั้น?’ และแล้วในที่สุดความทรงจำเดิมของนภาก็ทำให้ศูนย์เจ็ดได้กระจ่าง ต้องบอกก่อนว่าตัวของนภานั้นนับว่าเป็นเด็กติดเกมถึงขั้นที่ต้องอดข้าวไปเติมเกมเพื่อสนองความต้องการของตัวเองเชียวล่ะ
เงินที่ได้มาเมื่อครู่ น่าจะเป็นเงินจากเว็บพนันของลีกเกมการแข่งขันที่ถูกจัดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนจนถึงเมื่อวานที่เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน ว่าก็ว่าเถอะ นภานี่นับว่าเป็นตัวพ่อของเกมที่จัดการแข่งขันนี่เลยล่ะ วัดได้จากระดับแรงค์ที่ติดอยู่ Top 50 ของประเทศอยู่ทุกซีซั่น แค่นี้ก็คงไม่ต้องให้พูดแล้วว่าเขานั้นทุ่มเทไปกับเกมมากแค่ไหน
“ความฝันของเจ้าหมอนี่ก็คือนักแข่งเกมด้วยสิ” ทักษะการเล่นเกมของนภา ไม่ใช่แค่คำว่าเก่ง แต่ต้องเรียกว่าเกิดมาเพื่อเล่นมันเลยด้วยซ้ำ ทั้งทักษะที่มี และสมองที่ใช้คิดวางแผนนภาล้วนเป็นเลิศทั้งสิ้น เสียอยู่อย่างเดียวคือเขาไม่ค่อยเป็นคนเข้าสังคมจึงไม่มีโอกาสได้สร้างทีมเป็นตัวเป็นตัวไปลงแข่งอย่างที่เคยฝันเอาไว้
“สามหมื่นบาท นี่มันบ้าไปแล้ว!” ไม่น่าเชื่อเลยว่าเงินจากการพนันเพียงครั้งเดียวจะมีมากถึง 3 หมื่นบาท
“เจ้าหมอนี่ไม่ธรรมดาเลยถ้าเป็นเรื่องของการอ่านเกม” สาเหตุง่ายๆ ที่ทำให้เงินพนันมาถึงขนาดนี้ก็เป็นเพราะในลีกการแข่งลีกนี้มีทีมที่พึ่งตั้งขึ้นใหม่ถึง 4 ทีมด้วยกัน ซึ่งนภานั้นได้ลงเงินเดิมพันไปที่ 1 ใน 4 ทีมนั้นในขณะที่คนส่วนใหญ่เลือกลงไปที่แชมป์ของปีก่อนไม่ก็ตัวเต็ง เพราะแบบนั้นจำนวนที่เขาได้จึงพุ่งทะยานไปเป็น 1 ต่อหลายสิบเท่าจากจำนวนเงินที่มี
“เห้อ...ต้องขอโทษด้วยที่ฉันคงสานฝันต่อให้นายไม่ได้” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความคิดของศูนย์เจ็ด จริงอยู่ที่ร่างนี้ยังคงหลงเหลือความทรงจำและความสนุกสนานของการเล่นเกม แต่นภาในตอนนี้ก็ไม่ได้สนใจมันมากเท่าเมื่อก่อน เขาในตอนนี้มองมันเป็นเพียงสิ่งผ่อนคลายเพียงเท่านั้น
...
“เราควรจะเรียนจบก่อน หรือหางานที่ทำได้ไปพร้อมกับที่เรียนอยู่ดีนะ?” บนห้องนอน นภาได้แต่นึกถึงเรื่องในอนาคต เขามาอยู่ในร่างที่เป็นคนปกติที่มีครอบครัวที่แสนอบอุ่นแล้ว อาชีพนักฆ่าเหมือนเมื่อก่อนคงต้องมองข้ามมันไปโดยไม่ต้องเหลียวแล แต่เขาจะทำอะไรได้ล่ะ?
