พลังฉลามสมุทร ปะทะ กับ พลังบัวขาว ทั้งสองถอยห่างออกมา แต่ว่า ชิงเอ้อหลิงกลับ ปล่อยอาวุธลับออกมาอีกชุด มันเป็เข็มขนแม่น
ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ
รั่วหลานกลับตีลังกาหงายท้อง แล้วใช้ชายเสื้อป้องกันเอาไว้ได้ แล้วสะบัดเข็มขนแม่นกลับไป ทำให้ ชิงเอ้อหลิงที่ไม่ได้ทันตั้งตัว ก็ถูกเข็มแม่นของตนเองซัดเข้าเต็มหน้าอก ถึงกับทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้น
“ เอ้อหลิง” ศิษย์คนโตนามว่า ชิงอี้เหวิน พุ่งตัวเข้ามา แล้วรีบใช้ก้อนแม่เหล็กดูดเข็มขนแม่นออกมา แล้วมอบยาให้เอ้อหลิงกินทันที
“ ขออภัย ข้าไม่คิดว่า เข็มขนแม่นจะรวดเร็วปานนี้”
รั่วหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“ ข้าจะสั่งสอนเ้าเอง” ชิงอี้เหวิน พอรักษาชิงเอ้อหลิง ก็ะโขึ้นมาบนลานประลองทันที
“ เดี๋ยว แม่ของข้าชนะสองรอบแล้ว ไม่เห็นมีใครมอบ ไข่มุกพันปีให้ตามที่ประกาศเอาไว้เลย” ราเชนพาร่างอันอวบอ้วนรีบก้าวขึ้นเวที แล้วหันไปมองหน้านักพรตชิงเต่า
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ผิดคำพูดแน่ๆ”
นักพรตชิงเต่า โยนกล่องสีดำมาให้กับ รั่วหลาน ซึ่งพอเปิดออก ก็พบว่า มีไข่มุกสีดำอยู่สองเม็ด จึงรีบยัดเข้าไปในปากของ ราเชนทันที 1 เม็ด
“ กินเข้าไปลูก”
ราเชนไม่ทันได้ตั้งตัว ก็รีบเคี้ยวไข่มุกสีดำ ไปในทันที แต่ทว่า เขากลับยังไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย
“ ท่านแม่ ข้าไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย”
“ รอหน่อย บางทีไข่มุกพันปี อาจต้องใช้เวลารักษาอาการของลูกได้”
ทันใดนั้นเอง เมิ่งซู ก็เอ่ยออกมาว่า
“ รั่วหลาน มันไม่ใช่ยารักษาเฟยหลง มันมีประโยชน์เฉพาะคนที่มีพลังปราณยุทธ์ระดับต้นเท่านั้น เ้าควรเก็บเอาไว้ให้กับคนที่เหมาะสมจะดีกว่า”
รั่วหลานได้แต่พยักหน้า นักพรตชิงอี้เหวินจึงเอ่ยว่า
“ เทพธิดาบัวขาว พร้อมแล้วหรือยัง”
“ เชิญ”
รั่วหลานให้ราเชนออกจาก ลานประลองไป แล้วนักพรตชิงอี้เหวิน ก็ปลดปล่อยพลังปราณยุทธ์ขั้นที่ 50 ออกมา คราวนี้เื้ัของนักพรตชิงอี้เหวิน กลับมีเงาสัตว์ทะเลตนหนึ่งปรากฏขึ้น เป็ปลาราหูั์ ตัวใหญ่ มันพุ่งออกมาเป็เงาขนาดใหญ่กว่าตัวคนสามเท่า พุ่งเข้าโจมตีใส่ รั่วหลาน ที่ตอนนี้ปล่อยกลีบบัวขาวออกมาต้าน แต่ว่า พอัักับ เงาราหูั์ กลีบบัวขาวถึงกับ แตกกระจายไปจนหมด
“ ท่านพ่อ นี่มันไม่ใช่พลังปราณยุทธ์ขั้นที่ 50 แล้ว น้องเล็กต้านไม่ได้อย่างแน่นอน”
เมิ่งซูเอ่ยกับ เมิ่งเทียน ที่ตอนนี้หันไปมองหน้าของนักพรตชิงเต่า ซึ่งได้แต่เอ่ยออกมาว่า
“ อย่าได้กังวล อี้เหวินไม่ทำร้าย เทพธิดาบัวขาวอย่างแน่นอน”
