จิ๋นหลี่และไช่เหยียนก้าวขึ้นสู่เวทีประลอง
เมื่อขึ้นสู่ลานประลองแล้วจ้าวหอสงครามสั่งให้เริ่มประลองทันทีหนิงเฟยหลงหวังว่าจะได้เห็นฝีมือของจิ๋นหลี่อย่างยิ่งมันคิดว่าจิ๋นหลี่ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจิ๋นหลี่ไม่ทำให้หนิงเฟยหลงผิดหวังกระบี่ยาวสาดประกายแสง ปราณกระบี่ที่แข็งแกร่งก็พวยพุ่ง ไช่เหยียนใบหน้าบิดงอ“อะไรกันพึ่งขึ้นมาก็เริ่มเลยรึ ?” ไช่เหยียนตีลังกากลับหลังหลบปราณกระบี่มันหลบไปหลบมาอยู่อย่างนั้น
จิ๋นหลี่ไม่คิดจะให้โอกาสไช่เหยียนจิ๋นหลี่พุ่งเข้าไปพร้อมกับกระบี่ กระบี่ของจิ๋นหลี่นับว่าเป็นกระบี่เร็วเพียงพุ่งออกก็กลายเป็นเงากระบี่นับสิบเข้าหาไช่เหยียน ไช่เหยียนเบิกตากว้างมันถอยร่นไปถึงสิบก้าวก่อนจะระเบิดพลังปราณรอบกาย
ตูม !!!!
ไช่เหยียนไถลออกไปอีกสิบกว่าก้าว ใบหน้าซีดเผือดกระบี่นี้ของจิ๋นหลี่ร้ายกาจมาก แม้ว่าจะยังไม่ใช้เคล็ดวิชาหนุนเสริมก็ตามนั่นสร้างความประหลาดใจให้หนิงเฟยหลงมาก ไม่คิดเลยว่าจิ๋นหลี่จะเก่งกาจถึงเพียงนี้วิถีกระบี่เห็นทีไม่แน่ว่าจิ๋นหลี่อาจตามมันทันได้
“นั่นเป็นกระบี่ที่ดี”รองเจ้าสำนักทั้งสองดูพึงพอใจมาก งานประลองในปีนี้ทำให้พวกมันได้เปิดหูเปิดตาแล้วนี่เป็นปีแรกที่จัดขึ้นใหญ่โตขนาดนี้จึงเป็นธรรมดาที่พึ่งจะพบเห็น
ศิษย์หลักทั้งสามหรี่ตาแคบลงมองจิ๋นหลี่ด้วยความสนใจ
...
“ไช่เหยียนเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า เจ้ายอมแพ้ซะเถอะ”จิ๋นหลี่ไม่อยากเสียลมปราณไปกับการประลองนี้มาก หากผ่านเข้ารอบนี้แล้วยังต้องประลองต่อในรอบถัดไปและมันก็ไม่อยากทำร้ายไช่เหยียนด้วย
สายตาไช่เหยียนหม่นลง มันค่อย ๆลุกขึ้นประสานมือทำท่าจะคารวะจิ๋นหลี่ แต่แล้วกระบี่อ่อนที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อก็เด้งพรวดออกมาจิ๋นหลี่ไหวตัวทัน กระบี่นั้นจึงแทงเข้าที่หน้าอกขวาแทนที่จะเป็นข้างซ้ายไช่เหยียนนอกจากจะมาเล่ห์เพทุบายแล้ว ยังเป็นผู้หวังผลเบ็ดเสร็จ
จ้าวขุนนางยิ่งเห็นมันก็ยิ่งชอบผิดกับจ้าวสงครามก็โกรธจนจะลงไปบดขยี้มันอยู่แล้ว
“ไช่เหยียนเจ้า !” จิ๋นหลี่แค่นเสียงด้วยความโกรธ กระบี่ในมือสั่นไหวไม่หยุดเลือดที่ทะลักออกมาก็เช่นกัน
หนิงเฟยหลงเห็นภาพนี้ชัดเจนไม่คิดว่าไช่เหยียนจะต่ำช้าถึงเพียงนี้ แต่อย่างไรการกระทำของมันก็ไม่นับว่าผิดกฎแต่ผิดต่อคุณธรรม ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น อยากจะบดขยี้กระดูกมันเสียให้แหลกมันช่างน่ารังเกียจนักคนเช่นนี้
