2
มาดาม ไม่ใช่คุณผู้หญิง
เมื่อเยว่จือเรียกหญิงสาวเช่นนั้นเธอก็เหมือนระลึกหลายสิ่งได้ แน่นอนยามนี้เธอไม่ใช่ ลิซ่า จางหากอยู่ในร่าง ม่านอวี้อัน คุณแม่ลูกแฝด ซึ่งถ้าโชคดีหน่อยสามีเธออาจแค่หายสาบสูญในเหตุการณ์ระทึกขวัญระดับชาติเมื่อหลายปีก่อน หรือขั้นร้ายแรงสุดคือตายไปแล้ว และเป็ซากศพไหม้เกรียมที่ระบุตัวตนไม่ได้อย่างไรก็ตามมันช่างน่าสมเพชเหลือเกิน ในความจริง เธอกับ แจ็คสัน หยวนนับว่าเป็คนแปลกหน้า อีกฝ่ายคือสามีคืนเดียวของเธอ และน้ำเชื้อเขาคงดีมากเพราะหลังจากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนเข้าหอ เธอก็ต้องครรภ์ในเวลาต่อมา
ในอดีตม่านอวี้อันถูกป้ากับลุงใจร้ายบีบบังคับให้แต่งงานแทนแม็กกี้ หรือม่านลี่ถี ลูกพี่ลูกน้องที่ป่วยอย่างกะทันหัน อาการป่วยที่ว่าคือ ฝ่ายนั้นรักสนุกจากการใช้ยาเสพติดจนมีอาการประสาทหลอน จึงถูกส่งเข้าบำบัดในโรงพยาบาลก่อนที่เธอจะหลบหนีไปและทั้งหมดเป็เพราะเธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกมีอิทธิพลทั้งที่คบหาผู้ชายคนหนึ่งอย่างลึกซึ้ง แต่เขาเป็พวกขี้ขลาดไม่กล้าเปิดเผยฐานะอันแท้จริงของตนให้ม่านลี่ถีรู้ดังนั้นม่านลี่ถีจึงแอบคบหาผู้ชายคนอื่นเพื่อให้ตนมีความสุขโดยไม่ต้องคอยแอบหลบๆซ่อนๆ อย่างที่ผู้ชายคนนั้นปฏิบัติกับเธอ ราวกับเป็นางบำเรอ
เวลาต่อมา ม่านหงกับถานเซียะจึงส่งม่านอวี้อันเข้าหอกับผู้ชายตระกูลหยวนการเข้าหอกับชายหนุ่มอย่างไม่จำยอมครั้งนั้น ส่งผลให้ม่านอวี้อันช้ำใจหนักเธอเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตาย หากสุดท้ายลุงกับป้าทั้งปลอบและขู่พร้อมสัญญาว่าเมื่อเธอได้เป็ภรรยาแจ็คสัน เขาย่อมดูแลเธอตามสมควร
ทว่าสิ่งที่ทั้งสองคนบอกเธอ เป็เื่โกหกอีกทั้งแจ็คสัน ไม่ได้สนใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร สำหรับเขาการแต่งงานครั้งนั้นเขาถือว่าเธอก็แค่สมบัติชิ้นเล็กๆ ที่มีเืเนื้อ ซึ่งถูกส่งมาขัดดอกและลุงกับป้าของหญิงสาวจะไม่ต้องถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมดฝ่ายเขาก็แค่ทำตามหน้าที่เ้าบ่าว ทว่าเื่ราวดังกล่าวสร้างาแในใจแก่ม่านอวี้อันจนเธอไม่อาจลืม
จากนั้น แจ็คสันสามีคืนเดียวของเธอต้องไปเซ็นสัญญาทำธุรกิจ ซึ่งเธอทราบในภายหลังว่าเขาตกอยู่ในเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่ และเกิดการจลาจลจนมีผู้เสียชีวิตนับสองร้อยคนซ้ำร้ายยังมีร่างที่ถูกเผาไม้ในอาคารจนไม่อาจระบุได้ว่าเป็ใครอีกหลายศพ
และชื่อแจ็คสัน หยวน อยู่ในรายนามผู้เสียชีวิต ทำให้เธอต้องถูกผลักไสจากคนในตระกูลหยวน รวมถึงลุงกับป้าที่กล่าวหาว่าเธอเป็ตัวซวยสุดท้ายม่านอวี้อันต้องมาอยู่ร้านขายอาหารเล็กๆ แห่งนี้ ในถนนเนี่ยอิน ซึ่งมีแก๊งัซิ่งคอยรีดไถเงินผู้คน
“คุณผู้หญิง”
เมื่อเยว่จือเรียกอีกฝ่ายซ้ำๆเช่นนั้น หญิงสาวเลยต้องยกมือห้าม
“ฉันคือใคร?”
