"ฟู่ฉวีช่ายอ๋องรับราชโองการรรร"
ขันทีชรานำราชโองการวางบนถาดสีทองคลี่ออกช้าๆ อ่านดังๆ
ใบหน้าเรียบเฉยของอ๋องฟู่ไม่ได้มีท่าทีอะไร เพียงแค่คุกเข่าลงรับร่างโองการจากมือขันทีชรา
"ท่านอ๋องยินดีด้วย ยินดีด้วยข้าน้อยไม่คิดจริงๆ ว่าท่านจะได้ชายาเอกกับชายารองเสียพร้อมกันในคราวเดียว แล้วยังเป็พี่น้องร่วมบิดาเื่บาดหมางคงไม่มี และพวกนางก็คงปรนนิบัติท่านอ๋องอย่างดี หากไม่ติดที่ ไม่ติดที่ชายาเอกจะ… อวบอั๋นไปหน่อย…ไม่สิอย่าเรียกว่าอวบอั๋นข้าน้อยกำลังสรรหาคำพูดที่จะไม่ทำให้ท่านอ๋องขุ่นเคือง และหากใต้เท้าฉินมาได้ยินก็จะยิ่งขุ่นเคือง เอาเป็ว่าชายาเอก…ร่างหนาไม่สิ ไม่พูดดีกว่า"ฟู่อ๋องหลุบตามองพื้น
"เสร็จธุระท่านหรือยังกงกง"
"อ่า เรียบร้อยแล้วขอรับ ข้าน้อยทูลลา"
ประสานมือตรงหน้าเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันกับกิริยาของอ๋องฟู่ที่มักจะเ็ากับผู้อื่นราวกับคนคนนั้นไร้ตัวตน
"ท่านอ๋อง สมใจไหมขอรับในที่สุดก็ได้แต่งกับคุณหนูรองจิงชินผู้งดงาม"
เสี่ยวฝานพูดขึ้นเบาๆ ร่างสูงก้าวขายาวๆ หันหลังกลับเข้าไปในจวนอ๋อง
บ้านฉิน
อี้เหลียวยกถาดขนมเข้ามาวางตรงหน้าจิงเชียวที่กำลังเคี้ยวบางอย่างแก้มตุ๋ย
"เอามาเลยเอามาใกล้ๆ ข้า”
"คุณหนูเ้าขา ฝ่าาทรงมีราชโองการให้คุณหนูแต่งกับท่านอ๋องฟู่"
จิงเชียวพ่นขนมที่เพิ่งยัดเข้าปากออกมาเกือบหมด อี้เหลียวรีบหยิบผ้ามาเช็ดปากให้
"พี่ อ๋องฟู่ว่าอย่างไร เขาๆๆ ดีใจไหมที่จะได้แต่งกับข้าหรือว่าเขาเสียใจ ข้าเข้าใจแล้วต้องเป็เพราะท่านพ่อต้องเป็ที่ท่านพ่อแน่ๆ ที่บังคับพี่อ๋องฟู่"พูดรัวเร็ว
"คุณหนู อี้เหลียวได้ยินมาว่านายท่านสมนาคุณที่ท่านอ๋องยอมแต่งกับคุณหนู ด้วยการที่ยกคุณหนูรองให้แต่งเป็ชายารองเสียพร้อมกัน”
คิ้วดำขมวดเข้าหากัน
“ท่านพ่ออย่างนั้นหรือ แต่ก็จริงนะ ข้าไม่ได้งดงามเหมือนน้องสาวการที่ใครจะอยากแต่งหรือไม่อยากจะแต่งกับข้าก็ไม่แปลก แต่กับจิงชินจะต้องมีคนอยากแต่งกับนางมากมาย ทำไมท่านพ่อถึงให้นางมาเป็ชายารองข้าละ แต่ก็ดีนะพี่อ๋องฟู่คงดีใจใช่ไหม” น้ำเสียงแสดงความไม่แน่ใจ
อี้เหลียวถอนหายใจ
“ก็คุณหนูรองก็ต้องเป็ชายารองถูกแล้ว เดิมนายท่านฉินจะให้ท่านแต่งกับท่านอ๋องเพียงผู้เดียวไม่ต้องมีชายารอง มาครั้งนี้กลับให้คุณหนูรองมาเป็ชายารองข้าไม่เข้าใจนายท่านจริงๆ ท่านอ๋องเองก็เท่ากับโชคหล่นทับ”