แต่อย่างไรยุทธภพย่อมไร้ปราณี นี่จะเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับศิษย์ทั้งหลายอย่างแน่นอน
ไช่เหยียนแสยะยิ้มการแกล้งพ่ายแพ้ที่แท้ก็เป็นแผนของมัน ! กระบี่อ่อนโค้งงอไปมาตามที่ไช่เหยียนกวัดแกว่งปาดซ้ายขวาวกวนจนเดาทางลำบาก จิ๋นหลี่ที่บาดเจ็บอยู่เสียเลือดมากก็เกิดอาการมึนงงเวียนหัวจนแทบจะหน้ามืด สุดท้ายก็โดนฟันเข้าอีกสองแผล
จิ๋นหลี่กัดลิ้นตนอย่างแรง เรียกสติกลับคืนตั้งสมาธิรวมพลังลมปราณ ปลดปล่อยปราณกระบี่นับสิบที่สร้างขึ้นพุ่งใส่ไช่เหยียนดุจห่าลูกศร ไช่เหยียนตะลึงลานใช้กระบี่ปัดป้องตน
จิ๋นหลี่ทนพิษบาดแผลแทบไม่ไหวกระอักโลหิตออก สีหน้าซีดเผือดล้มลงกับพื้นเวที ปราณกระบี่นั้นก็พลันมลายไป ไช่เหยียนเหงื่ออาบชโลมกายหากไม่ใช่เพราะจิ๋นหลี่สิ้นสติไปก่อน คงเป็นมันที่นอนพับอยู่คาเวทีนี้แล้ว
จิ๋นหลี่ตกรอบ !
ไช่เหยียนได้เข้ารอบต่อไปแต่ไม่มีใครเลยยินดีร่วมกับมัน จะมีเพียงบุคคลหนึ่งที่นั่งปรบมืออยู่บนแท่นสูงด้วยความเบิกบานโดยไม่ได้ดูสภาพการณ์ปัจจุบันเลยแม้แต่น้อย นั่นหาใช่ใครอื่น นอกเสียจากจ้าวหอขุนนางจอมเจ้าเล่ห์ หากเทียบกันแล้วไช่เหยียนยังถือว่าห่างชั้นจากมัน
“ดีมาก ไช่เหยียน” จ้าวหอขุนนางเอ่ยชม มันถูกใจศิษย์ผู้นี้มากความเจ้าเล่ห์นี้เข้ากับมันได้อย่างดี
“ศิษย์เพียงใช้กลยุทธ์เล็กน้อยทำให้ท่านจ้าวหอขำขันแล้ว” ไช่เหยียนประสานมือกล่าวอย่างนอบน้อมพลางประจบประแจง
“น่ารังเกียจนัก !” หนังอันอันกล่าวเสียงเย็น คนอื่น ๆก็คิดเช่นเดียวกันแต่ไม่กล้าพูดไป แต่สำหรับหนิงอันอันนั้นนางพูดได้เพราะพี่ชายของนางเป็นใครกันเล่า ทุกคนรู้กันดี...
“น่ารังเกียจอย่างไรก็เข้ารอบสาวน้อยขอให้เจ้าโชคดีเช่นกัน” ไช่เหยียนยิ้มมุมปากและหรี่ตาลงเล็กน้อย ชำเลืองมองก่อนจะเดินจากไป
คู่ต่อไปเป็นทีของหนิงอันอันแล้ว หนิงเฟยหลงรู้สึกเป็นกังวลจึงเอ่ยย้ำเตือน“อันอันอย่าได้ประมาท เหรินซูฮวาผู้นั้นอาจมีพลังแปลกพิสดาร หากไม่ไหวอย่าได้ฝืนเข้าใจหรือไม่ ?”
“อืม พี่ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าข้าไม่ไหวจะไม่ฝืนเด็ดขาด”หนิงอันอันยิ้มให้พี่ชาย ก่อนที่นางจะเดินขึ้นเวทีประลอง
ศึกระหว่างสาวงามทั้งสองของสำนักยุทธ์หลวงจึงเริ่มขึ้น !
