สัมภาระของอ๋องชิงถูกย้ายเข้ามาในห้องของเฟยเฟยเรียบร้อยแล้ว เธอมองดูแล้วส่ายหัว เธอนั่งลงบนเตียงพิจารณาเสื้อผ้าและข้าวของของเขาที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง ทันใดนั้นความเงียบสงบก็ถูกทำลายด้วยเสียงเปิดประตูของอ๋องชิง เขายืนอยู่ที่ประตู สีหน้ามั่นใจเหมือนเคย เฟยเฟยรู้สึกต้องคุยกันให้รู้เื่ เธอจึงลุกขึ้นและเดินไปหาเขา พร้อมถามเขาว่า
"ท่านจำสัญญาได้หรือไม่?" เฟยเฟยถามด้วยสายตาเฉียบคม
อ๋องชิงหันมาสบตาเธอ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าจำได้ดี ไม่มีระบุห้ามอยู่นอนห้องเดียวกัน และข้าทำผิดสัญญาข้อไหนล่ะ"
เฟยเฟยมองหน้าเขาด้วยสีหน้าจริงจังแล้วถามว่า
“ท่านจะนอนที่ไหน? ข้าไม่แบ่งเตียงให้หรอกนะ ข้านอนไม่สบาย”
อ๋องชิงตอบเสียงเรียบ
“ถ้าเ้าไม่สงสารข้า ตรงมุมที่เ้านอนวันเข้าหอก็ใช้ได้”
เฟยเฟยกล่าวว่า
“ท่านรู้ใช่หรือไม่มันแข็งและนอนไม่สบาย ไยท่านต้องทำให้ตัวเองลำบากด้วย”
อ๋องชิงยักไหล่แล้วพูดว่า
“ถ้าเ้าจะห่วงข้าขนาดนั้นมิสู้แบ่งเตียงนั้นให้ข้าสักครึ่งจะดีหรือไม่?” เขาถามยิ้ม
เฟยเฟยกอดอกแล้วส่ายหัว เธอเพิ่งรู้ว่าคนเงียบๆ อย่างท่านอ๋องจะหน้าด้านได้ถึงเพียงนี้
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป วัน ๆ ของเฟยเฟยหมดไปกับการเรียน เขียนอ่าน เล่นพิณ และหมากรุก ทุกเช้าตรู่ เธอตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงนกร้อง เริ่มต้นวันด้วยการฝึกเขียนพู่กันใต้แสงแดดอ่อน ๆ ของยามเช้า เธอพบว่าการฝึกเขียนช่วยให้ใจสงบและจิตใจแน่วแน่ จากนั้นก็ไปเรียนหมากรุกกับอาจารย์เหวิน เธอเริ่มคุ้นเคยกับกติกาและกลยุทธ์ต่าง ๆ สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของคู่แข่งได้มากขึ้น ตอนบ่าย เธอมีเรียนพิณ บทเพลงที่เธอฝึกเล่นมักมีเสียงหวานแ่เบาดุจสายลม ท่วงทำนองนั้นลึกซึ้งและต้องใช้ความรู้สึกเข้าถึง
วันนี้อ๋องชิงที่กลับไวกว่าปกติเดินเข้ามาในจวนภาพที่เขาเห็นคือเธอนั่งดีดพิณข้างอาจารย์เหวิน และยิ้ม รอยยิ้มของเธอสดในเจิดจ้า ในสายตาเขา
อ๋องชิงรู้สึกไม่สบายใจ หัวใจของเขารู้สึกเ็ปและ เต็มไปด้วยความสับสน สำหรับเธอเขาเป็ยังไงกันแน่ ทำไมเธอไม่เคยทำสีหน้ามีความสุขแบบนั้นต่อหน้าเขาเลย ความอิจฉาผสมปนเปกับความสงสัยในใจของเขาเริ่มก่อตัวขึ้น เขาพยายามบอกตัวเองว่าเป็เพียงเื่เล็กน้อย แต่ภาพรอยยิ้มนั้นยังคงหลอกหลอนเขา
เฟยเฟยกำลังสนุกกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าอยู่ยุคปัจจุบัน เธอไม่มีเวลามาทำอะไรแบบนี้แน่นอน ทุกวินาทีคือเงินคือธุรกิจ เงินมาก่อน ตอนนี้ไม่ต้องคิดถึงเื่อะไร "ถือว่าพักร้อนละกัน" เธอคิดพลางหัวเราะเบา ๆ เธอเริ่มเห็นคุณค่าของชีวิตเรียบง่ายในยุคโบราณที่เธอไม่เคยััมาก่อน
ตอนเย็นหลังเลิกเรียน เฟยเฟยรู้สึกหิวจึงเดินไปที่โต๊ะอาหาร เห็นอ๋องชิงนั่งดื่มเหล้าอยู่ เธอนั่งลงและขอดื่มด้วย อ๋องชิงรินเหล้าลงจอกยื่นให้เธอแล้วถามว่า
"เ้ามีความสุขมากไหม?"
