ตอนที่ 14 ทำไมเซิ่งอันหนิงจึงทำกับเขาเช่นนี้
เซิ่งอันหนิง “!!”
พอรู้สึกตัวได้เธอก็สะบัดมือของเฉิงกัง “ฉันจะพูดอีกครั้งนะ ฉันแต่งงานแล้ว อย่ามายุ่งกับฉันอีกจะดีที่สุด ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ”
แม้เซิ่งอันหนิงจะหย่ากับโจวสือซวิน แต่เธอก็ไม่มีวันสนใจผู้ชายแบบนี้ มากไปกว่านั้นเธอยังรู้คุณธรรมพื้นฐานของการเป็มนุษย์ดี ในขณะที่ยังไม่ได้หย่ากับโจวสือซวิน การจับมือถือแขนกับชายอื่นก็นับว่าเป็เื่ไม่เหมาะสม
เฉิงกังมองดูเซิ่งอันหนิงอย่างไม่กล้าเชื่อในสายตา เมื่อก่อนนั้นหล่อนหลงใหลเขามากไม่ใช่หรือ?
ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวถูกคนอื่นพบเข้า แต่ไหนแต่ไรเฉิงกังก็อยากจะหลับนอนกับเซิ่งอันหนิงเหลือเกิน ทำไมจู่ ๆ ผลลัพธ์มันจึงเปลี่ยนเป็เช่นนี้?
ชายหนุ่มก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ และยื่นมือออกไปจับมือของเซิ่งอันหนิงอีกครั้ง
แต่คราวนี้กลับถูกเซิ่งอันหนิงจับข้อมือเอาไว้ ในขณะที่เฉิงกังยังไม่ทันจะได้ตอบสนอง ชายหนุ่มก็ถูกทุ่มข้ามไหล่และโยนลงไปบนพื้น แผ่นหลังของเขากระแทกลงกับพื้นอย่างแรงจนรู้สึกว่าอวัยวะภายในสั่นะเืไปหมด
เฉิงกังกุมหน้าอกและกัดปากแน่นด้วยความเ็ป ชายหนุ่มไม่สามารถพยุงตัวเองลุกขึ้นได้
เซี่ยวเยี่ยนมองดูเซิ่งอันหนิงด้วยความใ เดิมทีแล้วหล่อนคิดว่าเซิ่งอันหนิงกำลังหลงระเริงจับไม้จับมือกับชายอื่น แต่ไม่ได้คาดคิดเลยว่าอยู่ ๆ หล่อนจะทุ่มชายหนุ่มตัวโตลงกับพื้น
เซิ่งอันหนิงเหลือบมองเซี่ยวเยี่ยนอย่างเ็า จากนั้นเธอจึงหันหลังจากไป
เมื่อกลับมาถึงห้องผู้ป่วย ท้องฟ้าด้านนอกก็ค่อย ๆ มืดลง เป็เพราะฤทธิ์ของยาโจวสือซวินจึงยังคงหลับสนิท
เซิ่งอันหนิงเดินเข้าไปดูชายหนุ่ม และในตอนที่เธอนั่งลงบนเก้าอี้ก็รู้สึกหิวขึ้นมา เซิ่งอันหนิงจึงตระหนักได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเธอเลยั้แ่เที่ยง
หญิงสาวจึงนำคูปองอาหารและเงินไปยังโรงอาหารบริเวณด้านหลังเพื่อซื้อหมั่นโถวแป้งผสมสองลูก และโรงอาหารก็ยังจัดเตรียมผักดองหั่นฝอยแบบไม่คิดเงินไว้ให้อีกด้วย
เซิ่งอันหนิงฉีกหมั่นโถวแป้งผสมออกและตักผักดองหั่นเล็กน้อย เธอวางแผนว่าจะกินกับน้ำอุ่น ๆ
