เมื่อคนแก่ดูงิ้วก็เหมือนกับคนหนุ่มสาวในปัจจุบันนี้ดูภาพยนตร์ชื่นชอบบทสรุปที่หักมุม
ไม่ว่าจะเป็งิ้วหรือภาพยนตร์หากกลางเื่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือจุดหักมุมมากหน่อยถึงจะดีบทสรุปที่ดีที่สุดคือให้ทุกคนเดาไม่ออก สุดท้ายเมื่องิ้วจบลงก็กลับบ้านไปคิดทบทวนให้ละเอียดรู้สึกว่าความรู้สึกเช่นนี้ ละครงิ้วเช่นนี้ ภาพยนตร์แบบนี้ถึงจะสนุก
วันนี้เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ที่ชุมชนถงโจวก็รู้สึกเหมือนกำลังดูงิ้วและภาพยนตร์แบบนี้อยู่
ตอนที่กู้ไป๋พาเอ้อร์จื่อมาถึงที่นี่คนรอบๆ ล้วนแอบบ่นพึมพำกับตนเองว่า วันนี้เสี่ยวชวนจื่อซวยแล้วแต่เมื่อเอ้อร์จื่อกำลังด่าอย่างเมามันส์ถังชวนแค่มองด้วยสายตาเ็าก็สามารถบีบบังคับให้เ้าหมอนี่ไม่กล้าลงไม้ลงมือแล้วนี่ก็มากพอจะให้พวกเขาขบคิดถึงกันไประยะหนึ่ง จากนั้นกู้ไป๋ก็ก้าวเข้ามาพูดข่มถังชวนไปหลายประโยคจนถึงตอนที่คิดจะพาคนไปแม่เฒ่าหวงที่ปกติไม่พูดไม่จาก็พลันโผล่ออกมาสาดน้ำสกปรกใส่กู้ไป๋จนเปียกโชกไปทั้งตัวคราวนี้สถานการณ์ที่เดิมก็ตึงเครียดมากอยู่แล้วเหมือนกับถูกจุดชนวนะเิขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าถังดินปืนกำลังจะะเิ กลับมีคนโผล่ออกมาอีกคนหนึ่ง แล้วยื่นมือเข้ามายุ่งอย่างคาดไม่ถึงอีกอย่างฟังจากน้ำเสียงแล้วก็คือหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง และที่สุดยอดยิ่งกว่าคือเป็หญิงสาววัยรุ่นที่หน้าตาสะสวยคนหนึ่ง!
ละครงิ้วที่ฉายในวันนี้สนุกมากจริงๆ!
ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆพยักหน้า พลางส่งเสียงจุ๊ๆ แต่กลับไม่มีใครสักคนที่คิดจะช่วยพวกเขากระทั่งคนที่จะแจ้งตำรวจสักคนก็ไม่มี!
คนในยุคปัจจุบันนี้แม้ว่าจะเป็ญาติกัน แต่หากไม่มีเงินก็ยังถูกดูแคลน ถ้ามีเงินก็ปฏิบัติต่อคุณอย่างสนิทสนมยิ่งกว่าญาติเสียอีก การที่มนุษย์โลกไร้น้ำใจต่อกันและยึดหลักครองตนเช่นนี้ทำให้หัวใจผู้คนหนาวเหน็บจริงๆ !
โจวฉวินยืนอยู่ที่หน้าประตูแสงอาทิตย์ด้านนอกส่องลงบนร่าง เธอราวกับถูกชุบด้วยทองสีเหลืองอร่ามชั้นหนึ่งดวงหน้าสวยนั้นบึ้งตึงเ็า ดวงตาเมล็ดอัลมอนด์คู่หนึ่งถลึงมองด้วยความโมโหยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรูปร่างที่อรชรอ้อนแอ้นทั่วทั้งร่างล้วนเปี่ยมไปด้วยบุคลิกจริงจังและไม่อาจล่วงเกินได้ต่างจากปกติ
เอ้อร์จื่อกับกู้ไป๋เคยเจอผู้หญิงมาเยอะเล่นสนุกกับผู้หญิงมาก็มากเช่นกัน แต่นั่นล้วนเป็โสเภณีที่ขายเรือนร่างธาตุแท้ล้วนยึดติดกับทางโลก แต่นี่ทั้งสวย ทั้งรูปร่างดี ทั้งมีบุคลิกเยี่ยมทั้งมีความกล้าหาญ ร่างอรชรอ้อนแอ้นแฝงไปด้วยความชอบธรรมเป็ผู้หญิงที่พวกเขาไม่เคยพบมาก่อน
ไม่ใช่แค่พวกเขาแต่เพื่อนบ้านนับร้อยคนรอบๆ ก็ล้วนไม่เคยพบเห็นผู้หญิงแบบนี้เช่นกันจึงเห็นได้ว่าอาคารใกล้ๆ หลายอาคาร ทั้งบนและล่างล้วนมีคนล้อมรอบเต็มไปหมดแต่ละคนยื่นหน้าออกมามองตาปริบๆ
โจวฉวินเหมือนนักแสดงงิ้วในสมัยก่อนเมื่อตัวนางของบทละครงิ้วในเื่ปรากฏตัวขึ้น แล้วอ้าปากขับร้องนั้นก็ทั้งสว่างไสว ทั้งตื่นตาตื่นใจ ด้านล่างเวทีพลันะโชื่นชมขณะดูการแสดง!