เธอก็ตอบตรง ๆ "ไม่เลวเลย ข้าไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะสามารถเขียนภาพ แต่งโคลงกลอน และ บรรเลงพิณ"
ทั้งสองนั่งกินข้าวเงียบ ๆ กินเสร็จเฟยเฟยกลับห้อง อ๋องชิงยังดื่มต่อจนเมา แล้วเดินไปในห้อง เฟยเฟยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เตรียมตัวเข้านอนโดยมีสาวใช้สองคนกำลังปูเตียงให้
อ๋องชิงเดินเข้ามาในห้องและบอกให้สาวใช้ออกไป
“พวกเ้าออกไปก่อน” เขากล่าวเรียบๆ
จากนั้นอ๋องชิงก็เดินเข้าไปหาเฟยเฟยที่นั่งอยู่บนเตียง แล้วดึงเธอให้ลุกขึ้นยืน แล้วถามด้วยเสียงเครียดว่า "เ้ารังเกียจข้ามากเหรอ? เ้าชอบเขาเหรอ?"
เฟยเฟยมึนงง "ท่านเมาแล้ว ชอบใคร รังเกียจอะไร?"
"ก็อาจารย์ผู้แสนดีของเ้าไง" อ๋องชิงตอบอย่างรำคาญ
เฟยเฟยตอบว่า "ข้าต้องชอบเขาอยู่แล้ว เขาเป็อาจารย์ข้า"
"งั้นเ้ารังเกียจข้าใช่หรือไม่?" อ๋องชิงถามต่อด้วยเสียงหนักแน่น
"ข้าไม่ได้รังเกียจท่าน" เฟยเฟยตอบเสียงนิ่ง
อ๋องชิงโน้มลงมาจะจูบเธอ เธอเบือนหน้าหนี อ๋องชิงขำเยาะ "เหอะ แล้วบอกไม่รังเกียจข้า"
เฟยเฟยถามเขา "แล้วทำไมท่านจะจูบข้า ท่านชอบข้าเหรอ?"
อ๋องตอบเสียงเครียดว่า "เ้าคิดว่ายังไง?"
เฟยเฟยตอบกลับไป ว่า "คนอย่างข้า โม่ฟางเฟย จะยอมให้คนที่เขาชอบข้าและข้าชอบเขาจูบเท่านั้น ท่านไม่มีสิทธิ์ คืนนี้ท่านก็นอนบนเตียงละกัน ข้าจะไปนอนห้องท่านเอง ข้าไปละ"
งั้นคำที่นางพูดก็หมายความว่าเขาไม่ใช่คนที่นางชอบสินะ อ๋องชิงโมโหปัดข้าวของกระจายเกลื่อนพื้น คนรับใช้ต่างกลัวไม่กล้าเข้าใกล้
หลังจากนั้นเขาะโเสียงดัง "ใครก็ได้เอาเหล้าเข้ามาให้ข้า เอามาเยอะๆ"
ทุกคนในจวนไม่เคยเห็นทางอ๋องในสภาพนี้ พ่อบ้านนำเหล้า เข้าไปให้ แล้วรีบถอยออกมา
เฟยเฟยนึกเป็ห่วงเขาจึงเดินกลับไป เจอพ่อบ้านที่ยืนอยู่หน้าประตูจึงถามไปว่า "ท่านอ๋องเป็อย่างไร" เขาตอบเสียงสั่นว่า "ฮูหยินเข้าไปดูเองเถิดขอรับ"
เฟยเฟยเดินเข้าไปในห้อง เห็นขวดเหล้ากระจายอยู่เต็มพื้น อ๋องชิงฟุบอยู่ที่โต๊ะมือยังถือขวดเหล้า เธอพึมพำ “ตานี่ดื่มไปแค่ไหนกันนี่” เธอดึงขวดเหล้าออกจากมือเขา แล้วพยุงไปที่เตียง เช็ดตัวเปลี่ยนชุดให้ ขณะกำลังเดินออกไป เธอหันกลับมามองเขาที่นอนเมาหลับไม่รู้เื่ เธอเดินกลับมานั่งลงใกล้ๆ เขาแล้วกระซิบบอกเขาว่า
“ข้ารู้ในใจท่านไม่มีที่ว่างพอที่จะให้ข้าอยู่หรอก”
"ถ้าคนที่ท่านชอบคนนั้นคือข้าก็คงดี"
เธอพูดเสร็จก็เป่าเทียนให้ดับลงแล้ว เดินถือตะเกียงกลับไปอีกห้อง