โบกมือเก็บนาฬิกาทรายสีทองเข้าไปไว้ภายในเชือกสีดำร่างในชุดสีน้ำตาลจึงหันกาย เดินออกไปยังทางด้านหน้า
เวลานี้ใกล้เที่ยงแล้วแสงแดดส่องสว่างผ่านร่องใบไม้ที่อยู่บนต้นไม้ใหญ่ ชิลที่เดินอยู่ภายในป่าพันิญญาได้หยุดยืนอยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่ง ที่แห่งนี้เป็ป่ารกทึบมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเต็มเนืองแน่น ระดับหญ้าที่ขึ้นสูงมากกว่าปกติหากไม่บอกว่าที่แห่งนี้เคยเป็หมู่บ้านเชลยพ่าย อันเป็บ้านเกิดเขาเมื่อสองหมื่นปีก่อนใครๆคงคิดว่าพื้นที่นี้คงเป็เพียงส่วนหนึ่งของป่าพันิญญาเป็แน่
ใช้เวลาจ้องมองสถานที่แห่งนี้พักใหญ่ไม่นานเขาก็เดินจากไป...
กลางป่าพันิญญามีสัตว์อสูรอาศัยอยู่เป็จำนวนมากเป็เื่ที่ทุกคนต่างรู้ดี ทว่าเดินมานานกว่าชั่วยาม ชิลกลับไม่พบสัตว์อสูรใดๆเลยจู่ๆััจิติญญาก็มีการตอบสนอง
พลันเงาร่างสายหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่ปลายดาบสีเงินตัดตรงมาที่คอของชิลอย่างรวดเร็ว ทันทีเขาสะบัดมือขวาออกไปด้านข้างปรากฏดาบสีฟ้าขึ้นภายในมือ แสงอาทิตย์ส่องกระทบลงบนตัวดาบ ส่งผลให้มันสว่างเจิดจ้ากว่าที่เคย
เมื่อดาบสีฟ้าเคลื่อนตัวจนแสงสว่างจางหายบางอย่างที่มีลักษณะกลมก็ลอยหมุนขึ้นไปในอากาศก่อนตกลงมาบนพื้น กลิ้งหลุนๆราวกับของเล่น
ั์ตามันเบิกกว่าพร้อมจ้องไปด้านหน้าอย่างตื่นตะลึงฟันสีเหลืองเรียงตัวกันอย่างสะเปะสะปะพร้อมกับฟันหน้าที่หายไปหนึ่งซีกหนวดเครารุงรังพันกันจนกลายเป็ปมหัวที่ไร้เส้นผมมันเงาจนสามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ได้
นี่คือสภาพใบหน้าของหัวไร้ร่างที่อยู่ตรงเท้าชิลไม่นานร่างที่ไร้หัวก็สั่นกระตุกสองสามทีก่อนที่จะล้มลงไปบนพื้นเืไหลรินออกมาจากเนื้อสีแดงที่อยู่ตรงคอราวกับน้ำพุขนาดเล็ก
ชิลมองไปยังด้านหน้าอย่างไร้อารมณ์นี่คือครั้งแรกที่เขาฆ่าคน แต่ก็ดูเหมือนมันจะไม่ได้ยากเย็นเท่าไหร่นัก
นิ่งอยู่หนึ่งลมหายใจ จึงวาดแขนสะบัดคราบเืสองหยดที่อยู่บนดาบทิ้ง
“มันยังเร็วไม่พอที่จะไร้คราบเื”
เขาถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวังก่อนจะสะบัดข้อมือเก็บดาบสีฟ้า เอาเท้าเขี่ยหัวบนพื้นเพื่อให้มันออกไปจากทางเดิน ทว่าเมื่อกำลังจะยกเท้าก้าวก็คล้ายว่าจะนึกอะไรได้บางอย่าง
ชิลหันหน้ากลับไปยังร่างไร้หัวก่อนเดินตรงไปค้นดูทั่วร่าง ไม่นานก็พบถุงเงินที่ใส่ไว้ด้วยหิน์ประมาณห้าร้อยก้อนนี่ทำให้ภายในใจเกิดความคิดว่า
‘ทำไมยากจนนัก’
เขาทิ้งร่างไร้หัวไว้เื้ัพร้อมเดินตรงไปยังทิศตะวันออกของป่าพันิญญา ซึ่งเป็ที่ตั้งของอาณาจักรวายุอัสนี
‘ต้องหาเรือสักลำเพื่อไปยังหมู่เกาะันิทรา’
หากอาณาจักรวายุอัสนีไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักจากเมื่อสองหมื่นปีก่อนอาจจะสามารถหาซื้อเรือสักลำได้จากที่นั่น แต่ตอนนี้ยังไม่มีหิน์มากพอจะซื้อมัน
ไม่นานเงาร่างสามสายก็โผล่ออกมาล้อมรอบชิลไว้
“เ้าหนุ่มส่งของมีค่าทั้งหมดมาซะแล้วข้าจะให้เ้าตายอย่างไม่ทรมาน”
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งในกลุ่มพูดพร้อมยกขวานชี้มาด้านหน้า
“พวกเ้าเป็โจร?”
