ผ่านไปเพียงครู่เดียว จางหนิงก็ถูกนำตัวมายังห้องโถงหานรุ่ยพินิจพิเคราะห์จางหนิงอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง จางหนิงดูซีดเซียว แววตาเรียบเฉย สภาพจิตใจย่ำแย่ ทว่าร่างกายของเขาดูไม่เหมือนคนที่ถูกทรมานเลยแม้แต่น้อยเพราะไม่มีบาดแผลใดบนผิวกาย หานรุ่ยคิดในใจ ก่อนที่จางหนิงจะมาที่นี่ คงจะได้ดื่มยาฟื้นฟูและยานั้นก็คงช่วยฟื้นฟูจางหนิงได้เป็นอย่างดี ท่านเจ้าเมืองผู้นี้ช่างใจกว้างเสียจริงเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ให้จางหนิงได้ดื่มยาที่มีคุณภาพดี มิฉะนั้นอาการบาดเจ็บก็คงจะไม่หายได้อย่างรวดเร็วปานนี้เขาไม่เชื่อหรอกว่า เซ่าหานอี้จะอ่อนโยนต่อจางหนิง เมื่อสังเกตอาการของจางหนิงแล้วหานรุ่ยก็รู้สึกโล่งใจ
จางหนิงในเวลานี้มีจิตใจที่กระสับกระส่ายตั้งแต่ที่เขาถูกเซ่าหานอี้พาตัวมายังคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง ในใจของเขาก็ปรารถนาเพียงความตายครานั้นที่เขาตอบรับเซ่าหานอี้ ก็เป็นเพียงแผนพลิกแพลงเท่านั้น เพราะจางหนิงไม่ได้อยากทำให้สองพี่น้องจุนฟานและจุนเช่อ ต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา โดยเฉพาะจุนเช่อ จุนเช่อเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะเขากับจุนฟานเขาหวังว่า จุนฟาน... คนรักของเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ฉะนั้นในท้ายที่สุดเขาจึงยอมแพ้แต่เดิมจางหนิงคิดว่า เมื่อมาถึงคฤหาสน์เจ้าเมืองแล้วจะฆ่าตัวตายในทันทีแต่เซ่าหานอี้ได้กล่าวกับจางหนิงว่า เขาส่งคนไปสังหารจุนฟานและจุนเช่อแล้วเมื่อได้ยินว่า คนรักของเขาถูกสังหารเพราะตนเองไปแล้ว จางหนิงก็รู้สึกเคียดแค้น...เขาแค้นตัวเองที่ทำให้จุนฟานต้องมาพบจุดจบเช่นนี้ เขาแค้นท่านพ่อ... ที่จิตใจเหี้ยมเกรียมเห็นแก่ผลประโยชน์จนลืมคุณธรรม ไม่ยอมช่วยเหลือเขาและจุนฟาน เขาแค้นเซ่าหานอี้... ที่ใช้อำนาจขู่เข็ญทำให้เขาและคนรักต้องตายจากกันไป และเขาก็แค้นเจ้าเมืองเซ่าเป็นที่สุดที่เป็นหอกข้างแคร่ ปล่อยปละละเลยพฤติกรรมอันต่ำช้าของเซ่าหานอี้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องล้างแค้นเขาคิดวิธีที่โหดเหี้ยมที่สุด คือ ทำให้ตระกูลเซ่าขาดทายาทสืบสกุลแล้วสุดท้ายเขาก็ทำได้สำเร็จ
หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ตอนแรกเขาคิดว่า เจ้าเมืองเซ่าคงจะสังหารเขา เพื่อระบายความแค้นเป็นแน่แต่เขาคิดไม่ถึงว่า หลังจากที่เซ่าหานอี้ได้ดื่มยาและฟื้นขึ้นมา เขาก็ไม่ได้ให้เจ้าเมืองเซ่าสังหารเขาตั้งแต่ตอนนั้นเลยแต่เปลี่ยนเป็นเซ่าหานอี้จะกำหนดบทลงโทษที่โหดเหี้ยมแก่เขาทุกวัน และทุกครั้งหลังจากที่ร่างกายของเขาถูกทรมานเขาก็จะได้รับยารักษาจนหายดี จากนั้นก็ทรมานอีกรอบ โดยดำเนินแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนเป็นวงจรซ้ำไปซ้ำมาแต่เพราะเขาเป็นเหมือนดั่งคนที่ตายไปแล้ว ดังนั้นสำหรับเขาแล้ว ความเจ็บปวดทางกายสู้กับความเจ็บปวดทางใจจากการสูญเสียคนรักไปไม่ได้เลย
