ยามบ่ายในตำหนักพระชายาเอก ความเงียบงันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ใบหน้าที่งดงามเต็มไปด้วยความเยือกเย็น ดวงตาของนางทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่แสงอาทิตย์ส่องผ่าน ราวกับกำลังพิจารณาเื่ราวบางอย่าง
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นด้านนอก ก่อนที่ขันทีจะเข้ามาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคารพ “พระชายาเอกพ่ะย่ะค่ะ… องค์ชายสาม ขอเข้าเฝ้า”
อวี้หลันเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เชิญเข้ามา”
ประตูตำหนักถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของ หลี่หยางเหอ องค์ชายสาม ผู้มีใบหน้าคมคายและแววตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เขาเดินเข้ามาอย่างสง่างาม ก่อนจะโค้งคำนับเล็กน้อย
“พี่สะใภ้… ข้าต้องขอโทษที่มาเยี่ยมโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า”
อวี้หลันยิ้มบางๆ “ท่านอาจไม่ทราบว่า การมาเยี่ยมเยือนขององค์ชายสามย่อมเป็เกียรติสำหรับข้า”
หลี่หยางเหอหัวเราะเบาๆ ขณะนั่งลงตรงข้ามนาง “ได้ข่าวว่าคืนแรกของการแต่งงาน พี่สะใภ้ถูกทิ้งให้อยู่ในตำหนักเพียงลำพัง ข้าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจ”
รอยยิ้มของอวี้หลันค่อยๆ จางลง แต่ดวงตายังคงเยือกเย็น “ข่าวลือในวังหลวงกระจายเร็วกว่าที่คิด… แต่ข้ามิใช่คนที่จะเสียเวลาร้องไห้กับเื่เ่าั้”
“นั่นเป็สิ่งที่ข้าชื่นชมในตัวพี่สะใภ้” หลี่หยางเหอเอนตัวไปด้านหน้า ดวงตาของเขาเปล่งประกาย “และเพราะความแข็งแกร่งนี้ ข้าถึงอยากเสนอพันธมิตรที่อาจเปลี่ยนแปลงชะตาของเราได้”
อวี้หลันมองเขานิ่ง “ท่านหมายถึงอะไร?”
หลี่หยางเหอยิ้มมุมปาก “หากเราร่วมมือกัน ข้าสามารถช่วยให้พี่สะใภ้ขึ้นสู่ตำแหน่ง ฮองเฮา ที่สูงสุดได้ และในวันนั้น…ตระกูลไป๋ของท่านจะกลายเป็ส่วนหนึ่งของราชวงศ์อย่างแท้จริง”
คำพูดนั้นทำให้อวี้หลันนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาของนางจ้องมององค์ชายสามอย่างพินิจพิเคราะห์
“แล้วท่าน้าอะไรจากข้า?” นางถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
หลี่หยางเหอยิ้มกว้าง “ข้า้าเพียงพันธมิตรที่แข็งแกร่ง…และการสนับสนุนจากตระกูลไป๋”
อวี้หลันเอนตัวพิงเก้าอี้ ดวงตาของนางเปล่งประกายความคิดที่ซับซ้อน ก่อนจะยกยิ้มบางๆ “ในเมื่อองค์รัชทายาทไม่สนใจข้า… ข้าก็ควรพิจารณาเป้าหมายใหม่”
หลี่หยางเหอหัวเราะเบาๆ “นี่แหละที่ข้าชื่นชมพี่สะใภ้…ความเฉลียวฉลาดและความกล้าที่ไม่มีใครเทียบได้”
การสนทนาจบลงพร้อมกับการจับมือกันในเงามืด พันธมิตรระหว่าง องค์ชายสาม และ ไป๋อวี้หลัน เริ่มต้นขึ้น ภายใต้เป้าหมายที่แตกต่างกัน ทว่าเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและเล่ห์เหลี่ยม
“หลี่หย่งเทียน…ในเมื่อเ้ามองข้าเป็เพียงเงา ข้าก็จะเปลี่ยนเส้นทาง และในวันที่เ้าหันกลับมา เ้าจะพบว่าข้าคือคนที่อยู่เหนือเ้าไปแล้ว”
