บทที่ 29 อวดรู้
ถังซูอี๋มองตามแผ่นหลังของเซียวอวี้ิที่ก้าวเดินอย่างรวดเร็ว พลางคิดในใจว่า หลังจากบุตรชายของตนกลับมาแล้ว ไม่รู้ว่าเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ในวันนี้จะยังใช้ได้อยู่หรือไม่ บุตรชายบุญธรรมผู้นี้ช่างช่ำชองในการทำลายเสื้อผ้ามากเหลือเกิน
“ผ้าพวกนี้…” นางชี้ไปที่ผ้าสีเข้มห้าหกม้วน “ตัดตามขนาดของอวี้ ิ แต่ละแบบทำอย่างละสองชุด”
ทุกคนในห้องต่างพากันหัวเราะ เซียวอวี้ิใส่ชุดหนึ่งได้เพียงไม่กี่ครั้งก็ใส่ไม่ได้แล้ว ใช่ว่าสกปรกจนใส่ไม่ได้ ทว่ามันขาดจนใส่ไม่ได้ต่างหาก
ถังซูอี๋ถอนหายใจ “ถ้าเป็ครอบครัวยากจน คงต้องให้เขาใส่เสื้อผ้าปะชุนทุกวัน”
ทุกคนในห้องต่างพากับหัวเราะให้กับวาจาของนางอีกครั้ง
ถังซูอี๋ดึงเซียวอวี้จูเข้ามาให้นางเลือก เซียวอวี้จูชอบสีสดใสสวยงาม ทว่าบัดนี้อยู่ใน่ไว้ทุกข์ จึงใส่ได้เพียงสีเข้มหรือสีสุภาพเท่านั้น เช่นนั้นนางจึงไม่รู้ว่าจะเลือกผ้าแบบใดดี “ท่านแม่ ช่วยข้าเลือกเถิด”
ถังซูอี๋มองนาง เด็กสาวมีผิวขาวเนียนใสไร้ที่ติ ราวกับหยกขาวชั้นดี ก่อนจะกล่าวแบบยิ้ม ๆ “ลูกสาวข้าผิวขาว ใส่ชุดอะไรก็สวยทั้งนั้น”
เซียวอวี้จูได้ยินคำชมเช่นนี้ นางไม่ได้เขินอายแต่กลับยิ้มอย่างสดใส ถังซูอี๋เห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัวนางด้วยความเอ็นดู แม้ว่าสาวน้อยผู้นี้จะดื้อรั้นไปบ้าง ทว่านางก็ไม่มีนิสัยเยี่ยงสตรีชั้นต่ำเลย ถังซูอี๋ชอบผู้ที่มีนิสัยร่าเริงและใจกว้างเช่นนี้
แม้ยามนี้สาวน้อยจะดื้อรั้นไปบ้างก็ไม่เป็ไร ค่อย ๆ อบรมกันไปก็ได้ ขอเพียงมีจิตใจดีงาม เข้าใจกฎเกณฑ์ รู้จักความเหมาะสม แม้จะเปิดเผยไปบ้างก็ไม่ได้ถือว่าเป็เื่ที่ผิด สตรีชั้นสูงก็ควรมีนิสัยของสตรีชั้นสูง ควรใช้ชีวิตอย่างอิสระ
ถังซูอี๋หยิบผ้าสีเขียวอ่อน สีฟ้าอ่อน และสีม่วงอ่อนมาทาบกับตัวเซียวอวี้จู พลางถามนางว่าชอบสีใด เช่นนั้นเซียวอวี้จูจึงชี้ไปยังผ้าสีเขียวอ่อน “ข้าไม่ชอบสีนี้ เซียวชิงอวี่ใส่บ่อย”
ถังซูอี๋เลิกคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าสาวน้อยผู้นี้จะมีความแค้นต่อเซียวชิงอวี่ที่ฝังลึกมากทีเดียว “เซียวชิงอวี่ทำสิ่งใดให้เ้าไม่พอใจอีกหรือ?”