เซ่าหานอี้บอกว่า เขาจะทรมานจางหนิงจนกว่าเขาพอใจ เมื่อหนำใจแล้วเขาจะขายจางหนิงให้กับหอนางโลมให้จางหนิงรับแขกทุกวัน ให้ชีวิตของจางหนิงมีแต่การรับแขก ให้เขากลายเป็นทาสกามไปเสียเลยเพราะจางหนิงเลือกที่จะไม่ยอมอยู่กับเขาเอง ถ้าอย่างนั้นก็ไปอยู่กับคนเป็นพัน เป็นหมื่นแทนแล้วกันการที่ต้องร่วมหมอนนอนกับคนนับพัน ดูซิว่า จางหนิงจะถือตัวอย่างไรได้อีก แต่คำพูดข่มขู่นี้ไม่ได้ทำให้จางหนิงรู้สึกหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาตั้งใจจะถลกหนังตนเองอยู่แล้วเขาเคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่เซ่าหานอี้ไม่อนุญาต ในวันนี้เขาถูกพาตัวมาโดยผู้คุ้มกันของคฤหาสน์เจ้าเมืองซ้ำยังถูกจับอาบน้ำแต่งตัวสดชื่น เขาคิดว่า เซ่าหานอี้คงจะเล่นสนุกกับเขาจนพอใจแล้วและนี่ก็คงจะเตรียมส่งเขาไปที่หอนางโลมแล้ว แต่จางหนิงคิดไม่ถึงว่า เขาจะถูกนำตัวมายังห้องโถงหลักของคฤหาสน์เจ้าเมืองจางหนิงรู้สึกกังวลใจมาก เพราะเขาไม่รู้ว่า สิ่งใดกำลังรอเขาอยู่ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในยามนี้ คือ ความตาย ไม่แน่ว่า เขาอาจจะได้พบกับจุนฟานที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้วก็ได้คนเราตายได้ทุกเวลา ขอแค่มีจุนฟานอยู่เคียงข้าง แม้ตายเขาก็จะไม่เสียใจ
พอหานรุ่ยพินิจพิเคราะห์จางหนิงเรียบร้อย ก็หันไปสบตากับจุนห่าวจุนห่าวเข้าใจความหมายของสิ่งที่หานรุ่ยตั้งใจจะสื่อ เขาจึงเอ่ยกับเจ้าเมืองเซ่าว่า“ท่านเจ้าเมือง ข้าขออนุญาตคุยกับจางหนิงสักสองสามคำนะ” น้ำเสียงของจุนห่าวคือการร้องขอก็จริงทว่าในคำพูดที่เขาพูดออกมานั้น ไม่ได้แฝงความร้องขอแต่อย่างใด จุนห่าวรับรู้ได้ว่าเซ่าเจี้ยนหลิ่นกำลังหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับตระกูลหาน แต่เขาไม่อาจผ่อนความน่าเกรงขามของเขาให้ลดลงไปได้
“เชิญ” เซ่าเจี้ยนหลิ่นพูดด้วยใบหน้าดำทะมึนอย่างไม่พอใจ เขาไม่เคยถูกผู้ใดในเมืองซวงหวาดูแคลนอย่างที่ชายหนุ่มทั้งสองมองเขาด้วยสายตาดูถูกเช่นนี้มาก่อน
“เจ้าคือจางหนิงใช่ไหม ข้าคือน้องสี่ของท่านพี่จุนฟาน เพราะพี่สามของข้าไม่สะดวกมาที่นี่เขาจึงให้ข้ามารับเจ้ากลับไปแทน” จุนห่าวพูดกับจางหนิง เขามองออกว่า สายตาของจางหนิงนั้นแฝงไปด้วยความกังวลใจและเรียบนิ่ง ดังนั้นจุนห่าวจึงอยากทำให้จางหนิงรู้สึกสบายใจ
