ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 1

    “นี่!!น้องชาย พี่สาวคนนี้ขอแพนเค้กของนายอีกสักชิ้นสิ..”“ได้สิครับพี่สาว โปรดรอสักครู่..” ชายหนุ่มตอบกลับกับลูกค้าที่แสนจะน่ารักของเขา ถ้าถามว่าน่ารักยังไง ก็เพราะว่าพี่สาวคนนี้สั่งแพนเค้กจากเขาไปแล้วถึง 5 แผ่นด้วยกันแล้ว ซ่าาาา!!! เสียงของเนื้อแป้งแพนเค้กถูกเทลงกระทะร้อนๆ เพียงแค่รอมันสักพักชายหนุ่มก็เริ่มกลับด้านของมันอย่างเชี่ยวชาญ ‘โอ๊ต’ ชายหนุ่มผู้มีอาชีพหลักเป็นพ่อค้าแผงลอยขายแพนเค้ก และเขาก็ประกอบอาชีพนี้มานับปีได้แล้ว แต่ธุรกิจของเขาใช่ว่าจะขายดี มีลูกค้าขาจรแวะเวียนมาลองชิมแพนเค้กของเขาอยู่บ้างบางครั้ง หญิงสาวผู้หลงรักในรสสัมผัสแพนเค้กของโอ๊ต เธอเกาะรถเข็นแผงลอยที่เป็นร้านของโอ๊ตอย่างใจจดใจจ่อ แววตาของเธอจ้องมองแพนเค้กชิ้นนี้ราวกับว่ามันเป็นอาหารมื้อสุดท้ายที่เธอจะได้ทานแล้วในชีวิต“กลิ่นหอมมาก.. น้องชายมีเคล็ดลับอะไร ช่วยบอกพี่สาวคนนี้หน่อย” หญิงสาวหน้าตาสะสวยเอ่ยถามกับโอ๊ต และแน่นอนว่าคำตอบที่เธอได้ก็เป็นเพียงแค่รอยยิ้มของพ่อค้าหนุ่มเท่านั้น ไม่นานเท่าไรนักโอ๊ตก็พลิกด้านของแพนเค้กก่อนจะนำมันมาใส่ไว้บนภาชนะจานกระดาษ“เสร็จแล้วครับพี่สาว.. ทานให้อร่อยนะครับ” โอ๊ตยื่นขนมแพนเค้กของตัวเอง และเขาก็ไม่ลืมที่จะเก็บเงินทุกครั้ง“น้องชาย มาขายที่นี่ทุกวันหรือเปล่า.. พี่สาวจะมาช่วยอุดหนุนทุกวันเลย..” เธอกล่าวถามกับโอ๊ต เธอรู้เพียงแค่ว่าถ้าเธอได้ทานมันในทุกวันๆเธอจะมีความสุขมากขนาดไหน และถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากจะทานมันเป็นทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น และมื้อกลางคืนด้วยเลยก็ยิ่งดี ด้วยราคาที่สามารถจับต้องได้ เพราะพ่อค้าหนุ่มคนนี้ขายมันเพียงแค่ 15-20 บาทต่อชิ้นเท่านั้น เธอทำงานได้เงินวันละเป็นหลายพัน ตกเดือนหนึ่งก็ประมาณ 300,000 กว่าบาท กะอีกแค่กินแพนเค้กวันละร้อยสองร้อยนับว่าไม่มีปัญหาใดๆสำหรับเธอเลย“น้องชายทำแพนเค้กอร่อยขนาดนี้.. ทำไมถึงไม่มีลูกค้าล่ะ แล้วน้องชายทำขายวันหนึ่งได้กี่แผ่น ถ้าขายไม่หมดพี่สาวสามารถเหมาได้ทั้งหมดเลยนะ.. ขออีกชิ้นหนึ่ง” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยเสียงดังปกติ แต่มันก็ไม่พ้นหูของร้านแผงลอยที่อยู่ข้างๆ พวกเขาเริ่มแปลกใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ยิน มันเป็นเพราะว่า..“ผู้หญิงคนนั้นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ.. เธอบอกว่าอึนั่นมันอร่อยล่ะ..”“ใช่!! แพนเค้กของเจ้าหนุ่มนั้น มันไม่ต่างอะไรกับอึแข็งๆ..”“ใช่ เธอต้องบ้า แถมยังต้องโง่มากอีกด้วย เธอซื้ออึไปแล้ว 5 ชิ้น..”เสียงกระซิบกระซาบเบาๆจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า และลูกค้าที่ใช้จ่ายแถวนี้เป็นประจำ แม้ว่ากลิ่นของแพนเค้กนั้นจะหอมสักแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อนึกถึงรสชาติที่เคยได้ลิ้มลองแล้ว พวกเขาอยากจะอ้วกออกมาเลยในทันทีที่นึกคิด แน่นอนว่าโอ๊ตไม่สนใจคำเหล่านั้น แต่มันก็ไม่ใช่กับหญิงสาวที่พวกเขานินทาอยู่“ถ้าบอกว่าแพนเค้กของเขาเป็นอึ.. บรรดาอาหารที่พวกคุณขายก็ไม่ต่างอะไรจากเศษขยะ” หญิงสาวกล่าวด้วยความโมโห เธอจะไม่ยอมให้ใครมากล่าวหาแพนเค้กอันเป็นที่รักของเธอเด็ดขาด และถ้าไม่มีใครต้องการมัน เธอจะซื้อมันเพียงคนเดียวเลยก็ย่อมได้ และเสียงกล่าวของเธอนั้นก็ทำให้บรรดาคนที่นินทาเบือนหน้าหนีไปคนละทาง โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นมันก็เริ่มเข้าแผนที่เขาได้วางเอาไว้แล้ว เขารู้ว่ามันจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น“พี่สาวอย่าได้กล่าวว่าพวกเขาเลย เมื่อก่อนผมฝีมือค่อนข้างแย่ แต่ผมก็พยายามพัฒนาฝีมือเพื่อทำมันออกมาจนมันเป็นอาหารที่ดีเลิศ พี่สาวโปรดเข้าใจพวกเขาด้วย...” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับน้ำเสียงเศร้าๆเล็กน้อย“เหอะ! ได้ยังไงกัน พวกเขาดูถูกแพนเค้กแสนอร่อยขนาดนี้.. พวกคุณมันเป็นคนใจแคบ ไม่ลองให้โอกาสเขาเลยสักครั้ง พวกคุณยังเรียกตัวเองว่าเป็นคนได้อย่างไร.. ไม่ต้องไปสนใจนะน้องชาย ถ้าขายที่นี่แล้วมีแต่คนไม่ดีอย่างนี้ น้องชายก็แค่ไปขายที่อื่นเท่านั้น..” หญิงสาวกล่าวตำหนิกับพวกปากสว่างทั้งหลาย ก่อนจะหันมากล่าวกับชายหนุ่มพ่อค้าขายแพนเค้กแสนอร่อยของเธอ“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับพี่สาว.. แต่มันคงเป็นไปได้ยาก ผมเสียพ่อ และแม่เมื่อสองปีก่อน ค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็นค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน ของที่ใช้ดำรงชีพ ก็ต้องหาใช้เองทั้งหมด ขายแพนเค้กที่นี่เองก็ไม่เสียค่าเช่า ถึงจะต้องระวังตำรวจเทศกิจบ้างบางครั้งก็เถอะ แต่มันก็ทำให้ผมมีกำไรพออยู่ได้ไปวันๆ ถ้าต้องเช่าร้าน และมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ผมก็คงจะไม่ไหวครับพี่สาว”โอ๊ตกล่าวเรื่องเศร้าของตัวเอง และมันก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่เขากล่าว ทั้งชีวิตนี้หลังจากสูญเสียพ่อ และแม่จากอุบัติเหตุรถยนต์แล้ว รายได้หลักๆของเขาก็มาจากขายแพนเค้กแผงลอยนี้ กับพนักงานซุปเปอร์มาเก็ตกะกลางคืน แม้ว่ามันจะไม่ค่อยเพียงพอกับการจ่ายในแต่วันก็ตาม แต่ก็เป็นทางเดียวที่ชีวิตของเขาจะก้าวต่อไปได้“น่าสงสารจัง.. ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่เหมาร้านเราเลยก็แล้วกัน.. เราคิดราคาเท่าไรล่ะ” หญิงสาวแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ โอ๊ตใช้แผนดึงความสงสารนี้เพื่อให้ลูกค้าเห็นใจมานักต่อนักแล้ว ถึงจะน่าอายไปบ้าง แต่ก็ได้เงินก้อนโตเลยทีเดียว“จริงเหรอครับพี่สาว.. พี่จะเหมาร้านของผมจริงๆเหรอครับ” โอ๊ตกล่าวขึ้นมาพร้อมกับท่าทางแห่งการแสดงที่ซ้อมมาอย่างเชี่ยวชาญในครั้งอดีต พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็ถอนหายใจออกมากันเป็นแถว เพราะว่าเด็กน้อยคนนี้ใช้แผนนี้ให้ลูกค้าสงสาร