"หากมีอะไรที่เ้า้าก็ขอให้บอก หากข้าช่วยได้ก็จะช่วย" เฟยหลงจิ้นสี่เอ่ยพูด
ซูลี่เซียนจากเศร้ากลับกลายเป็แจ่มใสทันควัน นางตาโตแล้วยิ้มร่า
"มีเพคะมี" นางรีบเอ่ยพูด
เฟยหลงจิ้นสี่ชะงักเล็กน้อยเพราะตามนางไม่ทัน ก่อนจะเผลอหลุดยิ้มออกมา นางช่างเป็สตรีที่น่าสนใจยิ่ง
"ว่ามาเถิด หากช่วยได้จะช่วย"
นางยิ้มหวานแล้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นจริงจังว่า
"หม่อมฉัน้าแต่งงานข้ามแคว้นกับพระองค์เพคะ"
ใบหน้าของเฟยหลงจิ้นสี่ดูจะตกตะลึงไม่น้อย ก่อนเขาจะปรับสีหน้ามาเป็ปกติแล้วเอ่ยพูด
"เื่นั้นคงจะยากหน่อย เพราะตอนนี้เ้ามิใช่คุณหนูตระกุลซู แต่เป็ฉินหวางเฟย เป็หญิงที่ออกเรือนแล้ว"
ซูลี่เซียนหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด นี่หรือว่าข้าจะต้องอยู่ที่นี่ด้วยฐานะที่น่ารังเกียจนี้จนกว่าข้าจะตรอมใจตายเหมือน ซูลี่เซียนคนก่อน ยิ่งคิดนางก็อยากจะร้องไห้ยิ่ง
เฟยหลงจิ้นสี่มองใบหน้าอันหมดหวังของนางแล้วคิดในใจ บางครานางก็ดูจะเฉลียวฉลาด แต่บางครานางก็ดูโง่งมยิ่ง
"ข้าบอก เื่นี้คงจะยากหน่อย"
"หม่อมฉันรู้แล้ว ฝ่าามิต้องย้ำหม่อมฉันหรอกเพคะ" นางเอ่ยพูดแล้วส่งสายตาเขียวปั๊ดไปให้กับเฟยหลงจิ้นสี่
"ข้าบอก เื่นี้คงจะยากหน่อย" เฟยหลงจิ้นสี่ยังคงเอ่ยพูดประโยคเดิม
"เอะ! ก็ข้าบอกแล้วว่า....เดี๋ยว ๆ เมื่อกี้ฝ่าาบอกว่าเื่นี้คงจะยากเสียหน่อย นั่นแปลว่าหม่อมฉันก็ยังมีสิทธิ์แต่งงานข้ามแคว้นใช่มั้ยเพคะ" นางรีบยื่นหน้าเข้าไปถามอย่างตื่นเต้น เมื่อเริ่มเข้าใจความหมายในคำพูดของเฟยหลงจิ้นสี่
"เป็เช่นนั้น" เขาเอ่ยพูดอย่างอารมณ์ดี พลางมองนางด้วยสายตาสนุก เป็สตรีที่น่าสนใจและไม่เหมือนสตรีอื่น แลความงามของนางก็หาผู้เปรียบได้ยาก หากได้นางมาเป็สนมอีกคนละก็ ในวังหลังของข้าคงจะมีสีสันขึ้นหลายเท่าเชียว
ซูลี่เซียนมองใบหน้าของเฟยหลงจิ้นสี่แล้วตากระตุก ไอ้หมอนี่ดูท่าจะร้ายแฮะ
"ว่าแต่จะใช้วิธีใดกัน ที่จะทำให้หม่อมฉันสามารถแต่งงานข้ามแคว้นได้?"
"เ้าบอกเองว่าเ้ากับฉินอ๋องยังเข้าพิธีมงคลสมรสไม่เสร็จใช่หรือไม่ แลฉินอ๋องยังไม่เคยร่วมหอกับเ้าแม้สักครั้ง"
"หากจำไม่ผิด เป็เช่นนั้นเพคะ" นางเอ่ยตอบ
คงใช่มั้ง ก็ในความจำของซูลี่เซียนไม่มีฉากทั้งสองคนเข้าห้องหอเลยนี่
"ถ้าเป็เช่นนั้นจริงก็พอมีทางอยู่บ้าง เพราะเ้ากับฉินอ๋องยังเข้าพิธีมงคลสมรสไม่เสร็จ นั่นย่อมแปลว่าเ้ากับฉินอ๋องยังไม่ได้เป็สามีภรรยากัน อีกทั้งยังไม่ได้เข้าห้องหอ นั่นแปลว่าเ้ายังเป็สาวบริสุทธิ์ ด้วยเหตุผลพวกนี้ทำให้เ้ามีคุณสมบัติพอที่แต่งงานข้ามแคว้นได้" เอ่ยพูดแล้วยกชาขึ้นดื่ม
ตาโตอ้าปากค้าง สุดยอด สมแล้วที่เป็ฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้น ทั้งความคิดและมันสมองมันต่างจากคนปกติจริง ๆ ขนาดนางยังคิดไม่ถึงเลยว่าสามารถนำเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างทำพิธียังไม่เสร็จ หรือไม่ได้เข้าห้องหอ มาเป็ข้ออ้างให้นางสามารถแต่งงานข้ามแคว้นได้
"ส่วนจะทำยังไงให้ฮ่องเต้ฟางหนิงหวงยอมให้เ้าแต่งงานข้ามแคว้นนั้น คาดว่าเ้าคงจะคิดเองได้กระมัง"
นางไม่ได้เอ่ยตอบแล้วนั่งคิดเงียบ ๆ จะใช้วิธีไหนดีนะ คิดสิคิด
มองใบหน้าครุ่นคิดของนางแล้วยกยิ้มเอ็นดู ใบหน้ายามครุ่นคิดของนางช่างน่ามอง
"หากคิดได้เมื่อใดก็ส่งคนมาบอกข้าด้วย อย่าคิดนานนักล่ะ เพราะข้าไม่ได้อยู่ที่แคว้นนี้นานนัก ส่วนวันนี้ข้าคงต้องขอตัวก่อน แล้วพบกันใหม่ เซียนเอ๋อ" เฟยหลงจิ้นสี่เอ่ยพูดก่อนจะลุกจากโต๊ะไป
"น้อมส่งฝ่าา" นางลุกขึ้นค้อมกายส่งเขาอย่างงดงามที่สุดเท่าที่ตนทำได้