เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 73 อยู่กับเธอตลอดไป

            ห่างจากหมู่บ้านออกไปสิบกว่าลี้มีวัดแห่งหนึ่ง ได้ยินว่าในวัดมีพระโพธิสัตว์อยู่หลายองค์เช่น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์กวนอิม และสิบแปดอรหันต์

            มีคนในหมู่บ้านเคยไปที่นั่น ได้ยินว่าขอแค่มีความจริงใจ ไม่ว่าอธิษฐานสิ่งใดล้วนสมปรารถนา

            เมื่อได้ยินจางเจียหมิงบอกว่าจะไปที่นั่นฮั่วเสี่ยวเหวินปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด ความเชื่องมงายล้าสมัยน้อยคนในหมู่บ้านที่จะได้รับการศึกษาขั้นสูงเธอเข้าใจได้ที่พวกเขาพูดเหลวไหลเพ้อเจ้อ แต่ตัวเธอเองจะไปที่แบบนั้นได้อย่างไร

            ทว่าจางเจียหมิงดึงดันจะไปให้ได้เธออธิบายอย่างไรก็เปล่าประโยชน์ ทั้งสองโต้เถียงกันจนหน้าแดงหูแดงไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น

            ฮั่วเสี่ยวเหวินยอมแพ้ในท้ายที่สุดเธอไม่อยากทะเลาะกับเขาด้วยเรื่องแค่นี้จริงๆ

            วัดซ่างเซียนตั้งอยู่บนภูเขาใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปสิบลี้จากหมู่บ้านเดินทางไปที่วัดต้องใช้เส้นทางภูเขาหลายเส้น บางจุดมีพุ่มหนาม

            ป้าอู๋จากในหมู่บ้านเป็นคนนำทางให้คุณป้าที่คนเล่ากันว่ามองเห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คนนี้ค่อนข้างใจดีกับจางเจียหมิง นางชวนเขาคุยตลอดทางแน่นอนว่าคุยเรื่องภูตผีที่เจ้าหล่อนถนัดเยอะที่สุด

            ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่สนใจเรื่องงมงายเหลวไหลของป้าอู๋ถ้าว่างขนาดนั้นไปอ่านนิยายสยองขวัญยังน่าสนุกกว่า

            แต่กว่านิยายสยองขวัญจะมีก็ช่วงศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดดังนั้นจางเจียหมิงจึงฟังด้วยความสนอกสนใจเต็มเปี่ยม

            ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกโชคดีที่ทิวทัศน์สองข้างทางไม่เลวเลยหลังจากเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิต้นไม้บนภูเขาได้ผลิใบไม้ ขนาดแค่ดอกไม้ต้นหญ้าริมทางที่ไม่รู้ชื่อยังดูงดงาม

            ดูเหมือนว่าการออกมาข้างนอกครั้งนี้จะไม่ได้เสียเที่ยวเสียทีเดียวมิน่าเล่า คนโบราณถึงได้ชอบ ‘เดินเล่น’ เมื่อหันไปจะเห็นดอกไม้สีแดงสะพรั่งเป็นครั้งคราวฮั่วเสี่ยวเหวินอดหยุดชมเนิ่นนานไม่ได้

            “เห็นหรือยัง วัดซ่างเซียนอยู่ข้างหน้านี่แล้ว” ป้าอู๋หยุดเดิน เธอพูดพร้อมกับชี้ไปทางภูเขา

            จางเจียหมิงดีใจ ในที่สุดก็ถึงแล้วหรือ?

            ฮั่วเสี่ยวเหวินมองโน่นมองนี่ตลอดทางประหนึ่งเป็นคนจากในเมืองที่ไม่เคยเห็นป่าเขาตอนนี้อยู่ห่างจากทั้งสองคนประมาณหนึ่ง

            จางเจียหมิงเดินมาพูดอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวเหวิน พี่แบกเธอดีกว่า เดินมาไกลขนาดนี้ เธอคงเหนื่อยแย่”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเช็ดเหงื่อที่ขมับแล้วเดินผ่านทั้งสองคนไปแต่ในใจรู้สึกอบอุ่นมาก เขายังคงดีกับเธอมาก ทุกอย่างไม่ได้เปลี่ยนไป

