# เมฆาสืบล่าผี
Series 2: ผีรถไฟความตาย
ตอนที่ 3 – คนขับที่ถูกลืม
ระยะห่างจากรถบัสโรงเรียนเหลืออีกไม่ถึงสองร้อยเมตร
แสงไฟหน้ารถไฟสาดส่องเต็มที่
บนเบาะคนขับรถบัส มีร่างผู้ชายวัยกลางคนในชุดข้าราชการสีขาวมอมแมม กำลังก้มหน้ากุมพวงมาลัยแน่น
ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดแห้ง กระจกหน้ารถบัสแตกเป็นรังผึ้ง แต่ไม่มีใครเคยเห็นศพเขาในวันเกิดเหตุ
เพราะเขา “หายไป” พร้อมกับความผิดทั้งหมด
เมฆายืนอยู่หน้าห้องคนขับ ห่วงนาคบาศก์สองวงตัดกันเป็นกากบาทเงินขนาดมหาศาล ลอยอยู่ข้างหน้ารถไฟเหมือนกำแพงแสง
เด็กชายคนขับในห้องควบคุมเงยหน้าขึ้น ตาหลุดห้อยสั่นระริก
“พี่… จะทำอะไร”
เมฆาไม่ตอบเด็ก
เขาพูดดังพอให้ทุกวิญญาณในขบวนได้ยิน
“คืนนี้ ขบวน 276 จะถึงสถานีอุบลราชธานีจริงๆ
แต่ก่อนถึง… คนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ต้องลงจากรถก่อน”
เงาทั้ง 42 ดวงในตู้โดยสารหันไปมองหน้ากัน
เด็กนักเรียนบางคนเริ่มร้องไห้เงียบๆ
เจ้าพรายลอยอยู่ข้างเมฆา เสียงสั่น
“ท่านหมายถึง… คนขับรถบัส?”
เมฆาพยักหน้าครั้งเดียว
รถไฟเข้าใกล้รถบัสมากขึ้นทุกวินาที
แต่แทนที่จะหายวับแล้ววนกลับเหมือนทุกครั้ง
ห่วงนาคบาศก์สีเงินแผ่ออกเป็นม่านแสงบางๆ คลุมทั้งขบวนไว้
รถไฟชะลอความเร็วลงเอง
จนหยุดนิ่ง ห่างจากหน้ารถบัสเพียงคืบเดียว
ประตูตู้โดยสารทุกบานเปิดอ้าพร้อมกัน
เมฆาก้าวลงจากตู้ เดินตรงไปที่ประตูรถบัส
เท้าแตะพื้นรางเหล็กที่เย็นเฉียบ
คนขับรถบัสเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ตาทั้งสองข้างขาวโพลน ไม่มีลูกตา
“ข้า… ข้าจำไม่ได้แล้วว่าข้าทำอะไรผิด”
เมฆาหยุดยืนห่างจากประตูรถบัสสองก้าว
เสียงเรียบแต่หนักแน่น
“วันที่ 13 พฤศจิกายน 2518
คุณเมาเหล้าขาวมาจากงานเลี้ยง
ขับรถบัสรับเด็กกลับจากค่ายลูกเสือ
คุณหลับใน ตัดหน้าขบวนรถไฟที่ 276
เด็ก 41 คน และคุณครู 1 คน ตายคาที่
แต่ศพคุณหายไปจากรถบัส
เพราะคุณกลัวความผิดจนวิญญาณหนีไปซ่อนในรถไฟ”
คนขับรถบัสตัวสั่น
เลือดแห้งที่หน้าเริ่มไหลใหม่เป็นสาย
“ข้า… ข้ากลัวติดคุก ข้ากลัวครอบครัวอับอาย
เลยหนีเข้ามาในรถไฟ… แล้วทุกอย่างก็วนซ้ำ”
เมฆายกมือขวาขึ้น
ห่วงนาคบาศก์วงหนึ่งลอยมาหยุดอยู่ข้างเขา
“คืนนี้คุณต้องเลือก
