“วันนั้นเขาเอาน้ำแกงปลามาให้แม่ฉัน” ไห่เยวียนคิดว่าคืนนี้น่าจะเป็คืนที่เขาพูดมากที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว “แม่ฉันยังเคลื่อนไหวไม่สะดวก ตอนกินน้ำแกงเลยเผลอทำหก พอเห็นน้ำแกงที่อุตส่าห์ตั้งใจทำมาหก หลานชายนายก็ไม่สบอารมณ์ เอาแต่บ่นไม่เลิก”
ไห่เยวียนปรายตามองคู่สนทนา พูดต่อไปว่า “ฉันไม่ชอบคนประเภทแกล้งทำดีเพราะมีเจตนาแอบแฝงอยู่แล้ว เลยบอกไปว่าถ้าไม่พอใจก็กลับบ้านไปซะ ทีนี้เขาเลยเริ่มร้องไห้โวยวาย อาละวาดเขวี้ยงชามเขวี้ยงตะเกียบคว่ำโต๊ะ ทำตัวอย่างกับผู้หญิงขี้โวยวายไร้เหตุผล ตอนหลังแม่ฉันเหยียบโดนน้ำแกงที่หมอนั่นปัดหกจนลื่นล้ม เขายังไม่ยอมช่วยประคองด้วยซ้ำ ฉันเลยต่อยไปหมัดหนึ่งแล้วไล่ตะเพิดกลับบ้าน เพราะทนมองความบ้าของเขาต่อไม่ไหว”
อาฉาเบิกตากว้าง ได้ฟังขนาดนี้แล้วยังจะบอกเจ๋อฟางถูก ไห่เยวียนผิดได้อย่างไร ขนาดเขาเองยังรู้สึกเลยว่าหลานชายทำเกินไป
เขาเลี้ยงเจ๋อฟางมาั้แ่เล็กจนโต มีหรือจะไม่รู้ว่าบางครั้งหลานชายก็ทำตัวเป็เด็กเอาแต่ใจ ไม่ได้ดังใจเมื่อไรเป็ต้องอาละวาดงอแง
มองจากมุมนี้ กลับกลายเป็ว่าไห่เยวียนต่างหากที่ต้องคอยข่มอกข่มใจทนเจ๋อฟางของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า!
“เขาขอเหตุผลจากฉัน ฉันเลยบอกไปว่าชาตินี้ฉันไม่มีทางชอบเขาได้หรอก เขาถามว่าฉันชอบผู้หญิงใช่หรือเปล่า ฉันรำคาญ ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย เลยพยักหน้าตัดบท” ไห่เยวียนพูดช้าๆ ชัดๆ ทีละคำ ขณะกัดฟันแน่น “ใครจะไปรู้ว่าหมอนั่นดันวิ่งโร่ไปโดดตึก แถมยังลากนายไปตายด้วย”
มาถึงตรงนี้ ไห่เยวียนแน่ใจแล้วว่าิญญาที่อยู่ในร่างตรงหน้าไม่ใช่เจ๋อฟางอีกต่อไป ไม่ว่าจะสำเนียงพูดจาหรือกิริยาท่าทางก็เหมือนโอจิซังที่เขาเจอที่โรงพยาบาลในวันนั้น วันที่ฟ้าผ่าลงมาสนั่นหวั่นไหว ส่งกระแสแล่นปราดเข้าไปถึงหัวใจจนเขาขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
เด็กหนุ่มแน่ใจอย่างยิ่ง เพราะเขาเชื่อว่าโลกเรามีเื่แบบนี้จริง
เขาเชื่อว่าหากคนที่ตายไปแล้วมีความปรารถนาที่ยังไม่สมหวัง หรือยังมีห่วงอยู่ในโลกนี้ ิญญาก็จะหวนคืนมาใหม่ แต่ร่างเก่าของอาฉาคนนี้ถูกกระจกมองหลังของรถมอเตอร์ไซค์ตัดกะโหลกเป็สองเสี่ยง ิญญาจึงลอยไปยังโลงศพข้างๆ...แล้วเข้าร่างหลานชายของตัวเองแทน
เขาเชื่ออย่างนั้น
ไห่เยวียนยกมือขึ้นลูบไฝใต้ตาขวาโดยไม่รู้ตัว
“ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมนายถึงไม่ยอมรอให้เขากลายเป็ผู้หญิง แล้วลองแต่งงานกับเขาดูก่อน” หลังจากได้ฟังต้นสายปลายเหตุ อาฉาก็ยังส่ายหน้าพูดอย่างนั้น
“แต่ก่อนหมู่บ้านที่ฉันอยู่มีคู่ผัวเมียแบบนี้เยอะแยะ ตอนแต่งงานกันน่ะ แค่เห็นหน้าอีกฝ่ายก็ไม่ถูกชะตาแล้ว แต่อยู่ๆ กันไปก็เห็นมีความสุขกันทุกคู่ อย่างอาเชวี่ยกับผัว เ้าโล้นกับเมีย...แล้วก็...” อาฉายกนิ้วนับคู่สามีภรรยาที่ตนรู้ว่าครองรักกันอย่างชื่นมื่น
“นายไม่เข้าใจอะไรเลย!” ไห่เยวียนอุตส่าห์ปากเปียกปากแฉะอธิบาย ก็ยังสื่อสารกับฝ่ายตรงข้ามไม่รู้เื่ ในหัวตาแก่นี่จะต้องถูกหล่อด้วยปูนซีเมนต์แข็งโป๊กจนเส้นประสาทงอไม่ได้เป็แน่!
“ไม่เข้าใจอะไรกัน” อาฉาเถียง “นายลองรักเขาได้นี่ คนสองคนน่ะถ้ามีความตั้งใจซะอย่าง แม้แต่ทั่งก็ยังฝนให้เป็เข็มเล่มบางๆ ได้” เขายกสุภาษิตที่จำจากโทรทัศน์มาสั่งสอนเ้าหนุ่มที่ไม่รู้จักให้ความสำคัญสิ่งที่มีคนนี้
“ฉันไม่ได้ชอบผู้หญิงนี่ เพราะงั้นต่อให้เขาตัดทุกอย่างทิ้งหมดแม้แต่หัว ฉันก็ยังไม่ชอบเขาอยู่ดี!” ในที่สุดไห่เยวียนก็คำรามเสียงต่ำอย่างเหลืออด
“หา” อาฉาอึ้ง “ว่าไงนะ”
“นายไม่ชอบผู้หญิง...” เขานิ่งคิด “งั้นเจ๋อฟางของฉันก็ไม่จำเป็ต้องตัดน่ะสิ...ถ้านายพูดแบบนี้แต่แรก เจ๋อฟางก็ไม่โดดตึกหรอก...” เส้นประสาทของอาฉายังคงตรงเด่ ยึดติดกับความคิดเดิมอย่างเหนียวแน่น
“ปัญหาคือเจ๋อฟางของนายเป็ผู้หญิงจากหัวใจน่ะสิ ข้างนอกเขาเป็ผู้ชายก็จริง แต่จิตใจเป็ผู้หญิงล้านเปอร์เซ็นต์ เวลาพูดชอบบีบเสียง เวลาเดินชอบบิดก้นน่ะ เข้าใจหรือเปล่า!?”
“นายบอกว่านาย...ไม่ชอบผู้หญิง...” อาฉาอึ้งไปอีกครั้ง พยายามตีความคำพูดของฝ่ายตรงข้ามอย่างเอาเป็เอาตาย
คงเพราะรู้ว่าเผลอหลุดปากพูดสิ่งที่ไม่ควรพูด ไห่เยวียนเลยหน้าผิดสี รีบหุบปากนิ่ง
อาฉาพูดคนเดียวต่อไปว่า
“นายไม่ชอบผู้หญิง ก็แสดงว่าต้องชอบผู้ชาย แต่เจ๋อฟางของฉันเป็ผู้หญิง นายเลยไม่แลงี้ ไม่สิ เจ๋อฟางยังมีดุ้นอยู่นี่ สมัยเขาเด็กๆ ฉันอาบน้ำให้ยังช่วยล้างอยู่ทุกวัน จะเป็ผู้หญิงไปได้ยังไง ฮึ่ย แหลงผีไหรพันนี้ (พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย) ฉันฟังไม่เข้าใจโว้ย!”
