10
-ผมคิดว่าไม่เป็ไรนะ-
หลายคนมีท่าทีสาแก่ใจมากขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของผม “เฮ้ย มันกำลังโกรธว่ะ”
มือหยาบคว้าคอของผมให้จ้องสบตา “เป็สัตว์เลี้ยงแบบนี้มันทำอะไรเราไม่ได้หรอก” คนตรงหน้าเผยสีหน้าน่ารังเกียจขึ้นมา ...ผมไม่เจอหน้าแบบนี้มานานแล้วแฮะ
“คงต้องสั่งสอนซะแล้วมั้งว่าพวกดัดแปลงควรอยู่ส่วนไหน”
ผมใช้ปากกัดเข้าที่มือของคนที่มาจับคอเต็มแรงจนรู้สึกถึงรสเื
“โอ้ย ไอ้หมาบ้านี่” ผมเบี่ยงตัวหลบหมัดของชายตรงหน้าจนไปโดนเพื่อนตัวเองที่จับตัวผมอยู่แทน เสียงร้องด้วยความเจ็บทำให้ตัวของผมเป็อิสระ ชายคนนั้นลงไปกุมหน้าตัวเองแน่น ส่วนคนพลาดท่าเองทำหน้าเกรี้ยวกราดกว่าเดิม ชายอีกคนพุ่งเข้ามาอย่างเชื่องช้าทำให้ผมขยับตัวหลบได้โดยไม่ยากเย็นอะไร
ผมหันไปมองคนพวกนี้พลางใช้มือเช็ดเืตรงมุมปาก ...พวกเขามีกันไม่กี่คน ถ้าไม่มีอาวุธผมคิดว่าเอาชนะพวกเขาได้นะ
อืม แต่ผมตอนนี้คงทำอะไรพวกเขาไม่ได้หรอกครับ ก็เกวนสั่งว่าอย่าก่อเื่นี่นา แล้วพวกผมไม่มีสิทธิ์ทำร้ายมนุษย์พันธุ์แท้ถ้านายท่านไม่ได้สั่งเสียด้วย
คงต้องรีบออกไปจากที่นี่แล้วล่ะ
ผมขยับตัวไปยังประตูอย่างรวดเร็ว ทว่าบางอย่างที่พุ่งมาทางนี้ทำให้ผมถึงกับผงะ
เพล้ง
เสียงแจกันกระทบกับผนังซึ่งไม่ไกลจากผม เศษกระจกทำให้ผมรีบเอาแขนขึ้นปิดตามสัญชาณญาณ กระทั่งรู้สึกถึงร่างของพวกนั้นที่โถมเข้ามากดตัวผมให้ลงไปนอนกับพื้น รู้สึกเจ็บตรงศีรษะนิดหน่อย ผมลืมตาขึ้นก็เห็นแต่รองเท้าของพวกนั้นกับเศษแจกันที่แตกกระจาย
หวา ทำลายข้าวของในที่ทำงานเลยเหรอครับ
ผมพยายามลุกขึ้นจนคนที่พยายามกดผมอยู่ถึงกับต้องร้องเรียกพวกที่มัวแต่ยืนมองไม่เลือก
“เฮ้ย มาช่วยกันหน่อยสิวะ” แถมไม่ว่าเปล่ายังใช้มือกดหัวผมกระแทกพื้นจนรู้สึกเวียนหัวกว่าเดิม สองแขนถูกไพล่หลังแล้วโดนจับมัดอย่างรวดเร็ว
ปัง
เสียงทุบประตูทำให้หัวหน้ากลุ่มหันไปบอกว่าให้เปิดประตูซะ แต่เมื่อพวกเขาเปิดตัวล๊อกออก ประตูบานใหญ่ก็โดนกระแทกเต็มแรงจนฟาดหน้าพวกเขาให้ทรุดไปกุมจมูกเล่น จนผมหลุดขำเล็กๆ ยิ่งเห้นว่าคนที่ทำเป็ใครด้วยแล้ว
...แรงเยอะกว่าที่ผมคิดนะครับ สมกับที่เป็นายใหม่ของผม
“พวกคุณจะทำอะไร?”
“ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยครับคุณลูกค้า แต่ตอนนี้ขอให้คุณออกไป เพื่อความปลอดภัย” ชายที่กดตัวผมอยู่พูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามสุภาพ แต่ผมรู้เลยว่าเขาแค่พยายามข่มขู่เท่านั้น
ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วหยุดอยู่ที่ผม สายตาที่สงบนิ่งพลันเปลี่ยนเป็ไม่พอใจกว่าเดิม “ไม่คิดเลยว่าร้านระดับนี้จะมีพนักงานไร้คุณภาพเข้ามาทำงาน”
“มันต่างหากที่เข้ามาผิดพื้นที่นะคุณ พวกเราแค่จะสั่งสอนมันเท่านั้น ไม่รู้อะไรอย่าพูดมั่วๆจะดีกว่า” ชายอีกคนพูดขึ้น ทั้งที่ยังกุมจมูกตัวเองป้อยๆ
“ที่เห็นฉันก็ไม่คิดว่าเป็ปัญหาสักหน่อย หรือเขาทำเื่เสียมารยาทอะไรในห้องน้ำ เช่นการถ่ายเรี่ยราด”
ใจร้ายครับ ผมยังมียางอายเหลืออยู่นะ
“พวกเรามีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยนะครับ ถ้าคุณไม่สบายใจเดี๋ยวพวกเราจะลากมันไปจัดการให้เอง” อีกคนที่ดูจะมีมาดนักบริการอยู่เอ่ยอย่างฉะฉาน ราวกับว่าพวกนี้เป็แค่เื่เล็กน้อย
เกวนขมวดคิ้วขึงเครียดราวกับพร้อมจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อ ท่ามกลางสายตาหลากหลายของคนอื่นๆที่เริ่มเข้ามามุงดูด้วยความสงสัย เรียกได้ว่าเริ่มเกิดความวุ่นวายเล็กๆ
“เดี๋ยวนะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น พวกเธอกำลังทำอะไร” ชายวัยกลางคนในชุดภูมิฐานรีบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ทันที ข้างๆตัวเขาเป็โยชิที่วิ่งมาด้วยกัน แถมเขาทำหน้าเหวอนิดหน่อยตอนเห็นผมอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่
“หัวหน้า”
“ซวยแล้ว...”
เสียงพูดของชายพวกนั้นทำให้ผมรู้ทันทีว่าตัวเองรอดแล้ว ..รึเปล่านะ
“อ๋อ คุณเองเหรอ ผู้จัดการร้าน หรือเ้าของที่นี่?” เกวนพูดด้วยน้ำเสียงยินดี ที่ชัดเจนเลยว่ามันคือการประชดประชัน
"ค...คุณเกวน แล้วนั่น..." สีหน้าของผู้จัดการดูเหวอสนิทเมื่อพบว่าคู่กรณีเป็ใคร
“ผมเข้าใจว่าทำไมพนักงานของคุณถึงทำแบบนี้... หรือเป็ความผิดพลาดในการสั่งสอนลูกน้อง” ชายหนุ่มพูดช้าๆ ก่อนเดินเข้ามาใกล้ผม สายตาที่มองจากที่สูงชวนให้หนาวถึงไขสันหลัง
"อย่าเข้าไปใกล้มันนะครับ" เสียงะโเตือนดังขึ้นอีกครั้ง
“ไรเซล มากับฉัน”
ผมลองขยับตัว แล้วพบว่าพวกเขาปลดเชือกให้เรียบร้อยแล้ว “โอ้ย/อุ่ก” พวกนั้นอุทานด้วยความเจ็บเมื่อผมลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนพวกนั้นหัวโขกกันเอง “แก...” คำพูดบางอย่างถูกเก็บเงียบไว้เมื่อสบกับสายตาของเกวน
ผมยิ้มแหยใส่เกวน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ขำแหละ
โยชิใช้ผ้าเช็ดหน้าโปะบนหน้าผากของผมเบาๆ แต่ผมนี่แทบอยากกระโจนหนีไปไกลๆ...เจ็บนะครับ ว่าแต่ผมก็เพิ่งสังเกตว่าตัวเองมีเืออกมาจางๆด้วยล่ะ คงเพราะเศษแจกันบาดนิดหน่อย ไม่ก็หัวโขกกับพื้น แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ทำผมงุนงงเล็กๆอยู่ดี
"เขาเป็คนของฉัน" เกวนพูดออกมาเสียงเครียด เหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่ ทำให้พวกคนที่ได้ยินต่างพากันทำหน้าตื่นใกันเป็แถบ
"เอ๋?"
