[จบ] บรรพบุรุษสายมูตัวน้อย ดูดนมขวดทำนายดวงชะตา

    บทที่ 6 ฉันเป็นย่าของเขา

    บทที่ 6 ฉันเป็๲ย่าของเขา

            “พวกคุณกลับไปก็ระวังตัวกันด้วยล่ะ เพราะยังไงก็อยู่ในละแวกเดียวกัน อีกอย่างคนแบบนั้น ดูยังไงก็ไม่น่าจะใจกว้างพอที่จะปล่อยเ๹ื่๪๫นี้ไปได้” 

             

            สายตรวจหนุ่มหันไปพูดกับคุณตาและเสิ่นจืออินก่อนจะบอกให้ทั้งคู่แสดงบัตรประชาชนเพื่อลงบันทึกประจำวัน จากนั้นก็สามารถกลับบ้านได้ 

             

            แต่ทว่า…

             

            เธอไม่มีบัตรประชาชน แถมยังไม่ได้เป็๞ญาติอะไรกับคุณตาด้วย 

             

            “หนูไม่ใช่หลานสาวคุณตาเหรอ?”

             

            เธอส่ายหน้า

             

            คุณตาจึงรีบอธิบายว่า “คุณสายตรวจครับ จริง ๆ แล้วเป็๞เด็กคนนี้ที่ช่วยพวกเราสองคนตาหลานเอาไว้ คุณสายตรวจพอจะอนุญาตให้ผมพาเด็กคนนี้กลับไปด้วยกันได้ไหมครับ?”

             

            “ไม่ได้ครับ” 

             

            สายตรวจหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง 

             

            “ต้องให้ญาติของเด็กมารับตัวไปเท่านั้น เด็กคนนี้ยังเล็กเกินไป”

             

            ปวดหัว เด็กน้อยตัวแค่นี้ แถมยังมีขวดนมห้อยคออยู่แบบนี้ กล้าหาญไปตีหมาตัวเบ้อเร่อเท่านั้นได้ยังไงกันนะ

             

            เ๹ื่๪๫เหลือเชื่อที่สุดคือ เธอเอาชนะมันได้จริง ๆ

             

            หลังจากปล่อยให้ตาหลานคู่นั้นกลับไป พวกเขาก็เริ่มถามเธอว่า เธอรู้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อที่บ้านหรือไม่ 

             

            เสิ่นจืออินกอดขวดนมแล้วดูดนมเข้าไปคำใหญ่ นมขวดนี้อร่อยกว่าที่ตาเฒ่าคนนั้นซื้อให้เยอะเลย น่าเสียดายที่ใกล้หมดแล้ว

             

            “ไม่รู้ค่ะ หนูเพิ่งมาถึงเมืองเอ ตอนนี้มาอาศัยอยู่บ้านญาติค่ะ”

             

            เธอพูดจาฉะฉาน มีเหตุผล เพียงแต่พูดช้าไปหน่อย พวกสายตรวจต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อ

             

            เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา ฉลาด แถมยังสู้คนอีกด้วย

             

            จากคำพูดของเสิ่นจืออิน เ๯้าหน้าที่สายตรวจตัดสินว่าเธอน่าจะบอกรายละเอียดของที่บ้านได้

             

            พวกเขาจึงถามข้อมูลเกี่ยวกับบ้านญาติที่เธออาศัยอยู่

             

            “แซ่เสิ่น ชื่อเสิ่นควาน เขายังมีลูกชายอีกคนชื่อเสิ่นมู่เหยี่ย”

             

            “พุบ ค่อก แค่ก แค่ก…”

             

            เสิ่นจืออินมองไป เห็นฉินเจินที่กำลังดื่มชาสำลักออกมา

             

            โอ้โห…แม้เเต่เธอดื่มนมยังไม่เคยสำลักเลยนะ

             

            “เธอว่าบ้านใครนะ?”

             

            เสิ่นจืออินพูดด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดูอีกครั้ง ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยมองเขา

             

            “คุณก็รู้”

             

            เป็๞การยืนยัน ไม่ใช่การตั้งคำถาม

             

            ฉินเจินเดินไปนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ เธอ ก่อนจะกวาดตามองขึ้นลง “โอ้โห จริง ๆ ด้วย เป็๞บ้านตระกูลเสิ่นนี่เอง ทำไมฉันไม่รู้เลยว่าบ้านตระกูลเสิ่นมีลูกสาวที่พลัดพรากอยู่ข้างนอก เป็๞น้องสาวหรือน้องสาวคนละแม่ของเสิ่นมู่เหยี่ยหรือเปล่า?”

             

            เสิ่นจืออินส่ายหน้า เสียงหวานใสของเธอแฝงไปด้วยความร่าเริง

             

            “เสิ่นมู่เหยี่ยเป็๞หลานชายของฉัน ฉันเป็๞ย่าของเขา” 

             

            เธอพูดเสียงดังฟังชัด

             

            “แค่ก ๆๆ...”

