มืด
มืดเกินไปแล้ว
จางเซียนลืมตามองรอบด้านที่เต็มไปด้วยโทนสีดำ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำที่นี่คือที่ไหน และมันมีไว้เพื่ออะไร แต่รู้ว่าอยู่หลัง [ประตูเพื่อกลับ] แน่นอน , ไม่รอช้าเบิกเนตรมรกตทันที เขาพบว่าที่นี่เหมือนกับมิติอะไรบางอย่าง โดยมีเงื่อนไขให้เราดูดพลังลมปราณให้หมด ไม่งั้นไม่สามารถออกไปได้
ชั่งเป็ข้อสรุปที่ดีสำหรับยอดยุทธ์เลยทีเดียว
ตอนนั้นเองจางเซียนก็นั่งลง พร้อมดึงลมปราณ ทันใดนั้นเองออร่าเย็นะเืก็เข้าตามร่างกายชายหนุ่ม แต่เมื่อมีพจนานุกรมแล้วมันกลับเร็วยิ่งกว่าเทพยุทธ์ , จางเซียนสามารถประเมินได้เลยว่าอีกสัก 5 วันเขาน่าจะดูfพลังพวกนี้หมด เผลอๆ อาจถึงระดับ 3 ขั้นกลางเลยก็ว่าได้
ชายหนุ่มหลับตาอย่างช้าๆ และดำดิ่งสู่ภวังค์
เวลาเดียวกัน ณ ลานผู้ชม
"อะไรนะ! มันหนีไปได้อย่างงั้นเหรอ..." ใบหน้าจ้าวสำนักปรากฏความใ หลังจากที่ได้รับข่าวสารผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ บอกเื่ราวต่างๆ ก็ทำให้รู้แจ้งว่า จางเซียนนั้นได้สังหารคนไปถึง 100 คนด้วยกัน
โชคร้ายที่คนอื่นๆ ได้ไปดื่มสุรากับยมทูตเสียแล้ว นี้ทำให้ชายแก่รู้สึกปวดหัวจนจะะเิอย่างไงอย่างงั้น มันไม่คาดคิดเลยว่าสวะของมัน จะสามารถสังหารอนาคตของสำนักได้มากขนาดนี้ นี้เป็เื่ที่ไม่คาดฝันสำหรับมันจริงๆ
ผู้เข้าแข่งขันกดหัวลง พูดขึ้น
"ใช่ครับท่านจ้าวสำนัก จากที่ข้าได้รวบรวมมา ข้ารู้ว่าจางเซียนนั้นได้สังหารทุกคนที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็ผู้หญิง ผู้ชาย หรือคนที่ไม่มีเจตนาในการต่อสู้ ก็ต่างโดนกวาดล้างอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งนี่สิ่งที่ข้ากังวลที่สุดคือ 'จางเซียน' ได้เข้าไปในประตูเพื่อกลับแล้ว อีกสักพักเขาน่าจะกลับมาพร้อมกับพลังที่เพิ่มขึ้นแน่นอน ฉะนั้นเราควรเตรียมการั้แ่ตอนนี้ จะไม่ได้เสียท่าในภายหลัง"
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น
เซียนสิงก็เดินไปหาหญิงสาว ด้วยแววตาใคร่รู้
"เด็กน้อย...เหตุการณ์เป็เช่นไร บอกตาแก่หน่อยสิ" หญิงสาวเงยหน้ามอง ด้วยอาการสั่นกลัวคล้ายลูกนกเจออสรพิษ ทำให้ชายแก่ต้องเข้าไปกอดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่งั้นไม่ได้ความ
"ขะ ขะ ข้า...คือ" หมับ!
ตอนนั้นเองเซียนอี้หลี่ก็แตะไหล่หญิงสาว ทำให้เซียนสิงถอยออกไป เพราะการคุยระหว่างวัยที่ต่างกันย่อมเกิดความกดดันพิเศษ ฉะนั้นฟังชายหนุ่มหญิงสาวคุยกัน 2 ต่อ 2 น่าจะดีกว่า
เซียนอี้หลี่ไม่รอช้า ถามทันที
"เหตุการณ์เป็เช่นไรเหรอ แม่นาง? " หญิงสาวสูดลมหายใจ ตอบ
"หลังจากที่ข้าได้รับสารจากท่านจ้าวสำนัก.......ก่อนหน้านี้สักพักได้มีพลังบางอย่างที่รุนแรงราวกับงูที่เราเจอมา แต่ที่น่ากลัวคือมันมีพลังมากกว่ามาก นั่นทำให้เรามุ่งหน้าปทางนั้นหลายร้อยชีวิต แต่พอไปถึงกลับพบว่ามันไม่ได้มีสัตว์อสูรอะไรเลย นอกจากรอยเืจำนวนมากเป็แอ่ง พร้อมกับชายคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่"
"จางเซียนสินะ" เซียนสิงพูด
หญิงสาวพยักหน้าพะงาบๆ
'อย่างที่คิด' เซียนสิงขมวดคิ้วอย่างใจเย็น
'ไม่คิดเลยว่าสายเืที่แท้จริง ของตระกูลจางเมื่อ 200 ปีที่แล้ว จะยังอยู่ที่นี่' ชายแก่ชุดม่วงมองไปยังจ้าวสำนักด้วยแววตาเวทนา
'ดูเหมือนเ้าจะเล่นผิดคนซะแล้ว...'