หากให้เทียบกันฝ่ายหนึ่งเป็นหญิงสาวอ่อนเยาว์งดงามน่ารักสดใสฝ่ายหนึ่งเป็นหญิงสาวสะคราญโฉม ทั้งสองล้วนเป็นสตรีงามล่มเมือง เพียงแต่ความงามและนิสัยใจคอที่แตกต่าง
หนิงอันอันแม้จะดูว่าเป็นสาวเยาว์วัยที่น่ารัก แต่นิสัยของนางค่อย ๆเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ร่างบงกชเหมันต์ของนางตื่นขึ้นนับแต่นั้นนางก็เริ่มนิ่งสงบและเย็นชาส่วนเหรินซูฮวานั้นดูอย่างไรก็งดงามเสน่ห์พร่างพราว รูปทรงเย้ายวนเพียงกวาดตามองชายใดก็ให้ลุ่มหลงไปทั้งนั้น และเสน่ห์นั้นก็ถือเป็นความสามารถของนางอีกด้วย
เริ่มการประลอง
เหรินซูฮวาลงมือก่อนนางสะบัดมือคราหนึ่งเกสรดอกไม้ฟุ้งกระจายทั่วเวทีเลยออกนอกศิษย์ที่อยู่ใกล้สายตาเลื่อนลอยจดจ้องแต่นางเห็นเพียงรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ยากจะลืมเลือนแม้แต่หนิงอันอันยังตกอยู่ในมนต์สะกดนั้นความสามารถนี้ของเหรินซูฮวาสามารถใช้กับสตรีได้ !
“น้องสาวเจ้าสู้ข้าไม่ได้ไปจากตรงนี้เถอะ” เหรินซูฮวากล่าวอย่างเป็นมิตรทำท่าทางเป็นห่วงเป็นใย หนิงอันอันหนิงอันอันก็ทำตามเสียอย่างนั้นเดินมาที่ขอบเวทีเตรียมที่จะกระโดดลง
หนิงเฟยหลงตกใจเล็กน้อย เห็นท่าไม่ดีแล้ว หากตกอยู่ในภวังค์เช่นนี้ไม่ดีแน่
ฟึบ !
สายลมไม่รู้ว่ามาจากทางใดพัดผ่านเกสรเหล่านั้นไป เหรินซูฮวามึนงงนางที่กำลังจะชนะ แต่สายลมนี่ช่างไม่เป็นใจ จะดูเหมาะเจาะเกินไปหรือไม่ ?เหรินซูฮวาค่อนข้างอารมณ์เสีย เกสรเหล่านี้มีค่ามากไม่ได้มีมากพอให้โปรยได้ทุกครั้ง เป็นเช่นนี้แล้วคงต้องยุ่งยากอีกหน่อย
แม้แต่ผู้อาวุโสก็จับไม่ได้ว่าใครคือผู้ลงมือ ล้วนคิดว่านี่มาจากลมโดยแท้ไม่ใช่ฝีมือคน
แส้ในมือนางฟาดออกหนิงอันอันม้วนตัวกลับหลังหมุนตัวประจันหน้ากับเหรินซูฮวา แล้วใช้ท่าต่อเนื่อง
สายลมหมุนวน !
กระบี่ควงแส้ไว้ได้ก็ไม่คิดจะปล่อยโดยง่าย เหรินซูฮวาเองก็ถือว่านี่คือโอกาสโปรยเกสรประหลาดนั่นอีกครั้ง หนิงอันอันรู้ทันแล้วว่าคือสิ่งใดย่อมไม่ให้ผิดพลาดได้อีก หนิงอันอันปล่อยมือจากกระบี่ ใช้ท่าสับเปลี่ยนสายลมได้ทันใช้มือเป็นกระบี่ปัดเบี่ยงทิศทางเกสรเหล่านั้น ทั้งยังย้ายที่ยืนสลับไปอีกฝั่งแล้วก็ใช้ท่าสับเปลี่ยนสายลมอีกครั้งกลับมาอยู่ที่เดิม
เหรินซูฮวาแปลกใจกับเคล็ดวิชากระบี่นี้มากนี่มันจะพลิกแพลงมากเกินไปหรือไม่?
หนิงอันอันจับกระบี่อีกครั้ง แววตาเปล่งประกายสว่างวาบ ! กระบี่นั้นก็ดุจสว่านหมุนทะลวงแส้ปราณวายุเพิ่มความรุนแรงขึ้น เจตจำนงแห่งกระบี่เปิดออกปราณกระบี่นับไม่ถ้วนเสริมเข้าไปอีก
สายลมทะลุทะลวง !