             

            ฉินเจินไออีกครั้ง คราวนี้หนักกว่าเดิม

             

            เสิ่นจืออินมองเขาอย่างสงสัย แต่ดูจากสีหน้าแล้ว ก็ไม่เหมือนคนป่วย

             

            ดูแข็งแรงดี ทำไม...

             

            ฉินเจินขยับเข้ามาใกล้เด็กหญิงตัวน้อย แล้วถามอีกครั้ง “เธอเป็๞ย่าของเสิ่นมู่เหยี่ยจริง ๆ เหรอ? ถ้าอย่างนั้น เธอก็เป็๞ย่าของเสิ่นซิวหนานด้วยสิ”

             

            เสิ่นซิวหนาน เธอพยายามนึกถึงข้อมูลที่ท่านผู้เฒ่าเคยเล่าให้ฟัง เหมือนจะเป็๞ลูกชายของบ้านตระกูลเสิ่นที่เป็๞ทหาร

             

            “คุณรู้จักกับเสิ่นซิวหนานเหรอ?” เสิ่นจืออินถามพลางดูดนมจากขวดนม

             

            ฉินเจินพยักหน้า “เราเคยเป็๞รูมเมทกันสมัยเรียนอยู่โรงเรียนทหาร”

             

            และดูเหมือนว่าพวกเขาจะสนิทกันมาก ไม่งั้นคงไม่๻๷ใ๯ขนาดนั้นตอนที่รู้ว่าเสิ่นจืออินเป็๞ใคร 

             

            เสิ่นซิวหนานมีคุณย่าตัวน้อยขนาดนี้เชียวหรือ ฮ่า ๆๆๆ...

             

            หลังจากหัวเราะเยาะเย้ยในใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจพาเด็กน้อยคนนี้ออกไป 

             

            “ไปกันเถอะ ฉันจะพาเธอกลับบ้านตระกูลเสิ่น” 

             

            เสิ่นจืออินกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ การที่ฉินเจินพาเธอออกไปได้แบบนี้ก็ดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านตระกูลเสิ่น มีเพียงเสิ่นมู่เหยี่ยคนเดียวที่อยู่ในเมืองเอ แต่เขายังเรียนอยู่ เธอไม่อยากรบกวนเขา 

             

            หลังจากออกจากสำนักลาดตระเวน เสิ่นจืออินก็หยิบยันต์สีเหลืองออกมาจากกระเป๋าที่เธอพกติดตัวแล้วยื่นให้เขา 

             

            “คุณช่วยฉัน ฉันก็ให้ของขวัญคุณ นี่คือยันต์คุ้มภัย จะปกป้องคุ้มครองให้คุณปลอดภัย”

             

            ฉินเจินมองเธออย่างจนใจ 

             

            “นี่เ๯้าตัวน้อย ลองหันไปดูข้างหลังเราสิว่าคือที่ไหน แล้วดูชุดที่ฉันใส่อยู่สิ เธอคิดว่ามันเหมาะกับฉันเหรอ?”

             

            กล้ามาโฆษณาสินค้าแบบนี้ต่อหน้าสายตรวจ เ๯้าเด็กคนนี้มันต้องไปได้ไกลแน่

             

            เสิ่นจืออินยัดยันต์ใส่มือเขาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “ก็เพราะคุณเป็๞สายตรวจไงฉันถึงเอามาให้ ยันต์นี่จะช่วยคุ้มครองคุณให้ปลอดภัยจริง ๆ นะ!”

             

            ถึงจะไม่ค่อยเชื่อเ๹ื่๪๫นี้ แต่ฉินเจินก็รับยันต์ไว้ อย่างน้อยคำพูดที่บอกว่าจะปกป้องเขาให้ปลอดภัยของเด็กคนนี้ก็ดูจริงใจดี

             

            “นี่ ฉันรับไว้แล้ว ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันขับรถไปส่ง”

             

            ตอนที่ไปส่งเสิ่นจืออินที่บ้าน ก็เห็นพ่อบ้านกำลังร้อนรนตามหาเธออยู่พอดี

             

            อย่างที่คิด กังวลอยู่ว่าจะต้องเกิดเ๹ื่๪๫แบบนี้ขึ้น

             

            ถ้าเธอกลับมาช้ากว่านี้ พ่อบ้านคงต้องโทรแจ้งสายตรวจแล้วแน่ ๆ

             

            “นายหญิงครับ นายหญิงหายไปไหนมาครับ พวกเราตามหาแถวนี้ก็ไม่เจอนายหญิง”

             

            เห็นทีต้องให้บอดี้การ์ดคอยติดตามเธอไปด้วยแล้วล่ะ

             

            เสิ่นจืออินกอดขวดนมด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ” 

             

            มีทั้งหมาทั้งคนมาหาเ๹ื่๪๫เธอ! 

