จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 108 พระเจ้า…มีจริงหรือไม่…

    ตอนที่ 108 พระเจ้า…มีจริงหรือไม่… ภายใต้ฝุ่นควันที่เลือนลางลงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาของสาวน้อยฟีนิกซ์จับจ้องสิ่งนั้นอย่างแข็งค้างประดุจรูปปั้น ภาพเบื้องหน้าราวกับฝันร้าย…  นิสเวมไม่สามารถอธิบายออกมาได้ว่าตัวที่ยืนอยู่ข้างหน้ากาติรัสคือตัวอะไร… กาติรัสที่ว่าสูงสองเมตรกว่ายังสูงได้แค่บริเวณหน้าท้องของมัน อีกทั้งร่างกายของมันล้วนเป็นโครงกระดูก… ลักษณะเหมือนพวกมนุษย์ทุกประการ เพียงแต่ว่า…มันมีร่างเนื้อสีแดงฉานดุจโลหิตไร้ซึ่งผิวหนังแตกต่างจากพวกมนุษย์ หัวกระโหลกนั่นมีโพลงตาโบ๋อยู่สองคู่และโพรงจมูกที่ไม่มีจมูก ในปากยังคงมีฟันเรียงราย เว้นเสียแต่เขี้ยวยาวที่ยื่นออกมาจากบริเวณริมฝีปากส่วนบน มันยาวจรดคางเลยทีเดียว… แผ่นหลังของมันปรากฏกระดูกยาวยื่นกระจายออกมาราวกับเม่น บริเวณข้อศอกยังมีส่วนกระดูกยาวโผล่ออกมาราวกับเคียวยมทูต บนศีรษะนั่นปรากฏเขาแหลมสีกระดูกสองข้างยื่นยาวออกมา กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนล้วนแดงฉานดุจโลหิต โครงร่างของกระดูกที่ปะปนไปด้วยร่างเนื้อสีแดงสดทำให้มันดูน่าประหวั่นพรั่งพรึงขึ้นเป็นทวีคูณ ความน่าเกรงขามและความสะพรึงกลัวเอ่อล้นออกมาตั้งแต่แรกเห็น เพียงปราดมองยังบอกได้เลยว่ามันแข็งแกร่ง นิสเวมที่เคยเดินทางไปชมการประลองระดับทวีป สถานที่แห่งนั้นย่อมมีเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญามากมายที่เข้าร่วมการประลอง สาวน้อยฟีนิกซ์ที่รู้จักเผ่าพันธุ์ระดับหัวๆของทวีป แต่ทว่า นิสเวมกลับไม่สามารถอธิบายได้เลยว่าสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้านั้น---คือตัวอะไร… ทั่วร่างสั่นสะท้านและแข็งทื่อในชั่วพริบตา “อา---นานจริงๆ…ลูซิเฟอร์” กาติรัสแหงนศีรษะขึ้นประสานสายตากับลูซิเฟอร์ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หากไม่ได้การสอดส่องสเตตัสช่วยเอาไว้ แม้กระทั่งจักรพรรดิก็คงจดจำมือขวาของตนเองไม่ได้ ลูซิเฟอร์เปลี่ยนแปลงไปอย่างแท้จริง… ชื่อ:ลูซิเฟอร์ อายุ:อนันต์ เผ่าพันธุ์:อันเดด(ศักดิ์สิทธิ์) อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์ เลเวล:30,096 พลังกาย:398,245,048 พลังเวทย์:398,251,499 คุณสมบัติพิเศษ:แปดประตูมรณะ ประการแรก---รูปลักษณ์ของลูซิเฟอร์เปลี่ยนแปลงไปจากเค้าโครงเดิมจนแทบจำไม่ได้ ประการสอง---คุณสมบัติพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาเป็นหนึ่งในสิ่งที่กาติรัสไม่เคยรู้จักมาก่อน จักรพรรดิท่องโลกหล้าและมีประสบการณ์ล้นหลาม ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถจะอธิบายคุณสมบัติพิเศษอย่าง “แปดประตูมรณะ” ได้เลย ประการสุดท้าย---ลูซิเฟอร์มีกลิ่นอายที่แปลกออกไป มันไม่เหมือนลูกน้องที่ใคร่รู้ในทุกสิ่งอีกแล้วราวกับตาเฒ่าอายุมากที่เข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม รังสีฆ่าฟันที่น่าสะพรึงกลัวกลับเพิ่มพูนมากกว่าเดิม “ตั้งแต่นายเหนือหัวออกเดินทางก็มีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นกับข้า” ลูซิเฟอร์เอ่ยพูดเสียงทุ้มต่ำ ศีรษะโครงกระดูกปนร่างเนื้อสีแดงฉานไร้หนังหุ้มก้มมองกาติรัสท่าทีเรียบนิ่ง เป็นหนึ่งในสิ่งที่กาติรัสสัมผัสได้ว่าช่างน่าประหลาด… หากเป็นลูซิเฟอร์ยามปกติคงคุกเข่าเคารพไปแล้ว ความหยิ่งผยองที่เพิ่มขึ้น… ความยโสโอหังที่เพิ่มขึ้น… แต่ทว่ามันเป็นเพราะเหตุใด? ลูซิเฟอร์ถูกสร้างจากพลังของจักรพรรดิผีดิบ มันควรเคารพและนอบน้อมยิ่งกว่านี้ไม่ใช่หรือ? ณ ตอนนี้---น้ำเสียงที่นอบน้อมได้เหือดหายไปแล้ว… “แตกต่างจากนายท่านของข้าเมื่อหมื่นปีก่อนเสียเหลือเกิน… ครั้งแรกที่ข้าถือกำเนิดขึ้นโดยพลังของท่าน---สายตาของท่านช่างเด็ดเดี่ยวและทรนง เป็นแววตาของบุคคลที่ไม่สนใจใยดีต่อโลกทั้งใบ…แต่ตอนนี้มันกลับอ่อนโยนขึ้นนะขอรับ” ลูซิเฟอร์เอ่ยพูดขณะที่แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า กาติรัสไร้ซึ่งการตอบสนองมีเพียงใบหน้าเรียบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ “ราชอาณาจักรอันเดดเป็นอย่างไรบ้าง” กาติรัสมองข้ามคำพูดของลูซิเฟอร์ทั้งหมดและเอ่ยถามถึงสิ่งที่เขาเป็นกังวลมากที่สุด แววตาของจักรพรรดิยังคงจับจ้องลูซิเฟอร์ไม่กระพริบตา “คำพูดของข้าไปจี้ใจดำนายเหนือหัวสินะขอรับ อย่างไรก็ตาม กำแพงสูงเสียดฟ้าจากหินสัตชีวะถูกสร้างเสร็จสิ้นแล้วขอรับ” ลูซิเฟอร์ก้มหน้าลงมองผู้เป็นนายจากมุมสูง การกระทำของมันช่างตรงไปตรงมายิ่งนัก การที่ไม่ก้มหัวเคารพหลังจากไม่ได้เจอผู้เป็นนายมานาน ราวกับว่า มันตั้งใจจะสื่ออะไรบางอย่าง… “ดี---แผนการของข้าได้เริ่มขึ้นแล้ว” น้ำเสียงเยือกเย็นจับจ้องลูซิเฟอร์อย่างทรนง กลิ่นอายของผู้สูงส่งค้ำฟ้าแผ่ซ่านออกมาราวกับเป็นสิ่งที่เป็นไปโดยธรรมชาติ นิสเวมสัมผัสได้ถึงความอ่อนด้อยไร้คุณค่าของตัวเองเสียอย่างนั้น