แนะนำตัวก่อนเลยนะคะฉันชื่อ แพรวนิด หรือจะเรียกว่า แพรเฉยๆ ก็ได้ฉันทำงานที่ร้านขายทองคำรูปพรรณชื่อดังร้านหนึ่งในตัวเมืองส่วนชายหนุ่มที่ฉันนอนด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมา เขามีชื่อว่า ปกป้อง
ปกป้องเป็เพียงลูกจ้างรายวันในโรงงานอุตสาหกรรมหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดแห่งนี้
ฉันกับเขาเราสองคนได้รู้จักกันครั้งแรกจากการไปเที่ยวผับชื่อดังในวันที่เขาถูกสาวหักอกจนต้องมาอาศัยน้ำแอลกอฮอล์ลล้างแผลใจ ส่วนฉันก็ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนตามประสาสาวโสด
“โอ๊ย” เสียงร้องอุทานดังขึ้น ตอนนั้นฉันกำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำแต่ดันถูกร่างสูงโปร่งของผู้ชายแปลกหน้าเดินชนกระแทกจนล้มลงไปนั่งกองกับพื้น
“เดินยังไงของคุณ” เสียงโวยวายถามขึ้นฉันใช้มือค้ำดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนมือทั้งสองข้างปัดเช็ดตามกระโปรงตัวจิ๋วที่สวมใส่ พอจะก้าวขยับขาข้อเท้าของฉันข้างหนึ่งก็เจ็บจนเดินไม่ไหว
“นี่คุณ เดินชนฉันล้มแล้วไม่คิดจะขอโทษกันก็มาช่วยพยุงฉันก่อน” ฉันพูดเสียงะโดังออกมาเพราะต้องตะเบ็งแข่งกับเสียงดนตรีที่ดังกึกก้องฉันรีบขว้าดึงแขนของเขาไว้ เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินหนีฉันไปทางอื่น
“ขอโทษ” เสียงยานคางเพราะเมาเอ่ยสั้นๆ เมื่อเขาหมุนตัวกลับมามองฉันที่ดึงแขนของเขาไว้มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นมาแกะมือเรียวเล็กของออกจากแขน แต่ก็ไม่ง่าย ฉันไม่ยอม ฉันยังเกาะแขนเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
“อะไรของคุณ ผมขอโทษแล้วไง”เขาถามกลับมาด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมปล่อยแขนของเขา
“ข้อเท้าของฉันเจ็บ” ฉันะโบอกเขาเพราะตอนที่เขาเดินชนฉันจนล้มกระเด็นนั้น รองเท้าส้นสูงสามนิ้วที่ฉันใส่ก็พลิกล้มไปข้างหนึ่งเช่นกัน
“เื่ของคุณ ปล่อย”เสียงตะคอกของเอ่ยด้วยใบหน้าที่หงุดหงิดรำคาญ
“ไม่ปล่อยคุณต้องมาช่วยพยุงฉันกลับไปหาเพื่อนที่โต๊ะก่อน”
เราสองคนยื้อยุดฉุดกันไปมาเขาพยายามจะแกะมือฉันออก แต่ฉันก็สลับขว้าจับแขนของเขาไปมา จนในที่สุดฉันก็ดันถูกคนอื่นเดินชนที่ด้านหลังอีกครั้งตัวของฉันพุ่งเข้าหาเขา เสียหลักจนพลาดล้มทับตัวของเขาลงไปนอนที่พื้น สะโพกด้านข้างของฉันทับบนต้นขาของเขาริมฝีปากของฉันก็ดันจูบ จ๊วบ ลงไปบนริมฝีปากของเขาอย่างเต็มประตูแถมหน้าออกอวบอึ๋มยังแนบติดกับแผ่นกล้ามอกของเขา
“คุณ”เสียงดุของเขาพูดขึ้นหลังจากที่เขาผลักฉันออกจากตัวเองได้
“เป็ผู้หญิงยังไงกัน”เสียงตำหนิของเขาที่ถึงแม้จะเมาแต่ก็ยังพูดเป็ประโยครู้เื่
“ก็มันเป็อุบัติเหตุ แล้วนี่ขาฉันเจ็บเพราะคุณเดินชนฉันจนล้มจนข้อเท้าพลิก ฉันแค่จะขอให้คุณช่วยพยุงไปส่งที่โต๊ะแต่นั้นเอง” เสียงฉันะโบอกเขาจนแสบคอเพราะเสียงเพลงที่ดังนั้นทำให้การได้ยินลดลงไปแทบจะไม่ได้ยินเสียงพูดคุยด้วยซ้ำ
จากเหตุการณ์นั้น เขาก็ยอมพาฉันไปส่งหาเพื่อนที่โต๊ะด้วยความไม่เต็มใจและจากคืนวันนั้นก็เหมือนกรรมลิขิต เราสองคนได้บังเอิญเจอกันที่ตลาดนัดคลองถมแถวบ้าน