"ทำไม คิดว่าฉันไม่มีปัญญาจะรับใครมาดูแลได้เลยอย่างนั้นเหรอ" ชายหนุ่มหันไปพูดกับผู้จัดการร้านที่สะดุ้งโหยง รีบอธิบายเป็พัลวันว่าไม่ใช่แบบที่เข้าใจ
นั่นสินะครับ สัตว์เลี้ยงเนี่ยไม่ได้ผิดกฎหมายสักหน่อยนะ
“ถึงจะเป็มนุษย์ดัดแปลง แต่ก็มีนโยบายใหม่เข้ามาเพื่อสร้างความเท่าเทียม หรือคุณคิดว่าผมจะไม่มีปัญญาจ่ายค่าอาหารที่มากกว่าคนปกติให้เขากัน” โยชิพูดขึ้นบ้าง ใบหน้าชี้ชัดว่าถ้าตอบไม่สวยจะได้เจอดีแน่ ทำเอาผู้จัดการร้านเหงื่อตก
“ต...แต่ว่า ทางร้านเราก็มีการจัดพื้นที่ไว้แล้วนะครับ”
“งั้น...ต่อไปผมคงต้องพิจารณาในการพาลูกค้ามาทานอาหารที่นี่ ตราบใดที่ยังไม่ปรับปรุงสถานที่ให้เป็ไปตามกฎหมายปัจจุบัน ในเื่สิทธิของมนุษย์ดัดแปลงขั้นต้น หรือถ้าคุณไม่สบายใจก็สร้างพื้นที่สำหรับพวกเขาให้มีระดับวีไอพีบ้าง หรือคิดว่าห้องอาหารใต้ดินนั้นวีไอพีสำหรับที่นี่แล้ว” เกวนพูดออกมายาวเหยียดเป็ครั้งแรก พร้อมกับโยชิที่โชว์มือถือซึ่งฉายภาพบางอย่างที่ผมมองไม่เห็น แต่ทำให้ผู้จัดการร้านถึงกับหน้าซีดเผือด รีบโค้งหัวปะหลกๆ
“ข ขออภัยด้วยครับคุณเกวน ต่อไปมันจะไม่เกิดขึ้นอีก ได้โปรดอย่าให้เื่ไปถึงพวกนักข่าวเลยนะครับ”
เกวนไม่ตอบ แล้วหันมาให้ความสนใจกับผมแทน
“เจ็บตรงไหน?”
ผมส่ายหัว แล้วยิ้มให้เพื่อบอกว่าผมยังสบายดีนะ แต่โยชิกับเกวนก็ยังทำสีหน้าไม่ดีใส่ ยิ่งเมื่อเห็นรอยแผลกับร่องรอยของการถูกมัดจนขึ้นรอยแดง “ห้ามโกหกนะหมาน้อย”
ผมหันไปมองพวกที่ทำร้ายผมเมื่อครู่ ตอนนี้พวกเขากำลังจ้องมองผมเหมือนกำลังสำนึกผิด แต่ว่าสัญชาตญาณบอกกับผมว่าพวกเขากำลังโกรธ...โกรธมากเลยด้วย
เพี๊ยะ!
โดยไม่ทันตั้งตัว ผมก็รู้สึกถึงฝ่ามือที่ปะทะตรงแก้มจนหน้าหัน ท่ามกลางสายตาตกอกใของทุกคน
ความรู้สึกเจ็บจนชาเกิดขึ้น มือของเกวนยังค้างเอาไว้ ทำให้ผมเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังถูกสั่งสอน
“เกวน นาย!” โยชิโพล่งออกมาหลังยืนอึ้งไปครู่ แต่เกวนไม่สนใจ ดวงตาคู่นั้นสบมองราวกับสั่งให้เงียบปากลงจนโยชิได้แต่เม้มปากแล้วหดมือกลับ
“…ทางผมก็ผิดเหมือนกัน ดังนั้นถือว่าเื่นี้พวกเราผิดทั้งสองฝ่าย และขออภัยด้วยครับที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน” เกวนก้มศีรษะให้ผู้จัดการคนนั้นเล็กน้อย ก่อนหันหลังเดินออกไป เร่งให้ผมกับโยชิต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตาม
คำพูดครหาและใส่ร้ายเงียบไปแล้ว ทำให้ผมเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
อันที่จริง ผมชอบวิธีเชือดไก่ให้ลิงดูมากกว่า
“ชิบ ไอ้พวกนั้นมันน่านัก นายจะยอมความจริงๆเหรอเกวน” โยชิหัวฟัดหัวเหวี่ยงไม่หาย แม้ว่าจะเดินออกมาจากร้านได้พักหนึ่งแล้วหลังจากผู้จัดการร้านยื่นข้อเสนอให้พวกผมกินฟรีแบบไม่จำกัดเวลาได้เท่าที่้า (แต่สุดท้ายเกวนก็บังคับจ่ายตามปกติล่ะนะ)