แม้กระทั่งจิตใจอันแข็งกร้าวของฟีนิกซ์สายเลือดบริสุทธิ์ยังไร้อาการต่อต้านยอมสยบให้แก่จักรพรรดิอย่างแท้จริง… แต่ทว่า คงมีเพียงลูซิเฟอร์เท่านั้นที่ไม่มีท่าทีอะไรเลย “เริ่มแล้วสินะขอรับ---ท่านรู้หรือไม่นายเหนือหัว…” ลูซิเฟอร์กล่าวพลางเพ่งเล็งกาติรัสไม่ละสายตา สำหรับลูซิเฟอร์แล้ว นิสเวมที่มากับนายเหนือหัวราวกับอากาศธาตุไม่คู่ควรพอแม้เพียงจะหันมอง “พวกข้าเหล่าอันเดดและผีดิบกวาดล้างดินแดนแห่งนี้ตลอดชั่ววันอย่างบ้าคลั่ง ฆ่าล้างไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด ดินแดนแห่งนี้ช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนักนะขอรับ… ยิ่งท่านแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ อาณาบริเวณของโลกใบนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวี อย่างที่นายท่านทราบ ดินแดนอนันตกาลรวบรวมสิ่งมีชีวิตทั่วทั้งอนันตภพเอาไว้ ไม่ว่าจะพวกที่สูญพันธุ์ไปแล้วหรือเผ่าที่ว่าหายากล้วนหาพบได้โดยง่ายนะที่แห่งนี้ แต่ใครจะรู้ว่ามันเป็นดาบสองคม… จนกระทั่งเจ้านั่นเกิดขึ้นมาในดินแดนอนันตกาล มันก็กวาดล้างกองทัพของเราในทันที กองทัพนับล้านล้านล้มตายไปเหลือหลักพันในพริบตา มีเพียงพวกข้าที่เหลือรอดอยู่ ณ ตอนนี้” ลูซิเฟอร์อธิบายด้วยเสียงทุ้มต่ำราวกับโศกเศร้า ถูกต้อง… การเล่าของมันราวกับมีอารมณ์ร่วมเข้ามาทั้งที่เป็นอันเดด… “แต่ตอนนี้กองทัพของเราก็เพิ่มขึ้นมามากพอตัวแล้วขอรับ… และพวกเหลือรอดก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น…” กาติรัสรับฟังสิ่งที่ลูซิเฟอร์เอ่ยออกมาโดยไม่แสดงอารมณ์อันใดผ่านใบหน้า มีเพียงความนิ่งสงบดุจผิวน้ำไร้ซึ่งระลอกคลื่น “เจ้าจะสื่ออะไร” “อาาาาาา” ไอน้ำจำนวนมากรอดผ่านไรฟันที่กันกระทบกันแน่น ลูซิเฟอร์จับจ้องกาติรัสด้วยท่าทางขึงขังขึ้นมา “ข้าแข็งแกร่งมากนายเหนือหัว… ท่านจินตนาการความแข็งแกร่งของข้าไม่ออกแน่ๆ แม้กระทั่งข้าเองยังประเมิณตัวเองไม่ได้เลย เมื่อไหร่กันที่กองทัพของเราจะออกสู่โลกภายนอก… ข้าต้องการการต่อสู้แลกชีวิต ข้าต้องการตัวตนที่อยู่เหนือยิ่งกว่าข้า… ตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมาในดินแดนแห่งนี้ พวกมันกลับไม่สามารถทำให้ข้าตายได้เลยสักครั้งเดียว… ไม่ว่าจะรุมมาล้านตัว… สิบล้านหรือร้อยล้าน… ข้าก็ไม่เคยตายเลยสักครั้งเดียว จนพวกผีดิบมีสติปัญญาพากันยกย่องข้าเป็นขุนพล” “แน่นอน---ลูซิเฟอร์…” กาติรัสกล่าวพลางกระพริบตาหนึ่งครา “เจ้าถูกกำหนดให้เป็นแม่ทัพของข้า” “ถ้าเช่นนั้นเมื่อไหร่กันที่กองทัพของเราจะออกสู่โลกภายนอก! ข้าอยากจะฆ่าล้างและล่าสังหารพวกมันเต็มแก่แล้ว!!” ลูซิเฟอร์คำรามลั่น แขนซ้ายแขนขวาผายออกข้างพลางกู่คำราม “ยังไม่มากพอ… ในเมื่อเจ้าล่วงรู้อดีตของข้า---เจ้ากลับไม่รู้ศัตรูตัวฉกาจของข้าหรือ?” ทันใดนั้น แววตาของจักรพรรดิกลับกลายเป็นเฉียบคมดุจใบมีด สีหน้าของบุคคลหน้าเรียบนิ่งกลับกลายเป็นจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “อาาาาาา---นายเหนือหัว---ท่านไม่เข้าใจ…” “เลิกพูดเรื่องไร้สาระเสีย กองทัพของเราจะออกสู่โลกภายนอกเมื่อข้ายืนยันได้ว่าไม่มีเส้นสายของเฒ่าทารกมารอยู่ที่นี่ จะให้พวกมันรู้ตัวก่อนไม่ได้เป็นอันขาด” กาติรัสเอ่ยตอบอย่างหนักแน่น “ผิดแล้วนายท่าน… ท่านตามหาสาวงามอยู่งั้นหรือ… แค่เด็กสาวที่ทำร้ายข้าไม่เพียงพอรึไง?” ลูซิเฟอร์โต้แย้งขึ้นในทันควัน เด็กสาวที่มันเอ่ยถึงคงไม่พ้นลาซิเฟีย โฉมงามประหนึ่งเทพนิยาย ตั้งแต่การสนทนาเริ่มขึ้น มันเป็นการหยั่งเชิงของผู้มีสติปัญญามาก กาติรัสเริ่มหวาดหวั่นแล้วว่าลูซิเฟอร์รู้ลึกถึงแค่ไหนและที่สำคัญมันรู้ได้ยังไง… ลูซิเฟอร์อยู่ในดินแดนอนันตกาลตลอดเวลา น้อยครั้งนักที่จะออกสู่โลกภายนอกถึงจะออกมาก็คงออกมาเพื่อเยี่ยมเยือนราชอาณาจักรอันเดด “ไม่โต้ตอบรึ? ข้าคงพูดถูกต้องสินะ…” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ มันจับจ้องผู้เป็นนายอย่างเงียบงัน “ไม่ต้องเป็นห่วงไปนายท่าน มีแค่ข้าเท่านั้นที่หลุดพ้นจากบ่วงอำนาจจักรพรรดิผีดิบ คำสั่งของท่านไม่ถือเป็นอันเด็ดขาดต่อข้าอีกต่อไป ถึงกระนั้น ข้ายังคงเคารพท่านจากก้นบึ้งของหัวใจ… และทำตามคำสั่งท่านด้วยใจจริง… ข้าพูดขนาดนี้ท่านเริ่มสงสัยแล้วสิท่าว่าข้าใช่อันเดดจริงหรือไม่?” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นราวกับมองกาติรัสอย่างทะลุปรุโปร่ง “ถูกต้องนายท่าน---ข้าแตกต่างจากอันเดดตัวอื่นๆ เพราะว่า---ข้าสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันเบาบาง… ยามปกติแล้วอันเดดไร้ซึ่งความรู้สึกอย่างแท้จริง แต่ข้าไม่ใช่เช่นนั้นอีกต่อไป…” รูม่านตาของกาติรัสขยายกว้างเล็กน้อย คำกล่าวของลูซิเฟอร์มันน่าเหลือเชื่อราวกับปาฏิหาริย์ กาติรัสเริ่มจินตนาการไม่ออกแล้วจริงๆว่าลูซิเฟอร์ไปพบเจออะไรมา อันเดดที่ไร้ซึ่งความรู้สึกกลับสัมผัสได้ถึงมัน… “แล้วอย่างไร? ในเมื่อความจริงที่ว่าเจ้าคือมือขวาของข้าก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี”  