มัทรีเก็บอุปกรณ์สำหรับวัดตัวเรียบร้อยแล้วกลับมามองภาคินที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ สายตาจ้องชุดกินรีด้วยความสนใจ
“พี่ภาคินอย่าบอกนะว่าพี่จะตัดชุดนี้”
เธอพูดเสียงค่อนข้างดังแต่ภาคินก็ยังนิ่งเหมือนเดิม ดวงตาคู่คมยังคงจับจ่ออยู่กับนางแบบที่สวมชุดกินรี
หญิงสาวแปลกใจที่ภาคินไม่สนใจสิ่งรอบข้างนอกจากมองภาพนั้นตลอดเวลา
“พี่ภาคินคะ เกิดอะไรขึ้น ได้ยินมัทรีไหม”
หลังจากหญิงสาวเรียกภาคินหลายครั้งแต่เขายังนิ่งราวกับถูกสาปด้วยมนตราจนไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกายได้
“พี่ภาคิน!”
มัทรีะโเสียงดังข้างหูซึ่งก็ได้ผลชายหนุ่มสะดุ้ง ปล่อยนิตยสารเล่มนั้นลงบนโต๊ะแล้วมองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“อ้าว มัทรีเป็อะไร เรียกพี่เสียงดังจังเลยหูเกือบแตกแน่ะ”
“พี่นั่นแหละหูคงหนวกไปแล้วมัทรีถามและเรียกหลายครั้งพี่ก็ยังนั่งมองดูรูปนางกินรียังกับต้องมนตร์รัก”
“พูดบ้าๆ พี่ก็แค่มองเห็นชุดสวยดี”
“อ๋อ อยากตัดใส่บ้างว่างั้นเถอะ”
หลังจากมัทรีพูดจบ ภาคินสะดุ้งส่ายหน้าไปมา
“บ้า ใครจะตัดชุดอย่างนี้ใส่เราก็ว่าพี่อยู่เรื่อย”
“หรือว่าไม่จริงล่ะคะคุณพี่ แหมเห็นจ้องชุดแฟนซีนานขนาดนั้น คิดว่าอยากจะใส่บ้างจะว่าไปแล้วถ้าพี่ภาคินใส่ก็คงดูดีนะคะ”
หญิงสาวแกล้งพูดไปอย่านั้นเองแต่ก็ทำให้ภาคินสะดุ้งใจเต้นแรง โบกมือปฏิเสธทันควัน
“บอกว่าไม่้าแบบนั้นเราไม่ฟังพี่เลย”
ชายหนุ่มเริ่มไม่พอใจที่มัทรียังคงพูดเื่ชุดนากินรีซ้ำๆจนแทบจะออกจากร้านกลับบ้านไปสงบอารมณ์
“โอเคค่ะถ้าอย่างนั้นบอกมาว่าอยากได้เสื้อ กางเกงแบบไหน”
“ผ้าแบบนี้ กางเกงสีนี้และแบบตามในรูปนั่นแหละ”
ภาคินยังคงขุ่นในอารมณ์ที่มันทรีชอบแกล้งอยู่เรื่อยถ้าหากว่าไม่มีความรักต่อเธอ คงไม่แวะเวียนมาหาบ่อยๆ
แม้เธอจะไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อนยอมเป็คนรักก็ตาม แต่เขาก็มีความหวังว่าจะได้อยู่เคียงข้างกันในวันข้างหน้า
มัทรีใจไม่ดีเช่นกันที่พูดย้ำในเื่เดิมๆจนรู้ว่าเขาไม่พอใจ หน้าเข้มขึ้น เสียงกระด้าง เธอเริ่มอ่อนลง จัดการจดรายละเอียดเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่ตัด
“อีกสามวันพี่มาลองสวมเสื้อกับกางเกงก็แล้วกัน”
“ตัดเสร็จแล้วหรือ”
“ยังไม่เสร็จแค่ลองดูก่อนว่าจะมีแก้ตรงไหนบ้างหรือว่าพี่ไม่สะดวกมา”
“ได้ หรือมัทรีจะไปหาพี่ล่ะ”
เขาแกล้งถามไปอย่างนั้นเองทั้งที่รู้ว่ามัทรีไม่ไปอยู่แล้วกลัวจะถูกมองเสียหายว่าเป็ผู้หญิงไม่ดีซึ่งเขาก็ดีใจที่เธอรู้จักรักนวลสงวนตัวต่างจากกีตาร์ รายนั้นชอบใกล้ชิดกับผู้ชาย
“ไม่ว่างไปค่ะ พี่จะมาที่ร้านเอง”
“ได้ ถ้าอย่างนั้นไปก่อนนะ”
ภาคินเดินออกจากร้านหญิงสาวแต่ยังมองไปที่รูปนางแบบสวมชุดนางกินรี ซึ่งเหมือนกับสิ่งที่เคยเห็น
เขาไม่รู้ว่าทำไมนางกินรีถึงวนเวียนอยู่กับเขาทั้งในนิมิตและภาพแห่งความจริง
หลังจากเปิดประตูเข้ามาในห้องภาคินง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้นจนต้องล้มตัวนอนบนเตียงทั้งที่ไม่เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ
เขารับรู้ถึงความเย็นของมวลอากาศรอบๆตัวกับลมที่พัดผ่าน ช่วยให้เขาเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราได้อย่างมีความสุข
“ช่วยด้วย ช่วยพวกเราด้วย”
เสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือดังรอบๆตัว ชายหนุ่มสะดุ้งลืมตารู้ว่ายืนอยู่บนโขดหินสีนวลซึ่งผุดอยู่กลางสายน้ำสีเขียวมรกตไหลเอื่อยๆมองลงเบื้องล่างเห็นปลาตัวขนาดฝ่ามือเป็สีทอง ครีบหางเป็ลายกนกซึ่งเป็ลายไทยชนิดหนึ่ง
เขาแปลกใจกับสิ่งที่เห็นและอ้าปากค้างเมื่อเห็นปลาฝูงหนึ่งว่ายเข้ามาใกล้ๆทุกตัวมีครีบและหางเป็ลายกนกสีทองทั้งสิ้น
“มันไม่ใช่เื่จริงใช่ไหม”
ชายหนุ่มถามตัวเองพลางมองลงไปในน้ำจ้องปลาฝูงนั้นด้วยความประหลาดใจทว่าเสียงเหมือนนกตัวใหญ่กระพือปีกลอยขึ้นไปเหนือท้องฟ้า เขามองตามและอ้าปากค้างเมื่อเห็นร่างคนๆหนึ่งลอยขึ้นไป แต่ว่ามีปีก
เธอคนนั้นคือนางกินรีที่เคยเห็นผ่านตาหลายครั้งเขาผงะเมื่อนางกินรีบินโฉบเข้ามาใกล้ๆ แล้วร่อนร่างยืนอยู่ตรงหน้า
ใบหน้าสวยไร้ที่ติ ผิวขาวปีกของเธอหุบลู่ลงแนบข้าง
“ช่วยข้าด้วย”
“เธอเป็ใคร แล้วจะให้ผมช่วยอะไร”
ภาคินยังคงมึนๆ กับสิ่งที่เห็นและคิดว่ากินรีที่อยู่ในชุดแนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนอิสตรีเด่นชัดไม่มีตัวตนที่แท้จริง
เธอเป็แค่เพียงภาพในความฝันเท่านั้น
“ข้าชื่อกินรี ถูกเ้าั์จตุเนตรตามจับตัวไปเป็ทาสพี่น้องของข้าถูกมันจับตัวไปกักขังไว้ จนป่านนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าเป็อย่างไร”
“ั์จตุเนตรงั้นหรือรูปร่างหน้าตามันเป็อย่างไร”
แทนที่เขาจะปฏิเสธความช่วยเหลือกลับถามเกี่ยวกับั์ที่ชื่อจตุเนตร นางกินรียกมือไหว้อ่อนช้อยแล้วเงยหน้าขึ้นสบตา
นางกินรีสวยมีดวงตาคมดำราวกับตากวางสะกดให้เขาจ้องจนตาไม่กะพริบ
“มันน่ากลัวมากตัวใหญ่สูงราวกับต้นตาลหัวมันใหญ่เท่ากลองเพล ใบหน้ามันน่ากลัวมากมีเขี้ยวยาวโง้งและมี 4ตา”
“หา มี 4ตางั้นหรือ”
เขาถามนางกินรีอย่างไม่เชื่อว่าจะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น
“ใช่ มันมีสี่ตาไม่มีใครฆ่ามันได้เพราะมันเห็นรอบทิศถ้าหากว่ามันอยากทำร้ายใครผู้นั้นไม่อาจรอดพ้นไปได้”
“โอ น่ากลัวขนาดนั้นเชียวเหนือแล้วจะทำอย่างไร ผมเป็แค่เพียงมนุษย์เดินดินธรรมดาเท่านั้นคงสู้กับไอ้ั์สี่ตาไม่ได้แน่”
ชายหนุ่มรู้ดีว่าไม่อาจต่อกรกับเ้าั์สี่ตาได้เพราะเป็คนธรรมดามีสองมือ สองเท้าเท่านั้น
“ท่านช่วยข้าได้แน่รอให้ถึงเวลานั้นก่อน”
“ถึงเวลา หมายความว่า....”
“เมื่อถึงเวลาท่านก็จะเข้าไปสู่ป่าหิมพานต์ของข้าและช่วยเหลือให้พวกข้ารอดพ้นจากอันตรายจากเ้าจตุเนตรแค่เพียงท่านรับปากว่าจะช่วย”
นางกินรียังคงมองใบหน้าภาคินด้วยสายตาละห้อยเขาถอนใจเฮือกใหญ่เพราะรู้ว่าไม่อาจช่วยอะไรได้เลย
“ผมไม่มั่นใจ”
“ท่านต้องช่วยได้ รับปากสิ”
นางกินรียังคงเซ้าซี้เพื่อให้ภาคินรับปากว่าจะช่วยเหลือซึ่งเขายังคงอึกอัก ส่ายหน้าไปมาพร้อมๆ กับประตูห้องเปิดออกนาถลดายกมือทาบอก
“ตายแล้วภาคินนอนได้อย่างไรไม่เปิดพัดลม แอร์ก็ไม่เปิด อึดอัดตายเลย”
ภาพนางกินรีหายวับไปกับตาภาคินส่ายหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อไปมา
“เดี๋ยวก่อนกินรี”
เขาเรียกนางกินรีเบาๆแต่แม่ฟังไม่ถนัด นอกจากเห็นเขานอนกระสับกระส่ายเท่านั้น
“อึดอัดสิท่า เดี๋ยวก็ไม่มีอากาศหายใจกันพอดี”
มารดาพูดจบเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วนั่งลงบนเตียง มองใบหน้าลูกชายด้วยความรัก
กระทั่งเห็นว่าภาคินห้อยแก้วคริสตัลไว้ในบนคอแปลกใจที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“คงเป็แฟชั่นใหม่ของวัยรุ่นภาคินๆ ตื่นเถอะลูก”
นาถลดาปลุกลูกชายให้ตื่นครู่หนึ่งชายหนุ่มลืมตาขึ้นมา แล้วมองเธอด้วยความแปลกใจที่เห็นนั่งอยู่บนเตียง
“แม่”