“เอ๋ ทำไมถามแบบนั้นคะ” เยว่จือใ แต่ไหนแต่ไรม่านอวี้อันเป็ผู้หญิงที่ใช้เสียงเบา ไม่ชอบโวยวาย หรือปั้นสีหน้าตึงๆ ทว่าตอนนี้กลับไม่ใช่อย่างนั้น!
“เอาใหม่ ตั้งสติ แล้วฟังคำถามให้ดีๆฉัน-คือ-ใคร?”
ม่านอวี้อันคนใหม่นี้ลงเสียงหนักดวงตากลมโตจ้องเยว่จือ พลอยให้เด็กสาวตัวสั่น
“คะ คุณผู้หญิง คือม่านอวี้อัน...”
เมื่อได้ยินแบบนั้นิญญาที่สวมร่างผู้อื่นพลันขนลุกซู่ขึ้น เธอคือ ม่านอวี้อัน สตรีแสนอาภัพ ซึ่งในหัวตอนนี้มีหลายสิ่งวนเวียนมากมายเต็มไปหมด
“เอาล่ะ ต่อไปเรียกฉันว่า ‘มาดาม’หรือไม่ก็พี่อัน ได้หรือไม่”
เยว่จือยกมือขึ้นปิดปากตน เหตุใดเธอจะกล้าเรียกคนที่มีบุญคุณกับตนเช่นนั้น
“ฉันบอกไม่เข้าใจหรือ”
“เอ่อ ค่ะ... มาดาม”
“ดีแบบนี้หน่อยฉันถึงรู้สึกเป็ตัวเองขึ้นสักนิด”
จากนั้นหญิงสาวจึงหลับตาลงและระลึกจิตว่าต่อจากนี้เธอคือ ม่านอวี้อัน ซึ่งจะไม่มี ลิซ่า จาง ในโลกยุค80s นี้
เมื่อเข้าไปในครัวโดยมีสองฝาแฝดเดินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆม่านอวี้อันรู้สึกมีชีวิตชีวาไม่น้อย พวกเขาจะว่าไปก็ทำให้เธอกระตือรือร้นที่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
ทว่าพอหยุดมองภาพในห้องครัวม่านอวี้อันเกือบทรุดลงไปนั่งกองบนพื้น ครอบครัวนี้ช่างยากจนข้นแค้นให้ตายเถอะแม้แต่ข้าวสารยังไม่มีกรอกหม้อ กระนั้นจากที่กวาดตามองอย่างคร่าวๆม่านอวี้อันจึงใจชื้นขึ้นมาสักหน่อย เธอเห็น น้ำตาลทราย เกลือ แป้งหลายชนิดถัดไปหลังสุดคือตู้เย็นที่นับว่ายังใช้การได้ดี พอเปิดประตูออก เธอต้องยกมือทาบอกก่อนหัวเราะพรืดใหญ่ ด้วยมีเนยจืดก้อนใหญ่วางอยู่และเครื่องปรุงรสอย่างละนิดละหน่อย นอกจากนั้นเป็นมจืดไม่กี่กล่อง แยมส้มลูกเกดอบแห้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์และของจุกจิกที่เธอมั่นใจว่าจะทำให้ตนเองกับสองฝาแฝดอิ่มท้องนี่คงเป็ตู้ต่างมิติมหัศจรรย์ของเธอสินะ ซึ่งมันจะช่วยทำให้ทุกคนในบ้านอิ่มท้อง