โจวฉวินไม่ใช่ตัวนางในบทละครงิ้วและไม่ใช่คนแสดงงิ้ว แต่เธอที่ยืนหยัดอย่างงดงามอยู่ตรงนั้น ทำให้ทุกคนล้วนตกตะลึงในใจก็ปรบมือะโอย่างไม่รู้ตัวว่า ‘สาวงาม งามสุดๆ !’
แม้แต่กู้ไป๋ที่รู้อยู่แก่ใจว่าผู้หญิงคนนี้มาก่อกวนสถานการณ์ก็ยังอดวางประแจในมือลงไม่ได้
เขามองปากสีเชอรี่คล้ายกับกำลังรอให้เธอพูดวาจาในตอนท้ายออกมา
โจวฉวินมองเอ้อร์จื่อกับกู้ไป๋ด้วยสายตาเ็าพลางเอ่ยว่า “พวกแกกล้ามากนะ กลางวันแสกๆ ยังจะกล้าก่อกรรมทำชั่ว คิดจะทำอะไรรังแกคนแก่กับเด็กเหรอ พวกแกเป็คนแบบไหนกัน! อยากจะลงมือเหรอ ได้สิ มาเลย มาสู้กันตรงนี้ได้เลย!!” โจวฉวินถลึงตา ยืดอก ก้าวเข้าไปหนึ่งก้าวแล้วกดดันด้วยพลังอำนาจที่บีบคั้นผู้คนจนทำให้เ้าขนทองที่อยู่ข้างหน้าถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
เ้าขนทองถอยหลังไปก้าวหนึ่งก็รู้สึกเสียหน้าขึ้นมาทันทีจึงถลึงตากลับไป แล้วยกมือขึ้นเตรียมตบเพื่อกู้หน้าคืนมา
เขาเพิ่งจะยกมือขึ้นก็พลันตาลายวูบหนึ่งถังชวนมาขวางอยู่ตรงหน้าหญิงสาว พร้อมดวงตาแดงฉานคู่หนึ่งพลางเค้นเสียงเอ่ยรอดไรฟันทีละคำ “หากแกกล้าแตะต้องเธอแม้แต่นิดเดียว ฉันจะฆ่าแก!!”
เ้าขนทองมองดวงตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าสิ่งที่เอ่อล้นออกมาจากข้างในนั้นไม่ได้มีเพียงจิตสังหารแต่ยังมีความชั่วร้ายที่ทำให้เขาชาวาบไปทั้งร่างด้วย
เขาพลันรู้สึกเจ็บแปลบที่ดวงตาราวกับมองเห็นปีศาจร้ายที่มือหนึ่งถือเคียวเอาไว้กำลังแสยะปากที่เต็มไปด้วยเืออกเป็รอยยิ้มชั่วร้าย
“อ๊าก!!” เ้าขนทองใตัวสั่นถอยหลังติดกันหลายก้าว!
กู้ไป๋รู้ดีแก่ใจว่านับั้แ่ที่ผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวออกมา เื่ในวันนี้ก็คงจะทำไม่สำเร็จแล้ว!
ทำไม่สำเร็จก็ไม่เป็ไรแต่ไม่อาจเสียหน้าได้เด็ดขาด วาจาที่แสดงท่าทีก็ขาดไม่ได้ไม่อย่างนั้นในภายหลังพวกเขาก็ไม่ต้องอยู่ในแก๊งนี้แล้ว
กู้ไป๋ฝืนข่มความประทับใจและความโมโหเอาไว้พลางเอ่ยเสียงเข้มว่า “แกเป็ใคร”
โจวฉวินยิ้มเย็น“แกไม่คู่ควรที่จะรู้!”