“คุณ คุณคุณจำฉันได้หรือเปล่า” ฉันกล่าวทักทายเขาดเวยน้ำเสียงใบหน้ายิ้มแย้ม มือของฉันข้างหนึ่งยกขึ้นโบกทักทายเขาด้วยความดีใจจนออกนอกหน้าผู้ชายที่ฉันเจอเมื่อคืนเขากำลังยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนหลายคน
“จำไม่ได้” เสียงห้วนๆ ตอบฉันกลับมาด้วยสายตาห่างเหินตามประสาคนไม่รู้จัก
“เอ้า ก็ที่เราเดินชนกันเมื่อคืนไงนี่ ขาของฉันยังเจ็บอยู่เลย จำไม่ได้เหรอ” ฉันพูดพร้อมกับขยับขาข้างที่เจ็บให้เขาดู
“จำไม่ได้อยู่ดี” เขายังยืนยันด้วยเสียงเ็าห้วนๆกลับมา
“อ่ะไม่เป็ไร เดี๋ยวชั้นแนะนำตัวเลยก็ได้ ฉันชื่อ”
“ผมไม่ได้อยากรู้” ฮือๆ ฉันไม่ทันได้นำชื่อให้เขาฟังเขาก็เล่นตัดบทด้วยเสียงดุเข้มเสียก่อน
“เฮ้ย ใครว่ะ ปกป้อง”เพื่อนในกลุ่มของเขากล่าวถามขึ้นมา
“อ๋อ คุณชื่อปกป้อง ฉันรู้แล้ว”ดวงตาของฉันเหลือบไปมองเพื่อนคนที่ถามเขา ก่อนจะหันสายตากลับมามองเขาด้วยความเ้าเล่ห์ยิ้มเม้มมุมปากทั้งสองข้างอย่างชอบใจเขาเห็นฉันยิ้มเยาะเช่นนั้นก็เดินหนีเลี่ยงไปทางอื่น ไม่สนใจฉัน
“จะรีบไปไหน ฉันชื่อแพรวนิดเรียกว่าแพร ก็ได้” เฉันส่งเสียงตามหลังเขาไป “อยากรู้จักนะ” พร้ะโกนส่งเสียงตามไปอีกประโยคก่อนจะยิ้มมุมปากยืนหัวเราะส่ายหน้าชอบใจอยู่คนเดียว
ร้านทองรูปพรรณ
“เออ พี่ชมพี่รู้มั้ยว่าเสื้อฟอร์มแบบนี้คือบริษัทอะไร” ฉันยกโทรศัพท์มือถือที่แอบถ่ายด้านหลังของเขาไว้ขึ้นมาให้รุ่นพี่ในร้านที่ทำงานกับฉันดู
“อ๋อโรงงานแถวๆ นี้ นี่เอง ทำไมเหรอ”
“เปล่า แค่อยากรู้ว่าแต่โรงงานนี้อยู่แถวไหนกันนะ” ฉันถามอย่างสงสัย และรุ่นพี่คู่สนทนาของฉันก็บอกสถานที่ตั้งของโรงงานนั้นให้ฉันรู้พิกัด
“พรุ่งนี้เช้า แพรไปลองสมัครงานดีกว่า” ฉันลุกขึ้นยืน และพูดออกมาพร้อมหันมองหน้าคู่สนทนาด้วยรอยยิ้มที่สดใสแววตามุ่งมั่น
รุ่นพี่ได้ฟังฉันพูดเช่นนั้นก็ถึงกลับแปลกใจอยู่ๆ ก็อยากไปสมัครทำงานโรงงานขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ป้อมรปภ. ทางเข้าด้านหน้าของโรงงานอุตสาหกรรม ดังกล่าว
“พอจะมีตำแหน่งงานว่างที่เขารับคนไหมคะ”ฉันสอบถามกับ รปภ. ที่อยู่ประจำป้อม เมื่อมาถึงหน้าโรงงานดังกล่าวและฉันก็เขียนใบสมัครงานทิ้งไว้ในตำแหน่งพนักงานฝ่ายผลิต
“นี่ค่ะใบสมัครงาน แล้วนานมั้ยคะกว่าจะเรียกให้มาเริ่มงาน”
“ต้องรอแผนกบุคคลติดต่อกลับไปนะครับ”รปภ. ตอบกลับมา
ในทุกๆ วันฉันจะมาดักรอเจอเขาที่ตลาดนัดคลองถมเป็ประจำแต่ก็ไร้วี่แวว
[แพร]
“เธอกำลังวิ่งตามหาผู้ชายนะแพรวนิด แต่ไม่เป็ไรหรอก หัวใจมันเรียกร้อง” ฉันพูดกับตัวเองด้วยความคิดที่กำลังทะเลาะกันในสมอง
3 วันต่อมา
โรงงานที่ฉันไปเขียนใบสมัครไว้เพื่อจะได้เข้าไปทำงานที่เดียวกับเขาก็โทรมาเรียกให้ฉันไปเริ่มทำงานวันแรกในวันถัดไป
“พี่ชม ฉันได้งานโรงงานแล้วนะ”เสียงดีใจะโโลดเต้นบอกกับเพื่อนที่ทำงานร้านขายทองคำด้วยกัน เมื่อฉันเพิ่งวางสายจากแผนกบุคคลที่โทรเข้ามา
“แล้วทำไมถึงอยากไปทำงานโรงงานจะไม่บอกเฮียก่อนเหรอ”
“ไม่บอกเอาไว้มีเวลาว่างค่อยบอกแล้วกัน” พูดจบฉันก็ลุกเดินออกจากร้านไป เวลานี้ฉันมีความสุขที่สุด
รุ่นพี่ที่ทำงานร้านขายทองคำรูปพรรณด้วยกันถึงกับยืนนิ่งทำหน้ามึนงง เมื่อได้ยินฉันพูดว่า เอาไว้มีเวลาว่างค่อยบอกเฮีย ที่หมายถึงเฮียที่เป็เ้าของร้านทอง ว่าฉันจะลาออกไปทำงานโรงงานที่ใหม่แล้วฉันนี่เป็พนักงานVIP เลยก็ว่าได้
***