“มัมมี้ นม...”เซียงเจียวว่าแล้วเอานิ้วส่งเข้าปาก แล้วเริ่มดูด ซึ่งเขาคงหิวนั่นเอง
“แม่จะทำของอร่อยๆ ให้หนูกินดีไหมจ๊ะ”
“น้องอยากกินของอร่อย ไม่เอาไข่ต้ม...”เด็กชายเลียนแบบคำพูดเธอ พร้อมบอกสิ่งที่เขาเบื่อมากๆ นั่นก็คือไข่ต้ม ที่ไข่แดงมักสุกเกินไปจึงทำให้ฝืดคอ
“แล้วผิงเกอของแม่ละ”
ลูกชายคนโตที่เดินตามหลังมา เขาถือหมอนข้างเล็กๆมาด้วย ดวงตากลมโต มองม่านอวี้อันแป๋ว ผิงกั่วสื่อสารไม่เก่ง แต่ยิ้มหวานจับใจ
“ผิง...หิว!”
“ดี แม่จะทำของอร่อยที่สุดให้พวกหนูกิน”ม่านอวี้อันว่าแล้วก็ฮึกเหิม เธอไม่ได้รู้สึกมีพลังเช่นนี้มานานแล้วโลกที่จากมาเธอหวังแต่เงินทอง ชื่อเสียงจนบางครั้งอาจลืมจิติญญาของอาหารไป!
ยามนั้นเยว่จือใกับอาการของม่านอวี้อัน ปกติคุณผู้หญิงหวงข้าวของในครัวใครจับต้องไม่ได้และตู้เย็นดังกล่าวเหมือนเป็สมบัติล้ำค่าเพราะเหลือเพียงชิ้นเดียวที่มีราคาแพงมากที่สุดในบ้าน เธอจึงไม่ยอมให้เด็กๆเข้าใกล้เป็อันขาด
“ฉันหลับไปกี่วัน”
“มะ มาดามนอนซมไปเกือบห้าวันค่ะและเราไม่เหลืออะไรเลย มีขนมปังก้อนสุดท้าย หนูเอาให้น้องกินตอนเช้า ตอนนี้เหลือกล้วยหอมหนึ่งหวีมีแป้งทำขนมสามถุง แล้วก็ไข่ที่เฮียข่ายแบ่งไว้ให้ครึ่งแผง”
เยว่จือว่าจบจึงขยี้ตาตนเองแรงๆไม่ใช่อ่อนแอ หากเธอพยายามทำให้ตนไม่ส่งเสียงร้องไห้ออกมาต่างหาก ด้วยของเพียงเท่านี้จะพอกินถึงสิ้นเดือนได้อย่างไร!
“เธอหิวไหม” ม่านอวี้อันถาม
เด็กสาวเงยหน้าขึ้น เป็ตอนนั้นที่ม่านอวี้อันเห็นชัดเต็มสองตาว่าแก้มข้างหนึ่งของเยว่จือมีรอยแดงช้ำเธอฉงนในตอนแรก ก่อนถามเสียงเข้มว่า
“เกิดเื่อะไรขึ้น”
“น่ะ หนูหกล้ม”
ม่านอวี้อันไม่เชื่อ เธอเอื้อมมือไปจับคางของเด็กสาว หมุนซ้ายหมุนขวาจากนั้นทั้งโกรธและหงุดหงิดใจเมื่อเห็นว่ามันเป็รอยฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กนี้บอบช้ำ
“ใครทำร้ายเธอ!” ม่านอวี้อันเดือดใจเธอเต้นแรงจนเกือบกระโจนออกมาอยู่นอกอก!