พอเงาราหูั์พุ่งเข้าใกล้ร่างของรั่วหลาน คลื่นพลังก็หยุดลง แต่ทว่าทำให้รัศมีพลังของมันทำให้เสื้อผ้าของ รั่วหลานขาดเป็ชิ้นๆ แม้ไม่ขาดจนหมด แต่ก็พอให้เห็นผิวพรรณที่ขาวนวล ของรั่วหลานต่อหน้าทุกๆ คน สร้างความอับอายให้กับรั่วหลานยิ่งนักต้องเอามือ ออกมาปิดบังรูปร่างของตน
ราเชนะโขึ้นไปบนเวที แล้วถอดเสื้อของตนเองคลุมให้กับแม่รั่วหลาน เผยให้เห็นพุงพลุ้ย เคลื่อนไปมา ราวกับหมูตอน คนของตระกูลเมิ่งบางคนถึงกับหัวเราะเย้ยหยัน เมิ่งเทียนผู้นำตระกูลถึงกับส่ายหน้า
“ บัดซบ นี่มัน้าทำให้แม่อับอายชัดๆ ไอ้พวกนักพรตโรคจิต”
ราเชนด่าออกไปด้วยเสียงอันดัง จนแม่รั่วหลานต้องรีบห้าม แล้วกำลังจะลงจากเวที
“ เดี๋ยวไอ้อ้วน เ้าด่าใครว่าโรคจิต?” นักพรตชิงอี้เหวิน เอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ ด่าเ้ายังไงเล่า ไอ้นักพรตชั่ว เ้าทำให้แม่ข้าอับอายเช่นนี้ ไม่ควรสวมชุดนักบวชเลย” ราเชนเอ่ยสวนกลับไป
“ การประลองก็เป็เช่นนี้ ฝีมือต่ำต้อย ก็ต้องแพ้พ่าย อับอาย เห็นแก่แม่ของเ้า
คุกเข่าโขกศรีษะ แล้วกล่าวขอโทษข้าสามครั้ง แล้วก็ไปได้”
ทุกคนได้ยินคำนี้ได้แต่นิ่งเฉย เพราะทุกๆ คนไม่เห็นด้วยกับคำพูดของหยางเฟยหลง ที่พูดจาดูิ่นักพรตชิงอี้เหวินเพราะทำให้ ศักดิ์ศรีของ นักพรตชิงเต่าพลอยเสื่อมเสียไปด้วย จึงได้แต่นิ่งเฉย ไม่เว้นแม้แต่ผู้นำตระกูลเมิ่งเทียน
“ ฝันไปเถอะ ไม่ฆ่าเ้าก็บุญแล้ว”
“ ไม่เอาลูก อย่าพูดเช่นนี้ ข้าไม่อบรมบุตรให้ดี ข้าต้องขออภัยแทนเขาด้วย”
“ เห็นแก่หน้าเทพธิดาบัวขาวก็ได้ แต่ให้เขารับฝ่ามือของข้า เพียงฝ่ามือเดียว เื่นี้ขอให้จบกัน” นักพรตชิงอี้เหวินกล่าวด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
แต่สีหน้าของรั่วหลานถึงกับแปรเปลี่ยนไป ถึงกับหันไปมองหน้าบิดาของตน คล้ายขอความช่วยเหลือ แต่หัวหน้าตระกูลเมิ่งเทียนกลับส่ายหัว
“ ไอ้นักพรตชั่ว แน่จริงรับหมัดของข้าก่อนซิ แล้วค่อยให้ข้ารับฝ่ามือของเ้าต่อไป”
“ เฟยฟลง ลูกจะบ้าหรือไง ลูกไร้ปราณยุทธ์ ไปต่อยท่านนักพรต เท่ากับชกกับหินผา เ้าจะาเ็เอาได้นะ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตกลง ข้าให้เ้าชก เจ็ดหมัดเลยก็ได้”
ทุกๆ คนต่างหัวเราะ ที่เด็กหนุ่มร่างอ้วนราวกับหมูตอน และยังไร้ปราณยุทธ์คิดจะทำร้าย ตัวตนปราณยุทธ์ระดับที่ 60 อย่างนักพรตชิงอี้เหวิน
“ ก็ได้”
ราเชนปล่อยมือจากแม่รั่วหลาน เขากำหมัดแน่น แล้วตบเข้าไปที่หน้าอกใกล้หัวใจของตน จนพุงกระเพื่อม เพื่อกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วขึ้น เืลมไหลผ่านเข้ามาที่หมัดของเขา นี่คือการเตรียมการชกแบบนักฆ่า เพื่อจะได้ลงมือหนักหน่วงและรุนแรงกว่าปกติทั่วไป แล้วก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วเข้าไปต่อยเข้าไปที่กรามของ นักพรตชิงอี้เหวิน
ตุ๊บ !!