และเหมาร้านอีกแล้ว“จริงสิ! แล้วเราจะขายให้พี่ในราคาเท่าไรล่ะ..” หญิงสาวพยักหน้าให้กับชายหนุ่ม โอ๊ตเองก็ไม่รอช้าคำนวณวัตถุดิบที่สามารถทำแพนเค้กออกมา และในตอนนี้เขาสามารถทำมันได้ทั้งหมด 84 ชิ้นชิ้นละ 20 บาท เขารีบแจ้งราคากับหญิงสาวผู้ใจดีทันที ในราคาที่เขาลดให้กับเธอแล้วที่ 1,500 บาท“นี่จ้ะ.. พี่สาวให้เราเลย 2,000 บาทไม่ต้องทอน.. เอาไว้ซื้อหนังสือเรียนอ่านนะ ชีวิตคนเรา ถ้ายังไม่ตายก็ต้องดิ้นลนกันต่อไป.. พวกคนใจร้ายพวกนี้แม้แต่อุดหนุนแค่ชิ้นเดียวต่อวัน พวกมันยังไม่ทำเลย พวกคนใจดำเอ้ย!..” หญิงสาวกล่าวกับโอ๊ต ก่อนจะหันมาตำหนิเหล่าพ่อค้าแม่ค้าอย่างเดือดดาล“เธอไม่มีสิทธิ์มาด่ามาว่าพวกเราอย่างนี้ ไอ้เด็กเวรนี่มันหลอกเธอแล้วล่ะ มันแสร้งทำตัวน่าสงสาร เพื่อให้เธอซื้อแพนเค้กหน้าโง่ของมัน เธอนั่นแหละที่โง่ แถมยังงี่เง่าอีก..” พ่อค้าคนหนึ่งเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว เขากล่าวแฉชายหนุ่มแผงลอยแพนเค้กในทันที และยังได้แรงสนับสนุนจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่แถวนั้นอีกด้วย โอ๊ตที่เห็นท่าไม่ดีแล้ว พวกเขาเหล่านั้นต้องการจะเปิดเผยความลับของเขา และดูกิริยาท่าทาง การกระทำของพี่สาวคนนี้แล้ว อาจจะสร้างปัญหาให้กับเขาในอนาคตก็เป็นได้ เขาจำเป็นต้องรีบเอ่ยอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขสถานการณ์“ถ้าพี่สาวซื้อของผมเพราะว่าเห็นใจผมล่ะก็.. ผมขอไม่ขายจะดีกว่าครับ ผมไม่อยากให้คนอื่นมองพี่สาวเป็นคนไม่ดี.. ต้องขอโทษด้วยครับ วันนี้ผมขอปิดร้านเพียงเท่านี้ นี่เงินของพี่สาวครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยัดเงินไว้ในมือของพี่สาวตรงหน้า ก่อนจะเร่งมือเก็บของลงรถเข็นร้านแผงลอยทันที“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะน้องชาย พี่สาวชอบแพนเค้กของเราจริงๆนะ.. อย่าไปสนใจพวกปลาซิวปลาสร้อยพวกนั้นเลย เห็นอย่างนี้พี่ก็เป็นถึงผู้บริหารของบริษัท ‘คิง แดรี่ฟูดส์’ เชียวนะ เรื่องอาหารพี่รู้ดีกว่าใคร แพนเค้กของเราอร่อยมากจริงๆ”หญิงสาวกล่าวเรื่องตำแหน่งของตัวเองออกมากลางที่สาธารณะ และบริษัทที่เธอทำงานอยู่นั้นเป็นบริษัทที่ทั้งแปรรูปอาหาร ทั้งอาหารแช่แข็ง อาหารหลากหลายชนิดถูกปรุงขึ้นที่บริษัทแห่งนี้ แน่นอนว่ามันเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และนานาชาติต่างให้การยอมรับ โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งเหงื่อตกเข้าไปใหญ่ เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเหตุใด หญิงสาวคนนี้ถึงได้หลงรสชาติแพนเค้กที่ไม่ต่างจากอึของเขา บางทีประสาทการรับรสของเธออาจจะพังชั่วขณะหนึ่ง เขารู้รสชาติแพนเค้กของตัวเองดี และเขาไม่ต้องการที่จะเสี่ยงไปกับการขายให้กับคนใหญ่คนโตระดับนี้ ‘คิง แดรี่ฟูดส์’ ไม่ใช่บริษัทที่เขาจะมีปัญหาด้วยได้ ตอนนี้เขาต้องหาทางชิ่งออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด“ต้องขอโทษนะครับพี่สาว ผมไม่ค่อยสบาย วันนี้คงต้องขอตัวก่อน..”