หลังจากเลขาก้าวเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวของเธอไป ความเงียบก็กลับมาครอบคลุมห้องประธานบริหารอันกว้างขวางอีกครั้ง
มุกดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังสีเบจตัวใหญ่ มือเรียวสวยยังคงแตะค้างอยู่ที่พวงแก้มเนียนซึ่งร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงหัวใจในอกซ้ายเต้นตึกตักรุนแรง ราวกับจะประจานความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามซุกซ่อนไว้เื้ัรอยยิ้มของประธานบริหารผู้สุขุม
เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอไปยังแอปพลิเคชันส่งข้อความ เปิดดูบทสนทนากลางดึกระหว่างเธอกับเขา
‘แม่ครับ พรุ่งนี้ไฟลต์ผมลงประมาณสิบเอ็ดโมงนะครับ... เราจะได้เจอกันแล้วนะครับคุณมุกดา :)’
ข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาเมื่อคืนพร้อมกับสติกเกอร์น่ารัก ทำให้มุมปากของมุกดายกยิ้มหวานขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ทว่าสายตาคู่สวยกลับทอดมองคำว่า ‘คุณมุกดา’ ด้วยความรู้สึกที่แปลกไปจากเดิม
สี่ปีที่แล้ว สรรพนามนี้ฟังดูเหมือนเด็กหนุ่มขี้เล่นที่ชอบแกล้งแม่ แต่ในวันนี้ หลังจากที่หัวใจของเธอถูกล่อลวงให้สั่นคลอน คำพูดคำเดิมกลับฟังดูเย้ายวนและมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธออย่างน่าประหลาด
มุกดาถอนหายใจยาว เอนหลังพิงเบาะนุ่ม พลางยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้าย ั์ตาคู่สวยสับสนและสั่นไหว
‘นี่เธอเป็บ้าไปแล้วเหรอ... มุกดา’ เธอต่อว่าตัวเองในใจ
‘เขาเป็ลูกชายคนเดียวของเธอนะ... พรุ่งนี้เขาจะกลับมาแล้ว เลิกคิดบ้าๆ แบบนี้สักที’
แม้ปากจะพยายามย้ำเตือนสติและขีดเส้นขอบเขตศีลธรรมไว้เพียงใด แต่ภาพความสัมพันธ์ต้องห้ามอันเร่าร้อนในคืนนั้นกลับลอยเข้ามาในห้วงความคิด ยิ่งคิดถึงััอุ่นจากอ้อมกอดและสายตาคมกริบที่เขาเคยจ้องมองริมฝีปากในระยะประชิด หัวใจของเธอกลับปฏิเสธความปรารถนาลึกๆ นี้ไม่ได้เลย
เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหน้าอก หลับตาลงเพื่อซึมซับความตื่นเต้นและโหยหาที่ก่อตัวขึ้นจนเต็มอก
‘พรุ่งนี้แล้วสิ... ที่เธอจะได้พบกับชายหนุ่มที่รอคอยมาตลอดสี่ปี’
มุกดาเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง ั์ตาสบประกายมุ่งมั่นทว่าแฝงไว้ด้วยความเสน่หาที่ไม่อาจถอนตัว
"แล้วเจอกันนะคะ... อคิณของแม่"
**********
เสียงประกาศเที่ยวบินจากลอนดอนที่เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิดังขึ้นผ่านลำโพง มุกดายืนรออยู่ที่จุดรับผู้โดยสารขาเข้าพร้อมกับหัวใจที่เต้นระสับ
เธออยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีฟ้าอ่อนขับผิวพรรณให้ดูโดดเด่น แม้จะพยายามรักษาบุคลิกของประธานบริหารผู้สง่างาม แต่สายตากลับคอยชะเง้อสอดส่องมองหาลูกชายอย่างห้ามไม่ได้