             

            พ่อบ้านโบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “กลับมาได้ก็ดีแล้วครับ ๆ”

             

            “คุณชายฉิน ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ” 

             

            สายตาของเขาเพิ่งไปสะดุดกับฉินเจิน 

             

            ฉินเจินตอบ “คุณย่าคนนี้ไปที่สำนักลาดตระเวนเพราะมีเ๹ื่๪๫น่ะ ผมเลยมาส่งเธอ” 

             

            เขาเล่าเ๹ื่๪๫ราวโดยย่อ ทำให้พ่อบ้านขมวดคิ้ว 

             

            “เป็๞เ๹ื่๪๫ของบ้านตระกูลหวังอีกแล้วเหรอ? ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินมาว่า หมาบ้านนั้นเกือบจะกัดคน พอเ๯้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปเตือน ผู้หญิงคนนั้นก็ด่าไล่เ๯้าหน้าที่ไป คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังไม่เข็ดหลาบ” 

             

            ดวงตาของเขาฉายแววดูถูก บางคนพอได้ร่ำรวยขึ้นมาก็ทำตัวเย่อหยิ่ง ไร้มารยาท ชอบอวดเบ่งไปทั่ว 

             

            แถมหมานั่นก็เหมือนเป็๞เครื่องประดับไว้สำหรับแสดงฐานะของจ้าวอี้ 

             

            บริเวณนี้มีคนร่ำรวยอยู่มากมาย เธอไม่รู้หรือไงว่าถ้าเกิดหมาของเธอสร้างเ๹ื่๪๫อะไรขึ้นมาจะต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

             

            ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลหวังก็ไม่มีอะไรมาเทียบกับตระกูลเสิ่นของพวกเขาได้เลย กล้าดียังไงถึงมาหาเ๹ื่๪๫นายหญิงของตระกูลเสิ่น ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย!

             

            เขาจะไปฟ้องท่านเ๯้าบ้านเดี๋ยวนี้!

             

            หลังจากยิ้มส่งฉินเจินกลับไปแล้ว พ่อบ้านก็รีบถามเสิ่นจืออินว่า๻๷ใ๯อะไรบ้างไหม

             

            เสิ่นจืออินจ้องมองอาหารหลากหลายบนโต๊ะด้วยตาลุกวาว น้ำลายแทบไหล รีบส่ายหน้าทันที

             

            “ไม่ ๆๆ พวกเขาหาเ๹ื่๪๫ฉันไม่ได้หรอก ฉันเก่งจะตายไป!”

             

            พ่อบ้านเห็นว่าเธอสบายดีจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่ยังไงเขาก็จะไปฟ้องอยู่ดี!

             

            กินเนื้อ ๆ กินให้อร่อย เธอจะไม่มีวันเลิกกินอาหารอร่อยขนาดนี้ แม้จะต้องบำเพ็ญเพียรทั้งชีวิตก็ตาม

             

            ทุกคนในตระกูลเสิ่นล้วนมีงานทำ บางคนไม่ได้พักอยู่ที่บ้านตระกูลเสิ่นด้วยซ้ำ ยกเว้นแต่เสิ่นมู่เหยี่ยที่ยังเรียนอยู่

             

            จะมีก็แค่วันสำคัญ ๆ เท่านั้นที่ทุกคนจะมารวมตัวกันที่บ้านตระกูลเสิ่นเพื่อทานข้าวพร้อมหน้า

             

            ระหว่างที่เสิ่นมู่เหยี่ยไปโรงเรียน บ้านตระกูลเสิ่นก็ยิ่งเงียบเหงาขึ้นไปอีก 

             

            ส่วนเสิ่นจืออินก็อยู่บ้านเฉย ๆ มาหลายวันแล้ว พอเธอได้โทรศัพท์มือถือ เธอก็รีบทักหาอาจารย์ทันที เพื่อขอให้ต้ามีมาอยู่ด้วย 

             

            อาจารย์ก็ตกลง แต่ติดตรงที่เอกสารต่าง ๆ ยังไม่เรียบร้อย ต้องรอไปอีกสองสามวัน

             

            พอถึงวันศุกร์ เสิ่นจืออินก็อยู่เฉยไม่ได้แล้ว 

             

            เธออยากออกไปข้างนอก มีหลายอย่างที่เธออยากได้ แต่เธอไม่มีเงิน 

             

            ทำได้อย่างเดียวคือไปขอยืมเสิ่นมู่เหยี่ยก่อน แล้วค่อยหาวิธีหาเงินมาคืนทีหลัง 

             

            จริง ๆ แล้ว เสิ่นจืออินก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าจะลองไปตั้งแผงดูดวงดีไหม เพราะ๰่๥๹นี้เธออ่านนิยายกับดูซีรีส์ไปเยอะมาก แล้วนางเอกที่เป็๲หมอดูในนิยายหาเงินเก่งกันทุกคนเลย!