ใบหน้าของนักพรตชิงอี้เหวินนิ่งเฉยไม่ขยับ แต่หมัดของราเชนที่ต่อยออกไปที่คิดว่าน่าจะทำให้ นักพรตชิงอี้เหวินฟันร่วง ถึงกับเป็รอยแดงที่หมัด
“ โอ้ ร้ายกาจจริงๆ”
ราเชนคิดในใจ เ้านักพรตนี่สามารถใช้พลังปราณยุทธ์มาสร้างเป็เกราะคุ้มกันร่างของตนเองได้ด้วย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยังมีอีก หกหมัด เ้าอ้วนน้อย ต่อยข้ามาได้เลย”
ราเชนได้แต่ยิ้ม แล้วยังคงรัวหมัดซ้ายเข้าไปที่ชายโครง ซึ่งเป็เส้นเืที่พุ่งเข้าไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ราเชนยังคงต่อยไล่ไปตามจุดเส้นเืของหัวใจ พอผ่านไปหมัดที่ห้า ปราณที่คุ้มกันร่างก็ค่อยๆ แตกสลาย เพราะเส้นเืถูกกระทบอย่างแรก จนเริ่มไปหล่อเลี้ยงหัวใจไม่ทัน จนหมัดสุดท้าย ถูกราเชนต่อยเข้าไปที่ จุดลำคอต่ำกว่าคอหอย
ตุ๊บ !!!
นักพรตชิงอี้เหวิน ได้แต่หัวเราะออกมา แต่สุดท้ายได้แต่หัวเราะค้างอยู่อย่างนั้น ตาลอย หงายหลังลงไปนอนตาค้าง ทุกๆ คนล้วนเห็นว่า เด็กหนุ่มร่างอ้วนต่อยมั่วอย่างสะเปะสะปะ เหมือนเด็กน้อยต่อยผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่ในความจริงแล้ว นี่คือหมัดเจ็ดสังหาร ที่นักฆ่าอย่างราเชนฝึกฝนเพื่อใช้ฆ่าคนมาั้แ่เด็ก ต่อให้มีปราณยุทธ์แข็งแกร่งสักแค่ไหน หากว่า ร่างกายขาดเืไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ก็ต้องตายสถานเดียว
“ ศิษย์พี่” ศิษย์ของนักพรตชิงเต่าสองคน รีบเข้ามาดูอาการนักพรตชิงอี้เหวินด้วยความใ
“ อาจารย์ ศิษย์พี่ไม่มีลมหายใจแล้ว”
คราวนี้นักพรตชิงเต่า ถึงกับลุกขึ้นลอยตัวเข้ามา จับชีพจรของนักพรตชิงอี้เหวิน
“ เป็ไปได้ยังไง หมัดที่ไร้ปราณยุทธ์ จะทำร้ายอี้เหวินถึงตายได้”
นักพรตชิงเต่าเอ่ยอย่างใ พร้อมหันไปมองหน้าราเชนที่ตอนนี้ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“ เขามีอาการป่วยมาก่อนหรือเปล่าท่านนักพรต”
“ ไม่ ศิษย์ของข้าแข็งแรงทุกๆ คน”
“ อาจารย์เขาถูกวางยาหรือเปล่า”
นักพรตชิงเต่าสำรวจรอยหมัด ทั้งเจ็ดจุด ล้วนไม่มีร่องรอยน่าสงสัยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งรอยบวม หรือ จุดเขียวคล้ำยังไม่มีเลย ที่เป็เช่นนี้ เพราะจุดที่ราเชนต่อยเข้าไปนั้น เป็จุดที่มีเส้นเืติดิัมากที่สุด หากไม่ได้ร่ำเรียนมาเื่เส้นโลหิต จะไม่มีทางรู้เส้นทางของหลอดเืเข้าหัวใจ เด็ดขาด
