หนึ่งเดือนเต็ม...
ได้ผ่านไปในความเงียบงันและมืดมิดของก้นเหว
หนึ่งเดือนที่เฟิงหลงจมอยู่ในห้วงแห่งการบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่งราวกับปีศาจที่กระหายในอำนาจ ร่างกายของเขาที่เคยผ่ายผอมและแตกสลาย บัดนี้กลับถูกรังสรรค์ขึ้นมาใหม่จนสมบูรณ์แบบ มัดกล้ามเนื้อที่เคยลีบแบนบัดนี้ได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมส่วนและเต็มไปด้วยพลังะเิที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน าแทั้งหมดหายสนิทไร้ร่องรอย ผิวของเขาขาวซีดกว่าเดิมหลายส่วนจากการที่ไม่ได้ััแสงแดดเป็เวลานาน แต่ภายใต้ิันั้นคือเส้นชีพจรอสูรสีดำทมิฬที่พลังงานไหลเวียนอยู่ดุจแม่น้ำที่เชี่ยวกรากในฤดูน้ำหลาก
ตอนนี้ ระดับพลังของเขาได้พุ่งทะยานมาถึงจุดสูงสุดของขั้นรวบรวมปราณ... ระดับที่เก้า! ห่างจากขั้นก่อเกิดรากฐานอันเป็สัญลักษณ์ของผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริงเพียงแค่เอื้อมเท่านั้น!
ทว่า บนใบหน้าของเฟิงหลงกลับไม่ได้มีร่องรอยของความยินดีแม้แต่น้อย เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดของกองกระดูกมหึมา คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันจนเป็ปมแน่น เขากำลังเผชิญหน้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น... กำแพงที่แข็งแกร่งและสูงชันจนทำให้เขารู้สึกท้อแท้เป็ครั้งแรกนับั้แ่ที่ได้พลังนี้มา
พลังงานที่เขาดูดกลืนมาจากซากกระดูกโบราณเหล่านี้มันมหาศาลและบริสุทธิ์อย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ป่าเถื่อน, รุนแรง, และเต็มไปด้วยไอแห่งความตายอันเป็เอกลักษณ์ มันไม่ใช่พลังลมปราณธรรมดาที่สามารถควบคุมได้โดยง่าย "ห้วงิญญาอสูรา" สามารถกลืนกินมันได้ก็จริง แต่เคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังลมปราณพื้นฐานของตระกูลเฟิงที่เขาเคยฝึกฝนมานั้น อ่อนแอและเรียบง่ายเกินไป มันเปรียบได้กับลำธารสายเล็กๆ ที่พยายามจะรองรับมวลน้ำจากมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง... ผลลัพธ์ย่อมมีเพียงการพังทลายลงเท่านั้น
ทุกครั้งที่เขาพยายามรวบรวมพลังงานอสูรเหล่านี้เพื่อทะลวงผ่านคอขวดสุดท้าย พลังงานที่บ้าคลั่งก็จะอาละวาดอย่างรุนแรงจนเส้นชีพจรอสูรของเขาสั่นะเืและเ็ปราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน หากเขายังดื้อรั้นต่อไป มีแต่จะทำให้ร่างกายที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ต้องพังพินาศลงอีกครั้ง
"ไม่ได้การ..." เฟิงหลงลืมตาขึ้นช้าๆ ไอเย็นเยียบพวยพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา "ข้ามีพลังดิบที่มหาศาล แต่ไร้ซึ่งวิธีการที่จะควบคุมและใช้งานมัน... ข้าจำเป็ต้องมีเคล็ดวิชาที่ทรงพลังกว่านี้... เคล็ดวิชาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพลังอสูรโดยเฉพาะ!"
ด้วยความมุ่งมั่นนี้ เขาจึงตัดสินใจหยุดการดูดกลืนพลังชั่วคราวและเริ่มสำรวจก้นเหวที่กว้างใหญ่ไพศาลและเต็มไปด้วยความลึกลับแห่งนี้อย่างจริงจัง ความกดดันมหาศาลและอากาศที่เบาบาง ณ ก้นเหวกลายเป็การฝึกฝนร่างกายชั้นเลิศโดยธรรมชาติ เขาเคลื่อนไหวไปท่ามกลางกองซากกระดูกมหึมาราวกับเงา สายตาที่เฉียบคมราวกับพญาเหยี่ยวของเขากวาดมองไปรอบๆ เพื่อค้นหาสิ่งที่อาจเป็ "โอกาส" ที่ซ่อนอยู่ในความมืดมิดนี้
หลังจากเดินลึกเข้ามาในหุบเหวเป็เวลาหลายชั่วยาม ผ่านซากโครงกระดูกของอสูรในตำนานที่เขาไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อมาก่อน ในที่สุดสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ... มันคือถ้ำแห่งหนึ่งที่ถูกเจาะลึกเข้าไปในผนังของหุบเหว ปากถ้ำนั้นถูกบดบังไว้ด้วยซากโครงกระดูกของอสูรงูั์เก้าเศียรขนาดมหึมาที่ขดตัวราวกับกำลังปกป้องบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ หากไม่สังเกตให้ดีหรือไม่มีััที่เฉียบคมพอ คงไม่มีทางมองเห็นทางเข้าที่ซ่อนอยู่นี้ได้อย่างแน่นอน
หัวใจของเฟิงหลงเต้นแรงขึ้น เขารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าในถ้ำแห่งนี้ต้องมีบางสิ่งที่พิเศษซ่อนอยู่! บางที... นี่อาจจะเป็คำตอบที่เขากำลังตามหา!
เขาใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีผลักซากกระดูกซี่โครงขนาดมหึมาที่ขวางทางออกจนมันพังครืนลงไป ก่อนจะก้าวเข้าไปในถ้ำที่มืดมิดและเงียบสงัดนั้นอย่างระมัดระวัง
ภายในถ้ำนั้นว่างเปล่าและสะอาดสะอ้านอย่างน่าประหลาด ผิดกับสภาพด้านนอกโดยสิ้นเชิง ที่ใจกลางถ้ำนั้น มีแท่นหินสีดำเรียบง่ายตั้งอยู่ และบนแท่นหินนั้น... มีร่างของบุรุษผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่อย่างเงียบงัน
มันไม่ใช่โครงกระดูก... แต่เป็ร่างที่แห้งเหี่ยวแต่ยังคงสภาพสมบูรณ์ราวกับเพิ่งจะสิ้นลมไปเมื่อวาน! อาภรณ์สีดำที่สวมใส่อยู่แม้จะเก่าแก่แต่กลับไม่เปื่อยยุ่ยแม้แต่น้อย ผมยาวสีดำขลับของเขายังคงสลวยสวยงาม บ่งบอกว่าผู้ที่นั่งอยู่ตรงนี้ต้องเป็ยอดฝีมือที่บรรลุถึงระดับพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวดในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
และสิ่งที่ทำให้ดวงตาของเฟิงหลงเบิกกว้างขึ้นไปอีกจนแทบจะถลนออกมาก็คือ... ที่วางอยู่บนตักของร่างนั้น... คือแผ่นหยกสีดำทมิฬสามแผ่นที่สลักลวดลายโบราณอันซับซ้อนเอาไว้ มันแผ่ไอพลังที่ลึกลับและเข้ากันได้กับพลังในร่างของเขาอย่างน่าประหลาด
ทันทีที่เฟิงหลงก้าวเข้าไปในระยะสามก้าว แผ่นหยกทั้งสามก็พลันส่องสว่างขึ้นด้วยแสงสีเืจางๆ ราวกับมันมีชีวิตและกำลังเรียกหาเขา!
เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปััแผ่นหยกชิ้นแรกที่อยู่บนสุด...
วูบ!
ลำแสงสีเืสายหนึ่งพุ่งออกจากแผ่นหยกเข้าสู่หว่างคิ้วของเขาโดยตรง! ข้อมูลจำนวนมหาศาลราวกับคลื่นสึนามิที่บ้าคลั่งถาโถมเข้าสู่ห้วงจิตสำนึกของเขาทันที! ความเ็ปราวกับสมองจะะเิทำให้เขาต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น!
"เคล็ดอสูรทลาย์ (Heaven-Shattering Asura Arts)"
นี่คือมรดก! มรดกที่ถูกทิ้งไว้โดยผู้สืบทอดพลังอสูรคนก่อนที่ตกลงมาในหุบเหวแห่งนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน! มันคือเคล็ดวิชาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้ที่มีสายเือสูรโดยเฉพาะ!
เคล็ดวิชานี้แบ่งออกเป็สามส่วนหลัก ซึ่งสลักอยู่ในหยกแต่ละแผ่น:
เคล็ดบ่มเพาะพลัง - คัมภีร์อสูรกลืนตะวัน (Sun-Devouring Asura Scripture): สอนวิธีการขัดเกลาพลังงานดิบที่ดูดกลืนเข้ามาให้กลายเป็ "ปราณอสูร" ที่มีพลังทำลายล้าง ความหนาแน่น และความรุนแรงสูงส่งกว่าปราณลมปราณทั่วไปในระดับเดียวกันนับสิบเท่า! มันคือพลังที่สามารถกัดกร่อนและทำลายล้างได้อย่างแท้จริง!
เคล็ดวิชาต่อสู้ - สามท่วงท่าอสูรพิฆาต (Three Forms of Asura Annihilation):
ท่าที่หนึ่ง: อัสนีบาตอสูร (Asura's Crushing Fist): รวบรวมปราณอสูรทั้งหมดไว้ที่หมัดแล้วปล่อยออกไปในจุดเดียว มีพลังทะลุทะลวงที่สามารถทำลายเคล็ดป้องกันทุกชนิดได้ราวกับกระดาษ
ท่าที่สอง: มายาอสูร (Phantom Asura Steps): ท่าร่างที่รวดเร็วและคาดเดายากราวกับภูตพรายไร้เงา ทำให้ศัตรูไม่อาจจับทิศทางและคาดเดาการเคลื่อนไหวได้
ท่าที่สาม: ??? ข้อมูลของท่าที่สามยังคงถูกผนึกไว้ด้วยผนึกที่แข็งแกร่ง จำเป็ต้องบรรลุถึงระดับพลังที่สูงกว่านี้และมีความเข้าใจในวิถีแห่งอสูรอย่างลึกซึ้งจึงจะสามารถเปิดอ่านได้
คำเตือนสุดท้ายจากผู้าุโอสูร: "ผู้ที่เดินบนเส้นทางแห่งอสูร คือผู้ที่ถูกฟ้าดินทอดทิ้ง คือศัตรูของเหล่าผู้บำเพ็ญตนในหนทางแห่งแสงสว่าง เส้นทางนี้มีเพียงความเดียวดาย การต่อสู้ และการสังหารอันเป็นิรันดร์ หากจิตใจของเ้ายังคงมีความลังเลแม้เพียงน้อยนิด... จงทำลายเคล็ดวิชานี้ทิ้งเสียและจบชีวิตลงอย่างสงบ ณ ที่แห่งนี้เสียเถิด แต่หากจิตใจของเ้ามุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความแค้นที่ไม่อาจดับมอดได้แล้ว... ก็จงใช้พลังนี้ฉีกกระชาก์ที่จอมปลอมและสร้างหนทางของเ้าขึ้นมาด้วยเืและกระดูกของศัตรู!"
เฟิงหลงอ่านคำเตือนนั้นจบลง... แต่ในใจของเขากลับไม่มีความลังเลแม้แต่เศษเสี้ยวธุลี... มีเพียงความตื่นเต้นและเจตจำนงสังหารที่เดือดพล่านขึ้นมาราวกับไฟนรก!
"ละทิ้ง์รึ? ฮึ! ์มันเคยเมตตาข้างั้นรึ!" เฟิงหลงแค่นเสียงหัวเราะเ็า "เส้นทางนี้แหละ... คือเส้นทางเดียวที่เหลืออยู่สำหรับข้า!"
เขาไม่รอช้าอีกต่อไป นั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าศพของผู้าุโอสูรท่านนั้นทันที และเริ่มโคจรพลังตามวิธีการของ "คัมภีร์อสูรกลืนตะวัน" ที่เพิ่งได้รับมา
พลังงานดิบที่เคยบ้าคลั่งและเกือบจะทำลายร่างของเขา บัดนี้กลับเชื่องราวกับลูกแกะที่เชื่องเชื่อเมื่อถูกชี้นำด้วยเคล็ดวิชาที่ถูกต้อง พวกมันถูกดึงเข้าไปในเส้นชีพจรอสูร ถูกบีบอัด... ขัดเกลา... และหลอมรวม... จนในที่สุดก็ได้กลั่นตัวออกมาเป็ "ปราณอสูร" สีดำสนิทหยดแรกที่ใจกลางจุดตันเถียนของเขา!
และในวินาทีที่ปราณอสูรหยดแรกก่อกำเนิดขึ้น... คอขวดที่ขวางกั้นเขามาระยะหนึ่งก็พลันสลายไปในทันทีราวกับไม่เคยมีอยู่จริง!
ครืนนนนน!
พลังงานจากทั่วทั้งก้นเหวไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาราวกับน้ำป่าที่เขื่อนแตก! ร่างของเขาสั่นะเือย่างรุนแรง ไอพลังสีดำทมิฬที่หนาแน่นและน่าสะพรึงกลัวะเิออกจากร่างของเขาเป็วงกว้าง ซากกระดูกที่อยู่ใกล้ๆ ถูกพลังนี้ปะทะเข้าไปจนแหลกสลายกลายเป็ผุยผงในพริบตา!
ขั้นก่อเกิดรากฐาน!
ในที่สุดเขาก็บรรลุแล้ว!
เฟิงหลงลืมตาขึ้นช้าๆ ประกายแสงสีเืที่คมกริบวาบขึ้นในดวงตาสีดำของเขา เขาลุกขึ้นยืนและกำหมัดแน่น ััได้ถึงพลังที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง พลังที่เอ่อล้นและพร้อมที่จะะเิออกไปได้ทุกเมื่อ!
เขามองไปที่ร่างของผู้าุโอสูรที่มอบมรดกอันล้ำค่านี้ให้เขา ก่อนจะคุกเข่าลงและโค้งคำนับลงจนศีรษะจรดพื้นสามครั้งอย่างจริงใจ "ท่านผู้าุโ... วางใจเถิด ข้าเฟิงหลง ขอสาบานด้วยจิติญญาว่าจะไม่ทำให้ชื่อของ 'เคล็ดอสูรทลาย์' ต้องมัวหมองอย่างแน่นอน"
จากนั้น เขาก็หันกลับไปและเงยหน้าขึ้นมองแสงสว่างอันริบหรี่ที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้าบนปากเหว...
รอยยิ้มที่เย็นเยียบและอำมหิตที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
"เหมันตนคร..."
"...ข้ากำลังจะกลับไปแล้ว"