กู้ไป๋หัวเราะแต่ใครก็มองออกว่าเขาแข็งนอกอ่อนใน
โจวฉวินยิ้มเยาะ“เข้าร่วมแก๊งแล้วก็หัดทำตัวให้มันฉลาดหน่อย อย่าสักแต่หลับหูหลับตาทำวางแผนให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยมาจะได้ไม่ต้องกินลูกะุแล้วไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่!”
ห๊ะ?!
ประโยคนี้ทำให้ทุกคนตะลึงค้าง!กระทั่งถังชวนกับแม่เฒ่าหวงก็ยังเบิกตากว้างมองไปทางโจวฉวิน
นังหนูนี่เอ่ยปากออกมาก็มีแต่ภาษาของแก๊งอิทธิพลมืดมีความเป็มาอย่างไรกันแน่
ผู้คนที่มุงดูรอบๆก็มองหน้ากันไปมาอย่างตะลึง
นี่เหมือนกับตัวนางที่รูปร่างอรชรอ้อนแอปรากฏตัวเพิ่งจะขับร้องประโยคหนึ่ง ด้านล่างเวทีก็ะโชื่นชมตอนที่รอประโยคถัดไปด้วยความหวั่นไหวและอิ่มเอมใจ ใครจะรู้ว่าต่อมาเธอจะเปลี่ยนเป็หน้างิ้วเสฉวนดัง“พรึ่บ” จากจิ่วเทียนเสวียนหนี่ว์[1]กลายเป็แม่ทัพเทียนเผิง[2]แล้วเริ่มขับร้องเสียงสูงด้วยโทนเสียงหยาบๆ !
ทุกคนล้วนล้มหน้าคะมำ!
เสียงหัวเราะของกู้ไป๋ถูกคนทำให้ขาดหายไปในลำคอเขาทั้งตะลึง ทั้งสงสัย พิจารณามองหญิงสาวที่ดูเป็คนมีความรู้ตรงหน้าแล้วก็คิดไม่ออกว่าเธอมีที่มาอย่างไรกันแน่
เขาไม่อยากทำเื่วุ่นวายต่อหน้าฝูงชนจนได้ยินไปถึงหูตำรวจตั้งใจหาที่มาของผู้หญิงคนนี้ให้เรียบร้อยก่อนค่อยวางแผนอีกทีแม้ว่าในใจเขาอยากจะถอย แต่คำพูดสวยหรูไม่พูดไม่ได้
เขาค่อยๆมองไปรอบๆ แล้วยิ้มเย็น “ดีๆ ! ดีมากดีมากจริงๆ !!” เขาชี้ไปที่ถังชวน “ทางที่ดีที่สุดนับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป แกอย่าได้ออกจากบ้านเชียวล่ะ!” เอ่ยจบก็ชี้ไปที่แม่เฒ่าหวง“แก ยายแก่ ใกล้จะลงโลงอยู่แล้ว ออกจากบ้านไปเดินถนนกลางค่ำกลางคืนก็ระวังหน่อยแล้วกันไม่ทันระวังจะหกล้มจนเสียชีวิตเอา!” เอ่ยจบก็พิจารณาโจวฉวินอย่างละเอียด “ส่วนแก ทางที่ดีที่สุดอย่าให้ถูกสืบรู้ภูมิหลังจนรู้ว่าเป็ใคร!ไม่อย่างนั้นล่ะก็...! เหอะ!” เขาตวาดใส่เ้าขนทองด้วยสีหน้าบึ้งตึง“พวกเราไป!!”
เอ้อร์จื่อมัวแต่มองโจวฉวินจนไม่รู้สึกตัวเมื่อเห็นกู้ไป๋ก้าวเท้าเดินลงไปข้างล่างจึงรีบตามไปถามว่า “เหล่าไป๋ จะไปทั้งแบบนี้เหรอ”
กู้ไป๋ที่สีหน้าทะมึนโทสะเต็มท้อง ไม่มีที่ระบายออก ก็หันไปฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเอ้อร์จื่ออย่างแรง “หุบปาก!!”