“เจ้าคือจุนห่าว น้องสี่ของจุนฟานหรือ?” เมื่อได้ฟังคำพูดของจุนห่าวดวงตาของจางหนิงก็เปล่งประกายอยู่ครู่หนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็จางลงอีกครั้ง “ก่อนจุนฟานตายเขาบอกให้เจ้ามาช่วยข้าหรือ ที่จริงแล้วเจ้าไม่ต้องมาช่วยข้าก็ได้ เพราะเขาตายไปแล้วข้าก็ไม่คิดที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วเหมือนกัน” จางหนิงไม่รู้ว่า จุนห่าวกำลังจะใช้วิธีอะไรทว่าเขาไม่อยากให้จุนห่าวต้องมาเดือดร้อน เป็นเพราะเขาทำให้จุนฟานและจุนเช่อต้องตายเขาไม่อยากให้จุนห่าวต้องมาเกี่ยวข้องอีกกับเรื่องนี้อีก
“ก่อนตายรึ?” จุนห่าวถามอย่างสงสัย“พี่สามยังมีชีวิตอยู่ เขาจะตายได้อย่างไร? หากเจ้าฟังมาจากเซ่าหานอี้หมอนั่นโกหกเจ้าแล้วแหละ” จุนห่าวฉุกคิด ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่า ทำไมจางหนิงถึงกระทำเช่นนั้นเพราะเขาต้องการล้างแค้นให้คนรักของเขานี่เอง การทำให้หมดสิ้นหนทางในการสืบสกุล คือการล้างแค้นเซ่าหานอี้และเจ้าเมืองเซ่าที่ดีที่สุด บอกได้เลยว่า จางหนิงเป็นคนที่โหดเหี้ยมโหดร้ายต่อผู้อื่น และยังโหดร้ายต่อตัวเองอีกด้วย เขาใช้ชีวิตไปกับการแก้แค้นเพียงอย่างเดียว
“นี่เจ้ากำลังจะบอกว่า จุนฟานยังไม่ตาย เขายังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ?”จางหนิงถามอย่างไม่อยากที่จะเชื่อ เขาอยากได้รับการยืนยันอีกครั้ง เพราะเขาเกรงว่าตนเองจะฟังผิดไป
“ใช่ พี่สามของข้ายังมีชีวิตอยู่ เวลานี้เขากำลังรอให้เจ้ากลับไป” จุนห่าวกล่าวเขามองออกว่า จางหนิงกำลังรู้สึกร้อนใจและไม่แน่ใจ เขาจึงตอบไปอย่างมั่นใจอีกครั้งเพื่อให้จางหนิงรู้สึกมั่นใจขึ้นให้ได้มากที่สุด
“นี่เขายังไม่ตาย และกำลังรอให้ข้ากลับไปอย่างนั้นหรือ ช่างดีจริง ๆ” จางหนิงพูดพึมพำกับตัวเองอย่างตื่นเต้นดวงตาของเขากลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่อเขานึกถึงสิ่งที่ตนเองทำกับเซ่าหานอี้ไว้จิตใจของเขาก็พลันดิ่งลงไปทันที เขาทำให้เจ้าเมืองเซ่าหมดสิ้นหนทางในการสืบสกุลไปแล้วอย่างนี้เจ้าเมืองจะยอมปล่อยเขาไปหรือ?
เมื่อจุนห่าวเห็นท่าทางของจางหนิงจากที่ตื่นเต้น กลับมาเป็นกังวลอีกครั้ง ก็ทราบถึงเหตุผลที่ทำให้เขากังวลใจทันทีจุนห่าวจึงกล่าวกับจางหนิงต่อว่า “เจ้าไม่ต้องกังวลไป เรื่องเซ่าหานอี้ ข้าได้แก้ไขเรียบร้อยแล้วท่านเจ้าเมืองเป็นคนฉลาด เขาสัญญาแล้วว่า จะไม่เอาเรื่องเจ้า อีกสักประเดี๋ยวข้าก็พาเจ้ากลับไปได้แล้ว”จุนห่าวอธิบายกับจางหนิง และถือโอกาสนี้ อวยเซ่าเจี้ยนหลิ่นไปด้วย
เมื่อจางหนิงได้ยินคำพูดของจุนห่าว เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้น เขามองออกว่า ท่านเจ้าเมืองและฮูหยินของเขาทำตัวสุภาพต่อจุนห่าวยิ่งนัก