            วัดซ่างเซียนไม่ได้ใหญ่แบบที่คนในหมู่บ้านว่ากันมีขนาดแค่สี่ห้าห้องเท่านั้น

            สิ่งที่ทำให้ฮั่วเสี่ยวเหวินจดจำได้มากที่สุดคือคนขายของหน้าวัดมีทั้งหญิงวัยกลางคน ทั้งชายชราวัยไม้ใกล้ฝั่งพวกเขายืนเรียกลูกค้าในจุดที่มีคนเยอะที่สุด ฮั่วเสี่ยวเหวินอดชื่นชมไม่ได้ว่า “มีหัวคิดด้านการค้า”

            เห็นคนเดินเข้าออกวัดไม่หยุด ป้าอู๋ก็ทอดถอนใจ “ดีแล้วที่มีการปฏิรูป เมื่อก่อนมีคนกล้ามาไหว้พระเสียที่ไหน?”

            รูปปั้นเทวรูปสององค์ตั้งขนาบสองข้างประตูตัวเทวรูปโน้มเอียงลงมาเล็กน้อย คิ้วทั้งสองขมวดเป็นเลขแปดจีน หน้าตาน่ากลัวดาบยาวในมือเหมือนจะหลุดออกมาฆ่าคน

            ตอนเดินเข้ามาฮั่วเสี่ยวเหวินต้องตกใจกับเทวรูปหน้าตาน่ากลัวสององค์นี้

            แต่จางเจียหมิงไม่รู้สึกอะไร ทั้งยังช่วยเดินเข้ามาปลอบใจเธอ

            เขาจูงมือเธอเข้าไปด้านใน ป้าอู๋ชี้ไปทางห้องทางฝั่งขวา “ที่นั่นเป็นที่ไหว้พระขอพร ป้ายังมีธุระถ้าไหว้กันเสร็จแล้วป้าจะรอพวกเธออยู่ที่นี่นะ”

            จางเจียหมิงแยกตัวไปหาป้าอู๋พาป้าอู๋ไปยังจุดที่ฮั่วเสี่ยวเหวินมองไม่เห็น แล้วล้วงเงินจากในกระเป๋าออกมามอบให้ “ขอบคุณป้าอู๋มากครับ”

            ป้าอู๋ชำเลืองตามองเงินในมืออย่างรวดเร็วตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า “ครั้งหน้าไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้มีอะไรอยากให้ป้าช่วยก็บอกได้เลย”

            เมื่อจางเจียหมิงกลับมา ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นเขายิ้มแปลกๆ สุดท้ายเขาต้องยอมพูดความจริงบอกว่าตัวเองให้เงินป้าอู๋

            สีหน้าของฮั่วเสี่ยวเหวินจมลงเล็กน้อย “คนอื่นให้ความช่วยเหลือแก่เรา พี่จะให้ค่าสินน้ำใจก็ไม่แปลกแต่พี่ไม่ควรจงใจวางแผนเพื่อมาวัดให้ได้”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ไม่อยากมองหน้าเขา “ฉันรู้ว่าพี่ต้องมีเรื่องในใจเป็นแน่ แต่พี่ไม่ยอมพูดกับฉันไม่ยอมให้พวกเราเผชิญหน้าไปด้วยกัน กลับเลือกมาขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองแทน”

            จางเจียหมิงตอบเสียงเบา “เธอไม่เข้าใจ” เรื่องแบบนี้ เธอช่วยได้หรือ? เขาไม่รู้ว่าโลกนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่ไม่รู้เช่นกันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเห็นความปรารถนาของเขาหรือไม่แต่หากไม่เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครอง เขาก็คิดหาวิธีอื่นไม่ออกอีก

            ภายในห้องมีเบาะทรงกลมหนึ่งใบ รอบตัวมีเทวรูปแบบต่างๆ จางเจียหมิงคุกเข่าบนเบาะด้วยความเคารพเลื่อมใสคำนับศีรษะลงต่ำมาก

            “โปรดคุ้มครองให้ผมอยู่กับฮั่วเสี่ยวเหวินตลอดไป” เขาอธิษฐานซ้ำไปมา

            ฮั่วเสี่ยวเหวินที่อยู่ห่างออกไปไม่ได้ยินเขาอธิษฐานเธอไม่อยากรู้ว่าเขาต้องการอะไรเช่นกัน เธอรู้สึกกังวลเล็กน้อยที่เขาเลือกฝากความหวังไว้ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบนี้กังวลว่าเขาจะไม่ใช่คนที่เธอชอบอีก