เนื่องจากฤทธิ์ยา โจวสือซวินจึงไม่ได้หลับลึกเช่นนี้มาเป็เวลานานแล้ว และยังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันที่ยาวนานอีกหนึ่งเื่ ใบหน้าที่คุ้นเคยในความฝันนั้นมีรอยยิ้มซื่อตรงรายล้อมตัวของเขาและร้องเรียกเขาว่าหัวหน้า
ไม่นานนักภาพในความฝันก็สั่นไหวและมีเสียงะเิดังขึ้นมา ใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นอาบไปด้วยเื และร่วงลงสู่ทะเลสาบโลหิต
โจวสือซวินใตื่นจากความฝัน แสงไฟสลัว ๆ ที่แยงตาเล็กน้อยทำให้ชายหนุ่มงวยงงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงเบา ๆ จึงได้หันไปมองตามที่มาของเสียงนั้น
เมื่อหันไปก็พบกับเซิ่งอันหนิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เตียง เธอกำลังกินหมั่นโถวแป้งผสมอยู่ การเคลื่อนไหวของเธอแ่เบานุ่มนวลเป็อย่างยิ่ง แต่หมั่นโถวนั้นหยาบและกลืนลำบาก บางเวลาเธอจึงโก่งคอฝืนกลืนเข้าไป
แสงสลัวรางตกกระทบร่างกายของเซิ่งอันหนิง ทำให้คนทั้งคนดูอบอุ่นขึ้นมา
เงาบนกำแพงทำให้รู้สึกว่าความอบอุ่นนั้นกลายเป็จริงขึ้นมาเช่นกัน
อารมณ์ของโจวสือซวินสงบลงอย่างอธิบายไม่ถูก แต่ภายในใจของเขาก็ยังคงงงงวยเช่นเดิม เขาไม่เคยพบกับเซิ่งอันหนิงที่เป็แบบนี้มาก่อน
เซิ่งอันหนิงกลืนหมั่นโถวแป้งผสมคำสุดท้ายลงไป ตามด้วยการจิบน้ำเล็กน้อย จึงทำให้เธอรู้สึกสบายตัวขึ้นมา อาจจะเป็เพราะความหิวก็เป็ได้ เห็นได้ชัดว่าหมั่นโถวแป้งผสมนั้นหยาบและกลืนยาก กลับคาดไม่ถึงว่าเธอจะกินมันอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อหันหน้าไปก็พบเข้ากับโจวสือซวินที่ตื่นขึ้นแล้ว หญิงสาวจึงเอ่ยขึ้น “คุณตื่นแล้วเหรอคะ? หมอบอกว่าคุณยังกินอะไรไม่ได้ แต่ดื่มน้ำได้นะ คุณจะดื่มน้ำหรือเปล่า?”
ถ้าไม่พูดถึงน้ำ โจวสือซวินก็คงจะไม่รู้สึกตัว แต่เมื่อเซิ่งอันหนิงเอ่ยถึง จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ร้อนรนขึ้นมาและพยายามจะลุกขึ้น
เซิ่งอันหนิงรีบเข้าไปประคองไหล่ของชายหนุ่มเอาไว้ “คุณจะทำอะไรน่ะ? คุณขยับไม่ได้นะ หมอบอกว่าแผลผ่าตัดปริง่ายมาก ๆ”
โจวสือซวินรู้สึกเขินอายเล็กน้อย ชายหนุ่มจะอธิบายกับเซิ่งอันหนิงอย่างไรดีว่าเขาอยากจะเข้าห้องน้ำ?
เซิ่งอันหนิงกลอกตา เมื่อตระหนักขึ้นได้และมองดูท่าทางเหนียมอายของโจวสือซวิน เธอก็รู้สึกว่ามันน่าขำมาก ๆ ในเวลาเช่นนี้ ชายคนนี้ยังจะสงวนท่าทีอีกหรือ?