เซียวอวี้จูทำแก้มป่อง “วานนี้ นางตั้งใจทำหมึกหกใส่งานเขียนของข้าอีก แล้วยังกล่าวเสียงดังว่านางไม่ได้ตั้งใจ ข้าจึงเอาหมึกทั้งหมดสาดใส่งานเขียนและเสื้อผ้าของนาง และบอกว่าข้าก็ไม่ได้ตั้งใจเช่นกัน
นางยืนร้องไห้ทำทีน่าสงสารอยู่ตรงนั้น ข้าจึงชี้ไปที่นางแล้วกล่าวว่า วันนี้เ้าทำงานเขียนของข้าเลอะเทอะโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อวานเ้าทำเสื้อผ้าของข้าเปื้อนโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนหน้านี้เ้าทำกระบอกใส่พู่กันของข้าพังโดยไม่ได้ตั้งใจ รวมถึงเื่อื่น ๆ ก่อนหน้านี้ด้วย เ้ามีปัญหาทางสมองหรือมือและเท้าของเ้าพิการกันแน่ ถึงได้ชอบทำของของข้าพังเป็ประจำ เหตุใดไม่ไปทำของผู้อื่นพังบ้างเล่า?”
สาวน้อยเล่าด้วยท่าทางกระตือรือร้น ถังซูอี๋กล่าวแบบยิ้ม “แล้วหลังจากนั้นเล่า?”
“หลังจากนั้น ท่านอาจารย์ก็ตำหนินาง แล้วยังลงโทษให้นางคัดตัวอักษรขนาดใหญ่อีกด้วย” เซียวอวี้จูกุมแขนถังซูอี๋แล้วหัวเราะ “ท่านแม่ วิธีที่ท่านแม่บอกนั้นได้ผลจริง ๆ แต่เซียวชิงอวี่ก็ยังมาก่อเื่อีก”
“นางทำสิ่งใดอีก?” ถังซูอี๋จูงมือนางให้นั่งลง
“นางเอาดอกไม้มุก*[1] ผมไปแจกให้เพื่อน ๆ ในสำนักศึกษาตั้งหลายอัน แล้วบอกพวกนางไม่ให้เล่นกับข้า” เซียวอวี้จูทำแก้มป่องอีกครั้ง
“แล้วเ้าอยากจะทำเช่นไร?” ถังซูอี๋ถาม
เซียวอวี้จูส่ายหน้า การถูกผู้อื่นทอดทิ้งเป็เื่ที่ไม่น่าพอใจ ทว่านางก็ไม่อยากจะทำเหมือนเซียวชิงอวี่ ที่ต้องเอาของไปให้เพื่อนร่วมชั้นไม่ใช่เพราะนางเสียดายดอกไม้มุก แต่เป็เพราะนางไม่อยากให้ค่ากับคนเ่าั้
ถังซูอี๋จับมือเล็ก ๆ ของนาง “พวกประจบสอพลอ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ทำสิ่งใดก็เพื่อผลประโยชน์ คนพวกนี้ไม่ควรค่าที่พวกเราจะต้องคบหาด้วย”
เซียวอวี้จูมองถังซูอี๋ด้วยดวงตากลมโตที่ดูงุนงง นางไม่อาจเข้าใจความหมายนี้ได้ ถังซูอี๋จึงมองไปยังเซียวอวี้เฉิน “เ้ากล่าวสิ”
เซียวอวี้เฉินรู้สึกว่านี่เป็โอกาสที่ดีในการสั่งสอนน้องสาว จึงยืดอกแล้วกล่าวขึ้น “แมลงวันบินวนอยู่รอบเนื้อเน่า*[2] คนดีผู้มีคุณธรรมจะไม่เชื่อถือคำพูดใส่ร้าย การกระทำของพวกประจบสอพลอ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ทำสิ่งใดก็เพื่อผลประโยชน์ของตน ล้วนเป็พฤติกรรมของคนชั่ว”
เซียวอวี้จูยิ่งงงมากขึ้น นางกะพริบตากลมโตมองไปยังเซียวอวี้เฉิน แล้วก็มองมาที่ถังซูอี๋ ถังซูอี๋หัวเราะพรืด คราวนี้นางได้เห็นแล้วว่า การกล่าววาจาอวดรู้นั้นเป็เช่นไร
ถังซูอี๋จิบน้ำชากลบเกลื่อนใบหน้าที่กำลังหัวเราะ
“ความหมายที่ท่านพี่ชายของเ้ากล่าว คือ เซียวชิงอวี่ใช้ดอกไม้มุกเป็ของกำนัลเพื่อผูกมัดใจคน ทำให้เ้าโดดเดี่ยว การกระทำเช่นนี้เป็การกระทำของคนเลว และยังเป็การกระทำที่ต่ำช้าอีกด้วย”
เซียวอวี้จูยังคงมีสีหน้างุนงง ถังซูอี๋จึงอธิบายให้ฟังอีก “หากเซียวชิงอวี่มีความสามารถมากพอ นางก็ไม่จำเป็ต้องใช้ของกำนัลเพื่อผูกมัดใจผู้อื่น และผู้ที่ถูกของกำนัลผูกมัดใจได้นั้น มักจะเป็ผู้ที่มีจิตใจไม่มั่นคง และโลภมากในผลประโยชน์ คนเช่นนี้ไม่ควรคบหาด้วย วันนี้ดอกไม้มุกได้ทำให้พวกนางไปทำให้ผู้อื่นโดดเดี่ยวได้ วันข้างหน้า ของที่มีค่ามากกว่า จะไม่ทำให้พวกนางไปทำร้ายผู้อื่นหรอกหรือ?”
