ทุกคนนัดกันว่าจะขึ้นเขาในวันรุ่งขึ้นหมอเทวดาชวีพักผ่อนได้สักครู่ก็ใช้ให้กู้เอ้อร์หลางไปตามหมอในหมู่บ้านมาที่นี่ เพราะบางอย่างอยากจะสอบถามสักเล็กน้อย
ครั้นท่านหมอประจำหมู่บ้านมาถึง กู้ซิ่วไฉยกห้องหนังสือให้ทั้งคู่พูดคุยธุระกันอย่างใจกว้างหมอเทวดาชวีเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นเสื้อผ้าธรรมดามิได้ราคาแพงจึงแตกต่างจากหลิ่วตี๋ ดังนั้นยามที่หมอประจำหมู่บ้านเผชิญหน้าด้วยจึงมีท่าทีเกร็งอย่างเห็นได้ชัดต่างกับเวลาที่อยู่กับหมอเทวดาชวีตามลำพัง หมอประจำหมู่บ้านกลับมีท่าทีผ่อนคลายขึ้นมาก
“ขอบคุณท่านมากที่ช่วยรักษาข้านี่คือของตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ได้โปรดรับไว้ด้วย” หมอเทวดาชวีกล่าวจบหยิบก้อนเงินตำลึงสีเงินสองก้อนมาวางบนโต๊ะ
หมอประจำหมู่บ้านโบกมือปฏิเสธ “มิกล้าๆค่ารักษาและค่ายากู้ซิ่วไฉได้จ่ายให้ข้าเรียบร้อยแล้ว”
ไม่ว่าอย่างไรหมอเทวดาชวียังคงผลักก้อนตำลึงเงินไปตรงหน้าหมอประจำหมู่บ้าน“หมออย่างพวกเรานอกจากเก็บค่ารักษาแล้วสามารถรับของตอบแทนจากผู้ไข้ได้เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ท่านอย่าได้เกรงใจ”
เงินยี่สิบตำลึงเพียงพอให้หนึ่งครอบครัวอยู่อย่างสุขสบายไปตลอดทั้งปีหมอประจำหมู่บ้านมีหรือจะไม่หวั่นไหว และเมื่ออีกฝ่ายพูดอย่างจริงใจถึงเพียงนี้ เขาจึงยอมรับไว้ในที่สุดและยกสองมือขึ้นคารวะขอบคุณ
ต่อมาหมอเทวดาชวีได้เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น“ไม่ทราบว่าท่านจะช่วยเขียนเทียบยาที่ใช้รักษาข้าในตอนนั้นให้อีกสักใบได้หรือไม่”เหตุผลที่เอ่ยถามออกมาเสียก่อน เพราะมีหมอหลายคนไม่ยินดีเขียนเทียบยาให้แก่ผู้ไข้แต่จะจัดยาให้ผู้ไข้เลย นอกเสียจากว่าหมอผู้นั้นจะไม่มีตัวยาที่จำเป็นต้องใช้อยู่ในมือ
“ได้แน่นอนอยู่แล้ว” หมอประจำหมู่บ้านพยักหน้าก่อนจะหากระดาษและพู่กันมาเขียนชื่อยาลงไป จากนั้นยื่นให้แก่ผู้ขอ
หมอเทวดาชวีรับไปดูเป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ ตัวยาที่เคยใช้เป็นตัวยาธรรมดาสามัญไม่มีทางช่วยชีวิตเขาที่ก้าวเท้าเข้าไปเหยียบยมโลกแล้วก้าวหนึ่งได้อย่างแน่นอน
หมอประจำหมู่บ้านเห็นอีกฝ่ายมองไปที่เทียบยาแล้วสีหน้าเคร่งขรึมลงในใจก็เต้นรัว คนนอกรู้เพียงแต่ว่าตนเป็นผู้รักษาและจัดยาให้แก่ชายชราผู้นี้ทว่ามีแค่ตนคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่ายาที่ได้จัดให้นั้นเป็นแค่ยาบำรุงธรรมดาไม่อาจช่วยชีวิตชายชราที่อยู่ในอาการสาหัสในเวลานั้นได้การที่ชายชรารอดมาได้นั้นต้องเป็นเพราะฝีมือหมอในอำเภอเป็นแน่ คิดดังนั้นก็พลางลูบแขนเสื้อกลัวว่าอีกฝ่ายจะยึดเงินตำลึงที่ให้มาคืนไป