ชิลกล่าวพลางมองอย่างเฉยเมย
“จะเรียกว่าโจรก็ดูจะไม่สุภาพจริงๆพวกข้าเป็เพียงผู้มารับของจากเ้าเท่านั้น”
ชายร่างผอมอีกคนในกลุ่มกล่าวพร้อมกับหัวเราะ
“อ่อพวกเ้ามารับของ แล้วเหตุใดจะต้องฆ่ากัน”
ชิลกล่าวพร้อมทำท่าทางครุ่นคิด
“นี่เด็กน้อยข้าจะบอกอะไรให้นะ มันเป็กฎของโลกนี้ที่ผู้รับของอย่างพวกเรา ต้องฆ่าผู้ส่งของขึ้นอยู่กับว่าจะฆ่าอย่างทรมานหรือไม่ทรมาน เ้าเลือกเอาเองก็แล้วกัน!”
ชายร่างเตี้ยอีกคนในกลุ่มกล่าวเสียงดัง
“อย่างนี้นี่เองข้าเข้าใจล่ะ”
ชิลยิ้มพร้อมปรากฏดาบสีฟ้าขึ้นมาในมือเขาสะบัดดาบออกไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้กระพริบตาหัวทั้งสามก็ร่วงหล่นลงมาจากร่าง พวกมันชักกระตุกเล็กน้อย ก่อนเืจะพุ่งขึ้นราวกับน้ำพุไม่นานร่างของพวกมันก็ล้มลง หยุดแน่นิ่งไป
“ถูกของพวกเ้าผู้รับของเช่นข้าจำเป็ต้องฆ่าพวกเ้าเพราะมันเป็กฎของโลกแต่หากข้านั้นเป็ผู้มีจิตใจอันดียิ่ง เลยให้พวกเ้าได้ตายอย่างไม่ทรมานนัก”
ชิลเดินตรงไปค้นร่างไร้หัวทั้งสามอย่างอารมณ์ดีจ้องมองไปยังถุงเงินทั้งสามถุงที่รวมกันแล้วมีหิน์ประมาณสองพันก้อน นี่ทำให้เขามองไปที่ร่างไร้หัวทั้งสามอย่างผิดหวัง
เหตุใดพวกมันจึงจนเช่นนี้
ความจริงโจรเหล่านี้เป็เพียงคนธรรมดาหาใช่ผู้ฝึกฝนรากฐานไม่จึงไม่อาจแยกแยะได้ว่าใครเป็ผู้ฝึกฝนรากฐานใครเป็คนธรรมดา พวกมันเลยใช้การตัดสินจากชุดที่ใส่หากผู้ใดใส่ชุดคลุมประจำสถาบันฝึกฝน ไม่ว่าจะเป็วังเมฆาสูญสิ้นหุบเขาจัตุรัสยักษา หรือแม้แต่เหล่ากองทัพจากอาณาจักรวายุอัสนี พวกมันจะเลือกไม่โจมตีคนเ่าั้
ด้วยสิ่งนี้ทำให้พวกมันล้วนผิดพลาด
เพราะชิลที่ใส่เพียงชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลดูเหมือนเป็ชาวบ้านยากไร้คนหนึ่งกลับเป็ผู้ฝึกรากฐาน์ ต้องรู้ว่าคราแรกที่เหล่าโจรเห็นเขาพวกมันคิดว่าเด็กน้อยผู้นี้เพียงหลงป่ามาเท่านั้น หากแต่ว่าเด็กน้อยผู้นี้อาจจะพอมีหิน์ติดตัวอยู่บ้างจึงคิดออกไปโจมตี และความคิดนั้นก็ทำให้พวกมันต้องจบชีวิตลง...
ชิลกระตุ้นห้วงแห่งความคิดขยายอาณาเขตััจิติญญา ไม่นานก็รับรู้ถึงจำนวนโจรที่อยู่โดยรอบภายในกลุ่มโจรเหล่านี้มีสองคนที่ดูเหมือนจะเป็ผู้รับใช้์ และอีกหนึ่งที่เป็ผู้รับใช้ปฐี
“หืม...ข้าไม่คิดว่าผู้รับใช้ปฐีอันยิ่งใหญ่ จะมาปรากฏอยู่ในกลุ่มโจรเช่นนี้”
เขาส่งััจิติญญาไปยังทิศทางที่ผู้รับใช้ปฐีอยู่ดูเหมือนว่าผู้รับใช้ปฐีกำลังเคลื่อนที่ตรงไปยังผู้รับใช้์ทั้งสองอย่างรวดเร็วเขาไม่ได้มีความสนใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับผู้ฝึกฝนรากฐานเ่าั้มากนักในตอนนี้เพียงแค่อยากหารายได้พิเศษค่าเวลาก่อนไปยังอาณาจักรวายุอัสนีเท่านั้น
“หากคิดไม่ผิดต่อให้สังหารกลุ่มโจรทั้งหมดยังไงข้าก็มีหิน์ไม่เพียงพอจะซื้อเรือสักลำ”
ชิลกล่าวพลางมองไปที่ดาบสีฟ้าในมือ
“แต่ในเมื่อพวกมันมาหาเื่ข้าก่อนข้าก็ไม่รังเกียจที่จะรับหิน์ทั้งหมดที่พวกมันมี”
เขายิ้ม สักพักจึงหรี่ตาปรากฏไอเย็นแผ่ออกมาจากรอบตัว เพียงหนึ่งก้าว เขาก็หายตัวไปจากพื้นที่นั้นอย่างไร้ร่องรอยทิ้งไว้แต่เพียงความว่างเปล่ากับสายลมที่สั่นไหวไปมา...
