บทที่ 25 สองคนดังในบ้านพักทหาร
เจียงเยว่ซื้อกระสอบใบใหม่มาอีกใบ แล้วถือของพวกนี้เดินไป
หลังจากเดินไปได้สักพัก เธอก็เริ่มหอบแฮ่ก ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง่มีประจำเดือนแบบนี้ยิ่งลำบาก โชคดีที่วันนี้เธอใส่กางเกงสีดำมา
เจียงเยว่ถือกระสอบใส่ของมาถึงจุดนัดพบ
เมื่อเห็นเจียงเยว่ถือกระสอบใบใหญ่มา มีพี่สะใภ้คนหนึ่งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“สหายเจียง นี่เธอซื้ออะไรมาเหรอ ทำไมถึงได้เป็ถุงใหญ่ขนาดนี้”
“ฉันซื้อเนื้อกับเครื่องในหมูมาค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าเป็เครื่องในหมู บางคนก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมา
แต่มีพี่สะใภ้บางคนพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“เครื่องในหมูก็ดีนะ แค่กลิ่นอาจจะแรงหน่อย แต่ราคาถูก บางครั้งก็กินบ้างเพื่อแก้เบื่อ”
“บ้านฉันก็เคยซื้อมาหลายครั้ง แต่กลิ่นมันแรงเกินไป”
หลังจากกลับมาถึงบ้านพักทหาร เจียงเยว่แบกถุงใบใหญ่เดินกลับบ้าน
คุณยายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเจียงเยว่ สายตากวาดมองไปมาระหว่างเจียงเยว่และถุงใบใหญ่ที่เธอแบกอยู่
“สหายเจียง นี่เธอซื้ออะไรมา ทำไมถึงเืท่วมขนาดนี้?”
เจียงเยว่มองคุณยายคนนั้น นี่คือแม่ของผู้พันเฝิง ในบ้านพักทหารนี้ แต่ก่อนมีคนดังสองคน คนหนึ่งคือจางอวี้ อีกคนคือคุณยายเฝิง ทั้งสองคนเป็ประเภทเดียวกัน แต่คุณยายเฝิงมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าจางอวี้
คุณยายเฝิงเป็คนขยัน ที่ดินที่ทางบ้านพักจัดสรรให้ คุณยายเฝิงก็เอาไปปลูกพืชผักและดูแลอย่างดีเยี่ยม บางครั้งคุณยายเฝิงจะแจกผักให้กับพี่สะใภ้คนอื่น ๆ แต่ก็เฉพาะคนที่เธอคิดว่าควรประจบเอาใจ หรือคนที่จะเป็ประโยชน์ต่อลูกชายของเธอ นอกจากนี้คุณยายเฝิงยังชอบนินทามาก ทุกวันเธอจะนินทาเื่ต่าง ๆ ในบ้านพัก
เจียงเยว่ไม่ตอบคำถามของคุณยายเฝิง ถ้าเธอตอบ คุณยายเฝิงจะต้องอ้างว่าขอดูหน่อย แล้วก็จะขอเอาไปด้วยแน่ ๆ
เมื่อเห็นว่าเจียงเยว่ไม่สนใจเธอ และเดินจากไปเลย คุณยายเฝิงก็โกรธมาก
“มีอะไรดีนักหนาที่จะหยิ่งขนาดนั้น ยัยลูกสาวนายทุนเอ๊ย”
คุณยายเฝิงกลอกตาไปมา เธอมองไปทางพวกพี่สะใภ้ที่อยู่ด้านหลัง แล้วก็ไปยังสถานที่ที่พวกพี่สะใภ้มักจะนั่งคุยกันและพาลูก ๆ มาเล่น