ในที่สุด ร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของชายหนุ่มในเสื้อยืดสีขาวทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์สไตล์เรียบหรู ก็ก้าวเดินออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง
ออร่าความหล่อเหลา รูปร่างสมส่วน และเสน่ห์แบบผู้ใหญ่เต็มตัวของเขาดึงดูดสายตาคนรอบข้างให้หันมองเป็ตาเดียว รวมถึงมุกดาด้วยเช่นกัน เธอถึงกับชะงักและตกตะลึงจนลืมหายใจไปชั่วขณะ
‘่เวลาแค่สี่ปีทำให้ลูกชายของฉันเติบโตได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ’
อคิณในวัยยี่สิบสองปี ไม่ใช่เด็กหนุ่มร่างบางคนเดิมอีกต่อไป ไหล่กว้าง โครงหน้าคม ลำคอหนา และดวงตาคมกริบเปี่ยมความมั่นใจ ทำให้เขามีเสน่ห์เย้ายวนอย่างร้ายกาจ จนหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
อคิณกวาดสายตามองหาผู้เป็แม่ ก่อนจะสะดุดเข้ากับหญิงสาวร่างสวย แม้จะห่างกันไปนาน แต่เขาไม่เคยลืมใบหน้าของเธอเลย
"แม่ครับ..."
เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลดังขึ้นก่อนที่เขาจะก้าวมาหยุดตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้น ั์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าเนียนอย่างไม่วางตา
สี่ปีที่ไม่ได้พบกัน แม่ของเขายังคงสวยและน่าหลงใหลไม่เปลี่ยน... ไม่สิ เธอสวยและมีเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ผิวพรรณเนียนนุ่ม กลิ่นหอมประจำตัว เรือนร่างสวยสง่า และเอวคอดกิ่วในชุดเดรสเข้ารูป ทำให้สัญชาตญาณความ้าในกายชายหนุ่มปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนต้องข่มอารมณ์ไว้
แต่ต่อให้เขาจะข่มความรู้สึกตัวเองไปก็เท่านั้น เพราะก่อนกลับมาเขาได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว
เขาจะไม่ยอมแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป…เขาจะไม่หนีอีกต่อไปแล้ว
"อคิณ..." มุกดาร้องเรียกเสียงแ่
"ไม่ได้เจอกันตั้งนาน โตขึ้นเยอะเลยลูกแม่... โตจน…แม่แทบจำลูกไม่ได้แน่ะ" เธอพยายามทำเสียงให้เป็ปกติ ทั้งที่ใจเต้นรัวจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
อคิณก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว ร่างสูงใหญ่ครอบคลุมร่างเล็กของเธอไว้มิด
"แม่เองก็... สวยขึ้นมากเลยนะครับ"
เขาสวมกอดผู้เป็แม่ด้วยความรัก ความโหยหา และความห่วงใย ซึ่งมุกดาก็เปิดแขนรับอ้อมกอดนั้นอย่างเต็มใจ อ้อมกอดของเธอยังอุ่นเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้วไม่เปลี่ยน
‘ผมจะไม่ยอมแพ้อีกต่อไปแล้วครับแม่’ เขาบอกตัวเองในใจโดยไม่ยอมคลายอ้อมกอด
การกระทำและคำพูดที่แฝงความหมายลึกล้ำทำให้แก้มของมุกดาขึ้นสีร้อนผ่าว ร่างกายวูบวาบ อ้อมกอดแ่าและไอร้อนจากผิวกายของลูกชายทำให้เธอใจสั่น มือเรียวที่โอบหลังเขาััได้ถึงกล้ามเนื้อแ่าใต้เนื้อผ้า
‘อุ่น... แล้วก็แน่นขนาดนี้เลยเหรอ’ มุกดานึกในใจพลางสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนผสมน้ำหอมแบรนด์หรูของเขา หัวใจวูบวาบด้วยความโหยหา