“อยากเข้าห้องน้ำใช่ไหม? คุณนอนลงไปค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเอากระโถนให้คุณ ”
โจวสือซวินเห็นว่าเซิ่งอันหนิงนั้นไม่ได้มีท่าทีที่เขินอายแม้แต่น้อย ชายหนุ่มก็ยิ่งเขินอายมากกว่าเก่า “ไม่ต้อง ผมทำเองได้”
เซิ่งอันหนิงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย “เอ๊ะ ฉันให้คุณนอนคุณก็นอนสิ หมอก็บอกอยู่ว่าห้ามขยับ ถ้าอยากจะลงจากเตียงก็ต้องรอวันพรุ่งนี้เช้า คุณนอนลงไปดี ๆ แล้วก็อย่าขยับ!”
หญิงสาวประคองโจวสือซวินโดยไม่อธิบายอะไรทั้งสิ้น หลังจากนั้นจึงไปหยิบกระโถนและยัดมันไว้ใต้ผ้าห่ม อีกมือหนึ่งก็ดึงกางเกงของโจวสือซวินลง
โจวสือซวินคาดไม่ถึงว่าเซิ่งอันหนิงจะทำเช่นนี้ ยาชาก็ยังไม่หมดฤทธิ์ มือก็ยังไม่มีเรี่ยวแรง แน่นอนว่าเขาไม่สามารถผลักเซิ่งอันหนิงออกไปได้
ชายหนุ่มจึงทำได้แค่เพียงหลับตาลงเท่านั้น และปล่อยให้เซิ่งอันหนิงจับน้องชายยัดเข้าไปในกระโถน
รู้ตัวอีกทีเซิ่งอันหนิงก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา สิ่งที่มือััอยู่นั้นก็เริ่มร้อนขึ้นเล็กน้อย
แม้ในสายตาของหมอจะไม่แยกชายหรือหญิง แต่กับโจวสือซวินแล้วมันต่างออกไป ตอนนี้ชายคนนี้เป็สามีของเธอ
ใบหน้าของเธอแดงขึ้นมาในทันใด และรีบตรงเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับกระโถน
โจวสือซวินไม่รู้จะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหนดี เมื่อก่อนหน้านี้เขาก็เคยได้รับาเ็ และเป็สหายคนสนิทที่คอยมาดูแล แต่เขาไปสนิทสนมกับหญิงสาวผู้นี้ั้แ่เมื่อใดกันเล่า?
ใบหน้าและคอของชายหนุ่มขึ้นสีราวกับถูกย้อมเป็สีแดง
เซิ่งอันหนิงอยู่ในห้องน้ำพักหนึ่ง เธอล้างมือแล้วล้างมืออีก หญิงสาวเอามือก่ายหน้าผาก รู้สึกว่าตนเองช่างมีมลทินนักที่มีความคิดต่ำช้าต่อโจวสือซวิน
หลังจากนั้นจึงกลับไปที่ห้องคนป่วยอย่างลังเล
เซิ่งอันหนิงและโจวสือซวินต่างไม่พูดไม่จากันสักพักหนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงันและอึดอัด
เป็โจวสือซวินที่ทำลายความเงียบนั้น “คุณจะกลับบ้านแล้วหรือยัง?”
เซิ่งอันหนิงส่ายหน้า “ยังไม่กลับหรอกค่ะ ฉันไม่ได้รีบอะไร ไว้รอคุณดีขึ้นก่อนค่อยว่ากัน”
โจวสือซวินพยักหน้า และชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี
เซิ่งอันหนิงเองก็อึดอัดเช่นกัน จึงพยายามหาข้อสนทนา “หมอบอกว่าถ้าคุณผายลมแล้วถึงจะกินอะไรได้ คุณมีอะไรที่อยากกินไหมคะ?”