“ท่านช่วยบอกอาการของสามีภรรยากู้รวมถึงเทียบยาที่เคยจัดให้แก่คนทั้งสองให้แก่ข้าได้หรือไม่”หมอเทวดาชวีเงยหน้าขึ้นมายิ้ม ก่อนจะกล่าวต่อ“ข้ารู้จักกับผู้ดูแลเหยาของร้านยาไป๋เฉ่าถังในอำเภอ ครั้งหนึ่งข้าเคยพูดคุยวิเคราะห์ถึงอาการป่วยของสามีภรรยากู้กับเขาด้วยเพราะทั้งคู่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ เลยอยากตอบแทนโดยการรักษาให้ร่างกายพวกเขาให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม”
ได้ยินเช่นนั้น หมอประจำหมู่บ้านจึงบอกทุกอย่างที่รู้ออกไป
หมอเทวดาชวีฟังแล้วขมวดคิ้วมุ่น ไม่น่าใช่ แม้ผู้อื่นจะเชื่อเรื่องแต่งงานขจัดอัปมงคลทว่าเขาไม่เชื่อเห็นได้ชัดว่าสามีภรรยากู้และบุตรชายคนโตป่วยหนักถึงเพียงนั้น จู่ๆ ก็กลับมาแข็งแรงจนเกือบหายเป็นปกติได้อย่างไร
ยกตัวอย่างเช่นขาที่พิการของกู้อวี้ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บทั้งภายในและภายนอก เขาเคยเห็นคำวินิจฉัยโรคในสมุดจดบันทึกของหมอเหยาเด็กหนุ่มอาการหนักถึงเพียงนั้น ต่อให้เขาเป็นผู้ให้การรักษาด้วยตัวเอง อีกฝ่ายก็มีโอกาสรอดแค่สามส่วน
ส่วนสามีภรรยากู้หากเขาลงมือรักษาให้เองอย่างมากแค่ช่วยยืดระยะเวลาให้ทั้งคู่มีชีวิตอยู่ต่อได้อีกแค่ครึ่งปีเท่านั้นนั่นหมายความว่าคนสกุลกู้คงได้กินบางอย่างที่มีสรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ใจเข้าไป สิ่งนั้นอาจจะเป็นสมุนไพรล้ำค่าซึ่งพบเจอได้ยากในแดนมนุษย์ก็เป็นได้ซึ่งตัวเขาเองก็อาจจะได้กินเข้าไปด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้นจะสามารถรอดชีวิตมาได้อย่างไรแต่ว่าของสิ่งนั้นมันคือสิ่งใดเล่า
ยามที่เขาจับชีพจรให้แก่สามีภรรยากู้ก็มิได้ถามไถ่เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไปเพียงแค่สอบถามอาการทั่วไป ซึ่งทั้งคู่ก็ตอบคำถามได้อย่างไร้ช่องโหว่ ถึงกระนั้นเขาก็ย่อมเข้าใจทั้งคู่ดีไม่มีผู้ใดมีสมุนไพรล้ำค่าแล้วจะเที่ยวเอาออกมาโอ้อวดหรอก
คิดแล้วก็รู้สึกคันยุบยิบไปทั้งใจด้วยความอยากรู้ดูท่าบนภูเขาหลังหมู่บ้านเจ้าเจี่ยวจะมีสมุนไพรล้ำค่าหายากซ่อนอยู่เป็นแน่ ยิ่งทำให้หมอเทวดาชวีแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้ขึ้นไปบนเขาในวันรุ่งขึ้นเหลือเกิน