ยามค่ำคืนในตำหนักพระชายาเอก ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่บนเตียงใหญ่ที่ประดับด้วยผ้าแพรสีแดงสด ตกแต่งด้วยลวดลายปักัและหงส์อันวิจิตร แม้ภายนอกจะดูสง่างามสมกับตำแหน่งของนาง แต่ภายในกลับอบอวลไปด้วยความเ็า
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นนอกตำหนัก บานประตูที่ปิดสนิทถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่างามของ องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน
อวี้หลันเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่คมกริบของนางจ้องมองเขาโดยไร้ความประหลาดใจ “ในที่สุดท่านก็มาที่นี่”
หลี่หย่งเทียนไม่ได้ตอบในทันที เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดาความคิด
“ข้ามาเพื่อกลบข่าวลือที่ไม่สมควร” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อวี้หลันหัวเราะเบาๆ แต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “กลบข่าวลือ? ท่านคิดหรือว่าการที่ท่านมาปรากฏตัวที่นี่ในคืนนี้ จะสามารถลบล้างคำพูดของคนทั้งวังหลวงได้?”
“อย่างน้อย มันก็ดีกว่าการปล่อยให้ข่าวลือพวกนั้นแพร่กระจายต่อไป” หลี่หย่งเทียนตอบด้วยน้ำเสียงเ็า
นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างสง่างาม เดินเข้าไปใกล้เขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “แต่ท่านไม่ได้มาเพราะข้า…ท่านมาเพราะคำพูดของคนอื่น”
หลี่หย่งเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง ก่อนที่เขาจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เ้าเองก็รู้ว่าการแต่งงานนี้ไม่ได้เกิดจากความรัก… ข้าทำตามหน้าที่ และข้าไม่คิดว่าจะต้องเสแสร้งต่อหน้าเ้า”
คำพูดของเขาเหมือนน้ำเย็นที่สาดเข้ามาในใจของอวี้หลัน แต่นางกลับหัวเราะออกมา ราวกับไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดนั้น “หน้าที่หรือ? ดีแล้วที่ท่านพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ เพราะข้าก็ไม่ได้้าหัวใจของท่าน… สิ่งที่ข้า้ามีเพียงตำแหน่ง และไม่มีใครจะแย่งมันไปจากข้าได้”
หลี่หย่งเทียนมองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถ้าเช่นนั้น ก็จงทำหน้าที่ของเ้าต่อไปในฐานะพระชายาเอก และอย่าให้ข้าต้องเสียเวลามาที่นี่อีก”
เขาหันหลังเดินจากไป ปล่อยให้อวี้หลันยืนอยู่เพียงลำพังในตำหนักที่เงียบงัน
ยามค่ำคืนนั้น แม้องค์รัชทายาทจะปรากฏตัวเพื่อกลบข่าวลือ แต่การมาของเขากลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและอวี้หลันเต็มไปด้วยความตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม
“หลี่หย่งเทียน…ถ้าเ้ามองข้าเป็เพียงหน้าที่ ข้าก็จะทำให้หน้าที่นี้กลายเป็สิ่งที่เ้าจะไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้!”