โจวสือซวินส่ายศีรษะ “ไม่มี”
เซิ่งอันหนิงไม่รู้จะสนทนาอะไรต่อได้แล้ว เธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจแล้วว่าโจวสือซวินจะพูดหรือไม่พูดอะไร จึงพูดออกมาเอง “งั้นฉันจะต้มน้ำแกงไก่ให้คุณค่ะ”
กล่าวถึงในโลกเดิมของเธอ เมื่อเธอว่างเว้นจากการทำงานแล้วก็ชอบขี่ม้า ยิงธนู แข่งรถ และเธอยังทำได้ดีมากในทุก ๆ อย่าง
แม้แต่แม่ของเซิ่งอันหนิงเองก็มักจะพูดว่า เซิ่งอันหนิงเกิดมาผิดเพศ สิ่งที่เธอชอบนั้นล้วนแต่เป็สิ่งที่ผู้ชายชอบ
คาดไม่ถึงว่างานอดิเรกของเธออาจจะกลายเป็หนทางทำมาหากินของโลกนี้
ในห้องผู้ป่วยมีเตียงอยู่สองหลัง เซิ่งอันหนิงจึงนอนบนเตียงอีกหลังเพื่อที่จะผ่านค่ำคืนนี้ไป หนึ่งวันที่สุดแสนจะวุ่นวาย เธอจะใช้ทุก ๆ วินาทีพักผ่อนบนเตียงหลังนี้
ตรงกันข้ามกับโจวสือซวินที่นอนไม่หลับ ชายหนุ่มไม่ได้นอนจนกระทั่งฝั่งทิศตะวันออกเริ่มสว่างขึ้นมาจึงเริ่มรู้สึกงัวเงีย
เซิ่งอันหนิงตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปจับเป็ดป่า เธอจำเป็ต้องไปแต่เช้าตรู่หรือไม่ก็พลบค่ำเพราะเวลากลางวันนั้นมีผู้คนมากมายจึงไม่ค่อยสะดวก
เมื่อพบว่าโจวสือซวินยังนอนอยู่ หญิงสาวจึงค่อย ๆ ออกไปอย่างเงียบกริบ
เมื่อไปถึงริมแม้น้ำ ท้องฟ้าก็ยังมืดอยู่ มีเพียงขอบฟ้าไกล ๆ เท่านั้นที่เริ่มปรากฏแสงสว่าง
เซิ่งอันหนิงพบกับพุ่มต้นกกที่มีเป็ดป่าอาศัยอยู่ เนื่องจากบริเวณริมฝั่งมีก้อนหินจำนวนมาก ผู้คนจึงไม่ค่อยจะเดินผ่านมากนัก บวกกับนิสัยระมัดระวังภัยของเป็ดป่า ดังนั้นจึงไม่มีใครมาจับพวกมัน
บริเวณรอบ ๆ ก็ไม่มีเครื่องมืออะไรเช่นกัน ต่อให้จับเป็ดป่าได้ แต่จะเข้าไปนำตัวเป็ดขึ้นมาอย่างไร?
เซิ่งอันหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงหยิบก้อนหินขนาดเท่าลูกแก้วมาจากริมตลิ่ง และผูกไส้ไก่จักรยานที่ซื้อมาเมื่อวานนี้กับกิ่งไม้เพื่อทำหนังสติ๊กแบบง่าย ๆ
ก้อนหินถูกขว้างไปทางพุ่มต้นกก ทำให้ฝูงเป็ดพากันบินขึ้นไป
เซิ่งอันหนิงรีบหยิบหนังสติ๊กขึ้นมาและเล็งไปยังเป็ดป่า…
หญิงสาวอยู่ในห้วงสมาธิ จนไม่ได้สังเกตเห็นชายผู้หนึ่งยืนอยู่ที่ริมแม่น้ำ…
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เตือนแล้วนะ เตือนแล้วไม่ฟังก็โดนจับทุ่มแบบนี้แหละ
นึกภาพออกเลยค่ะว่ามันจะต้องกระอักกระอ่วนใจขนาดไหนกับการจำเป็ต้องจับของสงวนของคนที่เป็สามีทางกฎหมาย
อันหนิงจะได้เป็ดมาแกงไหมนะ
ไหหม่า(海馬)