อยากจะต่อคำว่าโชคหล่นทับที่ได้ชายารองแสนสวยและเพียบพร้อมแต่กลัวว่าจิงเชียวจะคิดมาก
“ช่างเถอะแบบนี้ค่อยเบาใจหน่อยข้าละห่วงกลัวว่าพี่อ๋องฟู่จะลำบากใจที่ต้องแต่งกับข้าเสียอีก ดีจังข้ากำลังจะได้ อาศัยบ้านเดียวกับพี่อ๋องฟู่ ใกล้ชิดพี่อ๋องฟู่แล้วได้นอนได้กินด้วยกันได้เห็นหน้าพี่อ๋องฟู่ในทุกวัน พี่อ๋องฟู่เขาปฏิเสธข้าไหมในครั้งแรกที่รู้ว่าจะแต่งกับข้า”
ประโยคสุดท้ายอดสงสัยไม่ได้ ว่าอ๋องฟู่มีท่าทีเช่นไร พูดไปเคี้ยวไปไม่ยอมหยุดปาก แก้มสุกใสราวกับมะเขือเทศ แต่ดวงตามีแววครุ่นคิด
“ไม่เ้าค่ะ อี้เหลียวได้ยินว่าท่านอ๋องเก็บซ่อนความรู้สึกไว้เสียหมด จะบอกว่าไม่อยากแต่งก็ไม่ได้เพราะเขายกทั้งสองคนให้เป็ทั้งชายเอกและชายารอง”
“หากเป็ข้าคนเดียวพี่อ๋องฟู่คงปฏิเสธใช่ไหม ฮ่าาาาๆๆๆๆ เพราะข้าอ้วนท่านอ๋องเลยไม่อยากแต่งกับข้าใช่ไหม”
อี้เหลียวจับสังเกตในน้ำเสียงไม่ได้แม้แต่น้อยว่ามีความรู้สึกใดกันแน่โศกเศร้า เก็บงำ ปิดบัง หรือว่ากลบเกลื่อน
"พรุ่งนี้ท่านอ๋องจะมาที่นี่เพื่อพูดคุยกับท่านฉินถึงกำหนดการแต่งงานกับคุณหนูทั้งสอง นายหญิงบอกกับข้าว่าให้คุณหนูกินน้อยหน่อยเวลาที่ต้องเสวยร่วมกันกับท่านอ๋อง”
จิงเชียวยิ้มตาหยีแต่ไม่วายที่ตาสองข้างจะปิดสนิท รอยยิ้มนี้หากตัดแก้มและคางที่ย้อยลงมาข้างกระดูกไหปลาร้าทั้งสองออกเสียจะเป็รอยยิ้มที่น่ามองไม่น้อยเพราะเป็รอยยิ้มที่มาจากหัวใจ
“อี้เหลียวเ้าก็นำของกินมาให้ข้าเยอะหน่อยวันนี้เพราะพรุ่งนี้ข้าจะได้ไม่หิวมากไปกว่านี้ วันนี้ข้าจะกินให้อิ่มแล้วนอนสบายได้นั่งกับพี่อ๋องฟู่ได้นานขึ้น”
“คุณหนูเ้าขากินมากไปวันเข้าหอไม่สวยนะเ้าคะ”
“อี้เหลียวเ้าเคยเห็นข้าสวยด้วยหรือ”
“อย่างน้อยก็ได้พยายามอย่างไรเล่าเ้าคะ” จิงเชียวหัวเราะพุงกระเพื่อม
“ข้าชอบเ้าที่พยายามให้ข้าผอมให้ได้ แต่ข้า ข้า"
"หากคุณหนูผอมลงคุณหนูของอี้เหลียวจะสวยที่สุดและท่านอ๋องก็จะรักคุณหนูใส่ใจคุณหนูเหมือนที่ทำกับคุณหนูรองคุณหนูไม่อยากเป็ภรรยาที่ท่านอ๋องรักใคร่ยืนเคียงข้างท่านอ๋องอย่างสบายใจให้คนคอยแซ่ซ้องว่าเป็คู่แท้จาก์หรือเ้าคะ"
อี้เหลียวอธิบายเสียยืดยาวหวังเปลี่ยนใจจิงเชียวได้
"ข้าสัญญาต่อไปข้าจะกินน้อยลง แต่ ตอนนี้ขอแค่ได้เห็นพี่อ๋องฟู่ทุกวันได้ใกล้ชิดเขาไม่ขอให้เขามารักหรือสนใจข้า ก็ข้าอ้วนออกอย่างนั้น และมันคือเื่จริงที่ตอนนี้ข้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ให้เขามีความสุขกับน้องรองไปก็ดีแล้วฮ่าๆๆๆๆ ลูกของพวกเขาจะต้องน่ารักที่สุดจริงไหมอี้เหลียวพ่อองอาจหล่อเหลาที่สุดส่วนจิงชินนางก็งดงามเกินใคร”
