บัลลังก์ของหมั้น (นิยายแปลจีน) by ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 19 ฟื้น (2)

    ตอนที่ 19 ฟื้น (2)

            โชคดีที่ดูเหมือนมู่ชิวจะฟังพิรุธไม่ออก ต่อคำพูดของเขาที่ยังพูดไม่จบขึ้นมาทันที ยิ้มพลางถอนหายใจอย่างจริงจัง “หากเป็นเมื่อก่อน เกรงว่ายังไม่ทันที่ท่านอ๋องจะมาช่วยชีวิต กระหม่อมคงถูกหน่วยกล้าตายพวกนั้นสับร่างแหลกเป็นชิ้นๆ แล้ว”

            “ห้ามพูดเหลวไหล” ซ่งจื่อเฉินปิดปากมู่ชิว จากนั้นก็นึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น แม้ยามนี้มู่ชิวจะนั่งอยู่ตรงหน้าของเขาในสภาพสมบูรณ์ ทว่าในใจเขากลับยังคงหวาดกลัวไม่หาย “แต่ก็น่าแปลก...ข้าเห็นหน่วยกล้าตายพวกนั้นแล้วรู้สึกว่าประหลาดมาก เหมือนไม่รู้จักเจ็บไม่รู้จักเหนื่อย เจ้าฟันเขาก็ไม่หลบ นี่เป็นหน่วยกล้าตายของที่ไหน คงไม่ใช่ว่าเป็นแบบใช้ครั้งเดียวเสร็จก็ทิ้งนะ”

            “ก็ประมาณที่ท่านอ๋องตรัสพ่ะย่ะค่ะ...”

            มู่ชิวหลุดหัวเราะ เอามือของซ่งจื่อเฉินที่ปิดปากอยู่ออก ครุ่นคิดสักพักแล้วพูดขึ้น “คนพวกนั้นเป็นหน่วยกล้าตายของฝ่ายวัชรยาน[1] ใช้ยาพิษมาช่วยเสริมวิชาเร้นลับเพื่อครอบงำจิตใจคน ทำให้คนสูญเสียสติสัมปชัญญะและความรู้สึก รู้จักแต่เชื่อฟังคำสั่ง ถึงแม้จะรับผิดชอบงานใหญ่อะไรไม่ได้ ทว่าหากนำมาใช้ในสถานการณ์เช่นนี้กลับรับมือยากกว่าหน่วยกล้าตายทั่วไปมากทีเดียวพ่ะย่ะค่ะ”

            “สมกับเป็นเขาที่ทำเรื่องพวกนี้ออกมาได้ ไม่ว่าตอนไหนก็คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรให้คนเชื่อฟัง ทำอย่างไรให้คนทำเพื่อเขาอย่างเต็มที่”

            แววตาของซ่งจื่อเฉินเจือไปด้วยความเย็นชา น้ำเสียงก็ขรึมลงเล็กน้อย “พูดตามตรง เดิมทีข้ามองเขาเลือดเย็นมากพอสมควรแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรข้าก็นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าทำไมเขาต้องการฆ่าเจ้าอย่างไม่มีเหตุผลด้วย...ในเมื่อต้องการชีวิตของข้า เหตุใดไม่มุ่งมาที่ข้าคนเดียวล่ะ”

            “เขายังเอาชีวิตของท่านอ๋องไม่ได้เป็นการชั่วคราว ประการแรก ท่านอ๋องยังมีประโยชน์สำหรับเขา ประการที่สอง อย่างไรเสียพวกเราก็ยังอยู่ในอาณาเขตของแคว้น อีกทั้งท่านอ๋องยังเป็นคนนำทัพ หากเกิดเหตุอะไรขึ้น ฝ่าบาทจะต้องกริ้วอย่างแน่นอน และเมื่อฝ่าบาทกริ้วหนักก็ใช่ว่าจะสืบไม่ได้เบาะแสอะไร เขาก็จะพลอยติดร่างแหไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

            มู่ชิวส่ายหน้าเล็กน้อย ครุ่นคิดแล้วเอ่ยต่อ “เดิมทีเรื่องที่กระหม่อมเป็นห่วงคือเขาจะส่งคนปลอมตัวเป็นโจรภูเขาหรืออันธพาล แยกท่านอ๋องออกจากกองทัพแล้วฉวยโอกาสทำให้ท่านอ๋องบาดเจ็บ จากนั้นก็ใช้ยาพิษบีบบังคับ เพียงแต่กระหม่อมเพิ่งเข้าใจตอนก่อนเข้าหุบเขา เทียบกับไปลงมือกับท่านอ๋องโดยตรง การกำจัดกระหม่อมก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ดูเหมือนจะบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่าพ่ะย่ะค่ะ...”

            “ข้าเข้าใจแล้ว...”