“หือนั่นอะไรน่ะ!”
ชายในผ้าโพกหัวคนหนึ่งมองไปด้านหน้าอย่างตื่นตระหนกภาพที่เขาเห็นในตอนนี้ คือภาพของเหล่าสหายจำนวนนับไม่ถ้วนหัวหลุดกระเด็นออกจากร่างอย่างรวดเร็ว โดยไม่สามารถมองเห็นได้ว่าใครเป็ผู้กระทำและก่อนที่ชายผ้าโพกหัวจะได้ตัดสินใจทำอะไร ภาพเบื้องหน้าของเขาก็หมุนเคว้งไปในอากาศก่อนตกลงมาบนพื้นแล้วดับไป
ร่างชิลวูบไหวไปมาใจกลางป่าพันิญญาราวกับภูติผีกว่าหนึ่งชั้วยามจึงหยุดลงดาบสีฟ้าในตอนนี้ย้อมไปด้วยสีโลหิตจนมันแทบจะกลายเป็สีแดงไปทั้งหมดเม็ดเหงื่อไหลซึมทั่วใบหน้าขาวนวล เขาที่อยู่เพียงระดับผสานกายขั้นแรก ได้ใช้พลังงาน์เพื่อเร่งความเร็วอยู่นานทำให้เวลานี้ดูเหมือนจะมาถึงขีดจำกัด
“ข้าคงต้องหาทักษะเพิ่มความเร็วเสียหน่อยเทคนิคการเคลื่อนที่ด้วยพลังงาน์นี้ กินพลังงาน์มากเกินไป”
เขาสะบัดโลหิตที่เกาะตามใบดาบสีฟ้าพลางเดินตรงไปนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ เพื่อทำสมาธิฟื้นฟูพลังงาน์
เวลานี้ชิลได้ฆ่าโจรไปมากกว่าห้าสิบคนแล้วและเมื่อได้ตรวจสอบตามศพของเหล่าโจร ก็พบว่าพวกมันมีหิน์อยู่เพียงน้อยนิดนี่เรียกได้ว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดไปมาก เพราะบางคนแม้แต่หิน์สักก้อนมันก็ไม่มี
กระนั้นโจรโดยรอบป่าพันิญญาต่างได้ถูกฆ่าโดยชิลเกือบทั้งหมดจะมีก็แต่กลุ่มโจรที่อยู่กับผู้รับใช้์สองคนซึ่งอยู่ในระยะไกลออกไปที่ยังคงเหลือรอดอยู่
ดูเหมือนว่าผู้รับใช้ปฐีที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในคราแรกจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ และไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหนมาสักพักแล้ว
...สามชั่วโมงต่อมาพลังงาน์ในร่างของชิลก็เริ่มฟื้นคืนมามากกว่าครึ่งเขาเพ่งััจิติญญาออกไป พบว่าผู้รับใช้ปฐียังคงหยุดอยู่ที่เก่า นิ่งค้างราวกับก้อนหินเขาส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นมองไปยังทิศที่ผู้รับใช้์ทั้งสองอยู่
“หากข้าเดาไม่ผิดผู้รับใช้์ทั้งสองนี้จะต้องเป็เหล่าหัวหน้าโจร”
ไม่นานจึงเลื่อนสายตาไปทางทิศที่ผู้รับใช้ปฐีอยู่
“ส่วนเ้า ข้าไม่แน่ใจว่าเ้ามาจากที่ใดระหว่างหุบเขาจัตุรัสยักษา หรือกองทัพวายุอัสนี”
ชิลไม่แน่ชัดเกี่ยวกับที่มาที่ไปของผู้รับใช้ปฐีนี้แต่มั่นใจว่า หากผู้รับใช้ปฐียังไม่เร่งลงมือโดยเร็วเขาจะเป็ผู้ลงมือสังหารหัวหน้าโจรทั้งสองนี้เอง
“ข้าจะให้เวลาเ้าอีกเพียงหนึ่งชั่วโมงหากเ้ายังไม่คิดลงมือ ก็อย่าหาว่าข้าตัดหน้าแย่งเหยื่อเ้า”