เซียวอวี้จูฟังแล้วก็ขบฟันแน่น “ต่อไปนี้ข้าจะไม่เล่นกับพวกนางอีกแล้ว”
ถังซูอี๋พยักหน้า “การคบเพื่อนต้องมีความชอบและความคิดที่ตรงกัน มีมุมมองที่เหมือนกันในเื่สำคัญ”
หากจะกล่าวถึงเื่ ‘สามมุมมองสอดคล้องกัน’*[3] คาดว่าเด็กสาวคงไม่เข้าใจ แต่ถึงจะกล่าวแบบนี้ นางก็ยังดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจถังซูอี๋ลูบศีรษะนางแล้วกล่าวต่อไป “ไม่เข้าใจก็ไม่เป็ไร วันข้างหน้าข้าจะค่อย ๆ บอกเ้า”
ด้านเซียวอวี้เฉินที่ได้ฟังถังซูอี๋กล่าว เขารู้สึกยกย่องมารดาเป็อย่างมาก “ท่านแม่กล่าวได้เข้าใจง่ายจริง ๆ”
ถังซูอี๋นึกถึงตอนที่เขาอวดรู้เมื่อครู่แล้วหัวเราะ “น้องสาวของเ้าอ่านหนังสือน้อย หากจะอ้างอิงตำราโบราณนางคงไม่เข้าใจ”
เซียวอวี้จูได้ยินถังซูอี๋บอกว่าตนเองอ่านหนังสือน้อย นางจึงทำแก้มป่องอีกครั้ง เห็นเช่นนั้นถังซูอี๋จึงลูบศีรษะนางเบา ๆ “อวี้จูอ่านหนังสือน้อยเพราะอายุยังน้อย ต่อไปหากอ่านหนังสือเยอะขึ้น ไม่แน่ว่าเมื่ออายุเท่าพี่ชาย อาจจะอ่านหนังสือได้มากกว่าพี่ชายก็ได้นะ”
เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนยิ้มกว้าง ส่วนเซียวอวี้เฉินก็ทำหน้าเบื่อหน่าย
“อวี้เฉิน เ้าก็เลือกผ้าสักหน่อยเถิด” ถังซูอี๋เปลี่ยนเื่
เซียวอวี้เฉินไม่เหมือนเซียวอวี้ิที่ห้าวหาญ เขาค่อนข้างให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอก จึงลุกเดินไปหาผ้าไหมสูจิ่นสีขาวนวลราวจันทร์เสี้ยว ทว่ายังไม่ทันได้แตะก็ชักมือกลับมา เขานึกถึงคำพูดของเซียวอวี้ิเมื่อครู่ที่ว่าเสื้อผ้าสีขาวมันดูเ้าสำอางค์
ถังซูอี๋เห็นท่าทางของเขาก็นึกถึงคำพูดของเซียวอวี้ิเช่นกัน นางจึงหัวเราะขึ้นมา แม้แต่เซียวอวี้จูที่พิงตัวอยู่ข้าง ๆ นางก็หัวเราะ เซียวอวี้เฉินรู้สึกอึดอัดและอาย จึงกล่าวกับถังซูอี๋ที่ยังคงหัวเราะอยู่ “ขอท่านแม่ช่วยเลือกให้ข้าด้วยเถิด”
ถังซูอี๋หยุดหัวเราะ เลือกผ้าสองสามผืนมาเทียบกับตัวเขา “ก็ผืนนี้แหละ”
จากนั้นนางมองไปยังหนังสัตว์ที่วางอยู่ข้าง ๆ เซียวไฮว่ในฐานะแม่ทัพใหญ่ ย่อมมีวรยุทธ์ไม่ธรรมดาและชอบล่าสัตว์ ดังนั้นที่บ้านจึงมีหนังสัตว์มากมาย ทั้งหนังจิ้งจอก หนังเดาว์*[4] หนังหมาป่า หนังกวาง
“หนังเดาว์พวกนี้เอาไปทำเสื้อคลุมให้ท่านกั๋วกงสักตัว” ถังซูอี๋ หยิบหนังเดาวน์สีดำออกมาสองสามชิ้น จากนั้นหยิบหนังหมาป่าออกมาอีกสองชิ้น “สองชิ้นนี้เอาไปทำรองเท้าให้ท่านกั๋วกง”
ท่านกั๋วกงที่นางเอ่ยถึง ย่อมหมายถึง ถังกั๋วกง
ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนนั้นย่อมเป็สิ่งที่ต้องตอบแทน ถังกั๋วกงเอาใส่ใจและคิดถึงนาง รวมถึงลูก ๆ ทั้งสามทุกเื่ นางก็ควรจะตอบแทนบุญคุณเช่นกัน
