เอี๊ยด...อ๊าด...
เสียงบานพับของประตูไม้เก่าคร่ำคร่าที่ขาดการหยอดน้ำมันหล่อลื่นดังขึ้นมาเสียดหูของอู๋หลิวเสียงของประตูบานนั้นทำลายความเงียบสงัดภายในห้องนอนอันทรุดโทรมอู๋หลิวในร่างของจินเซี่ยสะดุ้งโหยงเล็กน้อยรีบปรับสีหน้าและรีบหันไปมองยังต้นเสียงอย่างทันควัน
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องนอนของเธออย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง…
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องจากทางด้านหลังทำให้เกิดเงาทาบทับลงมาบนพื้นไม้กระดานสีน้ำตาลหม่น ๆแม้เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่จะเป็เสื้อเชิ้ตลายสก็อตที่มีสีซีดจางจนแทบมองไม่เห็นลายเดิมและสวมกางเกงขายาวทรงกระบอกที่มีรอยปะชุนแบบหยาบ ๆแต่ทว่านั่นกลับไม่อาจปกปิดความสง่าผ่าเผยและไม่อาจเก็บซ่อนรูปร่างสมส่วนราวกับนายแบบของเขาเอาไว้ได้
‘ผู้ชายคนนี้ดูดีมากจริงๆ ไม่แปลกที่จินเซี่ยจะคลั่งไคล้เขาขนาดนั้น ในความทรงจำก็ว่าดูหล่อเหลามากแล้ว แต่ตัวจริงของเขากลับหล่อเหลากว่าที่เห็นอยู่ในความทรงจำซะอีก’
เขาคือ 'ฟ่านอี้' ชายหนุ่มผู้โชคร้าย ที่ถูกเ้าของร่างเดิมวางยาและบีบบังคับให้แต่งงานด้วย
ในมือหนาหยาบกร้านคู่นั้นของชายหนุ่มถืออ่างเคลือบสังกะสีที่มีรอยกะเทาะจนเห็นเนื้อเหล็กข้างในภายในภาชนะมีควันจาง ๆ ลอยกรุ่นขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็น้ำอุ่นล่ะมั้ง
ฟ่านอี้ชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวบนเตียงลืมตาตื่นขึ้นมาและกำลังจ้องมองเขาอยู่
วินาทีที่สายตาของทั้งคู่สบประสานกันอู๋หลิวััได้ถึงความรู้สึกอันหลากหลายที่อัดแน่นอยู่ในดวงตาคู่คมกริบนั้น…
ในแววตาของเขามันมีความห่วงใยผสมอยู่จางๆ เป็ความห่วงใยที่เกิดจากความรับผิดชอบของผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในฐานะสามีไม่ใช่ความห่วงใยที่เกิดจากความรักใคร่ฉันสามีภรรยา
แต่ทว่าอีกชั่วแวบหนึ่งอู๋หลิวก็ััได้ถึงพลังงานบางอย่างในสายตาของเขามันเป็พลังงานของความเหนื่อยล้า ความห่างเหิน ความหวาดระแวงและความเหนื่อยหน่ายระอาใจ
‘เขาคงจะกำลังเตรียมใจรับมือกับพายุอารมณ์ที่อาจจะะเิออกมาจากปากภรรยาได้ทุกเมื่อสินะ’ อู๋หลิวครุ่นคิด
"..."
ในตอนนี้บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดปานป่าช้าเพราะต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไร
‘ทำไมเขาไม่พูดอะไรเลยล่ะ…อ้อ! จริงสินะ ไม่ใช่เขาไม่พูด แต่เขาพูดไม่ได้ต่างหาก’อู๋หลิวมองเขาพร้อมกับครุ่นคิดอยู่ในใจ
ฟ่านอี้เม้มริมฝีปากแน่นเขาพยายามหลบตาภรรยา เพราะระยะนี้เธอมักบ่นว่าเหม็นขี้หน้าของเขาไม่อยากเห็นหน้าเขา และอยากให้เขาไสหัวออกไปให้พ้น ๆ
ฟ่านอี้ขยับตัวเล็กน้อยคล้ายจะก้าวเข้ามาในห้องอีกก้าวแต่แล้วจังหวะนั้นก็เผยให้อู๋หลิวได้เห็นกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่หลังท่อนขายาว ๆ ของฟ่านอี้
สิ่งมีชีวิตดังกล่าวไม่ใช่สัตว์เลี้ยงไม่ใช่ลูกหมา ไม่ใช่ลูกแมว แต่เป็ลูกสาวของพวกเขาทั้งสองคนเด็กหญิงตัวน้อยวัยประมาณ 4 ขวบผมเผ้ากระเซอะกระเซิงผูกด้วยเชือกฟางสีฟ้าเก่า ๆ เสื้อผ้าที่สวมใส่ ทั้งตัวเล็กและสั้นเต่อจนสามารถมองเห็นข้อมือข้อเท้าที่ผอมแห้งได้ชัดเจน
ใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยค่อนข้างมอมแมมดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววว่าหวาดกลัวแม่แท้ ๆ ของตัวเองอย่างเหลือแสน
'ฟ่านมี่อิง'คือลูกสาวแท้ ๆของจินเซี่ยกับฟ่านอี้
เด็กน้อยยืนเกาะขากางเกงของพ่อไว้แน่นหนึบอากัปกิริยาของมี่อิงคือตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำสายตาของเด็กหญิงมองมาทางอู๋หลิวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆดวงตากลมใสราวดวงตาของลูกกวางน้อยเต็มไปด้วยความหวาดผวา
เธอมองดูแม่ของตัวเองราวกับกำลังมองดูปีศาจร้ายมากกว่าเป็การมองดูแม่ผู้ให้กำเนิด ภาพที่เห็นอยู่นี้ทำให้อู๋หลิวรู้สึกจุกอกอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกผิดบาปของร่างเดิมถาโถมเข้ามาในอกของหล่อนจนหล่อนแทบหายใจไม่ออก
นี่หรือคือผลงานของจินเซี่ยคนเดิม? ผู้หญิงคนนั้นทำร้ายจิตใจคนในครอบครัวไปมากขนาดไหนกันนะถึงทำให้ลูกในไส้ของตัวเองต้องหวาดกลัวแม่แท้ ๆ จนตัวสั่นได้ขนาดนั้น