หลังพบว่าน้ำเริ่มเย็นลงแล้วนางก็รีบขึ้นจากน้ำจากนั้นก็แต่งตัวออกมา น้ำที่เหลือจากการอาบของนางจะต้องยกน้ำไปเททิ้งในแปลงผักต่อ
นางยกทางน้ำหนัก ๆออกมาพาคิดในใจว่าหากปรับปรุงห้องน้ำอีกครั้งนางจะขุดร่องน้ำเพื่อให้ไหลไปที่แปลงผักเลยไม่ต้องแบกหามให้หนักเช่นนี้
ระหว่างทางที่เดินออกจากห้องอาบน้ำเพื่อไปแปลงผักซึ่งไม่ได้ห่างไกลกันมากเพียงเดินไปสิบก้าวนางก็เทน้ำทิ้งได้แล้ว
ทันใดนั้นเซนส์ของจ้าวอิงก็เริ่มทำงาน นางยกแขนขวาขึ้นมาดูก็พบว่า ขนของนางตั้งชัน
‘มีคนแอบซุ่มอยู่ตรงต้นไม้ข้างรั้ว หืม…เป็ผู้มีฝีมือเสียด้วย’
ตอนที่นางเริ่มรู้สึกถึงการมีอยู่ของคนเหล่านี้พวกเขาก็เก็บลมหายใจพรางตัวทันที ทำให้นางจับทิศทางไม่ได้ชัดเจนเหมือนเมื่อครู่
แต่เมื่อจ้าวอิงลองคิดทบทวนอีกทีบ้านนี้เป็เพียงชาวบ้านธรรมดา
เอ๊ะหรือจะเป็โจรไม่ ๆ ๆ โจรที่ไหนจะมาซุ่มดูบ้านคนจน
หรือว่าเพราะลู่เหวินเหยา......น่าแปลกหนึ่ง สอง
มีสองคนแค่ซุ่มมองไม่ได้ทำอันใดถ้าอย่างงั้นต่างจะขอรอดูก่อนแล้วกันตื่นตัวไว้ก่อนก็ยังดีกว่าปล่อยให้เกิดเื่แล้วค่อยตามล้างตามเช็ดทีหลัง
ไม่แน่บางทีนางอาจจะแค่คิดมากไปก็ได้พวกเขาสองคนอาจจะแค่ผ่านทางมาก็เป็ได้
ตอนนี้มันเป็ยุคโบราณนี่นาคนยุคนี้ไม่มีรถยนต์ หรือเครื่องบิน เวลาเดินทางต้องใช้เวลาเป็วันๆก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะแวะพักผ่อนกลางทางเช่นนี้
หลังสรุปกับตัวเองแล้วนางก็ไม่ได้ทำอันใดเพียงเทน้ำแล้วกลับเข้าห้องนอน ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเพื่อให้คนที่ซุ่มดูอยู่ด้านนอกคิดเพียงว่านางเป็แค่หญิงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นไม่ได้รับรู้การมีตัวตนของพวกเขา
เมื่อนางเดินไปถึงประตูห้องนอนนางเห็นเสี่ยวเป่าและลู่เหวินเหยากำลังนั่งตรวจตัวอักษรที่เสี่ยวเป่าฝึกคัด่นี้
จ้าวอิงไม่ได้เดินเข้าไปทันทีนางยืนพิงขอบประตูมองดูภาพแสนอบอุ่นใต้แสงเทียนที่มีรัศมีส่องสว่างเพียงหนึ่งถึงสองเมตรน่าจะได้ อีกทั้งแสงไฟยังวูบไหวอีกด้วย
แต่เพราะนางเปิดประตูค้างเอาไว้จึงทำให้มีลมพัดเข้าไปในห้อง แสงเทียนที่วูบไหวอยู่แล้วก็เริ่มริบหรี่ลงนางจึงต้องรีบเข้าไป แล้วปิดประตูทันที
จ้าวอิงไม่อยากเข้าไปขัดบรรยากาศระหว่างพ่อลูกที่แท้จริงคู่นี้และนางยังรู้สึกสั่นไหวในใจแปลกๆ ราวกับว่าภาพตรงหน้านี้นางมีความสามารถทำได้เพียงเฝ้ามองอย่างคนนอกเท่านั้น ที่ตรงนั้นไม่มีที่สำหรับนาง
“ท่านแม่ทำไมยืนอยู่ตรงนั้นล่ะขอรับ มาเร็ว ๆเข้า ท่านพ่อบอกว่าข้าเก่งมาก ๆ”
เสียงของเสี่ยวเป่าดึงสติของจ้าวอิงกลับมานางหันมายิ้มให้เสี่ยวเป่า แล้วรีบเดินเข้าไปภายในห้อง
และเดินไปเปิดตู้เพื่อหยิบผ้าห่มออกมาเพิ่มโชคดีที่เตียงในห้องนางกว้างมากพอ สำหรับให้คนทั้งสามนอนร่วมเตียงเดียวกันได้