บำเพ็ญเพียรถึงสามภพสามชาติหรือไรคุณหนูใหญ่ของอี้เหลียวจึงเป็คนดีเพียงนี้ จิงชินงดงามก็จริงทว่านางเป็คนที่อ่านยากไม่น้อย ต่างจากจิงเชียวที่เปิดเผยจริงใจ
"เ้าคะ"อี้เหลียวไม่อยากจะพูดมากกว่านี้
"อี้เหลียวมานี่"
อี้เหลียวขยับตัวมาใกล้ จิงเชียวยกท่อนแขนมหึมาขึ้นสวมกอดอี้เหลียว
"โอะๆๆ คุณหนูระวังเ้าคะ อี้เหลียวจะหายใจไม่ออก"
มืออ้วนคลายอ้อมแขนออกกอดไว้หลวมๆ
"ขอบใจเ้านะอี้เหลียวที่หวังดีกับข้า แค่นี้ข้าก็ดีใจแล้วทุกคนแวดล้อมต่างดีกับข้า ทั้งๆ ที่ข้าอ้วนน่าเกลียดเพียงนี้"
อี้เหลียวอึ้งยกมือขึ้นโอบแผ่นหลังของจิงเชียวได้เพียงหนึ่งส่วนจากสามส่วน
"คุณหนูของอี้เหลียว น่าเอ็นดูเพียงนี้ ใครอยู่ใกล้จะต้องหลงรักและมีความสุขในสิ่งที่คุณหนูเป็ ทุกอย่างที่หลอมรวมเป็คุณหนูทำให้ความคิดฝ่ายต่ำพ่ายแพ้"
จิงเชียวพยักหน้าขึ้นลง
เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างด้วยนางปีนี้ก็แค่สิบเจ็ดปี
อีกวัน ที่ห้องครัวในจวนราชครูต่างวุ่นวายแต่เช้า ทำอาหารให้จิงเชียวเพื่อตุนไว้ก่อนที่จะเสวยกับอ๋องฟู่หวังว่ากินไปแล้วจะกินได้น้อยลงต่อหน้าเขา
"ข้าว่านะ อี้เหลียวถึงวันนี้ข้าจะกินน้อยแค่ไหนแม้ว่าจะตบตาพี่อ๋องฟู่ได้แต่เมื่อข้าเข้าไปอยู่ในจวนอ๋องแล้วเขาก็ต้องเห็นข้ากินอยู่ดี”
“คุณหนูก็ควรหัดกินให้น้อยลงเ้าคะ หรือไม่ก็ทำเหมือนตอนนี้ยามที่ต้องเสวยกับท่านอ๋องก็กินให้น้อยลงหน่อย แล้วค่อยมาแอบกินยามที่อยู่เพียงลำพัง นายหญิงกับนายท่านห่วงคุณหนูเื่นี้มาก เห็นในครัวพูดกันว่านายท่านคัดคนให้ไปรับใช้คุณหนูที่จวนอ๋องจำนวนไม่น้อยให้คอยทำอาหารให้คุณหนู กลัวว่าคนที่จวนอ๋องจะไม่ทันใจและทำอาหารไม่ถูกปากคุณหนู"
"ข้าทำทุกคนลำบากอีกแล้วหรือ"วางของกินลง
ห้องรับรองแขกที่บัดนี้อ๋องฟู่ในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำขลิบทอง มองดูงามสง่า เรือนผมรวมเรียบตึงไว้สวมกวานที่เป็การสวมกวาน ซานเจียบ่งบอกว่าเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวสามารถเข้าร่วมงานพิธีการต่างๆ ได้แล้ว แล้วยังเท่ากับการให้เกียรติกับบ้านฉินเพราะการสวมกวานจะสวมใส่ไปในงานพิธีสำคัญหรืองานสำคัญเท่านั้นใบหน้าหล่อเหลายังเรียบเฉยวางท่าทีสูงส่ง เสี่ยวฝานยืนอยู่ข้างๆ จิงชินสวมใส่อาภรณ์สีฟ้าขับผิวขาวให้ขาวน่ามองใบหน้าแต่งแต้มแต่พอดีด้วยโทนสีชมพูหวานเข้ากับอาภรณ์สีฟ้า นั่งบนเก้าอี้ตรงกันข้ามกับสามบุรุษรวมทั้งท่านฉิน