หนึ่ง ลงจากรถบัส ยอมรับความผิด และให้ขบวนนี้ถึงปลายทาง
สอง ฉันจะลากคุณลงเอง แล้วส่งคุณไปที่ที่ควรไปตั้งแต่ห้าสิบปีก่อน”
คนขับรถบัสมองไปรอบๆ
เห็นหน้าเด็กนักเรียน 41 คนยืนเรียงกันอยู่หน้าประตูตู้โดยสาร
ทุกคนมองเขาเงียบๆ ไม่โกรธ ไม่กล่าวหา
มีเพียงน้ำตาใสๆ ไหลลงมาแทนคำพูด
เด็กคนหนึ่ง (เด็กหญิงชุดนักเรียนผมยาว) เดินออกมาข้างหน้า
ยกมือขึ้นทำท่าทางเหมือนตอนยังมีชีวิต
“ลุง… หนูยกโทษให้แล้ว
ลงมาเถอะค่ะ”
คนขับรถบัสร้องไห้ครั้งแรกในรอบห้าสิบปี
เสียงสะอื้นดังก้องไปทั่วรางรถไฟ
เขาค่อยๆ ลุกขึ้น เดินลงจากรถบัสด้วยขาที่สั่นเทา
ก้มหน้าก้มตาเดินมาหยุดยืนหน้าสเด็กนักเรียนทุกคน
“ขอโทษ… ขอโทษทุกคน”
เด็กทุกคนพยักหน้าเงียบๆ
เมฆายกมือขึ้นเบาๆ
ห่วงนาคบาศก์วงหนึ่งขยายใหญ่ ลอยไปรัดตัวคนขับรถบัสไว้อย่างนุ่มนวล
ร่างของเขาค่อยๆ จางลง กลายเป็นแสงสีขาวอ่อน
ก่อนหายไปในอากาศอย่างสงบ
รถบัสโรงเรียนคันนั้นสลายตัวเป็นฝุ่นละออง หายไปพร้อมกับเขา
เมฆาหันกลับไปมองขบวนรถไฟ
เด็กชายคนขับยืนอยู่หน้าประตูตู้ มองเขาด้วยตาที่กลับมามีแสงอีกครั้ง
“พี่… ขอบคุณ”
เมฆาพยักหน้า
“ขึ้นรถได้แล้ว ถึงเวลากลับบ้าน”
เด็กทุกคนเดินขึ้นตู้โดยสารอย่างเงียบๆ
รอยยิ้มเล็กๆ เริ่มปรากฏบนใบหน้าที่เคยว่างเปล่า
เมฆาเดินกลับขึ้นตู้สุดท้าย
ประตูปิดลงเอง
เสียงวิทยุดังขึ้นครั้งสุดท้าย
“ขบวนรถไฟที่ 276… กรุงเทพ-อุบลราชธานี
ออกเดินทางแล้วครับ… ครั้งสุดท้าย”
รถไฟเคลื่อนตัวช้าๆ
ผ่านทางลักผ่านที่ว่างเปล่า
ผ่านทุ่งนาที่เริ่มมีแสงแรกของรุ่งอรุณ
เจ้าพรายลอยมานั่งข้างเมฆา ถอนหายใจยาว
“ท่านครับ… คราวนี้ข้าขอเลี้ยงข้าวท่านบ้างได้ไหม”
เมฆามองออกไปนอกหน้าต่าง
เห็นสถานีอุบลราชธานีเก่าที่ถูกทิ้งร้างค่อยๆ ปรากฏขึ้นในระยะไกล
แสงอาทิตย์แรกสาดส่องลงมาบนรางเหล็ก
เงาเด็กนักเรียน 42 คนยืนโบกมือลาเขาจากชานชาลา
เมฆายิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ได้
แต่แกเลี้ยงฉันด้วยข้าวเหนียวส้มตำนะ”
รถไฟชะลอตัวลง
หยุดนิ่งที่ชานชาลาว่างเปล่า
ประตูเปิดออก
แต่ไม่มีใครลงมา
มีเพียงลมอุ่นๆ พัดผ่านตู้โดยสารที่ว่างเปล่าครั้งแรกในรอบห้าสิบปี
จบ Series “ผีรถไฟความตาย”
*รีบพลิกไปอ่าน Series ถัดไปได้เลยครับ*