อีกอย่างนางก็ผอมลงแล้วทำให้พื้นที่ว่างบนเตียงจึงมีมากขึ้นหลังจัดที่นอนเสร็จจึงหันไปเรียกเสี่ยวเป่าที่ยังนั่งทบทวนอักษรอยู่บนโต๊ะ
“อากาศเย็นแล้วเสี่ยวเป่าขึ้นมาบนเตียงเถอะ”
จากนั้นก็หันไปมองลู่เหวินเหยา
“ท่านเองก็ขึ้นมาเถอะ”
เขาไม่ได้ตอบคำของนาง เพียงแต่พยักหน้าแล้วตามเสี่ยวเป่าขึ้นไปบนเตียงที่ตอนนี้อบอุ่นกว่าด้านนอกนัก
จ้าวอิงขยับให้เสี่ยวเป่ามาแทนที่ของตัวเองที่นางเอาตัวเองทับไว้เมื่อครู่จนผ้ามีความอุ่นขึ้นมากกว่าเดิม
การกระทำเล็ก ๆน้อย ๆของนางเช่นนี้ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของลู่เหวินเหยา
เนื่องจากคืนนี้ต้องนอนรวมกันสามคนเสี่ยวเป่าจึงนอนตรงกลาง จ้าวอิงนอนด้านในสุดส่วนลู่เหวินเหยาก็นอนอยู่ชิดขอบเตียงด้านนอกสุด
วันนี้เสี่ยวเป่าตื่นเต้นดีใจจนไม่อาจข่มตานอนได้จ้าวอิงจึงดึงเสี่ยวเป่าเข้ามากอดพร้อมกับลูบหลังเบาเพื่อลดความตื่นเต้นลงจ้าวอิงกล่อมเขาจนสงบลงและผล็อยหลับไปในที่สุด
จ้าวอิงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ยังมีอีกคนนอนกับพวกนางด้วยจึงไม่ได้สนใจสายตาของเขาว่าจะมองนางอย่างไร นางเพียงสนใจแต่ลูกชายเท่านั้น
ลู่เหวินเหยายังคงนั่งพิงหัวเตียงมองการกระทำของจ้าวอิง อย่างพินิจพิจารณา
ทันทีที่ทั้งคู่หันมามองกัน จากนั้นก็สบตากันต่างคนต่างสะดุ้งและหันหน้าหนี คล้ายการส่งตากันเช่นนี้ เป็เื่ที่ผิด
เมื่อเป็เช่นนี้ในห้องก็พลันเกิดความเงียบขึ้นมาจ้าวอิงจึงหันหน้าหนีเตรียมจะนอนลงข้าง ๆลูกชายนาง
แต่ก่อนที่เ้าเองจะหลับไปลู่เหวินเหยาก็เป็ฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
“เ้าดูแลเสี่ยวเป่าได้ดียิ่ง”
“หา...”
“อะอึ้ม...คือข้าจะบอกว่าเ้าดูแลเสี่ยวเป่าได้ดี อักษรของเขาพัฒนาไปมาก ขอบใจ”
“ไม่ต้องขอบคุณอันใดหรอกเ้าค่ะเสี่ยวเป่าก็เป็ลูกชายข้าเช่นกัน”
แล้วทั้งคู่ก็เข้าสู่ความเงียบอีกครั้งจ้าวอิงเห็นว่าไหน ๆเขาก็เป็ฝ่ายเริ่มคุยกับนางก่อนแล้ว ดังนั้นนางจึงกล่าวต่อว่า
“เื่ห้องนอนของท่านพรุ่งนี้ค่อยเตรียมแล้วกัน บ้านหลังนี้มีเพียงสามห้องที่ซ่อมแซมเสร็จแล้วท่านต้องใช้ห้องนอนเป็ห้องเขียนหนังสือไปก่อน ไว้ต่อเติมบ้านหลังจากหิมะละลายค่อยทำห้องหนังสือเพิ่ม”
จ้าวอิงบอกขณะที่นอนลงเรียบร้อยแล้ว
“อืมข้าคิดว่าเรานอนรวมกันสามคนไปก่อน ดูเสี่ยวเป่ามีความสุขยิ่งนักเ้าอย่าเข้าใจผิดนะ ..ข้าเพียงไม่อยากให้เขาคิดมาจนมีปมในใจ”
พูดจบลู่เหวินเหยาก็ใตัวเองที่บอกจะนอนร่วมกันแต่จ้าวอิงได้ฟังดังนั้นนางหันไปมองเสี่ยวเป่าน้อย
ที่แม้ตอนหลับยังยิ้มอยู่ก็ใจอ่อนยวบถึงแม้คำพูดของเขาจะไม่ค่อยเข้าหูเท่าไหร่ก็ตาม
‘ใครกันจะเข้าใจเ้าผิด’
แต่นางก็ยังคงเห็นด้วยตามเขา