“ท่านพี่อ๋องฟู่ ท่านพ่อ ข้ามาแล้ว”
อี้เหลียวพยุงร่างตุ๊ต๊ะของจิงเชียวเข้ามาในห้อง ฮูหยินฉินตามมาติดๆ
อ๋องฟู่เพียงพยักหน้าขึ้นลง
“ยกเก้าอี้ของคุณหนูเข้ามา”
คนรับใช้บุรุษสองสามคนช่วยกันยกเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ที่ทำพิเศษเพื่อจิงเชียว เสี่ยวฝานเลิกคิ้ว
“เรารอเ้านะลูกพ่อ งานแต่งกำหนดจัดขึ้นในอีกสามวัน เ้าไม่ต้องยุ่งยากฝ่าาพระราชทานอนุญาตเป็กรณีพิเศษเ้าจะได้ไม่ต้องลำบากในงานพิธี แค่ส่งเกี้ยว ไปยังจวนอ๋อง แล้วของขวัญพิเศษจากพระหัตถ์ของฝ่าาก็ให้ส่งให้เ้าที่จวนอ๋องในทันทีฝ่าามอบของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับจิงเชียวน้อยของฝ่าาด้วยนะ”จิวเชียวยิ้มตาหยี คางสามชั้นห้อยลงมาเหมือนเดิม
จิงชินก้มหน้าเสีย
“ท่านลุงข้า ความจริงอยากให้มีงานพิธีเพื่อเป็เกียรติกับบ้านฉิน และ…..ว่าที่ชายาทั้งสองของข้า”จิงเชียวยิ้ม
“ ไม่จำเป็ ไม่จำเป็ ข้าหาถือสาพี่อ๋องฟู่ไม่ต้องกังวล ฮ่าๆๆๆ”จิงเชียวพูดขึ้น
ท่านฉินถอนหายใจ จิงชินก้มหน้ามองมือตัวเอง
“เช่นนั้นก็ให้จิงชินนางร่วมในพิธีเพียงลำพัง ส่วนจิงเชียวคงจะยืนร่วมพิธีไม่ไหว ท่านอ๋องจะได้สบายใจว่า ได้แต่ง”
ฮูหยินจิงหราน เอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ฟู่อ๋องฉวีช่ายยิ้มบางๆ ไม่ได้โต้แย้งอะไร
“ได้หรือไม่ จิงเชียวเ้ายินดีหรือไม่หากจะให้น้องสาวของเ้าเข้าร่วมพิธีแต่งงานเพียงลำพังส่วนเ้า ก็รอที่จวนอ๋อง”
ฟู่อ๋องเหลือบตามองกิริยาของจิงเชียวที่ยิ้มแก้มปริ ดวงตาสุกสกาวไม่มีท่าทีว่าจะขุ่นเคืองแม้แต่น้อย
“ดีเลยค่ะท่านพ่อ ข้าไม่อยากเป็ตัวถ่วงน้อง ข้ายืนไม่ไหวก็ควรให้น้องร่วมพิธีส่วนข้าจะร่วมพิธีหรือไม่ก็ไปนั่งรอที่จวนอ๋องแล้ว แล้วแต่งหรือไม่คนเขาก็รู้กันทั่วแม้แต่ฝ่าายังประทานของขวัญพิเศษสำหรับข้า แค่นี้จิงเชียวก็ดีใจมากแล้ว”
การหารือจบลงง่ายดายสินสอดไม่ได้สำคัญทว่าฟู่อ๋องก็ตั้งใจมอบสินสอดเสียมากมายเพราะแต่งถึงสองชายาในคราวเดียว
อาหารกลางวันยกมาขึ้นโต๊ะ ไม่ได้มีของที่จิงเชียวโปรดปรานแม้แต่อย่างเดียวถึงกระนั้นจิงเชียวก็ยัง รู้ว่าท้องของตัวนางเองร้องโครกคราก
ฟู่อ๋อง ท่านฉิน ฮูหยินฉินและจิงเชียว จิงชินนั่งร่วมโต๊ะ