หากเขาสามารถตามหาสมุนไพรล้ำค่าหายากที่ว่านี้เจอก็อาจถอนพิษที่อยู่ในร่างกายของนายท่านหกโดยไม่กระทบต่ออายุขัยก็เป็นได้ แม้เวลานี้เขาจะมีความมั่นใจว่าตนสามารถถอนพิษให้แก่นายท่านหกได้ทว่ามันจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย อย่างน้อยอายุขัยของอีกฝ่ายจะหายไปถึงครึ่งและมีผลต่อการมีทายาท
“ท่านยังมีสิ่งใดจะถามอีกหรือไม่” ครั้นเห็นหมอเทวดาชวีเงียบไปนานหมอประจำหมู่บ้านจึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง ด้วยกลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะเอาเงินตำลึงที่ให้มาคืนกลับไปรสชาติของการเคยได้ครอบครองทว่าต่อมากลับต้องสูญเสียไป ช่างเป็นรสชาติที่เจ็บปวดยิ่ง!
หมอเทวดาชวีดึงความคิดกลับคืนมาสองมือยกขึ้นกุมหมัด “ข้าต้องขออภัยด้วย เสียมารยาทแล้ว ไม่ทราบว่ายาที่ท่านจัดให้แก่ชาวบ้านตามปกตินั้นเก็บมาจากบนเขาหลังหมู่บ้านหรือข้าเคยขึ้นไปบนเขาลูกนั้นแล้ว พบว่าบนนั้นมีสมุนไพรหลายตัวเลยทีเดียวสมุนไพรบางอย่างที่หาได้ยากแต่กลับพบเห็นง่ายบนเขาลูกนั้นช่างเป็นเขาที่เต็มไปด้วยของล้ำค่าโดยแท้!
“ไม่ทราบว่าในมือท่านมีสมุนไพรล้ำค่าที่เก็บมาจากบนเขาลูกนี้หรือไม่ถ้าหากมีนำมาขายต่อให้ข้าได้หรือไม่ ท่านวางใจเถิดข้าจะให้ราคาแก่ท่านอย่างยุติธรรมแน่นอน หรือให้ราคาสูงกว่าที่ร้านไป๋เฉ่าถังขายเป็นสองเท่าเป็นอย่างไร”
แววตาหมอประจำหมู่บ้านเปล่งประกายในทันใดกล่าวว่า “บนภูเขาหลังหมู่บ้านมีสมุนไพรล้ำค่าซ่อนอยู่จริงๆ เพียงแต่น่าเสียดายที่ที่นั่นมีงูพิษและสัตว์ดุร้ายมากมายข้าเลยไม่กล้าเข้าไปในป่าลึกๆ ในมือข้ายามนี้มีสมุนไพรล้ำค่าที่เคยเก็บได้จากเขาลูกนั้นอยู่หากท่านต้องการจะซื้อ ข้าจะรีบกลับไปนำมาให้ประเดี๋ยวนี้” กล่าวจบหมอประจำหมู่บ้านก็ขอตัวเพื่อรีบกลับไปเอามาให้
คล้อยหลังหมอประจำหมู่บ้านหลิ่วตี๋เดินเข้ามาในห้อง “ท่านถามได้ความหรือไม่”
หมอเทวดาชวีส่ายศีรษะ “ได้แค่ยืนยันเรื่องอาการของสามีภรรยากู้และกู้ต้าหลางและอีกเรื่องคือข้าบอกว่าจะขอซื้อต่อสมุนไพรล้ำค่าที่เขาเก็บมาได้จากบนภูเขาหลังหมู่บ้านเท่านั้นเพียงแต่ไม่รู้ว่าจะใช่สมุนไพรที่ข้ากำลังตามหาหรือไม่”
ก่อนหน้านี้เขาได้ขอดูบันทึกวินิจฉัยโรคของสามีภรรยากู้และกู้ต้าหลางที่ร้านไป๋เฉ่าถังทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการตอบแทนน้ำใจที่คนสกุลกู้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ไม่คาดคิดเลยว่าครั้งนั้นจะทำให้ได้รับผลพลอยได้อีกเรื่องไปด้วย