“อือคงต้องทำแบบนั้นไปก่อน”
กล่าวจบจ้าวอิงก็นอนลงไม่นานก็หลับไปเพราะ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมา วันนี้มีเื่ราวมากมายจริง ๆ
แต่ยังมีอีกคนที่นอนไม่หลับลู่เหวินเหยายังนั่งพิงเตียงเหม่อมองออกไป ทางด้านของหน้าต่างที่ยังมองเห็นพระจันทร์ลอยเด่นอยู่ด้านนอก
พลางคิดทบทวนเหตุการณ์วันนี้และนึกถึงท่าทีของจ้าวอิงที่เปลี่ยนไปหมด การดูแลเสี่ยวเป่านางทำอย่างเป็ธรรมชาติไม่เสแสร้ง
หากเป็เมื่อก่อนเขาชมนางนางจะต้องเรียกร้องให้เขาตอบแทนไม่มีทางที่จะกล่าวว่าเสี่ยวเป่าก็เป็ลูกนางเช่นกัน
หรือเป็เพราะเหตุการณ์จมน้ำครั้งนั้นทำให้นางเปลี่ยนไปหรืออาจจะเปลี่ยนิญญาไป
คิ้วเขาขมวดเน้นแต่หากจ้าวอิงเปลี่ยนิญญาไปแล้วนั้นไม่รู้ว่าจ้าวอิงคนใหม่นี้จะดีหรือร้ายกันแน่ คงต้องจับตาดูนางไปก่อน
เขาคิดไปถึงนักบวชนิรนามคนนั้นที่เข้ามาจับแขนเขาไว้แน่นแล้วบอกคำทำนายออกมาเมื่อสองปีก่อนเสียไม่ได้
จากคำพูดของนักบวชนิรนามคนนั้น เขาลองตีความหมายหลายครั้งหลายคราก็ได้ความหมายทำนองเดียวกันว่าในอนาคตจะมีคนที่สับร่างเปลี่ยนิญญาเข้ามาในชีวิตของเขาแต่เขาคิดว่าเื่นี้มันค่อนข้างจะเหนือธรรมชาติเกินความคาดหมายมากไปหน่อย หลังจากนั้นเขาก็ไม่พบนักบวชคนนั้นอีกเลย
หลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเขาก็หันกลับมามองจ้าวอิงอิงและลูกชายของเขาเสี่ยวเป่าตอนนี้ทั้งคู่กำลังนอนกอดกันอยู่
เสี่ยวเป่านอนอมยิ้มจนสามารถเห็นลักยิ้มเล็กๆบนแก้มของเขาได้ไม่รู้ว่ากำลังฝันดีอะไรอยู่
เมื่อมองเห็นหน้าของลูกชายใจของเขาก็สงบลงจากนั้นก็เอนตัวนอนลงและหลับไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
รุ่งขึ้นยังไม่ทันได้ปลุกเสี่ยวเป่าถังเสียนที่นัดแนะกันไว้ว่าจะเข้าไปที่ตำบลในตอนแรกก็มาที่บ้านท้ายหมู่บ้านอย่างเร่งรีบ
เพื่อบอกว่าวันนี้เขาไปไม่ได้แล้วเนื่องจากทางบ้านแม่ยายของเขานั้น เจ็บป่วยกะทันหันจึงจะไปรับคนทางนั้นเพื่อส่งโรงหมอก่อน
พ่อลู่เขากำลังกวาดลานบ้านอยู่เป็ผู้ออกไปรับหน้าและบอกว่าไม่เป็ไรพวกเขาไม่ได้เร่งรีบ ไว้เดินทางวันหลังได้
ด้วยเหตุนี้แผนการเดินทางเข้าตำบลวันนี้จึงเป็อันยกเลิกไป
จางซื่อตื่นขึ้นมาและเข้าครัวเพื่อทำอาหารเช้าแล้วจ้าวอิงจึงปล่อยให้แม่สามีของนางทำอาหารไปนางอาจจะอยากทำกับข้าวให้กับลูกชายที่เพิ่งจะกลับมาก็ได้
นางจึงไปรดน้ำผักซึ่งมีลู่เหวินเหยาที่ตื่นแล้ว เดินตามมาช่วยเช่นกันพวกเขารดน้ำอยู่คนละฝั่งของบ่อปลา โดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่างคนต่างทำงานของตนเองไป
ไม่นานนักเสี่ยวเป่าก็ตามมาเพื่อเรียกทั้งสองให้ไปกินข้าว
“ท่านแม่ท่านพ่อ ท่านย่าให้ข้ามาเรียกพวกท่านไปกินข้าวขอรับ”
เสียงเล็ก ๆของเขาะโมาจากขอบแปลงผัก