ท่านฉินกับฮูหยินฉินใช้ตะเกียบคีบหมูชิ้นเล็กในผัดผักแปดอย่างให้กับจิงเชียวเสียพร้อมกัน
“ขอบคุณท่านพ่อกับท่านแม่”
อ๋องฟู๋กลับคีบเอาผักวางในถ้วยข้าวให้กับจิงเชียว
“ขอบคุณพี่อ๋องฟู่”
ฝืนใจ คีบผักใส่ปากเคี้ยวราวกับว่าเอร็ดอร่อย ฟู่อ๋องหันไปคีบหมูส่งให้จิงชินบ้าง
“เ้าผอมเกินไป”จิงชินก้มหน้าเขินอาย
“ขอบคุณท่านอ๋อง”เสียงหวานราวกับน้ำผึ้งสด พร้อมกับรอยยิ้มตรึงใจ
อาหารมื้อนั้นผ่านไปราวกับว่าเวลามันผ่านไปช้าเหลือเกิน จิงเชียวหิวจนตาลายแต่กินได้เพียงน้อยนิด
สามวันผ่านไป
อาภรณ์แดงที่ห่อหุ้มร่างกาย อวบอ้วนนั้นมองไปราวกับโคมไฟสีแดงที่ประดับอยู่หน้าจวนและบริเวณทั่วไปในจวน
“คุณหนูเ้าขาของอร่อยมาแล้วเ้าค่ะ”
อี้เหลียวยกอาหารเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม
“วันนี้มีงานมงคลของกินมากมาย อีกสักพักจะถึงเวลาเข้าหอแล้ว คุณหนูจะต้องนั่งรอท่านอ๋องในนี้”
จิงเชียวยิ้มเจื่อนๆ
“ข้า ข้าต้องอยู่ด้วยหรือ อี้เหลียวเ้าอยู่กับข้าหรือไม่ก็ให้ข้าไปกับเ้าได้ไหม”
“คุณหนูเ้าขาคืนนี้คืนเข้าหอของคุณหนูกับท่านอ๋อง สามีภรรยาจะต้องอยู่ด้วยกันสองคนเ้าค่ะ อี้เหลียวเป็คนอื่นอยู่ด้วยไม่ได้”
“ขะขะข้า จะต้องทำอะไรบ้าง”บิดมือไปมา
อี้เหลียวถอนหายใจเวทนายิ่งนัก นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสามีภรรยาจะต้องปฏิบัติต่อกันอย่างไรในคืนเข้าหอ เพราะโลกของจิงเชียว มีเพียงเื่ขาวสะอาดที่ทุกคนล้วนเห็นว่าจิงเชียวเหมาะกับมัน นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้าสามีมาหรือไม่มาในคืนเข้าหอ ภรรยาจะรู้สึกอย่างไรสิ่งที่อี้เหลียวกลัวที่สุดคือท่านอ๋องไม่มาหาคุณหนูใหญ่จิงเชียวเอาแต่คลุกอยู่กับชายารองที่งดงามอ่อนหวานน่าทะนุถนอมมากกว่าคนนั้นทั้งคืน ดีแต่ว่าคุณหนูใหญ่ของอี้เหลียว ไม่ได้เป็กังวลเื่นี้เพราะไม่มีใครถามนางในเช้าวันต่อมาแน่ๆ
“ถึงเวลาท่านอ๋องจะบอกคุณหนูเองเ้าค่ะ”
“แค่กอดกันใช่ไหม กอดเหมือนที่ข้าเคยกอดเ้ากับท่านแม่ใช่ไหมอี้เหลียว”อี้เหลียวยิ้มเศร้าๆ
“นั่งรอที่นี่เ้าค่ะกินเสร็จแล้วอี้เหลียวจะเก็บจานชามแล้วออกไป คุณหนูนั่งรอท่านอ๋องในนี้นะเ้าคะพรุ่งนี้อี้เหลียวจึงจะมา”
จิงเชียวเช็ดปากที่เต็มไปด้วยคราบอาหาร ดื่มน้ำชาอุ่นๆ
“เอาล่ะ ข้าจะตั้งตารอท่านพี่อ๋องฟู่ อย่างตั้งใจ”อี้เหลียวยิ้มแล้วจากห้องไป