ไม่นานต่อมาหมอประจำหมู่บ้านก็กลับมาพร้อมสะพายตะกร้าที่หลังมาด้วยเขาวางตะกร้าลงแล้วหยิบห่อผ้าซึ่งอยู่ในตะกร้าออกมา พบว่าภายในหอผ้านั้นยังมีห่อผ้าที่ถูกมัดเอาไว้อีกห้าชั้นด้วยกันจากนั้นค่อยๆ แก้มัดออกทีละชั้น ครั้นหลิ่วตี๋และหมอเทวดาชวีเห็นของที่อยู่ในห่อผ้าพบว่าเป็นโสมอายุร้อยปีหนึ่งต้น หลินจืออายุห้าสิบปีหนึ่งดอก และโส่วอู[1] สองต้น
สำหรับคนธรรมดาแล้ว สมุนไพรเหล่านี้นับว่าเป็นสมุนไพรอันล้ำค่า แต่ในสายตาของหมอเทวดาชวีสมุนไพรเหล่านี้ไม่นับเป็นอันใดได้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็มิได้พูดเปิดเผยออกไป และยินดีรับซื้อเอาไว้ทั้งหมดในราคาที่สูงกว่าร้านไป๋เฉ่าถังถึงสองเท่าทำเอาหมอประจำหมู่บ้านดีใจจนหุบยิ้มไม่ลงแท้จริงแล้วโสมและหลินจือนี้เขาบังเอิญเก็บได้ตอนขึ้นเขา ไม่รู้ว่าคนโง่คนใดทำตกเอาไว้
หลังส่งหมอประจำหมู่บ้านจากไปแล้วสีหน้าหลิ่วตี๋เปลี่ยนเป็นผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด“ของดีไม่ใช่ว่าผู้ใดก็จะสามารถได้มาครอบครองจริงๆ การที่หมอในหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้มีโสมอายุร้อยปีเก็บไว้ทั้งยังสามารถหาโสมอายุร้อยปีบนภูเขาลูกนี้ได้อีก แสดงว่าบนเขาคงมีของดีกว่านี้ซ่อนอยู่เป็นแน่เพียงแต่พวกเราจะหามันเจอหรือไม่เท่านั้น”
หมอเทวดาชวีพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ ข้าเองก็คิดเช่นกันพรุ่งนี้พวกเราขึ้นเขากันแต่เช้าเถิด เตรียมตัวให้พร้อมจะได้อยู่บนเขาหลายวันหน่อยหากพิษในร่างกายของนายท่านหกไม่สามารถถอนได้จะส่งผลกระทบต่ออายุขัยและการมีทายาท…”
หลิ่วตี๋รับฟังด้วยสีหน้าหนักอึ้ง
ขณะที่กู้อวี้หลังจากกินยาของหมอเทวดาชวีเข้าไปก็นอนหลับสนิทตอนบ่ายเจินเจินไม่ยอมไปไหนทั้งสิ้น เอาแต่คัดอักษรอยู่ในห้องของกู้อวี้ เพราะอยากให้พี่ชายดีใจที่ตื่นขึ้นมาแล้วเห็นหน้านางเป็นคนแรก!
[1]โส่วอูคือรากหัวแห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Polygonum multiflorum Thunb เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งของจีนมีสรรพคุณช่วยชะลอวัย ลดระดับไขมันในเลือดเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและระบบต่อมไร้ท่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง และปกป้องตับและเซลล์ประสาท