            พระพุทธรูปในวัดแกะสลักได้เหมือนจริงมาก จางเจียหมิงเดินดูครบทุกองค์บางครั้งก็ชวนฮั่วเสี่ยวเหวินคุย

            “เสี่ยวเหวิน เธอดูสิ องค์นี้มีมือเยอะมากเลย”

            “เธอดูสิ บนมือมีเจดีย์อยู่ด้วยใช่เทพเจ้าถือเจดีย์ที่คนเขาเรียกกันหรือไม่นะ”

            เขาสงสัยใคร่รู้กับทุกอย่างในวัดประหนึ่งเป็นยายเฒ่าหลิวจากเรื่องความฝันในหอแดงที่เพิ่งเคยเห็นโลกกว้าง

            แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินทำเพียงพยักหน้าอย่างขอไปทีบางครั้งก็ตอบแค่ว่า ‘อื้ม’

            เหมือนจางเจียหมิงจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากเธอเขาไม่เดินดูพระพุทธรูปอีกแล้วจับมือฮั่วเสี่ยวเหวินเดินออกไป

            “เสี่ยวเหวิน พวกเรากลับกันเถอะ”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินตกใจ “จะกลับได้อย่างไร? อุตส่าห์มาทั้งที พี่ไม่ดูให้เต็มที่ล่ะ?”

            เขาฉีกยิ้ม “ก็เธอเหนื่อยแล้วไม่ใช่หรือ”

            ก็จริง เธอรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยบอกว่าจะหยุดพักหนึ่งวันแต่กลับเดินทางไกลมาวัด เธอเหนื่อยใจมากจริงๆ

            เงยหน้ามองท้องฟ้า จู่ๆ ฮั่วเสี่ยวเหวินก็ไม่อยากกลับแล้ว

            “พี่เจียหมิง พี่กลับไปก่อนเถอะฉันค่อยกลับพรุ่งนี้”

            “หา เธอไม่ชอบที่นี่ไม่ใช่หรือ? อีกอย่าง เธออยู่ที่นี่คนเดียวก็ไม่ปลอดภัย”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเอื้อมแขนไปกอดเขา พูดเสียงเบาข้างหูว่า “ฉันจะไม่เป็นไร พี่ไม่ต้องเป็นห่วง”

            จางเจียหมิงได้ยินเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นทันที “เฮ้ ดูสิๆ ดูเจ้าหนูนั่นสิ”

            ขณะเดียวกันก็มีสายตาหลายคู่มองมา การมีความรักตั้งแต่วัยเด็กเป็นเรื่องที่ถูกยอมรับได้ในยุค 80 ก็จริง แต่นี่เป็นเด็กผู้หญิงอายุสิบขวบ พวกเขารู้สึกรับไม่ได้ราวกับค้นพบแผ่นดินใหม่อย่างไรอย่างนั้น พากันวิจารณ์ไม่หยุด

            จางเจียหมิงรู้สึกเขินอายขึ้นมา พูดเสียงเบาว่า “เสี่ยวเหวิน เธอปล่อยก่อน”

            แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับกอดแน่นกว่าเดิม คนอื่นอยากมองก็มองไป

            ในเมื่อทำอย่างไรก็ไร้ผล จางเจียหมิงได้แต่ยิ้มขมขื่นบอกว่าพี่ยอมแล้ว

            หลังจากปล่อยตัว จางเจียหมิงก็รีบเดินหนีออกไปฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นว่าใบหูของเขาแดงไปหมดแล้ว

            ในใจของเธอพลันรู้สึกอึดอัดถูกคนในหมู่บ้านเยาะเย้ยถากถางมาไม่รู้ตั้งเท่าไร เขายังไม่ชินอีกหรือ?

            เห็นเขาเดินออกไปประหนึ่งกำลังหนี เธออดผิดหวังขึ้นมาไม่ได้อยู่บนภูเขาแบบนี้ หากมีคนที่ชอบอยู่เป็นเพื่อนได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกด้วยกันคงจะดีไม่น้อย

            จางเจียหมิงไม่ได้ไปไหนไกล ก่อนหน้านี้พวกเขานัดหมายกันแล้วว่าจะไปพบกันที่ไหนป้าอู๋น่าจะกำลังรออยู่ที่นั่น

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808