อคิณซุกหน้าลงกับกลุ่มผมหอมนุ่ม กลิ่นหอมหวานและัันุ่มนิ่มของเรือนร่างเธอทำให้เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไฟเสน่หาในใจไม่ได้เบาบางลงเลย กลับยิ่งสะสมจนกลายเป็ความ้าที่ลึกล้ำและรุนแรงกว่าเดิม
ทั้งสองก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะรถยนต์หรูส่วนตัว ความเงียบสงบภายในห้องโดยสารยิ่งทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยไอร้อน สายตาคมกริบของอคิณยังคงแอบมองใบหน้าสวยสะพรั่ง จนคุณแม่คนสวยต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย
"มองแม่ขนาดนั้น มีอะไรติดหน้าแม่หรือเปล่าลูก?" มุกดาเอ่ยถามทำลายความเงียบ พยายามทำเสียงให้เป็ปกติ
"ไม่มีอะไรติดหรอกครับ..." อคิณยิ้มมุมปาก ั์ตาพราวระยับพลางขยับตัวเข้าไปใกล้จนไหล่แทบเกยกัน
"ผมแค่กำลังสงสัยว่าตอนผมไม่อยู่ แม่แอบไปทำอะไรมาหรือเปล่า… ทำไมถึงยังดูสวยแล้วก็สาวขึ้นขนาดนี้… เมื่อกี้ตอนเดินคู่กัน คนมองเราเต็มเลย คงคิดว่าเราเป็คู่รักกันมากกว่าแม่ลูกแน่เลยครับ"
คำว่า ‘คู่รัก’ ทำให้หัวใจมุกดาเต้นแรงและหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่คิดเลยว่าลูกชายจะแพรวพราวได้มากขนาดนี้
"ปากหวานนะเรา" มุกดาตีแขนแกร่งเบาๆ แก้เขิน
"แม่ก็ดูแลตัวเองตามปกติแบบฉบับเ้าของคลินิกนั่นแหละ... แล้วเราล่ะ ไปอยู่อังกฤษตั้งสี่ปี ดูโตขึ้นมาก แถมยัง..."
เธอชะงักคำพูดเล็กน้อย สายตาแอบสอดส่องเรือนร่างกำยำอย่างลืมตัวก่อนจะรีบเบือนกลับ
"แถมยังอะไรครับ?" อคิณแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มในระยะประชิด
"แถมยังหล่อขึ้น หรือว่าเสน่ห์แรงจนแม่หวงครับ?"
"อะ อคิณ!... หลบไปเลยนะ แกล้งแม่เหรอ~" มุกดายื่นมือไปดันอกแกร่งเบาๆ ทว่าััได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเขาจนมือสั่นระริก
"ฮ่าๆๆ ไม่แกล้งแล้วครับ" อคิณหัวเราะในลำคอ ถือโอกาสกุมมือเรียวนุ่มของมุกดามาประสานไว้แน่น นิ้วโป้งลูบไล้หลังมือเนียนแ่เบา
ััอ่อนโยนนั้นทำให้อากาศในรถเหมือนจะร้อนอบอ้าวขึ้นมาทันตา มุกดามองมือที่ถูกกุมไว้ หัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกวาบหวามถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างรุนแรง
"สี่ปีที่นู่น... ผมคิดถึงแม่ทุกวันเลยนะครับ" อคิณเอ่ยเสียงนุ่ม สายตาลึกล้ำมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
"ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงเลย..."
"แม่อยู่ทางนี้... ก็คิดถึงอคิณเหมือนกันจ้ะ" มุกดาตอบด้วยน้ำเสียงสั่นไหวเล็กน้อย เธอกระชับมือตอบรับััจากเขาอย่างลืมตัว
ต่างฝ่ายต่างสบตากันในความเงียบที่แฝงไปด้วยกระแสอารมณ์อันลึกล้ำ ความ้าและความโหยหาที่ถูกซ่อนไว้ใต้คำว่า ‘แม่ลูก’ กำลังหลอมละลายและก่อตัวเป็ไฟเสน่หาที่พร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อ