อาฉารู้สึกเหมือนสมองจะะเิอยู่รอมร่อ
เนื่องจากเผลอหลุดปากพูดเื่ส่วนตัว จนทำให้อาฉารู้ว่าเขาสนใจแค่เพศเดียวกัน ใบหน้าของไห่เยวียนจึงบึ้งตึงสุดขีด ไม่ว่าคนตรงหน้าจะพูดพล่ามสักเท่าไรก็ไม่ยอมโต้ตอบ
“แต่นายชอบผู้ชายนี่...แล้วได้บอกแม่รึยัง” อาฉาพูดฉอดๆ คนเดียวอยู่นาน ก่อนจะหันไปถามเด็กหนุ่ม “ฉันรู้ว่าไอ้เื่พรรค์นี้มันพูดลำบาก แต่รีบคุยกับแม่แต่เนิ่นๆ ดีกว่านิ เอาแต่เก็บไว้ในใจคนเดียวประเดี๋ยวจะเก็บกดจนเครียด ฉันไม่อยากให้นายเป็เหมือนเจ๋อฟางของฉัน คิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะไอ้เื่เดี๋ยวเป็ผู้ชายเดี๋ยวเป็ผู้หญิงนี่
“เอาเข้าจริงทุกอย่างเป็เพราะโชคชะตานั่นแหละ!” อาฉาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถ้านายเกิดเป็ผู้หญิงแต่แรกคงดี จะได้ชอบผู้ชายได้ ถ้าเจ๋อฟางเป็ผู้หญิงก็คงดีเหมือนกัน จะได้หาแฟนผู้ชาย แต่งงาน ใช้ชีวิตเป็แม่เป็เมียอย่างมีความสุข แล้วก็จะได้ไม่มาชอบนายด้วย เื่ทั้งหมดก็จะไม่เกิด สรุปแล้วเป็เพราะชะตาลิขิตมาแบบนี้นั่นแหละ!”
เขาถอนหายใจอีกครั้ง “เอาเถอะ เราเลิกคุยเื่นี้กันดีกว่า ยังไงคนตายไปแล้วก็ฟื้นกลับมาไม่ได้ เจ๋อฟางไปอยู่กับแม่ก็ดีแล้วล่ะ อย่างน้อยจะได้มีแม่คอยดูแล เอ้า เราหายกันแล้วนะ ไม่มีใครติดค้างใครแล้ว”
บทสนทนายาวเหยียดในยามวิกาลจึงสิ้นสุดลงด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกๆ ของอาฉา
ไห่เยวียนชักปวดหัวขึ้นมา เื่ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นอย่างพิสดาร แล้วจบลงอย่างพิลึกกึกกือแบบนี้น่ะหรือ
หัวสมองของอาฉาคนนี้เป็อย่างไรกันแน่
ทำไมพอคลื่นไฟฟ้าส่งไปถึงคนคนนี้ สัญญาณถึงได้ขาดหาย แล้วถูกตีความเป็สารที่ผิดเพี้ยนกันคนละเื่กับต้นฉบับ แถมมีแต่เ้าตัวที่เข้าใจอีกต่างหาก
“เฮ้อ” อาฉาถอนหายใจติดกันสามครั้ง “์เบื้องบนอย่าแกล้งกันแบบนี้เลยจะได้ไหม! ฉันเป็โรคหัวใจนา ประเดี๋ยวจะตายเอา!”
ไห่เยวียนเพิ่งเคยรู้สึกไร้เรี่ยวแรงจะต่อกรกับใครสักคนเป็ครั้งแรก
++++