ปัง! บึม!
จ้าวนักัโลหิตกระทืบเท้าอย่างแรง พูดขึ้น
"เตรียมการให้เรียบร้อย ภายใน 1 เดือนมันต้องออกมาแน่ๆ " ใบหน้าทุกคนเปลี่ยนไป
1 เดือน? นั่นมันเร็วเกินไปที่คนธรรมดา หรือผู้มากพร์จะทำได้ , หลังประตูเพื่อกลับนั้นส่วนใหญ่จะเป็แหล่งลมปราณที่หนาแน่นจนน่ากลัว ที่ยากต่อการสังเคราะห์ให้ปลอดภัยต่อร่างกาย แน่นอน! มีคนดูดซับได้เร็วสุดที่ 3 เดือน ช้าสุด 7 เดือน แต่ไม่เคยมีใครทำได้ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ
"ท่านจ้าวสำนัก" กริมชิงเอ่ยขัด
"เงียบ! เราจะปล่อยมันไปไม่ได้ เตรียมไพร่พลชั้นสูงให้ดี อีกไม่กี่วันมันต้องโผล่หัวออกมาแน่" แววตาทุกคนตื่นตระหนก
ใครจะไปคิดละว่าผู้มากความสามารถอย่างท่านจ้าวสำนัก จะแสดงใบหน้าวิตกกังวลเช่นนี้
"มันเกิดอะไรขึ้นเหรอท่านปู่" เซียนอี้หลี่ถาม ชายแก่ถอนหายใจเปลี่ยนเื่
"อีก 3 วันจะมีงานเฉลิมฉลองครบรอบ 600 ปีของสำนักเซียนวิถี ข้าขอห้ามไม่ให้เ้าเข้าไปเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่ซุนจื่อ (หลานชาย) " เซียนอี้หลี่พยักหน้าเข้าใจ แต่ไม่ได้ถามอะไร
"เอาละ เ้าไปอยู่กับกริมชิงน้อยเถอะ ข้ากับท่านจ้าวสำนักจะคุยอะไรด้วยกันสักหน่อย" กริมชิงและเซียนอี้หลี่พยักหน้าเดินจากไป ตอนนั้นเองใบหน้าเซียนสิงก็ประกายความดุดันออกมา ทำให้จ้าวสำนักถอนหายใจพูดขึ้น
"เ้าคงรู้ั้แ่แรกแล้วสินะเซียนสิง ว่าไอ้เด็กเป็คนของตระกูลจาง" ชายแก่ชุดม่วงส่ายหน้า ตอบ
"ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายคนนั้นเลย แต่ข้าบังเอิญเห็นเขาสังหารโจรป่า เลยตักเตือนเซียนอี้หลี่เล่นๆ กลัวเขาจะพลาดพลั้งจนเสียหน้า ตอนแรกก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรกับเขามากนักหรอก แต่เหมือน์ช่วยข้า ข้าได้เห็นชายคนนี้สู้กับยามระดับ 3 จนกระอักกระอ่วน จึงลอบสังเกตตลอดเวลา" ชายแก่หยุดและพูดต่อ
"จากนั้นตลอดการประลอง ข้าก็เริ่มเห็นอะไรบางอย่างในตัวชายคนนั้น เขาได้ขโมยแส้ของกริมชิง ทำลายจุดอ่อนทุกกระบวนท่า ลอกเลียนแบบทักษะเขตแดนลงทัณฑ์ ได้รับอาวุธอสรพิษ 2 เศียรจากวิหาร และกลับมาพร้อมกับพลังระดับ 2 ของกายสร้างลมปราณ แค่นี้ข้าก็สามารถสรุปได้ว่า เขาไม่ใช่คนที่นี่อย่างแน่นอน และไม่มีทางเป็แน่ๆ "
จ้าวสำนักกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก และถามขึ้น
"ข้าควรทำเช่นไร" เซียนสิงส่ายหน้า
"ข้าไม่อาจให้คำตอบท่านได้จ้าวสำนัก เื่แบบนี้คนที่จะหยุดได้มีแต่ท่านคนเดียวเท่านั้น" ไม่ว่าเปล่าเซียนสิงเดินออกไปทันที ทำให้ชายแก่ชุดแดงได้แต่ถอนหายใจเงยหน้ามองไปยังฟากฟ้า
กล่าวอย่างเหม่อลอย
"ทวีป 4 จตุรเทพอย่างงั้นเหรอ? "