            ซ่งจื่อเฉินอดยิ้มเศร้าไม่ได้ ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ออกแรงนวดขมับตัวเอง เขาไม่เคยนึกถึงจุดนี้มาก่อน สาเหตุที่เขามีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้โดยปกติสุข เกรงว่าส่วนใหญ่จะเป็นผลงานของมู่ชิว หากไม่ได้คนผู้นี้คอยปกป้องอย่างไม่ปริปากบ่น ถึงขนาดลองกินยาพิษโดยไม่คำนึงถึงชีวิต คอยเฝ้าอารักขาอยู่ทุกคืน เกรงว่าไม่แน่เขาอาจตกหลุมพรางของซ่งจื่อเซวียนอย่างเลอะเลือนไปตอนไหนแล้วไม่รู้ ตกอยู่ในกำมือของซ่งจื่อเซวียนอย่างที่ดิ้นรนไปไหนไม่ได้ มู่ชิวจะต้องออกหน้าขัดขวางอย่างแน่นอน แต่ถ้าลงมือกับมู่ชิวก่อน แต่ไหนแต่ไรมามู่ชิวไม่ค่อยสนใจเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง อาจไม่ได้คำนึงถึงเรื่องป้องกันตัวเองเสียด้วยซ้ำ...

            “ท่านอ๋องก็อย่าคิดให้มากเกินไป...ครั้งนี้กระหม่อมประมาทไปหน่อย ประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินไป ถึงได้ตกหลุมพรางของพวกเขา วันหน้ากระหม่อมจะระวังให้มากกว่านี้ อย่างน้อยก็รับปากท่านอ๋องไว้แล้วว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ย่อมมิอาจผิดคำสัญญาครั้งแล้วครั้งเล่า”

            เห็นแววตาที่เปลี่ยนไปไม่แน่นอนของซ่งจื่อเฉิน มู่ชิวก็อดยิ้มไม่ได้ จับข้อมือเบาๆ เป็นการปลอบโยน ให้คำยืนยันอย่างจริงจัง ซ่งจื่อเฉินมองแววตาที่ยังคงอ่อนโยน ความเจ็บปวดแผ่ซ่านในหัวใจอย่างห้ามไม่อยู่ เขาขานรับเสียงเบาแล้วบีบมือของมู่ชิวกลับ “มู่ชิว เจ้าไม่รู้หรอกว่าตอนที่ข้าเห็นเจ้าล้มลงไปข้าตกใจมากจริงๆ รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมา...”

            “ถ้าเช่นนั้นท่านอ๋องก็ปิดบังได้เก่งมาก ตอนนั้นแม้แต่กระหม่อมก็มองไม่ออก รู้สึกเพียงว่าท่านอ๋องเป็นที่พึ่งได้มากเหลือเกิน พอเห็นท่านอ๋องก็รู้สึกเหมือนไม่ต้องสนอะไรทั้งนั้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            มู่ชิวอดยิ้มไม่ได้ ตบหลังมือของซ่งจื่อเฉินเบาๆ เป็นการปลอบพลางพูดอย่างอ่อนโยน คำพูดนี้ของเขาไม่ใช่คำลวง ซ่งจื่อเฉินในยามนั้นดุจนักรบสวรรค์ลงมาจุติ สั่งการด้วยความสุขุมเยือกเย็น ชวนให้รู้สึกน่าพึ่งพา ราวกับว่าตราบใดที่มีคนผู้นี้อยู่ก็ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น

            เป็นครั้งแรกที่เขาเกิดความคิดเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังตกใจมาก นิ่งไปสักพักถึงยิ้มพลางพูดขึ้นมาอีก “หมู่นี้ท่านอ๋องก้าวหน้าขึ้นไม่น้อย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าอีกไม่นานก็ไม่จำเป็นต้องมีกระหม่อมคอยปกป้องอยู่ข้างกายแล้วพ่ะย่ะค่ะ...”

            “ทำพูดไป ข้าขอบอกเจ้าไว้เลยนะ อย่าได้คิดจะทิ้งข้า หากเจ้าไม่อยู่ ข้าสามารถทิ้งกองทัพแล้วกลับเมืองหลวงไปฆ่าซ่งจื่อเซวียนเพื่อล้างแค้นได้ทันที”

            ครั้นได้ยินน้ำเสียงที่แปลกไป ซ่งจื่อเฉินก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาทันที ทั้งยังออกแรงบีบมือที่เย็นเล็กน้อยราวกับเป็นการลงโทษ “เจ้ารับปากแล้วว่าจะอยู่ปกป้องข้าไปตลอด ในเมื่อรับปากแล้วก็ต้องรักษาสัญญา เรื่องนี้เจ้าเป็นคนสอนข้าเองนะ อีกอย่าง เห็นข้าทำเป็นสุขุมเยือกเย็น เจ้าก็คิดว่าข้าไม่กลัวแล้วจริงๆ น่ะรึ พอกลับถึงค่ายลงจากม้าขาข้าก็สั่นไม่หยุด เจ้ารู้หรือไม่ว่าถ้าตอนนั้นข้าไปช้าอีกไม่กี่อึดใจ ตอนนี้เจ้าอาจกลายเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว...”


    ตั้งแต่ตอนที่20 เป็นต้นไปติดตามตอนต่อไปได้ที่

    https://www.readawrite.com/a/40f1bbb939678e71fdd998da46f94f52

            

            เชิงอรรถ

    ^ พุทธศาสนาที่อิงความเชื่อเรื่องพิธีกรรม โดยสืบทอดมาจากอินเดีย

    คล้ายกับเรื่องบัลลังก์ของหมั้น (นิยายแปลจีน) by ตำหนักไร้ต์รัก ที่คุณอ่าน