แกรก ครืด...เปรี๊ยะ ! แส้ของเหรินซูฮวาขาดออกเป็นชิ้น ๆ ผู้คนอ้าปากค้าง กระบี่นี่มันอะไรกันเห็นชัดว่าอาวุธทั้งสองอยู่ระดับสูงเดียวกัน แต่ทำไมกระบี่นั่นถึงทำลายแส้ได้
เหรินซูฮวาทรุดลงกับพื้นไม่คิดว่าแส้ของตนจะถูกทำลายง่ายดายปานนี้
วิชา..วิชากระบี่ ! นางได้วิชากระบี่ที่ดีนี้มาจากไหน ?เกิดความวุ่นวายทันทีที่วิชากระบี่แสดงอานุภาพของมัน
“สมแล้วที่มาจากตระกูลหนิง” รองเจ้าสำนักฉวี่เซิงพึมพำแต่มันตะลึงกับความสามารถในการใช้กระบี่ของหญิงสาวผู้นี้มากกว่าต่อให้วิชาหรือกระบี่จะดีแค่ไหน หากผู้ใช้ไม่เข้าใจไม่สามารถพลิกแพลงบรรลุในเจตจำนงได้มันก็เท่านั้น กระบี่ที่ดีอาจเป็นเพียงเศษเหล็กชิ้นหนึ่งหรือวิชากระบี่อาจเป็นแค่วิชาทั่วไป ไม่อาจแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนที่ใช้
เหรินซูฮวาไม่ได้นั่งจมจ่ออยู่นาน นางเคลื่อนกายหลบลี้หนีออกแต่ยิ่งหนีเท่าไหร่ กระบี่สายลมของหนิงอันอันก็ยิ่งตามติดเท่านั้น แต่ไหนเลยที่ศิษย์ในชั้นแนวหน้าจะยอมแพ้ได้ง่ายๆ
บุปผาร่ายรำ !
อยู่ ๆ แสงสีในเวทีก็เปลี่ยนไปเป็นสีสันมากมาย ดอกไม้นานาพันธ์เบ่งบาน ฝูงชนต่างเพลิดเพลินไปกับมันดอกไม้สีสันสวยงามละลานตายิ่ง หนิงอันอันผู้ชื่นชอบดอกไม้ความสวยงามของมันเกือบทำให้นางทิ้งกระบี่แล้วออกโลดแล่นขณะที่เหรินซูฮวากำลังพุ่งตัวเข้าหานางอย่างรวดเร็ว ในมือถือมีดสั้นเตรียมเข้าประชิดตัว
เกร๊ง ฟับ ! ทุกอย่างหยุดการเคลื่อนไหวดอกไม้มากมายค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับปรากฏภาพที่น่าเหลือเชื่อกระบี่ของหนิงอันอันพาดอยู่บนบ่าของเหรินซูฮวาแล้วและในมือของเหรินซูฮวายังมีบาดแผลจากรอยกระบี่ด้วยเสียงที่ดังขึ้นคล้ายกระบี่ตกคงเป็นการปะทะกันเมื่อสักครู่รอยแผลที่มือก็เช่นกัน
การประลองสิ้นสุดลง แต่ดูเหมือนเหรินซูฮวายังไม่หายตกใจนางไม่คิดว่าจะมีใครทำลายสุดยอดวิชาของนางได้ นี่มันภาพมายา ภาพมายาเชียวนะต่อให้เป็นแก่นแท้พลังก็ใช่ว่าจะหลุดพ้นไปได้ง่าย ๆแต่ทำไม...ทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงหลุดรอดมาได้ !
ในใจนางเกิดความไม่ยินยอม
แต่สิ่งต่อไปที่ทำให้คนตะลึงยิ่งกว่าก็เกิดขึ้นเมื่อหนิงอันอันกล่าวบางอย่าง “ข้า ขอ ยอม แพ้ !”
“!!!!!!!!”ฝูงชนนอกจากตะลึงแล้วยังรู้สึกมึนงงเหมือนโดนของแข็งทุบหัว หรือว่าพวกมันฟังผิดหนิงอันอันชนะชัด ๆ ทำไมนางถึงยอมแพ้
ถึงคนอื่นจะไม่รู้แต่นางรู้ดีว่ายอมแพ้เพราะอะไร...หนิงอันอันชำเลืองมองพี่ชายจากนั้นก็พยักหน้าให้แล้วเดินลงจากเวทีอย่างสง่างามท่ามกลางสายตาที่ยากจะเชื่อของผู้คน และความชื่นชมที่มากขึ้น
ทิ้งเหรินซูฮวาเอาไว้ให้อึ้งงันกับชัยชนะที่ได้มาอย่าง งง ๆ
“นี่.....ข้าชนะ ?” เหรินซูฮวากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะเดินลงเวทีอย่างสับสน
ผู้ชนะเหรินซูฮวา !
..........