ครึ่งชั่วยามผ่านไปจิงเชียวปิดปากหาวแก้มยุ้ยดวงตากำลังจะปิดลงด้วยอาหารที่กินเข้าไปจำนวนมากส่งผลให้ร่างกายอยากจะพักผ่อน เอนกายลงนอนบนแท่นนอนที่สั่งทำเป็พิเศษ กำลังจะเข้าสู่นิทรารมณ์
เสียงฝีเท้าดังอยู่ด้านนอก บานประตูที่ประดับด้วยริ้วผ้าสีแดง เปิดอ้าออกช้าๆ พร้อมกับลมหนาวพัดลอดเข้ามา ร่างสูงชะลูดก้าวขาเข้ามาในห้อง
หยุดยืนที่ข้างแท่นนอน
“จิงเชียวน้อย”
เอื้อมมือเปิดผ้าคลุมหน้าสีแดงที่คลุมใบหน้าอ้วนออกช้าๆ
“พี่อ๋องฟู่”ฟู่อ๋องไม่มีแม้รอยยิ้ม
จิงเชียวพยุงกายลุกขึ้นจากท่านอนตะแคงที่ไม่อยากนักหากนอนหงายจึงยากต่อการลุกจากแท่นนอนจำต้องใช้คนพยุงและอี้เหลียวจะมาช่วยพยุงให้ลุกขึ้นเหมือนครั้งที่จิงเชียวล้มลงไปในวันที่ร่ายรำวันนั้นจึงเรียนรู้ที่จะนอนตะแคง
ขยับตัวนั่งห้อยขา
“เ้าพักผ่อนเถิด”
“ท่านพี่อ๋องฟู่เป็ห่วงข้าด้วย”
ยิ้มแก้มปริ ยกแขนขึ้นโอบกอดรอบลำตัวของอ๋องฟู่ใบหน้าอ้วนอยู่ที่หน้าท้องของอีกคนพอดี
“หือออ เ้ากำลังทำข้าหายใจไม่ออกปะปล่อยข้าก่อนดีไหม”จิงเชียวรีบคลายอ้อมกอด
“ได้ๆๆ อี้เหลียวบอกข้าว่า ท่านพี่อ๋องฟู่จะบอกข้าเองว่าต่อไปจะต้องทำอย่างไรในคืนเข้าหอ ก่อนอื่นข้าต้องปล่อยท่านใช่ไหม ข้าน่ะสงสัยมานานแล้วว่าคืนเข้าหอเขาจะต้องทำอะไรกันบ้าง ข้าเห็นว่าพวกสาวใช้มักหัวเราะกันคิกคักเมื่อพูดถึงคืนเข้าหอแล้วสาวใช้ของน้องรองจิงชินนางก็พูดเสียน่าขันว่า ท่านพี่อ๋องฟู่จะทำอะไรข้าได้ ในคืนเข้าหอนางหัวเราะขบขัน ข้ายังขำไปกับนางไม่เข้าใจที่พวกนางพูดแม้แต่น้อย แต่เห็นไหมข้ากอดท่านพี่อ๋องฟู่ได้ แล้วท่านพี่อ๋องฟู่ก็…..”
ฟู่อ๋องฉวีช่าย สวมกอดร่างอ้วนตุ๊ต๊ะไว้แแ่
จิงเชียวเสียอาการพูดรัวเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกตื่นเต้นและใจที่สั่นรัวซึ่งจิงเชียวไม่รู้ว่าใจทำไมถึงสั่นรัวราวกับมีคนตีกลองในนั้น
"พี่อ๋องฟู่กอดข้าลำบากใช่ไหม เอาแบบนี้ต่อไปข้าจะกินให้น้อยลง"ยิ้มตาหยี
“ข้าแค่จะมาบอกเ้าว่า…ข้าจะต้องไปที่ห้องของจิงชินแล้วเ้าพักผ่อนเสีย”จิงชินยิ้มดวงตาสุกใส
“ท่านพี่อ๋องฟู่ดีกับข้าจริงๆ ความจริงไม่ต้องมาบอกข้าก็ได้ น้องรองก็เหมือนกับข้าที่ย้ายที่นอนใหม่นางอ่อนแอกว่าข้า นางจะต้องหวาดกลัวแน่ เมื่อก่อนตอนนางยังเด็กข้ามักจะปลอบนางเพราะนางกลัวเวลากลางคืน นางมักจะสะดุ้งตื่นแล้วร้องไห้ถามถึงแม่ของนาง ข้ามักจะปลอบน้อง ตอนนี้นางเองก็คงกลัวเพราะแปลกที่ พี่อ๋องฟู่ไปอยู่เป็เพื่อนนางเถิดส่วนข้ากำลังจะนอนไม่ต้องห่วงข้าหรอก”