จากนั้นเลือกหนังสัตว์อีกสองสามชิ้น เพื่อนำไปทำเสื้อคลุมให้ตนเองและลูก ๆ ทั้งสาม แล้วสั่งให้คนเข้ามาขนผ้าไปเก็บ ก่อนจะหันไปกล่าวกับเซียวอวี้เฉิน “อีกไม่กี่วันข้างหน้าเป็วันครบรอบวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าฉี แต่พวกเราอยู่ใน่ไว้ทุกข์จึงไม่อาจเข้าร่วมงานเลี้ยงได้ พรุ่งนี้เ้าเอาของขวัญไปที่จวนตระกูลฉี อวยพรวันเกิดล่วงหน้าให้ฮูหยินผู้เฒ่าฉี”
เซียวอวี้เฉินพยักหน้ารับคำ ถังซูอี๋จึงกล่าวเพิ่มเติม “แม้ก่อนหน้านี้บิดาของเ้าและขุนนางฉีจะมีเื่ขัดแย้งกันบ้าง แต่พวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้เป็ศัตรูคู่อาฆาต นอกจากนั้น ขุนนางฉีและลุงของเ้าเห็นพ้องทางการเมืองตรงกัน พวกเราจึงไม่ควรทำตัวห่างเหินกับพวกเขา”
เซียวอวี้เฉินพยักหน้าอย่างจริงจัง “ข้าเข้าใจแล้ว”
ในยามที่ฮ่องเต้ชราภาพ สิ่งที่เรียกว่า ‘เห็นพ้องทางการเมือง’ ก็คือ พวกเขาสนับสนุนองค์ชายองค์ใดองค์หนึ่งหรือรักษาความเป็กลาง ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะสนับสนุนองค์ชายองค์ใดหรือวางตัวเป็กลางก็ตาม พวกเขาย่อมต้องต่อต้านองค์ชายองค์รองอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ เซียวอวี้เฉินฝักใฝ่เพียงการอ่านหนังสือและหลิวปี้ฉิน จึงไม่มีความรู้เื่ราชสำนักและกิจการบ้านเมือง ทว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน ข้าตระหนักรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าองค์ชายองค์ใดจะขึ้นเป็ฮ่องเต้ก็ได้ทั้งนั้น แต่จะเป็องค์รองไม่ได้เด็ดขาด
ยามนี้ฉีเหลียงเชิงเห็นพ้องทางการเมืองตรงกับจวนท่านกั๋วกง นั่นก็หมายความว่าเขาไม่ได้สนับสนุนองค์รอง เช่นนั้น จึงสามารถมีความสัมพันธ์อันดีกับเขาได้
[1] ดอกไม้มุก = ดอกไม้ประดิษฐ์ ที่ต้องใช้ความประณีตในการร้อยเม็ดพลาสติกหรือลูกปัดให้เป็รูปดอกไม้ ซึ่งนิยมนำไปเป็เครื่องประดับหรือใช้เป็ของขวัญของกำนัล
[2] แมลงวันบินวนอยู่รอบเนื้อเน่า = สำนวนนี้มักใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง คนที่ชอบพูดจาไร้สาระ นินทาว่าร้าย หรือสร้างความวุ่นวายให้ผู้อื่น
[3] สามมุมมองสอดคล้องกัน = วลีนี้มักใช้เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและเข้าใจกันระหว่างคนสองคน ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการมีค่านิยม ทัศนคติ และความเชื่อที่คล้ายคลึงกันในเื่ต่าง ๆ เช่น ชีวิต ความรัก การทำงาน และสังคม
[4] เดาว์ = จิ้งจอกแฟร์ เป็สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง มีขนาดเล็ก จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับสุนัขจิ้งจอก ถูกเลี้ยงไว้เพื่อใช้ขนหรือหนัง