เอ้อร์จื่อถูกสายตาดุร้ายของเขาทำให้ใจึงกุมใบหน้าอึ้งๆ โดยไม่กล้าพูดอะไร แล้วเดิมตามก้นกู้ไป๋ไปอย่างรวดเร็ว
ด้านหลังพวกเขามีเสียงหัวเราะเยาะดังลอยมาระลอกหนึ่ง
กู้ไป๋เดินออกมาจากชุมชนถงโจวแล้วหันกลับไปมองแวบหนึ่ง สายตาดุร้ายโเี้ “ดี พวกแกจำเอาไว้เลยนะ! พวกแกจะได้แบกรับผลที่ตามมา!”เขาเอ่ยจบ ก็ถุยน้ำลาย แล้วรีบจากไปด้วยความระมัดระวัง
ในที่สุดความวุ่นวายก็คลี่คลายถังชวนโจวฉวินกับแม่เฒ่าหวงมองเงาร่างของกู้ไป๋และเอ้อร์จื่อที่จากไปราวกับสุนัขไร้ญาติ[3]แล้วยิ้มออกมาอย่างรู้ใจกัน
แม่เฒ่าหวงมองโจวฉวินด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชอบแล้วคว้าหมับเข้าที่มือของเธอ “ไอ้หยา ฉันว่าแล้วว่า ฉันมองแม่หนูไม่ผิด! ไม่เลวเลยจริงๆ ดีมาก เยี่ยมที่สุดแข็งแกร่งกว่าผู้ชายที่ไม่เอาถ่านพวกนั้นอีก! ฉันมีชีวิตมานานขนาดนี้ เห็นคนที่เป็เหมือนเธอไม่เยอะไม่เยอะจริงๆ !”
โจวฉวินก็เอ่ยยิ้มๆ“หนูจะรับคำชมของคุณยายได้อย่างไรคะหน้าแดงไปหมดแล้วเนี่ย!” เธอจับมือแม่เฒ่าหวงแล้วประคองเธอเอาไว้ “คุณยายต่างหากที่เป็คนมีความสามารถทัดเทียมผู้ชาย!โทนเสียงเช่นนั้น ะโทีหนึ่ง หนูก็ใสะดุ้ง เหม่อมองฝุ่นบนกำแพงในห้องที่ร่วงลงมา!ตอนนั้นหนูคิดในใจว่า นี่คงไม่ใช่จางอี้เต๋อ[4]กลับชาติมาเกิดหรอกใช่ไหม รีบออกไปดูเร็วเข้า แต่พอออกมาดูถึงได้รู้ว่าเป็แม่ทัพเสอ[5]ผู้มีอายุร้อยปี แม้ว่าอายุจะมากแล้ว แต่ฝีมือการต่อสู้ยังคงลึกล้ำความน่าเกรงขามก็ไม่น้อยลงเลยสักนิดเดียวนี่เอง!”
สมแล้วที่โจวฉวินเป็ครูภาษาจีนระดับความสามารถให้การพูดจานั้นหว่านล้อมแม่เฒ่าหวงจนหน้าบานด้วยความปีติยินดียิ้มจนตาหรี่ลงกลายเป็ขีดเดียว “ดีๆๆ ! นังหนูคนนี้ หน้าตาก็ดี ปากก็หวาน ไม่เลวๆ !”
โจวฉวินมองผู้คนรอบด้านที่วิพากษ์วิจารณ์พวกเธอแล้วก็เอ่ยกับแม่เฒ่าหวงว่า “คุณยาย พวกเราไปคุยกันในห้องเถอะค่ะ!ที่นี่มีลม เดี๋ยวคุณยายจะถูกลมเย็นพัดให้ป่วยเอาได้!”
ถังชวนมองหญิงทั้งสองหนึ่งชราหนึ่งเยาว์คุยกันอย่างสนุกสนานแล้ว ก็เงยหน้าขึ้นมองฟ้าแดดกำลังเปรี้ยงเลย ในใจก็คิดว่า มีลมที่ไหนกัน ตอนที่พยายามทำความเข้าใจโจวฉวินก็ประคองแม่เฒ่าหวงเข้าไปในห้องแล้ว
ถังชวนพลันนึกถึงโครงกระดูกสามโครงในห้องขึ้นมาก็บ่นด้วยความทุกข์ใจในใจไม่หยุด แล้วตามเข้าไปด้วย
แม่เฒ่าหวงเข้ามาในห้องก็นั่งลงที่มุมหนึ่งบนหัวเตียงภายใต้การประคองของของโจวฉวินส่วนตัวเธอก็นั่งลงบนม้านั่ง ทำเหมือนที่นี่เป็บ้านตนเอง ถังชวนลอบยิ้มเจื่อนปรายตาไปใต้เตียงโดยไม่รู้ตัว กลัวว่าจะทำให้ผู้หญิงสองคนนี้เห็นพิรุธอะไรเข้า
แม่เฒ่าหวงมาที่ห้องนี้บ่อยจึงคุ้นเคยเป็อย่างดีเธอจึงนั่งลงสบายๆ อย่างไม่เกรงใจ แล้วมองโจวฉวินยิ้มๆ พลางพูดคุยกับเธอครู่หนึ่ง “นังหนู ยายถามหนูเื่หนึ่งสิไม่รู้ว่าจะพูดได้หรือไม่”
ในใจโจวฉวินนับถือผู้เฒ่าร่างเล็กผอมคนนี้ยิ่งจึงรีบเอ่ยยิ้มๆ ว่า “เฮ้อ คุณยายขอพูดประโยคหนึ่งอย่างไม่กลัวว่าคุณยายจะหัวเราะเลยค่ะพวกเราก็นับว่าผ่านเื่วุ่นๆ ด้วยกันมา ไม่ใช่คนนอก มีอะไร คุณยายก็พูดออกมาตรงๆเถอะค่ะ หนู เสี่ยวโจวตอบได้ทุกคำถามอยู่แล้ว!”