เกวนยังคงเงียบแม้จะลดฝีเท้าลงจนพวกเขาตามทัน สีหน้าชี้ชัดว่าอยากใช้ความคิดเงียบๆ ทำให้โยชิค่อยเบาท่าทีลง เปลี่ยนไปบ่นในลำคอแทน
จริงๆแล้วโยชิแทบจะลากผมออกไปโรงพยาบาล แต่เพราะผมยืนยันว่าไม่เป็อะไร สุดท้ายจึงออกมาทั้งแบบนั้น จบที่ปฐมพยาบาลง่ายๆที่คลีนิคใกล้ๆ ทายา เอาผ้าพันแผลพันศีรษะ...แหม แผลเหมือนสะกิดเองนะครับ พันแบบนี้แล้วรู้สึกผมกำลังมีปัญหาทางสมอง
เป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่ คงเพราะปกติผมไม่เคยต้องทำแผลกับอะไรเล็กน้อยพวกนี้
น่าเสียดายจังเลยนะครับ ผมยังไม่ได้กินเนื้อย่างจานนั้นให้หมดเลย
ตอนนี้เริ่มเข้าสู่่เย็นแล้ว ดวงอาทิตย์สีแดงกำลังคล้อยต่ำลง ร้านต่างๆเริ่มเปิดไฟหลากสีสันชวนตื่นตากว่าตอนกลางวัน เวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิดจนผมสงสัยจังเลยว่ามียี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากันจริงๆน่ะเหรอ
“...ฉันไม่อยากให้ไรเซลตกเป็เป้าสายตาไปมากกว่านี้” มือหนาวางบนหัวของผมเบาๆ ทำให้ผมรู้สึกขนลุกด้วยกลัวว่าจะถูกตบหน้าอีกครั้ง “แล้วนายบอกเองนะว่าไม่เป็อะไร ใช่หรือเปล่า?”
ผมจ้องมองเกวนที่เหลือบตามองผมเมื่อพูดประโยคนั้นอย่างงุนงง
ไม่เอาสิครับ สายตาเหมือนกำลังจะบอกว่าผมผิดน่ะ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ
ผมยกมือลูบแก้มของตัวเองป้อยๆ ว่าแต่เกวนมือเบาหรือผมหนังเหนียวไปก็ไม่รู้ เพราะมันไม่รู้สึกเลย เอาเป็ว่าแซนดร้ายังแรงเยอะกว่ามาก ผู้หญิงน่ากลัวจังเลยครับ
รถยนต์เคลื่อนตัวลงมาอัตโนมัติเมื่อสอดบัตรเข้าไปยังประตูเพื่อนำรถที่ฝากจอดไว้ลงมา เสียงเครื่องจักรดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ลิฟต์เคลื่อนย้ายที่ตอนนี้มีรถของเกวนอยู่ในนั้นจะถูกเปิดออก ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นจนลืมสายตาเมื่อครู่ไป
เมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบสนองอะไรเหมือนเดิม เกวนจึงหันไปลงกับอีกคนที่มีส่วนผิดเหมือนกัน “ความผิดนาย โยชิ ดังนั้นช่วยจัดการเื่เอกสารทั้งหมดแทนฉันเป็เวลาหนึ่งสัปดาห์ และต้องไปดูงานแทนฉัน ข้อหาทำเ้านายเดือดร้อน”
“เอ๊ ไหงงั้นล่ะ?” โยชิอ้าปากค้างกับการโยนงานอย่างดื้อๆ ก่อนทำหน้าตาต่อต้านใส่ ดูเหมือนจะยังเคืองเื่เมื่อครู่ไม่หาย “นายยังไม่ขอโทษไรเซลเลยนะ...”
“เที่ยวกินฟรีเมื่องานเสร็จ”
“โอเค ฉันจะไป”
ไวมากครับ
เมื่อจัดการเลขาฯเ้าปัญหาเสร็จ ชายหนุ่มจึงหันมาทางสัตว์เลี้ยงตัวเอง “นายด้วย”
ผมชี้มาทางตัวเองอย่างงุนงง ก่อนที่คำยืนยันจะออกมาอีกครั้ง
“นายต้องไปกับฉัน”
เอ๋ ผมเหรอ?