ตอนที่ 8:เ้าของร้านพยายามเข้า
“อย่าได้เก็บงำ เร่งรีบบอกมาได้แล้วว่าเกิดเื่อะไรขึ้น”
หลังรับชมท่าทีของปู้หลี่เกอ ปู้ฉืออีอดไม่ได้ที่จะยิ้มบางให้และกล่าวคำเบา
เพราะน้องชายของนางหายจากาแทมิฬ ปู้ฉืออีจึงอารมณ์ดีไม่ใช่น้อย
จากนั้นปู้หลี่เกอจึงบอกเล่าเื่ซื้อโคล่าจากร้านของลั่วฉวน
“เ้าหมายความถึง ที่รักษาาแทมิฬได้ และยังก้าวหน้าสู่ขอบเขตโชคชะตาได้ ทั้งหมดนี้ก็เพราะโคล่าขวดหนึ่งอย่างนั้นหรือ?”
ปู้ฉืออีเลิกคิ้วงดงามขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากเผยยิ้มออก
ทว่าปู้หลี่เกอไม่ทันได้ตระหนักถึงบรรยากาศที่แปรเปลี่ยน เขาพยักหน้ารับพร้อมดวงตาเผยความตื่นเต้นยินดี
“เพียงสิบผลึกิญญา โคล่าหนึ่งขวดนั่นขายเพียงสิบผลึกิญญาเท่านั้น มันทำให้ข้าสงสัยด้วยซ้ำว่าเ้าของร้านขาดทุนอะไรหรือไม่!”
“โอ้? เช่นนั้นทำไมไม่ซื้อหามาให้มากกว่านี้?”
“หากไม่มีกฎของร้านที่ให้หนึ่งคนซื้อได้เพียงหนึ่งขวดต่อวัน เช่นนั้นข้าคงกวาดมาหมดร้านแล้ว” ปู้หลี่เกอกล่าวออกด้วยความไม่ยินดี
“เป็เช่นนี้...” ระหว่างพูดกล่าว นิ้วเรียวของปู้ฉืออีจึงคว้าจับที่ใบหูของปู้หลี่เกอ จากนั้นมือจึงบิดมันเล็กน้อยก่อนจะแค่นเสียงกล่าวคำ “เ้ากล้าหลอกลวงพี่หญิงคนนี้หรือ? สิบผลึกิญญาซื้อหาโคล่าหนึ่งขวดที่ให้สรรพคุณวิเศษเพียงนั้น นั่นมันดีเสียยิ่งกว่ายาวิเศษในคฤหาสน์แห่งนี้ด้วยซ้ำ!”
ด้วยหูที่เ็ป ปู้หลี่เกอจึงได้แต่ร้องออกทั้งน้ำตา
ความจริงก็กล่าวไปแล้ว ไฉนจึงยังไม่เชื่อ?
“พี่หญิง ไฉนข้าจึงต้องโกหก ที่กล่าวล้วนเป็เื่จริง!”
มือของปู้ฉืออีที่จับใบหูเขาอยู่นั้นเริ่มบิดแรงขึ้น ปู้หลี่เกอจึงยิ่งร้องดัง
“ยังคิดกล้าพูดปดกับข้าหรือ?”
“เป็เื่จริง ขอสาบานต่อฟ้าดินเลยก็ได้!”
ปู้หลี่เกอถึงกับกล้าสาบานต่อฟ้าดินแล้ว
“ในเมื่อกล่าวเพียงนี้ ข้าก็จะเชื่อไปก่อน” ปู้ฉืออีปล่อยมือจากใบหูปู้หลี่เกอ
ปู้หลี่เกอจึงถูไถใบหูตนเองด้วยความเ็ป
“พรุ่งนี้พาข้าไปยังร้านแห่งนั้น เ้าของร้านผู้ลึกลับนั่นน่าสนใจนัก” ปู้ฉืออีพลางกล่าวพร้อมถลึงตาใส่
ในเช้าตรู่วันถัดมา
ลั่วฉวนวันนี้เปิดร้านแต่เช้า ก่อนจะไปนอนเอกเขนกที่เก้าอี้หินรับแสงตะวันอันอบอุ่นที่สาดส่อง ทั้งนี้เขายังพูดคุยกับระบบไปเื่ภายในใจ
“ระบบ ขอฉันพูดอะไรหน่อย ภารกิจที่ให้มามันไม่สมเหตุสมผลเกินไป ขายโคล่าหนึ่งร้อยขวด กับขายแท่งเครื่องเทศหนึ่งร้อยแท่งภายในหนึ่งเดือน นี่คิดถึงความจริงบ้างหรือไม่ว่าร้านนี้มีผู้คนเข้ามาน้อยเพียงใด?”
“เ้าของร้านต้องพยายามแล้ว”
“ระบบไม่มีระบบช่วยเหลืออะไรเลยหรือ? อย่างเช่นโฆษณาร้านอะไรทำนองนี้?”
“เ้าของร้านต้องพยายามแล้ว”
“ระบบ นี่แกพูดอย่างอื่นเป็หรือไม่?”
ครั้งนี้ระบบเงียบรับ
ลั่วฉวนจึงได้แต่เงียบตาม
“เถ้าแก่พวกเราแวะมาอีกแล้ว!”
สายตาจึงหันมองทางเข้าร้าน ใบหน้าปู้หลี่เกอปรากฏแก่สายตาลั่วฉวน
ข้างกายเป็สตรีที่มีดวงตาสุกสว่างพร้อมเผยฟันขาวยิ้มแย้ม เส้นผมสีดำของนางประหนึ่งสายน้ำราบเรียบสีดำตกลงมา นางราวกับเซียนในแดนดิน
ปู้ฉืออีขมวดคิ้วขณะมองที่ร้านด้านหลังลั่วฉวน
ร้านเปิดในตรอกไกลห่าง ป้ายร้านมีอักษรเขียนไว้เพียง “ร้านต้นตำรับ” นอกจากนี้ไม่ว่ารับชมอย่างไร เ้าของร้านก็หาได้น่าเชื่อถือไม่
ปู้ฉืออีจับจ้องลั่วฉวน จากนั้นจึงตั้งข้อสงสัยว่าที่ปู้หลี่เกอพูดกล่าวนั้นเป็จริงหรือไม่
“เป็เถ้าแก่ร้านนี้หรือ?” ปู้ฉืออีเผยเสียงกังวานประหนึ่งระฆังเงิน
ลั่วฉวนเพียงพยักหน้ารับ “ถูกต้องแล้ว”
......