ไม่นานนัก ข่าวที่เจียงเยว่ใช้เงินเดือนของผู้พันลู่หมดเกลี้ยง จนเหลือเงินซื้อได้แค่เครื่องในหมูก็แพร่สะพัดออกไป
หลังจากเจียงเยว่นำของกลับมาที่บ้าน เธอก็รีบล้างทำความสะอาดทันที
ส่วนเนื้อวัวและเนื้อหมู เจียงเยว่หั่นเป็เส้นยาว เก็บไว้กินสองสามวันนี้ ส่วนที่เหลือนำไปหมักเกลือ
เครื่องในหมู เจียงเยว่ใช้แป้งขัดล้าง
ยุคนี้ก็มีบางคนใช้ขี้เถ้าจากไม้และหญ้าในการล้างด้วย
น่าเสียดายที่ไม่เห็นมะนาวขายที่ร้านสหกรณ์ ไม่งั้นซื้อมะนาวกลับมาสักสองสามลูก จะช่วยให้ล้างได้สะอาดยิ่งขึ้น
อ่างเหล็กใบใหญ่ที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็ได้ใช้อีกครั้ง
โชคดีที่ในครัวมีน้ำประปา ถ้าต้องแบกไปล้างที่แม่น้ำ คงจะลำบากน่าดู
“สหายเจียง มีคนมาหา”
ขณะที่เจียงเยว่กำลังยุ่งอยู่ เธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากนอกลานบ้าน
เจียงเยว่ได้ยินแล้วจึงยืดตัวขึ้น
หลังจากเห็นคนสองคนนอกลานบ้าน มุมปากของเจียงเยว่กระตุกเล็กน้อย
ฉินลี่และฉินอัน
“นี่คือภรรยาของผู้พันลู่ นี่คือสหายฉิน เขามาหาผู้พันลู่”
เจียงเยว่ถอดผ้ากันเปื้อนออกจากตัว วางไว้บนเก้าอี้ข้าง ๆ แล้วเดินไปที่ประตูลานบ้าน
เจียงเยว่เปิดประตูลานบ้าน มองดูฉินลี่และฉินอัน
“เธอคือเจียงเยว่เหรอ?”
ฉินลี่มองสำรวจเจียงเยว่ หลังจากที่ฉินลี่ลาออกจากงานก่อนหน้านี้ เขาก็เดินทางไปนอกเมืองตลอด เขาเคยเห็นเจียงเยว่ตอนเด็ก ๆ
เจียงเยว่ตอนเด็กก็หน้าตาดีอยู่แล้ว พอโตขึ้นดูเหมือนจะโดดเด่นยิ่งขึ้น
ไม่คิดเลยว่า แม้แต่พี่ลู่ก็ยังผ่านด่านสาวงามไม่ได้
ฉินอันมองดูเจียงเยว่ วันนี้ตอนที่เห็นเจียงเยว่ที่ห้างสรรพสินค้า เธอรู้สึกว่าเจียงเยว่ดูคุ้นตาอยู่บ้าง ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็เจียงเยว่
ฉินอันได้กลิ่นแปลก ๆ คล้ายกลิ่นขี้หมู เธอโบกมือพลางปิดจมูก ขมวดคิ้วมองเจียงเยว่
“เจียงเยว่ ทำไมเธอถึงเหมือนสาวชาวบ้านแบบนี้” ฉินอันพูดด้วยสีหน้ารังเกียจ “ทำไมเธอถึงเหม็นขนาดนี้”
เจียงเยว่ได้ยินคำพูดของฉินอัน จึงตอบว่า
“ฉันกำลังล้างเครื่องในหมูอยู่”
เมื่อได้ยินคำว่าเครื่องในหมู ฉินอันก็ถอยหลังไปหลายก้าวทันที
พระเ้า เครื่องในหมู ของสกปรกแบบนั้น เจียงเยว่เอามันกลับบ้านมาได้ยังไง
นั่นไม่ใช่กลิ่นขี้หมูหรอกเหรอ?