“ เืและิัของเขาเป็ปกติ ไม่ได้ถูกพิษ ไม่มีร่องรอยที่จะทำให้เขาต้องตาย คงจะเป็เพราะกินยาสมุนไพรเพิ่มพลังมากเกินไป จึงทำให้หัวใจทำงานล้มเหลว เ้าหนูนี่โชคดีจริงๆ ไม่เช่นนั้น ข้าต้องสังหารเ้าแก้แค้นให้กับ ศิษย์ของข้า”
นักพรตชิงเต่าหันมามองหน้า ราเชนที่ตอนนี้ ถูกแม่รั่วหลานกอดแน่น ด้วยความใ แต่สายตาของเขานั้นไม่เคยหวาดเกรงผู้ใดแม้แต่น้อย มันบังอาจรังแกแม่รั่วหลานเช่นนี้ สมควรตายแล้ว
“ เื่การประลองของเราในวันนี้ คงต้องเลื่อนไปก่อนอีก 1 ปี ข้าต้องกลับไปแจ้งญาติของอี้เหวินในเื่นี้” นักพรตชิงเต่าแสดงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา เพราะบิดาของนักพรตชิงอี้เหวินนั้น คือ แม่ทัพแดนใต้ที่กุมกำลังพลนับล้าน ไม่รู้ว่าหากเขารู้ว่าต้องสูญเสียลูกชาย จะรู้สึกอย่างไร
พอทั้งหมดแยกย้ายกันจากไป ต้าเฉิงเข้ามากระซิบถาม ราเชนว่า
“ เฟยหลง นี่เ้าฆ่าคนตายเลยนะเว้ย”
“ อืม” ราเชนได้แต่พยักหน้า ไม่สนใจ ใช้เท้าไล่เขี่ยเ้าหมาอ้วนที่เข้ามาคลอเคลียไม่ยอมห่าง
“ นี่เ้าไม่ใเลยหรือไง หากเป็ข้าคงต้องรีบไปวัดรีบทำบุญไปให้นักพรตนั่นแล้ว”
การฆ่าคนถือ เป็เื่ปกติสำหรับเขา ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น
“ ต้าเฉิงพูดถูก แม่ว่า ลูกควรไปวัดฉืออัน ทำบุญแผ่ส่วนกุศลไปให้ท่านนักพรตบ้างนะ” แม่รั่วหลานเอ่ยขึ้น แต่ในใจสงสัย การต่อยหมัดทั้งเจ็ดจุดของราเชนแต่ไม่ได้พูดออกมา
“ มันทำกับท่านแม่เช่นนี้ สมควรตายแล้ว ไปทำบุญให้มันอีกทำไม”
“ ไม่เอาซิ อย่าพูดแบบนี้ ใครได้ยินเข้าจะหาว่า แม่ไม่สั่งสอนเ้า การประลองยุทธ์ก็ต้องเป็เช่นนี้ พ่ายแพ้ก็ต้องอับอาย เป็เื่ปกติ”
ราเชนไม่อยากเถียง แต่ก็ไปวัดฉืออัน ตามที่แม่รั่วหลานบอก เพราะวัดฉืออันนี้อยู่ไม่ห่างจากบ้านตระกูลเมิ่งสักเท่าไร รั่วหลานจึงไม่ค่อยเป็ห่วงมากนัก
สองคนเลยพากันเดินออกมาจากบ้าน แล้วมุ่งหน้าไปที่วัดฉืออันที่อยู่บนูเา ออกจากบ้านมาก็มองเห็นวัดบนูเาแล้ว โดยมีเ้าหมาอ้วนวิ่งตามมาด้วย
ระหว่างทางขึ้นเขาจะไปวัด ก็ได้พบกับชายหนุ่มจูงหมาล่าเนื้อ สี่ตัว พร้อมกับผู้คุม 4 คน และ คนคุ้มกันอีก 5 คน ทั้งหมดเดินมาเป็ขบวนรวมแล้วได้ 10 คนกับหมา 4 ตัว พอหมาล่าเนื้อเห็นเ้าหมาอ้วน ก็พุ่งทยานเข้าหา จนเชือกที่จับเอาไว้หลุดมือจาก คนเลี้ยงทั้งสี่
“ พิตบูล?” ราเชนร้องออกมาอย่างใ เพราะหมาพิตบูลสี่ตัวนี้มันตัวใหญ่ แข็งแรง และรวดเร็ว ยากที่เหยื่อของมันจะหนีพ้น.......