ชาติที่แล้วตั้งแต่แม่ของเขาถูกพ่อฆ่าตาย เขาก็ถูกนำไปส่งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ตลอดเวลาในตอนนั้นเพราะภาพยังคงติดตาเขาจึงไม่เคยเปิดใจให้ใครเลย เด็กหนุ่มในตอนนั้นได้แต่นั่งหลบอยู่ในมุมห้อง ไม่สนใจแม้กระทั่งคนที่คอยกลั่นแกล้งและคนที่คอยเอาใจใส่ในตัวของเขาแม้แต่นิด
หลังจากผ่านไปได้ 5 ปีในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ในที่สุดเด็กหนุ่มในวัย 12 ขวบก็มีคนมารับไปเลี้ยงดู โชคร้ายที่ครอบครัวที่รับเขาไปเลี้ยงดูนั้นไม่ใช่ครอบครัวธรรมดา เพราะครอบครัวๆนี้ เป็นครอบครัวนักฆ่า การมารับตัวเขาไปเลี้ยงก็เป็นเพียงเพราะทำให้ภารกิจของพวกเขาทั้งสองราบรื่นขึ้นเท่านั้น
“จำได้ว่าตอนนั้น...” ในตอนนั้นทั้งสองคนที่รับเขามาเลี้ยงดูได้พลาดท่า เพราะแบบนั้นทั้งคู่จึงถูกไล่ล่าโดยคนขององค์กรตามกฎหลัก นั่นคือพลาดเท่ากับตาย สุดท้ายทั้งสองก็ได้สิ้นชีพลงต่อหน้าของเขา อีกแล้ว นั่นคือสิ่งที่ศูนย์เจ็ดน้อยคิดในตอนนั้น มีคนตายต่อหน้าของเขาอีกแล้ว น่ารำคาญเสียจริง และนี่คือสิ่งที่เขาคิดตามมา
หลังจากนั้นในใจของศูนย์เจ็ดก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้ศพจะอยู่ในสภาพเละเทะตรงหน้า เด็กน้อยวัย 12 ขวบปีก็ยังคงจ้องมองมันได้อย่างหน้าตาเฉย นับแต่นั้นเรื่อยมา เด็กน้อยก็ได้ทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้เข้ามาสู่องค์กรนี้ภายใต้คำถามที่ถูกผุดขึ้นมาในสมอง ทำไมแม่ถึงโดนฆ่า? ทำไมทั้งสองคนที่รับเขามาเลี้ยงดูถึงฆ่าคนอื่น? แล้วทำไมพวกเขาถึงไม่ชอบให้คนอื่นฆ่า? ทำไมต้องถูกฆ่า? หรือว่ามันสนุก?
“การฆ่า สนุก? ฉันนี่มันเด็กเวรอย่างที่ไอ้แก่นั่นพูด” ทุกการสังหาร ภายในจิตใจของศูนย์เจ็ดนั้นไร้ซึ่งคำว่าปราณี เขาไม่เคยมอบโอกาสให้เป้าหมาย และไม่เคยหวาดกลัวการฆ่าเลยตั้งแต่ตอนนั้น
“บ้าจริง สรุปนี่เราทำอะไรไม่เป็นเลยนอกจากเรื่องทะเลาะวิวาทหรอเนี่ย?” น่าขำเสียจริง จะบอกว่าการต่อสู้ที่มีชีวิตเป็นเดิมพันคือการทะเลาะวิวาท? เจ้าเด็กเวรคนนี้ช่างใช้คำที่ไม่เหมาะสมเอาเสียเลย
“อืม...” จะว่าไปแล้วความฝันในวัยเด็กของศูนย์เจ็ดคืออะไรนะ? เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ภาพของห้องๆ หนึ่งภายใต้แสงสว่างอันน้อยนิดก็ผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม
ภายในห้องอันแสนแออัด มีหนูน้อยที่มองหน้าไม่ค่อยชัดเท่าใดนักแต่กลับสามารถมองการแสดงออกของเด็กได้ว่าเขานั้นกำลังตื่นเต้นมากขนาดไหน ตรงหน้าของเด็กน้อยคนนั้น มีทีวีจอนูนรุ่นเก่ากึกตั้งเอาไว้ ข้างในจอมีภาพของหญิงสาวปรากฏอยู่เลือนลาง เธอไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกเสียจากจะเป็นแม่ของเด็กน้อยคนนั้น
‘แม่เคยเป็นนักร้องมาก่อนนี่นะ’ แม่ของศูนย์เจ็ด ก่อนที่จะหนีมาอยู่กับสามี เธอเคยมีเพลงเป็นของตัวเอง มีอัลบั้มที่แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ใบหน้าของเธอในหน้าจอทีวีตอนนั้นมันช่างทำให้เด็กน้อยรู้สึกหลงใหลเสียเหลือล้น
แม่ที่เป็นเพียงคนเดียวที่ห่วงใยเขา แม่ที่เป็นที่พึ่งพาเพียงหนึ่ง เธอในตอนนั้นบนหน้าจอทีวีที่ถูกเล่นโดยช่องทีวีบางช่อง รอบๆ ตัวเธอดูเปล่งประกายมากกว่าตอนไหนๆ แม่ของเขาตรงนั้น เธอดูมีความสุขมากเมื่อได้ร้องเพลง น่าเสียดายที่สามีของเธอกลับไม่ชอบมัน
“ไอ้เด็กเวร! เปลี่ยนช่องสิวะ” เสียงบ่นพร้อมกับขวดเหล้าลอยมายังหน้าจอทีวีจนมันต้องแตกและพังลง เด็กน้อยทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากทำหน้าหงอยแล้วเดินหนีไป โดยที่มีแรงบันดาลใจหนึ่งผุดอยู่ในหัว
“นักร้องหรอ? เหอะๆ” นภาได้แต่หัวเราะเยาะตัวเอง ไม่นึกเลยว่าเจ้าศูนย์เจ็ดตัวน้อยจะมีความฝันที่ดูสดใสถึงขนาดนี้
จบตอน