“อ้วก”
ฉินอันพลันอาเจียนออกมาเสียงหนึ่ง
ฉินลี่จ้องน้องสาวด้วยสายตาดุดัน แล้วพูดว่า
“สวัสดีครับพี่สะใภ้ ผมชื่อฉินอัน เป็เพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันกับลู่อวี้ั้แ่เด็ก”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินลี่ เจียงเยว่พยักหน้า
“สวัสดีค่ะ”
เจียงเยว่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดว่า
“เชิญเข้ามาสิคะ”
หากเป็คนอื่น เจียงเยว่คงไม่ให้พวกเขาเข้ามาแน่นอน แต่คนนี้คือฉินลี่ เพื่อนสนิทของลู่อวี้
ฉินอันมองเจียงเยว่ด้วยสีหน้ารังเกียจ แล้วเดินเข้าไปข้างใน
ฉินลี่สำรวจรอบ ๆ บริเวณบ้าน
เมื่อก่อนเขามาหาลู่อวี้ ก็ไปที่หอพักของลู่อวี้โดยตรง
บ้านพักทหารนี้ น่าจะเป็บ้านที่ลู่อวี้และเจียงเยว่ขอหลังจากแต่งงานกัน
เจียงเยว่เปิดประตูและเชิญพวกเขาให้นั่ง
ส่วนตัวเธอเองเข้าไปในครัวเพื่อล้างมือ
แต่กลิ่นที่ติดตัวก็ยังล้างไม่ออก
“วันนี้พวกเราตั้งใจจะมาพบลู่อวี้และพี่สะใภ้ ไม่คิดว่าเขาจะออกไปปฏิบัติภารกิจ นี่เป็ของขวัญแสดงความยินดีในงานแต่งงานของพวกคุณครับ”
ฉินลี่พูดจบก็ยื่นของที่ถือมาให้
เจียงเยว่มองถุงสิบกว่าใบที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วอดกระตุกมุมปากไม่ได้
สมแล้วที่เป็มหาเศรษฐีในอนาคต ช่างใจป้ำเสียจริง
“สหายฉิน ของพวกนี้ฉันรับไว้ไม่ได้ รอให้ลู่อวี้กลับมา แล้วให้เขาตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่ดีกว่าค่ะ” เจียงเยว่เอ่ยปากปฏิเสธ
ฉินอันมองเจียงเยว่ด้วยสีหน้ารังเกียจ คิดว่าเจียงเยว่จะแสดงท่าทางโลภและรับของเ่าั้ไปทันที แต่ไม่คาดคิดว่าเจียงเยว่จะปฏิเสธ
“ผมกับลู่อวี้เป็เพื่อนสนิทที่ผ่านเป็ผ่านตายมาด้วยกัน ของพวกนี้พี่สะใภ้เก็บไว้เถอะครับ...”
ฉินลี่รู้ถึงภูมิหลังของเจียงเยว่ และแน่นอนว่าเขารู้ว่าเจียงเยว่ได้รับความโปรดปรานอย่างมากในตระกูลเจียง ของที่เขาให้ครั้งนี้ใช้เงินไปไม่น้อย แต่สำหรับเขาแล้วไม่ได้ถือว่าเป็อะไรเลย
อีกอย่าง ลู่อวี้กับเขาเป็พี่น้องกันตลอดชีวิต
ไม่ว่าฉินลี่จะพูดอย่างไร เจียงเยว่ก็ไม่ยอมรับของที่เขาให้
ฉินลี่จึงต้องรับปากว่าจะเอากลับไปตอนที่จากไป
ตอนที่ฉินลี่เพิ่งเข้ามาในบ้าน เขาก็สำรวจห้องรับแขกอย่างละเอียด แน่นอนว่ามีความแตกต่างอย่างมากระหว่างมีภรรยากับไม่มีภรรยา
เมื่อก่อนเวลาเขาไปที่หอพักของลู่อวี้ หอพักนั้นเรียบง่ายมากจนไม่มีอะไรนอกจากของใช้จำเป็ในชีวิตประจำวัน แต่ตอนนี้มีทั้งแจกัน ผ้าลูกไม้สีขาว ห้องจัดวางอย่างเป็ระเบียบ มีของใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นมากมาย
ฉินอันมองสำรวจเจียงเยว่ เธอไม่รู้ว่าทำไมเจียงเยว่ถึงเปลี่ยนไปแบบนี้ เมื่อก่อนเป็คนที่ภาคภูมิใจในตัวเองมาก แต่กลับมาจัดการเครื่องในหมู
แม้ว่าเธอจะช่วยล้างผักหั่นผักที่บ้าน แต่ของพวกเครื่องในหมูนี่ไม่เคยจัดการเลย คิดแล้วก็รู้สึกขยะแขยง
ฉินลี่เปิดปากเตรียมจะจากไป
เจียงเยว่ยิ้มแล้วพูดว่า “พวกคุณมาที่นี่ไม่บ่อย กินอาหารเย็นก่อนแล้วค่อยไปเถอะค่ะ”
ฉินลี่เตรียมจะปฏิเสธ แต่ฉินอันกลับตอบตกลงทันที
“ได้เลย” ฉินอันเชิดหน้าขึ้นมองเจียงเยว่ พลางยิ้มแล้วพูดว่า “เจียงเยว่ เธอจะเป็คนทำอาหารใช่ไหม? ฉันช่วยเธอได้นะ”
เดี๋ยวเธอก็จะได้เห็นแล้วว่าอาหารที่เจียงเยว่ทำนั้นดูน่าเกลียดและรสชาติแย่แค่ไหน