ตอนที่ 7
ทิ้งครอบครัว
เมื่อเดินไปได้ ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ถึงบ้านพ่อจ้าวอวี๋ เห็นแม่เลี้ยงยืนหน้าบอกบุญไม่รับ อยู่ลานบ้าน ฉันจึงเดินกระแทกไหล่แม่เลี้ยง รีบเข้าไปดูน้องชายกับป้าสือ เมื่อน้องชายเห็นหน้าฉัน จึงปล่อยโฮ เราสองคนกอดคอร้องไห้พักหนึ่งฉันเอามือลูบเช็ดน้ำตาบนใบหน้าให้น้อง
“ไม่ร้อง ไม่ร้อง” ฉันเอ่ย
ฉันสำรวจร่างกายของน้องชาย ใบหน้าแดงก่ำ มีไข้ ตัวร้อน แขนที่โดนตี บวมแปร่ง เมื่อแตะถูก น้องจะครางเบาๆ หน้าผากที่แตก เืได้แห้งเกราะติดแน่น
ฉันจึงขอให้ป้าสือช่วยไปเอาน้ำดื่มมาให้สักแก้ว เมื่อป้าสือออกไป ฉันจึงเอายาแก้ไข้ ยาแก้อักเสบ และน้ำ ออกจากมิติ มาให้น้องชายกิน โดยแอบทำไม่ให้น้องชายเห็น เดี๋ยวใสลบไม่ฟื้น
“นี่ จะอยู่ล้างผลาญกันหรือไง ทำไมไม่ลงนา จะสำออยพี่สาวหรือไง” นังแม่เลี้ยงะโด่า
“ทำไม ต้องทำกะ เฮ่าเยว่ ถึงขนาดนี้” ฉันถาม
“ก็มัน ริเป็ขโมย ขโมยไก่ไปให้เธอไง ไอ้คนเนรคุณ ไอ้คนไร้ประโยชน์ เลี้ยงเสียข้าวสุก ตาย ตายไปได้ก็ดี”
“ไก่นั้น เฮ่าเยว่ ล่ามาได้ เค้าจะให้ใครก็ได้ และฉันไม่ใช่คนอื่นคนไกล ฉันเป็พี่สาวแท้ ๆ ของเค้า ทำไมเค้าจะให้ฉันไม่ได้”
“คนที่อยู่บ้านนี้ กินข้าวบ้านนี้ หาอะไรมาได้ ก็ต้องเป็สมบัติของบ้านนี้ ถ้าเอาไปให้คนอื่น ไม่ขออนุญาตฉัน ก็ถือว่าเป็ ขโมย ก็สมควรลงโทษ ฉันไม่ได้ตีเค้านะ พ่อแท้ๆ ของเค้าต่างหากที่ตี”
“ก็คุณยุยงพ่ออยู่ข้างๆ พ่อก็ยิ่งมีอารมณ์โกรธ แต่ครั้งนี้พวกคุณทำเกินไป กะตีให้ตายเลยเหรอ”
“ทำไมฉันจะตีมันไม่ได้ ไอ้ลูกเนรคุณ หัวแตก แขนหัก แค่นี้ สำออย นี้กะจะไม่ทำงานเลยสิ จะให้ฉันทำคนเดียวหรือไง” พ่ออวี๋กล่าว
“แล้ว จ้าวเสวียนละ ทำไม ไม่ใช้เค้าทำงาน โตแล้วด้วย”
“แก่อย่ายุ่งกะ จ้าวเสวียน ๆ เป็เด็กฉลาด หมอดูบอกไว้ ต้องเรียนหนังสือ จะนำชื่อเสียงมาให้วงศ์ตระกูลจ้าว ไอ้ตัวเนรคุณนี้จะเทียบได้ไง เจ็บนิดเจ็บหน่อย ทำเป็จะตายให้ได้ ถ้าจะตาย ออกไปตายที่อื่น อย่าตายที่นี่ อย่าทำตัวไร้ประโยชน์ ที่นี่ไม่เลี้ยง เปลืองข้าวสุก ทำไมเธอไม่เอาไปเลี้ยงเลยละ เก่งนักนิ ดูสิว่า ถ้าออกจากบ้านหลังนี้ จะมีปัญญาอยู่รอดหรือเปล่า เสียข้าวสุกจริงๆ” แม่เลี้ยงด่า
