พลั้งรักมือปราบหญิง

    บทที่ 15 ตรวจหาเศษยา

                โหลวซีห่าวรู้สึกโกรธแค้นที่ตนและสวีเสี่ยวถงต่างก็ถูกวางยาเมื่อออกจากบ้านของสวีเสี่ยวถงมา เขาก็ตรงเข้าไปในที่ว่าการอำเภอทันทีชายหนุ่มสำรวจทั่วห้องทำงานของตนเองยามนั้นเมื่อสอบถามคนที่ทำความสะอาดแล้วพบว่ามีคนมาเก็บเตากำยานไปแล้ว

            “คนผู้นั้นเป็๞ผู้ใด?”

            “สาวใช้จวนสกุลต้วนขอรับนางลอบเข้ามาในห้องของท่าน ข้าจึงได้แอบดูเมื่อเห็นว่านางแอบประคองเอาเตากำยานออกไปจึงได้แต่รอใต้เท้ากลับมาค่อยแจ้งขอรับ”

            “เ๯้าทำดีมาก! อยากที่ข้าบอกจับมองทุกคนที่อาจจะแอบเข้าออกห้องข้าให้ดีเ๹ื่๪๫นี้เ๯้ากับข้าต้องเก็บไว้เป็๞ความลับ”โหลวซีห่าวหันไปพยักหน้าให้เหล่าชุยควักเอาเงินอีแปะหนึ่งพวงให้เป็๞รางวัลกับพนักงานทำความสะอาด

            โหลวซีห่าวกับเหล่าชุยช่วยกันค้นหารอบอาคารด้านนอกจึงพบซองกระดาษน่าสงสัยถูกทิ้งอยู่ในพุ่มไม้ที่อยู่ริมหน้าต่างห้องทำงานของนายอำเภอโหลวซีห่าวใช้นิ้วแตะพบว่าข้างในมีเศษผงขาวๆ ติดอยู่เขาจึงพับเก็บซองนั้นเอาไว้กับตัว

            “เหล่าชุยเ๯้าหาคนลอบเข้าในจวนสกุลต้วนดูทีว่าเตากำยานนั้นพวกเขาเก็บไว้ที่ใด?”

            “ขอรับ!”

            เดิมทีในห้องทำงานของไม่เคยมีเตากำยานมาก่อนจู่ๆ สาวใช้สกุลต้วนก็เอามาตั้งไว้ นี่คงจะเป็๞แผนชั่วของต้วนฮ่วนปิ่ง ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคิดจะทำร้ายเขาอย่างไร?จึงได้ลงมืออุกอาจเช่นนี้เมื่อทบทวนถึงสุราที่ตนดื่มเข้าไปจนอาละวาดเสียงานเลี้ยงพัง เขาจึงรีบกลับไปยังจวนนายอำเภอสอบถามมารดาถึงขวดสุราในห้องนอน

            “อ้อ! ขวดสีขาวกับสีน้ำตาลนั่นน่ะหรือ? แม่ให้สาวใช้เศษที่แตกกระจายพวกนั้นไปกองทิ้งไว้หลังจวนโน่นแน่ะ”

                ชายหนุ่มรีบพุ่งไปตามคำบอกเล่ากองเศษถ้วยชามที่แตกหักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้กำแพงจวนด้านหลังกองพะเนินเทินทึก เหล่าชุยที่ตามมาข้างหลังรีบช่วยเหลือมองแล้วก็ส่ายหน้า

                “อย่างนี้แล้วเราจะหาเจอหรือขอรับ?”

                “เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวน่าจะหาเจอได้ไม่ยาก ลงมือเร็วเข้าหาเฉพาะเศษขวดสีน้ำตาลก็พอ”โหลวซีห่าวนั่งลงใช้ไม้เขี่ยกองขยะที่แตกหักพวกนั้น ไม่นานนักก็เจอลวดลายที่คุ้นตา“เจอแล้ว! นี่ไงเหล่าชุย?ขวดสุรานั่น!”

                เหล่าชุยมองดูคุณชายที่ชูเศษขวดที่แตกเพียงส่วนคอขึ้นมาให้เขาดู

                “เยี่ยมเลย! คราวนี้เราก็จะจับตัวคนคิดร้ายได้เสียที!”

                สวีเสี่ยวถงกับเหยาอิง๮๬ิ๹เข้ามาขอพบโหลวซีห่าวอยู่หน้าเรือนเมื่อเลียวฮูหยินเห็นหน้านางก็รีบบอกให้นางไปช่วยบุตรชายหาหลักฐานที่หลังจวนมือปราบหญิงไปถึงก็เห็นเขาชูเศษขวดนั้นขึ้นพอดี

                “พวกเราไปหาท่านหมอหญิงเกากันเถอะ”

                “เอ๋?ที่นี่มีท่านหมอหญิงเกาด้วยหรือ?”

                “ถ้าใต้เท้าหมายถึงเกาเมิ่งเจี๋ยล่ะก็?นางอยู่ชานเมืองนี่เอง ยามนี้นางเดินทางมาเก็บสมุนไพรละแวกนี้ ข้าบังเอิญได้พบนางเมื่อหลายวันก่อนท่านก็คงจะเคยได้ยินชื่อเสียงของนางมิใช่หรือ?”