แม่เฒ่าหวงหัวเราะ“ดีๆๆ ! ยายแก่อย่างฉันใกล้จะถูกฝังอยู่แล้วยังมีคนยอมผ่านอุปสรรคไปด้วยกันกับฉันอีก ดีๆ !”
โจวฉวินนั้นเฉลียวฉลาดเป็เด็กน่ารักที่เอาใจใส่ผู้คนคนหนึ่ง จึงเม้มปากยิ้มๆ “ดูคุณยายพูดเข้าสิคะพวกเราไม่ได้แค่ผ่านอุปสรรคด้วยกันมานะคะยังต้องมั่งคั่งรุ่งเรืองไปด้วยกันด้วยค่ะ! สุขภาพของคุณยายแข็งแรงขนาดนี้น้ำเสียงนั่น แม้ว่าหนูจะถือไมโครโฟนเอาไว้ก็ะโสู้ไม่ไหวหนูว่าคุณยายยังอยู่ได้อีกอย่างน้อยห้าสิบปีเลยค่ะ!”
แม่เฒ่าหวงหัวเราะปากอ้ากว้างเผยให้เห็นฟันที่เหลือไม่กี่ซี่ “นั่นไม่ได้หรอก มีชีวิตอยู่นานขนาดนั้น จะไม่กลายเป็ปีศาจหรอกเหรอ”
โจวฉวินหัวเราะเหอะๆพลางเอ่ยว่า “เฮ้อคุณยายพูดแบบนี้ จู่ๆ หนูก็นึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ ไม่รู้ว่าจะถามได้หรือไม่”
แม่เฒ่าหวงอึ้งเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ได้สิ เด็กยุคนี้นี่แต่ละคนล้วนจัดการได้ยากจริงๆยายยังไม่ทันได้ถามหนู หนูก็ดันถามยายก่อนแล้ว! แต่ยายอายุมากขนาดนี้ก็ควรจะถอยให้พวกหนูก่อน!พูดมาสิ เื่อะไรเหรอ”
โจวฉวินรีบโบกมือไปมา“เฮ้ออันนี้หนูรับไม่ไหวหรอกค่ะควรจะเป็พวกเราที่เป็ผู้เยาว์เคารพคุณยายที่เป็าุโมากกว่า เธอว่าใช่หรือไม่เสี่ยวชวนจื่อ” ประโยคสุดท้ายกลับหันหน้ามาเอ่ยกับถังชวน
[1] จิ่วเทียนเสวียนหนี่ว์ในลัทธิเต๋าได้ขนานพระนามว่าเป็เทพธิดาแห่ง์ชั้นที่เก้าและเป็พระอาจารย์แห่งตำราพิชัยากับเทพธิดาแห่งหนังสือที่บันทึกด้วยหนังสัตว์
[2] แม่ทัพเทียนเผิง หรือ ตือโป๊ยก่ายเดิมเป็แม่ทัพอยู่บน์ แต่เนื่องจากลวนลามนางฟ้าฉางเอ๋อ จึงถูกลงโทษให้มาเกิดบนโลกมนุษย์แต่ผิดพลาดเข้าสู่ครรภ์หมู ทำให้กลายเป็ตัวคนหัวหมู
[3] สุนัขไร้ญาติ หมายถึง คนจนตรอก ไร้ที่พึ่ง
[4] จางอี้เต๋อหรือเตียวหุยในวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์จีนเื่สามก๊ก
[5] แม่ทัพเสอ เป็ตัวละครผู้นำฝ่ายหญิงแห่งตระกูลหยางผู้ปกป้องราชวงศ์ซ่ง