วันต่อมา ท้องฟ้าแจ่มใส ลานสวนภายในวังหลวงถูกประดับด้วยดอกไม้หลากสีสัน กลิ่นหอมของชากำจายไปทั่วบริเวณ งานเลี้ยงน้ำชาอันสง่างามจัดขึ้นสำหรับบรรดาหญิงสาวในวังหลัง ทั้งพระชายา สนม และบุตรสาวของขุนนางที่ได้รับเชิญ
ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่ที่ตำแหน่งสูงสุดในฐานะพระชายาเอก อาภรณ์สีแดงอันงดงามที่ประดับด้วยลวดลายปักมือทำให้นางดูสง่างามจนไม่มีใครกล้าเทียบ
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและสนทนาที่ดูเหมือนไร้พิษสง หลินเหม่ยซิน สนมขั้นกลางนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเล็กน้อย ดวงตาอ่อนโยนของนางหลุบมองถ้วยชาในมือโดยไม่พูดอะไร นางรู้ดีว่าสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ตน
“สนมเหม่ย” เสียงของไป๋อวี้หลันดังขึ้น น้ำเสียงของนางฟังดูอ่อนโยน แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเ็า
เหม่ยซินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “เพคะ พระชายาเอก”
“ข้าได้ยินมาว่าเ้ามีความสามารถในการวาดภาพมากนัก เหล่าขุนนางต่างกล่าวถึงผลงานของเ้า ไม่ทราบว่าเ้าจะเมตตาแสดงฝีมือให้พวกเราชมได้หรือไม่?”
คำพูดนั้นดูเหมือนคำชื่นชม แต่แววตาของอวี้หลันกลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เหม่ยซินรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ แต่ยังคงยิ้มบางๆ “หม่อมฉันยินดีเพคะ หากพระชายาเอก้า”
อวี้หลันพยักหน้าเรียกนางกำนัลคนหนึ่งให้นำกระดาษและพู่กันมา เหล่าหญิงสาวที่เข้าร่วมงานต่างมองกันไปมาด้วยความสงสัย บ้างเริ่มกระซิบกระซาบเบาๆ
เหม่ยซินเริ่มลงมือวาดภาพ ความงดงามของลายเส้นที่ออกมาทำให้ทุกคนอดชื่นชมไม่ได้ เสียงอุทานเบาๆ ดังขึ้นทั่วลาน
แต่เมื่อภาพเสร็จสมบูรณ์ อวี้หลันกลับลุกขึ้นยืน ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม “นี่มันอะไรกัน?”
ทุกคนหันมามองอย่างงุนงง ก่อนจะพบว่าภาพที่เหม่ยซินวาดดูเหมือนจะเป็หญิงสาวคนหนึ่งในอาภรณ์หรูหรา มีความงามที่คล้ายคลึงกับพระชายาเอกอย่างมาก
“เ้าคิดจะล้อเลียนข้าหรือ?” อวี้หลันกล่าวเสียงเย็น ดวงตาของนางจ้องมองเหม่ยซินอย่างกดดัน
เหม่ยซินใจนใบหน้าซีดเผือด “หม่อมฉันไม่มีเจตนาเช่นนั้นเพคะ พระชายาเอก…”
“ไม่มีเจตนา? แต่ภาพนี้กลับเหมือนเ้ากำลังแสดงให้ทุกคนเห็นว่าข้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้” เสียงของอวี้หลันดังก้องไปทั่วบริเวณ
หญิงสาวที่เข้าร่วมงานต่างพากันกระซิบกระซาบกันหนักขึ้น สีหน้าของเหม่ยซินเต็มไปด้วยความลำบากใจ นางมองไปรอบๆ เพื่อหาทางอธิบาย แต่ดูเหมือนทุกคนจะเริ่มคล้อยตามไป๋อวี้หลัน
“เ้าอาจจะเป็สนมที่องค์รัชทายาทโปรดปราน แต่จงจำไว้ว่า ตำแหน่งของเ้าต่ำกว่าข้า!” อวี้หลันกล่าวเสียงดัง ก่อนจะโยนพู่กันลงบนพื้น
เหม่ยซินต้องก้มหน้ารับความอับอายต่อหน้าผู้คน ขณะที่อวี้หลันนั่งลงอย่างสง่างาม รอยยิ้มที่มุมปากของนางเผยให้เห็นถึงชัยชนะในเกมนี้
“เหม่ยซิน…เ้าอาจเป็ที่รักของเขา แต่ในวังหลังแห่งนี้ ข้าจะเป็ผู้กำหนดว่าใครจะอยู่ หรือใครจะล้ม!”