“พ่อคะ ตกลงพ่อจะไม่เลี้ยงดู เฮ่าเยว่ แล้วหรือคะ พวกเราสองคนยังเป็ลูกพ่อหรือเปล่า” ฉันพูดพลางน้ำตาไหลพลาง
“ก็ตอนนี้ มันไร้ประโยชน์ มันป่วย แขนหักทำงานไม่ได้ แล้วไม่รู้ว่าเมื่อไรจะหายดี ไหนจะค่าหมอ ค่ายา ค่าอาหาร ใครจะเลี้ยงไหว จ้าวเสวียน ยังต้องเรียน จะเอาเงินที่ไหนละ”
ใจฉันเจ็บจิ๊ด นี้พ่อของพวกเราเหรอ ทำไมพูดหมาๆ อย่างนี้ พอลูกป่วย กลัวเปลืองเงิน เปลือกข้าว หน้ามืดตามัวหลงเมียใหม่ ลืมลูกเมียเก่า คนแบบนี้จะเรียกว่าอะไรดี
“ถ้าพ่อไม่้า ยกน้องให้ฉันดูแลได้ไม่”
“ได้ ถ้าแก่อยากเพิ่มภาระ ก็เอาไปเลย” แม่เลี้ยงพูดแทรก
“แต่จะไม่ได้อะไรทั้งสิ้น เพราะฉันต้องเก็บไว้ให้ จ้าวเสวียน เรียน อยากไปก็ไปแต่ตัว ไปแล้วอย่ากลับมาสร้างปัญหา ฉันไม่ชอบ” พ่อเอ่ย
“ตกลง ตามนี้ ป้าสือคะช่วยตามผู้ใหญ่บ้านให้หน่อยค่ะ ให้ช่วยมาลงบันทึกแยกบ้านตัดสัมพันธ์”
“ได้”
ป้าสือ ตอบ และรีบออกไปตามผู้ใหญ่บ้าน ฉันจึงเข้าไปเก็บของ ของน้องชาย ซึ่งมีแต่เสื้อผ้าเก่า ๆ ไม่กี่ชิ้น แต่เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เหลือบเห็นเสื้อที่ฉันให้น้องชายมาเมื่อวาน ซักตากอยู่หลังบ้าน ฉันจึงเดินไปเก็บ แม่เลี้ยงเห็นรีบะโห้าม บอกว่าเป็ของ จ้าวเสวียน ฉันไม่สนใจ เก็บมารวมไว้ในกองผ้าของน้อง อยากได้ของคนอื่น ดูเสียก่อนว่าฉันจะให้หรือเปล่า
พอผู้ใหญ่บ้านมา เห็นสภาพน้องชายของฉัน ก็ได้แต่สงสาร เห็นใจ จึงทำเื่แยกบ้านโดยน้องชายจะไปเป็สมาชิกของบ้านฉัน โดยจะตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกับบ้านพ่ออวี๋อีก ต่างคนต่างอยู่ น้องชายคนเดียว ฉันเลี้ยงได้ หลังจากแยกบ้านเรียบร้อย ฉันจึงขอเช่าเกวียนลุงผู้ใหญ่บ้านพาน้องชายไปหาหมอในเมือง
เมื่อถึงโรงหมอ หมอบอกว่าไม่เป็อะไรมาก หัวแตก เืออกมากจึงดูน่ากลัว ส่วนแขนหักร้าว แต่ยังอยู่ในแนวไม่เคลื่อนที่ผิดรูป หมอจึงใส่เฝือกดามไว้ก่อน ห้ามถูกน้ำ และห้ามเคลื่อนไหว หมอจ่ายยาแก้อักเสบ แก้ไข้ และยาบำรุงกระดูก
ฉันจ่ายค่าหมอ ค่ายาไป 10 หยวน และค่าเช่าเกวียน ไป กลับ อีก 1 หยวน ตอนนี้น้องชายได้มาอยู่กับฉันอย่างถาวร ฉันมีความสุขมากชาติที่แล้วน้องดูแลฉันดีมาก ชาตินี้ ฉันจะดูน้องให้ดีกว่าที่ฉันได้รับจากน้อง