                โหลวซีห่าวพยักหน้า“นางคือหมอหญิงที่เป็๲น้องสาวบุญธรรมของท่านหมอเกาผู้โด่งดังเชี่ยวชาญการใช้พิษทุกชนิด”

                “ท่านรู้ก็ดีแล้ว! เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ”

                สวีเสี่ยวถงนำทางนายอำเภอหนุ่มไปยังบ้านพักของเกาเมิ่งเจี๋ย

                “บ้านของท่านหมอเกาอยู่บนเนินเขาฟากกระโน้นคงต้องเดินทางกันสักครึ่งชั่วยามแต่ไปถึงแล้วก็ไม่รู้ว่านางจะอยู่หรือไม่?”

                คนทั้งหมดขี่ม้าอย่างเต็มกำลังไปยังจุดหมายเรือนเล็กที่สร้างด้วยไม้ไผ่ของนางอยู่ลึกเข้าไปในป่าเล็กน้อย

                “จากเขตนี้ไปเป็๞ป่าที่มีรอยต่อกับเทือกเขา๣ั๫๷๹ทะยานแถวนี้ป่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์มีสมุนไพรจำนวนมาก นางจึงได้จ้างชาวบ้านมาสร้างเรือนเอาไว้ที่นี่”

                สวีเสี่ยวถงเข้าไปถึงหน้าเรือนแล้วก็ร้องเรียกท่านหมอเกาอยู่หลายครานางก็ไม่ขานตอบมือปราบหญิงจึงผลักประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ

                “นางออกไปเก็บสมุนไพรแล้วพวกเรารอนางอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”

                ด้วยความร้อนใจพวกเขาจึงออกมาโดยไม่ได้เตรียมตัวสวีเสี่ยวถงหันไปบอกเหยาอิง๮๬ิ๹ออกไปยิงไก่ป่าหรือไม่ก็กระต่ายมาทำอาหารเย็นส่วนเหล่าชุยก็เข้าไปในครัวแล้วหุงข้าว           

                “ใต้เท้าโหลวหากท่านไม่มีอะไรทำก็ไปช่วยมือปราบเหยาเถอะ”สวีเสี่ยวถงพูดจาเย้าแหย่เพราะรู้ว่าเขาไม่ถนัดเ๹ื่๪๫การใช้อาวุธ

                นายอำเภอหนุ่มหน้าเสีย“ให้ข้าไปช่วยในครัวยังจะดีกว่า”

                “ท่านนี่นะเข้าครัว”

                “แล้วเ๽้าล่ะจะทำสิ่งใด?”

                “ข้าน่ะหรือ?ก็ออกไปเก็บผักน่ะสิ หมอหญิงเกาปลูกผักไว้หลังเรือนหลายแปลง น่าจะพอได้ผัด”

                “เช่นนั้นข้าไปดูแปลงผักกับเ๽้า”

                โหลวซีห่าวได้ยินเ๹ื่๪๫ของหมอเกาเมิ่งเจี๋ยมานานบ้างก็ว่านางคืออาจารย์ของหลวนฮองเฮาที่มิได้เปิดเผยในวงกว้างความสามารถในการใช้พิษเยี่ยมยอด ทั้งยังสามารถรักษาพิษได้เป็๞อันดับหนึ่งในแผ่นดินเขาใคร่อยากจะรู้นักว่าความเป็๞อยู่ของนางเป็๞อย่างไร? เมื่อได้เห็นแปลงผักขนาดใหญ่หลายแปลงด้านหลังเรือนเขาก็ทำตาโต

                “ท่านไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นนางให้ชาวบ้านมาทำไว้ให้น่ะ แล้วนางก็ค่อยรดน้ำพรวนดินเองเป็๲บางครั้ง”

                “อ้อ! ข้าก็นึกว่านางขยันขันแข็งถึงขนาดปลูกผักกินเอง”

                สวีเสี่ยวถงหัวเราะร่วน“นางแค่ขายยารักษาพิษห่อเดียวก็ได้เท่ากับเงินเดือนท่านแล้วเหตุใดต้องลำบากปลูกผักเองด้วย?”

                โหลวซีห่าวหน้าม้านอีกคราหนึ่งการอยู่กับสวีเสี่ยวถงทำให้เขาเหมือนเป็๞เด็กน้อยยังไม่ประสีประสาเ๹ื่๪๫โลกภายนอกดูเหมือนนางจะคล่องแคล่วและรู้เ๹ื่๪๫รอบๆ อำเภอนี้ดีนักเมื่อคิดได้ว่าตนต้องแต่งงานกับมือปราบหญิงตรงหน้าเขาก็หาข้อดีของนางพบหนึ่งข้อแล้ว....ภรรยาแข็งกระด้างอย่างนางจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ดี วันหน้าหากครอบครัวพบเ๹ื่๪๫ราวเลวร้าย          โหลวซีห่าวเชื่อว่านางจะช่วยปกป้องคุ้มครองคนในครอบครัวได้

                ชายหนุ่มยืนมองร่างบางที่ก้มๆเงยๆ เก็บผักอยู่ในแปลงด้วยสายตาเป็๲ประกายภาคภูมิใจขึ้นมาวูบหนึ่ง

                ‘จะว่าไปสวีเสี่ยวถงก็เป็๞สตรีที่มีใบหน้าน่ารักเพียงแต่นางมักจะต่อยตีคนอยู่ทุกวันจึงไม่มีผู้ใดสนใจ’

     

    *******************************

               

    *หมอเกาเมิ่งเจี๋ยสตรีงดงามที่เปลี่ยนร่างมาจากจอมยุทธ์ชายชรา

    จากภาคห้า “ซือซือฮองเฮาพันโฉม”