เมื่อได้ยินเสียงของลูกชายที่มาตามไปกินข้าวพวกเขาทั้งสองต่างก็วางบัวรดน้ำลงไป แล้วล้างมือตามเขาเข้าไปยังห้องโถง
มื้อเช้าวันนี้เป็โจ๊กข้าวขาวข้นกินกับผักดองผัดกับเนื้อหมู มีไข่ต้มคนละฟองเช่นเคย
ระหว่างที่พวกเขาเริ่มตักข้าวเข้าปากนั้นพ่อลู่เป็ผู้เริ่มบทสนทนาก่อน
“ตอนนี้อาเหยาก็กลับมาแล้วเหลือแค่รอผลสอบหากสอบผ่านในครั้งนี้และการสอบครั้งต่อไปก็เป็ปีหน้าเลยยังพอมีเวลาให้พวกเราช่วยกันเก็บสะสมเงินทอง เพื่อเดินทางครั้งต่อไป อีกอย่างตอนนี้ครอบครัวเรามีรายได้มากพอสมควรแล้ว พวกเ้าจะเอ่อจะ….ว่าอย่างไรหากจะส่งเงินให้ท่านปู่ท่านย่าของพวกเ้าเพิ่มอีกเดือนละสอง สะสามตำลึง”
ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งรู้สึกติดอ่าง
เมื่อกล่าวจบนอกจากเสี่ยวเป่าที่กินอย่างเอร็ดอร่อยทุกคนก็หยุดกินแล้วมองมาที่พ่อลู่ พ่อลู่เห็นดังนั้นก็ประหม่าทันที
“น่ะนี่เป็เพียงสิ่งที่ข้าอยากปรึกษาพวกเ้าทุกคน”
พ่อลู่ที่ถูกทุกคนจ้องมองมาเป็สายตาเดียวก็พูดติดๆขัด ๆ
จ้าวอิงจึงถามพ่อลู่ว่า
“แล้วท่านจะบอกบ้านใหญ่ว่าเอาเงินมาจากไหนหรือเ้าคะ”
“เื่นี้ ....ข้าจะบอกว่าล่าสัตว์มา”
ฟังถึงตรงนี้จางซื่อก็หน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัดนางกลัวบ้านใหญ่จนฝังลึกแล้วจริง ๆมือไม้นางอ่อนตะเกียบในมือร่วงตกลงไปในถ้วยข้าวเสียงดัง
พ่อลู่เห็นหน้าจางซื่อที่ออกอาการหวาดกลัวเช่นนั้นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ มือหันมามองหน้าลูก ๆ ก็เช่นกัน สีหน้าของพวกเขาเห็นชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูดไป
สุดท้ายจึงได้ตัดใจ
“ข้ามาคิดดูแล้วเราแสดงความกตัญญูแบบอื่นก็ได้ เมื่อครบกำหนดส่งเสบียงกลางก็ค่อยเพิ่มเงินอีกเล็กน้อยแล้วกัน”
พอลู่ตัดสินใจพูดออกมาในที่สุด
จางซื่อได้ยินดังนั้นถอนหายใจโล่งอกนางค่อย ๆหยิบตะเกียบที่ตกลงไปเมื่อคู่กลับมากำไว้อีกครั้ง
ลู่เหวินเหยาเห็นความเปลี่ยนแปลงของพ่อเขาเช่นกันกลัวว่าเขาจะคิดมากจึงเปลี่ยนเื่
“ขอรับแบบนั้นดีกว่า ในเมื่อวันนี้ไม่ได้เข้าตำบลแล้ว ข้าว่าจะจัดห้องตะวันออกที่ว่างอยู่ใช้เป็ห้องหนังสือแล้วจะเรียกลูก ๆ ของอาถังเต๋อมาช่วยทำเครื่องเรือนเพิ่ม”
จ้าวอิงก็เห็นด้วยที่เขาจะเรียกคนมาช่วยทำงานลูก ๆ ของถังเต๋อทำงานดีทีเดียว
“ถังหวายอันกับถังอี้เฟิ้นครั้งก่อนมาช่วยทำรั้วบ้านให้พวกเรา ก็ทำงานดีทีเดียว ข้าอยากจะเพิ่มเครื่องเรือนในบ้านด้วยเดี๋ยวจะเอาแบบให้พวกเขาลองดูว่าทำได้หรือไม่”
จ้าวอิงเข้าใจดีว่าลู่เหวินเหยา้าเปลี่ยนเื่เพื่อไม่ให้พ่อของเขาคิดมาก นางจึงพูดเื่การทำเครื่องเรือนขึ้นมาด้วย
หวังว่าจะทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดีขึ้น
•─────❅❀❅─────•