กาติรัสเอ่ยขึ้นอย่างไร้อารมณ์ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ข้าต้องการเผ่าฟีนิกซ์สายเลือดบริสุทธิ์ที่โตพอสมควรแล้ว” “ให้เด็กนั่นรึ?” ลูซิเฟอร์กล่าวพลางเคลื่อนสายตาไปทางนิสเวมที่จับจ้องสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างแข็งทื่อ สาวน้อยได้ยินทุกอย่าง นิสเวมรับรู้ทุกการสนทนาทุกอย่าง นอกจากตัวตนที่น่าขนลุกขนพองแล้ว นิสเวมกลับหวาดสะพรึงกลัวกับถ้อยคำอย่าง “กองทัพล้านล้าน” นึกภาพสิ… กองทัพจำนวนล้านล้านชีวิตบุกรุกอาณาจักร ซากศพจะกองสูงเพียงใด ความเสียหายจะมากมายเพียงใด แล้วสิ่งใดจะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้… “มันจะมาชี้ทางให้กับนางแต่เจ้าต้องเป็นอาจารย์ให้กับนาง นางคือนายหญิงของเจ้า” “นายหญิงหรือ…?” ลูซิเฟอร์จับจ้องนิสเวมที่ขณะนี้ขากำลังสั่นระรัว เพียงสามลมหายใจ ร่างกายสูงใหญ่ของอันเดดก้าวเดินเข้าหานิสเวมอย่างเชื่องช้า ทุกจังหวะย่างก้าวของมันราวกับนับเวลาถอยหลังสู่ประตูยมโลก นิสเวมกลัวจนขาสั่นระริกและฟันที่กันกระทบกันดัง กรอดๆ ทั่วร่างสั่นเทาจนแทบคุมสมดุลไม่ได้ รูปลักษณ์ที่น่ากลัวราวกับเทพปีศาจ กลิ่นอายความตายและรังสีฆ่าฟันที่หนาแน่น กลิ่นเลือดที่อาบคลุ้งตัวของมันทุกสิ่งทุกอย่างทำให้ตัวตนเบื้องหน้ามีอำนาจเขย่าขวัญสั่นประสาทผู้คน นิสเวมไม่เคยหวาดกลัวขนาดนี้มาก่อน ไม่ว่าจะสถานการณ์เฉียดตายในการประลอง เมื่อแอสทารอสร่ายกระบี่ทั่วแท่นประลอง สาวน้อยฟีนิกซ์ก็ไม่เคยแสดงอาการตื่นตระหนกเลยสักครั้งเดียว สิ่งนั้นอาจเป็นเพราะมีกาติรัสอยู่ด้วย… แต่ในขณะนี้ แม้กระทั่งกาติรัสที่เคยส่งกลิ่นอายราวกับพรปกปักษ์แห่งเทพยังมิอาจทัดเทียมกับความน่าสะพรึงกลัวของตัวตนเบื้องหน้าได้ “หะ… หะ… หะ…---หัวใจเต้นเหมือนจะระเบิดออกมาเลย…” นิสเวมกล่าวพลางฟันกัดกระทบ เสียงของหัวใจกลับกลายเป็นเสียงที่ดังที่สุด จวบจนกระทั่งลูซิเฟอร์มาเผชิญอยู่ต่อหน้าของสาวน้อย แขนขวาสีแดงฉานไร้หนังหุ้มเหยียดตรง ปลายนิ้วชี้ปรากฏเล็บยื่นยาวออกสัมผัสกับนิสเวมอย่างเบาบาง ด้วยอำนาจพลังของลูซิเฟอร์ในตอนนี้ กล่าวได้อย่างเต็มปากเลยว่า หากมันขยับอีกแม้เพียงมิลเดียว กะโหลกของนิสเวมคงทะลุเป็นแน่ ในจังหวะสุดท้ายของชีวิต นิสเวมรวบรวมความกล้าเพื่อพยายามจะเอ่ยถามขึ้นมา “ทะ---ท่านเป็นตัวอะไร…” “อาาาา…พระเจ้า…มีจริงหรือไม่…” คำกล่าวของลูซิเฟอร์กลับมิใช่คำตอบ มันตอบคำถามด้วยคำถาม แน่นอน กาติรัสเป็นพยานรู้เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้น นิสเวมที่ถูกกระทำขนาดนั้น…สัญชาตญาณของอันเดดกลับไร้ซึ่งอาการต่อต้าน… หากเป็นกาติรัสยามปกติเขาคงทะยานร่างเข้าไปฆ่าคนที่คิดร้ายต่อนิสเวมอย่างไม่ลังเล แต่นี่…อีกฝั่งคือสหายรู้ใจของเขา เขาเชื่ออย่างเต็มอกว่าลูซิเฟอร์จะไม่ทำร้ายเธอ และข้อมูลที่สำคัญยิ่งกว่านั้น “แม้กระทั่งสายเลือดของข้ายังเกรงกลัวลูซิเฟอร์…” กาติรัสขบคิดในใจพลางหลั่งเหงื่อเยียบเย็น “พะ---พระเจ้า…” นิสเวมนัยน์ตาเบิกโตกว้างปานถลน ไม่มีใครบนโลกไม่รู้จักนิยามของพระเจ้า แต่ทุกคนต่างมั่นใจว่ามันเป็นเรื่องแต่งเติม นิสเวมจึงไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน “พะ---พระเจ้ารูปร่างเป็นยังไง…” ลูซิเฟอร์แหงนมองท้องนภาอีกครา ไอน้ำยังคงเล็ดลอดจากไรฟันที่กันกระทบกันแน่น “ข้าไม่รู้… ข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้น… พระเจ้ามีพลังอันเป็นอนันต์” เพียงพริบตาเดียว เสียงของสายลมดังขึ้นดุจคลื่นสมุทรอันเกรี้ยวกราด สายลมสาดพัดสาดใส่บริเวณโดยรอบดุจพายุยักษ์ เรือนร่างของลูซิเฟอร์ได้หายไปส่วนกระแสลมคือผลกระทบจากการกระโดดของมัน เรือนร่างใหญ่โตนั้นกระโดดหายไปทิ้งไว้เพียงร่องรอยตามพื้นดิน เพียงสามลมหายใจถัดมา ในสถานที่อันไกลแสนไกลจากตัวภูเขาที่นิสเวมและกาติรัสยืนอยู่ ด้วยการมองจากมุมสูงทำให้ชายหญิงทั้งสองมองเห็นสถานการณ์เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจน เสียงของระเบิดดังก้องสนั่นพร้อมกับผืนป่าเขียวชะอุ่มเบื้องล่างที่เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง เปลวเพลิงอาบท่วมผืนพงไพรราวกับทะเลเพลิง แรงระเบิดดังขึ้นอีกสามระลอกก่อนจะเงียบหายไป… นิสเวมจับจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าแข็งค้าง ร่างกายราวกับไร้ซึ่งการตอบสนอง จนวินาทีสุดท้าย บึ้มมมมมม เสียงดังดุจระเบิดดังขึ้นอีกครา แต่ว่าครั้งนี้ เรือนร่างใหญ่โตมหึมาได้มาปรากฏอยู่ต่อหน้าของนิสเวม ในมือข้างขวาของลูซิเฟอร์นั้นจับเส้นผมที่ลากยาวของเผ่าฟีนิกซ์หญิงตนหนึ่งเอาไว้ แน่นอน… นางเป็นฟีนิกซ์สายเลือดบริสุทธิ์และยังไม่ตาย… ..สเตตัสปัจจุบัน...
    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,411 พลังกาย:96,087,887 พลังเวทย์:97,687,877 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ 

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน